อ๊ะ! ทำไมนานวันเข้านายเอกที่เธอรู้จักถึงได้รุกเธอหนักขนาดนี้กันเล่าาาาา!
ชาย-หญิง,ไทย,รัก,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาววายกับนายเอกอ๊ะ! ทำไมนานวันเข้านายเอกที่เธอรู้จักถึงได้รุกเธอหนักขนาดนี้กันเล่าาาาา!
บทที่ 4
“ว่าไงครับ มีอะไรที่ผมไม่ควรได้ยินหรือเปล่า” กิรัณญ์ถามซ้ำพลางเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูและปิดลงเบาๆ ก่อนจะเดินมานั่งที่เก้าอี้ตรงหน้ากระจกแล้วมองเมถุนผ่านกระจกแต่งหน้าบานใหญ่
“ไม่มีอะไรค่ะคุณกิรัณญ์ ฉันแค่ตกใจไม่คิดว่าคุณกิรัณญ์จะเข้ามาเร็วขนาดนี้น่ะค่ะ”
“อ่อออ ครับ” กิรัณญ์พูดพลางพยักหน้าลงช้าๆ ก่อนจะหันหลังกลับมามองหน้าเมถุนตรงๆ
เมถุนรีบเดินถอยหลังเพราะจู่ๆ กิรัณญ์ก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงเข้ามาหาเมถุน เดินมาโดยไม่มีที่ท่าจะหยุด จนหลังของเมถุนชนเข้ากับผนังห้องก่อนที่เมถุนจะหนี กิรัณญ์ก็โน้มใบหน้าเข้ามาหาเมถุน
“คุณกิรัณญ์ช่วยถอยไปหน่อยได้ไหมคะ”
“ทำไมครับ” ว่าแล้วก้มลงมาใกล้เมถุนอีก
“ฉันว่ามันใกล้ไปนะคะ” เมถุนใช้มือทั้งสองข้างผลักหน้าอกของกิรัณญ์ให้ถอยหลังไป กิรัณญ์ถอยหลังไปได้เพียงสองก้าวก็เดินเข้ามาหาเมถุนอีก ก่อนจะใช้มือขวาจับหน้าของเมถุนให้เงยหน้าพลางสำรวจใบหน้าของเมถุนและมืออีกข้างวางนาบไว้กับกำแพง
เมถุนตกใจแทบช็อกเธอไม่คิดว่ากิรัณญ์จะมาใกล้ชิดเธอขนาดนี้แล้วพฤติกรรมที่กิรัณญ์ทำอยู่แบบนี้หมายความว่าอะไร ทำไมกิรัณญ์ถึงได้มาคาดคั้นคำตอบกับเธอขนาดนี้หรือว่าเขาจะได้ยินที่เธอคุยกับเจนณิการ์
เขารู้แล้วหรอว่าเธอเป็นแฟนคลับของเขา คงไม่ใช่แบบนั้นหรอกใช่มั๊ย เมถุนไม่อยากให้กิรัณญ์รู้เลยถ้าเป็นแบบนี้เธอคงอดทำงานกับเขาแน่ๆ
“คุณเมถุนเป็นฟะ…”
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะมีคนเปิดเข้ามาเมถุนได้ยินดังนั้นก็รับผลักกิรัณญ์ออกแล้วดีดตัวออกจากวงแขนของกิรัณญ์
“กิเดี๋ยวพี่ว่าจะออกไปคุยกับคุณเขมแล้วเดี๋ยวพี่เข้ามาใหม่นะ” พีท พีรพัฒน์ เปิดประตูเข้ามาแล้วเอ่ยกับกิรัณญ์ ก่อนจะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศภายในห้องที่แปลกๆ
พีรพัฒน์มองสองคนที่อยู่ในห้องโดนเฉพาะหญิงสาวที่ทำหน้าตาเลิ่กลั่กทำมือจัดข้าวจัดของอยู่ๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรให้ต้องจัดเลย
