อ๊ะ! ทำไมนานวันเข้านายเอกที่เธอรู้จักถึงได้รุกเธอหนักขนาดนี้กันเล่าาาาา!
ชาย-หญิง,ไทย,รัก,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาววายกับนายเอกอ๊ะ! ทำไมนานวันเข้านายเอกที่เธอรู้จักถึงได้รุกเธอหนักขนาดนี้กันเล่าาาาา!
บทที่ 3
วันนี้เมถุนตื่นเช้ามาอย่างสดใสเตรียมพร้อมสำหรับการกดบัตรมีตติ้งที่จะถึงเร็วๆ นี้ แต่พูดถึงการกดบัตรแล้วเมถุนก็แอบหัวเสียอยู่ ดูสิลูกของมี๊ไปทัวร์มีตติ้งมาตั้งหลายประเทศแล้ว แต่ประเทศตัวเองพึ่งมาให้กดบัตร
บ่นๆ ในใจแล้วก็หันมาให้กำลังใจตัวเอง กายพร้อมใจพร้อมเราทำได้เมถุนให้กำลังใจตัวเองก่อนที่จะเปิดคอมแล้วเดินไปหาอะไรกินรองท้อง
เพราะศึกในครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก จำนวนบัตรกับจำนวนแฟนคลับสวนทางกันเหลือเกินอย่างจะถามผู้จัดจริงๆ ไม่สำรวจจำนวนแฟนคลับหน่อยรึยังไงว่าแฟนคลับของ “เตอร์กิ” มีจำนวนมหาศาลขนาดไหน เมได้แต่คิดปลงๆ แต่ก็ฮึดใจสู้ขึ้นมา ก่อนจะรีบโทรหาเพื่อนสาวอย่าง เจน เจนณิการ์ อีกหนึ่งตัวช่วยที่จะมากดบัตรมีตช่วยเธอ
“เพื่อนสาว ไม่ลืมใช่มั้ยว่าวันนี้วันอะไร”
“ไม่ลืมย่ะ นี่ฉันนั่งอยู่หน้าจอคอมแล้วเนี่ย”
“เพื่อนใครเนี่ย น่ารักจัง” เมถุนพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน และถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นหน้าแต่เมถุนก็ยังส่งสายตาปิ๊งๆ ตามสายไป
“เพื่อนรักเพื่อนติ่งของแกไง” เจนณิการ์พูดจบก็ได้แต่หัวเราะออกมา
ครั้งแรกที่เมถุนเข้าไปขอทำความรู้จักกับเจนณิการ์ ตอนนั้นตนยังไม่รู้เลยว่าควรต้องเริ่มต้นติดตามผลงานของศิลปินยังไง ดูซีรีส์จากแอปอะไร หรือสมัครยังไง
เมถุนไปรู้มาว่าเจนณิการ์ชื่นชอบศิลปินอยู่หลายคน หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าติ่งเกือบทุกอย่าง ทั้งบอยแบนด์ เกิร์ลกรุป นักแสดง ไม่ว่าไทยหรือต่างชาติเจนณิการ์รู้หมด เมถุนจึงเข้าไปทำความรู้จักและบอกสิ่งที่ตนต้องการไป
ตอนแรกเจนณิการ์คิดว่าเมถุนเองคงมาชอบแป๊บๆ สักหน่อยก็คงเลิกชอบจึงแนะนำไปเป็นพอพิธี แต่พอนานวันเข้าเจนณิการ์เองก็รับรู้ได้ถึงความชื่นชอบจริงๆ ของเมถุนบวกกับนิสัยที่เข้ากันได้กับตนจึงพัฒนาความสัมพันธ์มาสนิทกันมากขึ้นและคบกันมาจนถึงปัจจุบัน
“โอเค ถ้าได้บัตรแล้วเดี๋ยวพาไปเลี้ยงข้าวนะ”
“ขอบุฟเฟ่ต์ เนื้อเกรดพรีเมียมนะยะ”
“ไม่มีปัญหาย่ะ ขอให้ได้บัตรมา อยากกินอะไรเพื่อนคนนี้จัดให้ แต่อย่าแพงนักนะ ยังต้องเอาเงินไปเปย์ลูกชายอีกเยอะ”