“งั้นฝากพี่พีทไปส่งเธียร่าหน่อยนะครับ”
“อ้าว เธียร่าจะกลับเลยหรอ นึกว่าจะรอนายจนเสร็จงานซะอีก
“สงสัยเบื่อน่ะครับ”
“อ้าวหรอ ได้ๆ แล้วเธียร่ารออยู่ที่ไหนล่ะ”
“รออยู่ที่รถครับ”
เมถุนแอบฟังบทสนทนาระหว่างกิรัณญ์และพีรพัฒน์จะว่าแอบฟังก็คงไม่ใช่ก็ทั้งสองเล่นพูดตอบโต้กันไปมาแล้วเธออยู่ในห้องด้วยขนาดนี้คงไม่ถือว่าแอบฟังหรอกใช่มั๊ย
งั้นผู้หญิงสวยๆ ที่ยืนคุยกับกิรัณญ์อยู่หน้าทางเข้าสตูดิโอคนนั้นชื่อเธียร่าสินะว่าแต่เกี่ยวข้องยังไงกับกิรัณญ์กันแน่จะว่าพี่น้องก็ไม่น่าจะใช่เพราะจากการติ่งมา 8 ปี ที่รู้ๆ กิรัณญ์มีแค่พี่ชายเท่านั้นนะ
“งั้นพี่ไปก่อนนะ พี่ฝากแต่งหน้าให้กิหล่อๆ หน่อยนะเม” พีรพัฒน์หันมาพูดหยอกเย้าเมถุนก่อนออกไป ด้วยความที่เคยเจอกันหลายครั้งและพีรพัฒน์ก็เป็นคนอัธยาศัยดีเมถุนจึงพูดคุยกับเขาได้อยากเป็นกันเอง
“ได้ค่ะพี่พีท เดี๋ยวเมแต่งให้เต็มที่เลยค่ะ” เมถุนพยักหน้ารับแล้วยิ้มร่าออกมา
ช่างแตกต่างกับตอนที่คุยกับเขาเหลือเกินกิรัณญ์คิดในใจ
หลังจากที่พีรพัฒน์ออกไปทั้งห้องก็ตกอยู่ภายในความเงียบ เมถุนทำตัวไม่ถูกได้แต่ลำเลียงอุปกรณ์แต่งหน้าออกจากกระเป๋านำมาจัดวางไว้ที่โต๊ะหน้ากระจก
กิรัณญ์เดินเข้ามานั่งตรงเก้าอี้ข้างๆ เมถุนก่อนจะเอ่ยถามว่า
“คุณเมถุนสนิทกับพี่พีทหรอครับ”
“ทำไมคุณกิรัณญ์คิดแบบนั้นคะ” เมถามออกไปด้วยความงุนงง
“ก็เห็นพี่พีทเรียกคุณเมถุนว่าเม แล้วคุณเมถุนก็แทนตัวเองว่าเม แล้วกับผมไม่เห็นได้เรียกคุณเมถุนแบบนั้นหรือคุณเมถุนแทนตัวเองว่าเมบ้างล่ะครับ”
“พี่ๆ ที่เมทำงานด้วยก็เรียกเมแบบนั้นทั้งนั้นค่ะ ไม่ได้มีความพิเศษอะไรนะคะ”
“งั้น ผมขอเรียกว่าคุณเมได้มั้ยครับ” ถามพลางเลื่อนใบหน้าเข้ามาหาเมถุน
เมถุนได้แต่ภาวนาขอให้ใครก็ได้ให้เข้ามาในห้องนี้ทีเถอะเพราะตอนนี้อกเธอจะแตกเลือดมันสูบฉีดแทบไม่ทันแล้วจะเป็นลมอยู่รอมร่อ
เมถุนอยากจะบ้าพึ่งเคยเจอลูกชายเวอร์ชันนี้ปกติเจอแต่เวอร์ชันน่ารักน่าทะนุถนอม ทำไมลูกเธอถึงได้แพรวพราวขนาดนี้นะใจเธอจะไม่ไหวแล้ว
ก๊อกๆ ๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งกิรัณญ์หันหน้าไปทางประตูห้องก่อนที่จะบอกให้คนที่รออยู่นอกห้องเปิดประตูเข้ามา
“สวัสดีค่ะคุณกิรัณญ์ หวัดดีจ๊ะเม” เป็นเอมอรที่เดินเข้ามาเมถุนได้แต่ร้องขอบคุณเอมอรอยู่ในใจ
“ขอเอมคุยกับเมสักครู่นะคะคุณกิรัณญ์” กิรัณญ์พยักหน้ารับคำขอของกิรัณญ์
เมถุนออกมาคุยกับเอมอรหน้าห้องพร้อมกับฟังบรีฟจากเอมอร
“วันนี้เป็นการถ่ายแบบร่วมของนักแสดงและก็นายแบบและนางแบบของสังกัดของคุณกิรัณญ์นั่นแหละ อยู่ๆ ผู้บริหารใหญ่ก็อยากเปลี่ยนโปรไฟล์กันใหม่ยกชุดงานเร่งสุดๆ”
“งานไฟไหม้มากเลยนะคะพี่เอม”
“เนี่ยแหละคนเลยไม่พอ พี่เลยวานเราให้มาช่วยด้วย โทษทีนะเม”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่เอม เงินมางานก็เดินแหละค่ะ” เมถุนพูดหยอกล้อกับเอมอรเพราะดูหน้าเอมอรเครียด
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพี่ไฟต์ให้ได้งานเยอะๆ” เอมอรพูดหยอกล้อกับเมถุนกลับทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ไปๆ เข้าไปแต่งหน้าให้คุณกิรัณญ์ได้แล้ว เดี๋ยวพี่ไปตามคนอื่นๆ มาช่วย”
“งั้นเมเข้าห้องไปก่อนนะคะ”
“จ้ะ” เอมอรว่าจบก็เดินจากไป
เมถุนทำใจสักพักก่อนจะผลักประตูเปิดเข้าไปในห้อง ภายในห้องเจอกับพี่ๆ สไตลิสต์ที่เข้ามาลองชุดให้กิรัณญ์อยู่แล้วก็โล่งใจหน่อย เพราะถ้าให้เธออยู่สองต่อสองกับกิรัณญ์ต่อคงไม่ไหวแน่ ถ้ากิรัณญ์ยังเอาตัวเข้ามาใกล้แบบนี้นะเธอได้ฉีกสัญญาแม่ลูกแน่ๆ
“น้องที่จะมาแต่งหน้าใช่มั้ยจ๊ะ เดี๋ยวรอแป๊บนะ”
“โอเคค่ะพี่” ตอบรับคำพี่สไตลิสต์เมถุนก็มานั่งรอกิรัณญ์อยู่โต๊ะแต่งหน้า หักห้ามใจตัวเองไม่ให้หันไปมองกิรัณญ์แต่ไม่อาจห้ามความรู้สึกตัวเองที่อยากรู้อยากมองได้เลย
ตัดสินใจได้ก็ทำทีเป็นมองรอบห้องแล้วสายตาก็ไปปะทะกับร่างสูงของกิรัณญ์ ด้วยส่วนสูงถึง 185 เซนติเมตร รูปร่างสูงโปร่งสง่างาม กล้ามเนื้อกระชับได้สัดส่วน ใส่เสื้อผ้าหรือแต่งตัวแบบไหนก็ดูดีไปหมด เมถุนอิจฉาเธียร์เตอร์เหลือเกินที่ได้เป็นแฟนกับลูกชายของเธอแบบนี้
เมถุนแอบหัวเราะคิกคักกับความคิดของตัวเองอยู่คนเดียว จนไม่รู้ตัวเลยว่าร่างสูงที่เธอกำลังจินตนาการอยู่นั้นมานั่งอยู่เก้าอี้ตรงหน้าเธอแล้ว
“มีเรื่องอะไรน่าสนใจหรอครับ ดูท่าจะน่าสนุกเชียว” เมถุนตกใจสะดุ้งเกือบตกเก้าอี้โชคดีที่กิรัณญ์คว้าจับที่ข้อมือทันก่อนที่เธอจะตกเก้าอี้หัวฟาดพื้น ก่อนจะรีบพยุงตัวเองขึ้นมานั่งเก้าอี้ให้มั่นคง