พูดจบทั้งเมถุนและเจนณิการ์ต่างหัวเราะออกมาเพราะเข้าใจกันดีถึงความติ่งความเป็นสาววาย เราอดได้แต่ผู้ชายห้ามอด ยังคงคอนเซ็ปต์นี้คงเส้นคงวาจริงๆ
“ขนาดได้เจอตอนทำงานยังไม่ทำให้ความติ่งลดลงเลยรึยังไง”
“มันคนละพาร์ทกันนี่หน่า ทำงานจะมานั่งหวีดไม่ได้นะเว่ย มันก็ต้องคีพลุคกันหน่อย ถ้าไปกรี๊ดๆ ใส่หน้าเขามีหวัง ฉันโดนไล่ตะเพิดออกจากห้องแน่”
“เออเก่ง แต่ระวังโป๊ะแตกเข้าสักวัน”
“ทุกวันนี้แทบจะไม่ไหวแล้ว” เมถุนนึกถึงตอนที่ตนกลั้นยิ้มแทบไม่ไหวเวลาที่เจอเธียร์เตอร์และกิรัณญ์อยู่ด้วยกัน
“ท่องไว้ๆ เส้นทางทำมาหากิน แถมยังได้อยู่ใกล้ลูกชายอีก”
“ภาวนาอย่าให้หนูกิจับฉันได้แล้วกัน”
“เป็นติ่งที่สู้ชีวิตสุดๆ” เมถุนได้แต่หัวเราะเบาๆ กับสิ่งที่เพื่อนพูด
“โอเคแก แค่นี้ก่อน ฉันขอไปเติมกำลังใจก่อนกดบัตรก่อน ไว้ค่อยคุยกันนะ”
“เคเค”
หลังจากวางสายเมถุนก็นั่งหน้าคอมท่องโลกอินเทอร์เน็ตเสพข่าวของกิรัณญ์ต่อ
หลังจากที่กำลังท่องโลกอินเทอร์เน็ตไปเรื่อยๆ ก็เจอโพสต์หนึ่งที่เป็นแอนตี้ของกิรัณญ์ เมถุนเห็นแล้วได้แต่ถอนหายใจ ไม่เข้าใจเลยว่าทุกครั้งที่มีข่าวเสียหายของดาราหรือนักแสดงคนไหนเกิดขึ้นมาใหม่ ข่าวนี้ของกิรัณญ์จะโดนขุดขึ้นมาเสมอ
ก็แค่คำพูดไม่กี่คำ พี่ๆ แอนตี้คิดว่าเขาจะไม่ให้ปรับปรุงตัวขึ้นบ้างรึยังไง เอาจริงเมถุนก็รู้แหละว่ามันเป็นคำพูดที่ถ้าคนที่อคติก็คงจะไม่ชอบไปเลย
แต่สำหรับเมถุนถ้าเจอนักข่าวมาจี้ถามเรื่องความชอบหรือรสนิยมส่วนตัวโดยเฉพาะเรื่องบนเตียง เป็นเมถุนเองคงด่าไปว่า ส ใส่เกือบไปแล้วแหละ แต่นี่กิรัณญ์แค่บอกว่าไม่ควรแส่นะครับ นักข่าวเล่นพาดหัวข่าวเป็นเดือนๆ
เมถุนเหลือบตามองดูนาฬิกาใกล้เวลาจะได้กดบัตรแล้ว จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
กริ๊งงง งงง
"ฮัลโหลค่ะพี่เอม"
“เม โทษทีนะที่พี่โทรมากวนวันหยุด”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่เอม มีอะไรรึเปล่าคะ”
“เมพอจะว่างมาช่วยงานพี่หน่อยได้มั้ย พอดีน้องในทีมดันท้องเสียนะสิ แล้วคนไม่พอ อีกอย่างงานเร่งด้วยพี่อยากขอแรงเมมาช่วยแต่งหน้าให้หน่อยได้มั้ย”
“ไม่มีคนอื่นที่พอจะไปช่วยได้เลยหรอคะพี่เอม”
“คนอื่นที่พอจะช่วยได้ก็อยู่ต่างจังหวัดกันหมด พี่ไม่รู้จะวานใครแล้วจริงๆ ทั้งๆ ที่เป็นวันหยุดของเมแท้ๆ พี่เลยโทรมารบกวนเมนี่น่ะสิ
เมถุนรู้สึกลำบากใจแต่เข้าใจได้ว่างานที่ตนทำเป็นงานที่ไม่มีกำหนดวันหยุดที่ตายตัว ต้องดูเนื้องานที่รับด้วยว่าถ่ายที่ไหน วันอะไร แม้วันนั้นจะตรงกับเสาร์อาทิตย์ก็ตาม เมถุนก็ยังต้องไปทำงานอยู่ดี