“เอ่ออ ไม่มีอะไรค่ะ ฉันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” กิรัณญ์จ้องหน้าเมถุนไม่ยอมละสายตาไปไหน เมถุนเองทำตัวไม่ถูกได้แต่ถามออกไปว่า
“คุณกิรัณญ์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ไม่สะดวกใจกับฉันหรือเปล่าคะ” เมถุนถามออกไปเพราะกลัวว่าเธอจะไปทำอะไรให้กิรัณญ์ไม่พอใจหรือไม่ถูกใจหรือเปล่า
หรือว่า..กิรัณญ์จะรู้ว่าเธอจับกิรัณญ์คู่กับเธียร์เตอร์แล้วดูเขาไม่ค่อยพอใจขนาดนี้
“เปล่าครับ แต่คุณเมแทนตัวเองว่าฉันอยู่เลย คุณเมต่างหากไม่สะดวกใจกับผมรึเปล่าครับ”
“ไม่ใช่นะคะ!!” เมถุนตอบเสียงดังอย่างลืมตัว ใครจะไปไม่สะดวกใจกับลูกกันเล่า ใจเธออยากเรียกหนูกิอยากแทนตัวเองว่ามี๊ด้วยซ้ำ
“ถ้างั้น ทำไมคุณเมไม่แทนตัวเองว่าเมล่ะครับ”
“ฉัน.. เออ..เมไม่กล้าเรียกแทนตัวเองแบบนั้นก็คุณกิรัณญ์น่ะค่ะ” เมถุนตอบออกไปเสียงอ่อนๆ
“แทนตัวเองว่าเมนั่นแหละครับ ผมว่ามันน่ารักดี”
ความรู้สึกร้อนๆ ลามมาถึงที่แก้มจนเมถุนแอบคิดว่ามีใครลืมเปืดแอร์ห้องนี้รึเปล่าเนี่ยทำไมมันรู้สึกร้อนได้ขนาดนี้นะ
ตายใจแม่จะวูบ ลูกเธอแพรวพราวขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ได้แต่หันหลังให้กิรัณญ์แล้วเอามือทาบแก้มก่อนจะผ่อนลมหายใจเข้าออกเบา
กิรัณญ์ยิ้มเอ็นดูกับท่าทางของหญิงสาว ก่อนที่จะรีบหุบยิ้มลงและเก๊กหน้าขรึมเมื่อหญิงสาวหันหน้ากลับมา
“เรามาเริ่มแต่งหน้ากันดีกว่านะคะ” เมถุนเปลี่ยนเรื่องแล้วรีบลงมือแต่งหน้าให้กิรัณญ์
หลังจากแต่งหน้าเสร็จเมถุนก็ยังต้องมาสแตนด์บายรอซัพหน้าให้กับกิรัณญ์อยู่หน้าเซตพร้อมกับพี่ๆ ทีมแต่งหน้าทุกคน
เมื่อถ่ายแบบเสร็จแล้วกิรัณญ์และเธียร์เตอร์ก็มีอัดคลิปการให้สัมภาษณ์เรื่องซีรีส์ที่กำลังจะเปิดกล้องของทั้งสองคนต่อ แต่ก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำการสัมภาษณ์ทีมงานฝ่ายสถานที่ก็กำลังเตรียมสถานที่สำหรับสัมภาษณ์อยู่ ในขณะที่กิรัณญ์และเธียร์เตอร์ก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกชุด
เมถุนรีบตามเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อเติมหน้าเติมตาให้กับกิรัณญ์แต่ก่อนที่เมถุนกำลังจะเปิดประตูเข้าไปพี่สไตลิสต์คนหนึ่งที่เป็นคนดูแลเสื้อผ้าให้กิรัณญ์ก็เรียกเธอด้วยท่าทางกระสับกระส่าย
“น้องพี่ฝากเนกไทเข้าไปให้ข้างในทีนะ พี่ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ ไม่ไหวแล้ว” พูดไปก็บิดตัวไป
“เอ่อ พี่คะ พี่ เดี๋ยวก่อน” เมถุนได้แต่ทำมือค้างกลางอากาศเรียกเท่าไหร่พี่เขาก็ไม่อยู่ฟังสงสัยข้าศึกจะบุกจนพี่เขาทนไม่ไหวแล้วล่ะ เมถุนยักไหล่กับความคิดของเธอก่อนจะเคาะประตูและเปิดเข้าไปในห้อง
“เดี๋ยวเอาเนกไทเข้ามาให้ผมเลยนะครับ” เสียงกิรัณญ์ดังออกมาจากห้องแต่งตัวที่อยู่ภายในห้องแต่งหน้าอีกที
ด้านนอกยังเงียบจนกิรัณญ์รู้สึกแปลกใจก่อนจะเปิดประตูออกมาแล้วเจอกับเมถุนที่ยืนถือเนกไทอยู่
“คุณเมเองหรอครับ ทำไมได้เอาเนกไทมาให้ผมล่ะครับ คนอื่นไปไหนหมด”
“พอดีฉัน .. เอออ.. เมเจอพี่สไตลิสต์หน้าห้องแล้วพี่เข้าวานให้ฉะ.. เมเอาเนกไทมาให้คุณกิรัณญ์ค่ะ” เมถุนต้องรีบเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองเมื่อเผลอแทนตัวเองว่าฉันทีไรกิรัณญ์ก็ทำหน้าบึ้งจ้องเธอเขม็งตลอด ไม่เอาหรอกไม่อยากเห็นลูกด้วยโหมดนี้ อะไรที่ทำให้ลูกยิ้มได้ แม่คนนี้ก็จะทำนะลูก
“ครับ คุณเมพอจะช่วยผมใส่เนกไทหน่อยได้ไหมครับ”
“เมว่าคุณกิรัณญ์รอพี่สไตลิสต์เขาดีกว่านะคะ คือ...เมกลัวว่าจะทำไม่ถูกน่ะค่ะ” เมถุนไม่อยากเข้าใกล้กิรัณญ์มากกว่านี้แล้วแค่วันนี้เธอก็รู้สึกสูญเสียพลังงานยิ่งกว่าไปคอนเสิร์ตงานใหญ่ๆ อีก
“แต่ผมตอ..”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เมถุนพึ่งรู้ได้วันนี้ว่าเสียงเคาะประตูเหมือนเสียงสวรรค์อะไรขนาดนี้พี่สไตลิสต์มาแล้วพร้อมกล่าวขอบคุณเมถุนที่ถือเนกไทเข้ามาให้ก่อนจะรีบไปแต่งตัวให้กิรัณญ์
เมถุนกลับมานั่งรอเติมหน้าให้กิรัณญ์ที่เก้าอี้หน้ากระจก ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าทำไมวันนี้หนูกิของเธอถึงดูอยากคุยหรือให้เธอช่วยนั่นนี่อยู่เรื่อยหรือขอสันนิษฐานของเธอจะเป็นจริง
หรือกิรัณญ์รู้แล้วว่าเธอเป็นแฟนคลับของเขาเลยอยากทำดีด้วยอย่างนี้หรอ ก็อาจจะเป็นไปได้ ต้องได้ยินที่เธอคุยกับเจนณิการ์แน่ๆ
หวังว่ากิรัณญ์จะคิดว่าเธอเป็นแค่แฟนคลับธรรมดาๆ นะ ถ้ารู้ว่าเธอเป็นแฟนคลับสาววายสายจิ้นไม่อยากจะคิดสภาพตัวเองเลยว่าจะมองหน้ากิรัณญ์ติดได้ยังไง