อีกอย่างครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เมถุนโดนตามให้ไปช่วยงานแบบนี้ แต่วันนี้มันวันกดบัตรน่ะสิ เมถุนเลยมีความลังเลในใจนิดหน่อย แต่อีกฝ่ายเป็นพี่ที่เคารพ จะให้ตนใจร้ายไม่ไปช่วยงานได้ยังไง แต่เอาวะไปช่วยงานพี่เอมก่อน ยังมียัยเจนช่วยกดบัตรให้เผื่ออนิสงฆ์ผลบุญทำให้กดบัตรมีตได้อย่างง่ายๆ
“ได้ค่ะพี่เอม ให้เมไปเจอที่ไหนคะ”
“สตูดิโอแถว รังสิตนะ เดี๋ยวพี่ส่งโลเคชั่นให้อีกที”
“โอเคค่ะพี่เอม”
“ขอบคุณมากนะเม ไว้เจอกันจ้ะ”
หลังจากวางสายจากเอมอร เมถุนรีบกดโทรหาเจนณิการ์ทันทีด้วยความร้อนใจ
“ยัยเจน! ฉันฝากความหวังไว้ที่แกนะ ฉันกดบัตรไม่ได้แล้วอะ พี่เอมตามตัวให้ไปช่วยงาน”
“เห้ย จริงดิ นี่ฉันต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวหรอเนี่ย” ปลายสายส่งเสียงงอแงออกมา
“ทำไงได้วะ พี่เขาคงต้องการคนจริงๆ ไม่งั้นไม่คงไม่โทรมาหาวันหยุดแบบนี้หรอก”
“เออๆ เดี๋ยวจัดการให้ แต่แกเผื่อใจไว้หน่อยนะ เพราะขนาดสองคนรอบก่อนยังชวดเลย”
“แค่แกกดให้ฉันก็ดีใจแล้ว ฝากด้วยนะฉันต้องรีบไปแล้ว”
เมถุนวางสายแล้วได้แต่ถอนหายใจมองหน้าจอคอมที่ตั้งเป็นรูปของลูกชายแล้วได้แต่เปรยขึ้นมาเบาๆ ว่า มี๊ไปทำงานก่อนนะลูก ขอให้เพื่อนมี๊กดบัตรง่ายๆ นะ สาธุ ก่อนที่เมถุนจะปิดคอมแล้วรีบไปแต่งตัวแล้วออกไปทำงาน
เมถุนขับรถมาถึงสตูดิโอแห่งหนึ่งย่านรังสิต เมื่อจอดรถเสร็จเมถุนก็เก็บของเตรียมตัวลงจากรถแต่หางตาเหลือบไปเห็นกิรัณญ์กำลังยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่หน้าทางเข้าสตูดิโอ
หญิงสาวรูปร่างสูงราว 170 เซนติเมตรหุ่นเหมือนนางแบบผมยาวถูกมัดรวบขึ้นใบหน้าเรียวสวยดวงตาเฉี่ยวคมเป็นผู้หญิงที่สวยมากถ้าเธอไปยืนเทียบก็คงเทียบไม่ติด ด้วยส่วนสูงมาตรฐานของเธอแค่ 158 เซนติเมตร บวกกับหน้าตาธรรมดาๆ ไม่มีจุดเด่นตรงไหน อย่าคิดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบเลยถ้าไปยืนข้างๆ เธอคงดูเป็นคนแคระแน่นอน
มองไปสักพักก็ยังเห็นทั้งสองยืนคุยกันอยู่ไม่มีท่าทางว่าจะเลิกคุยง่ายๆ ถ้าเมถุนจะรอให้สองคนนี้ออกไปจากตรงนี้เองเธอคงไปหาพี่เอมช้าแน่ๆ
ตัดสินใจได้เมถุนก็รีบเปิดประตูลงจากรถและรีบก้าวขาเดินผ่านคนทั้งสองเข้าสตูอย่างเร็ว ด้วยหวังว่ากิรัณญ์จะไม่ทันสังเกตเห็นตน ขณะก้าวเดินก็แอบเหลือบสายตาไปมองที่กิรัณญ์ก็แค่อยากเห็นสักนิดหน่อยแต่เพียงแค่ปรายตาไปนิดเดียวก็เผลอสบตาเข้ากับกิรัณญ์ เมถุนทำตาโตแล้วรีบก้มหน้ารีบเดินผ่านทั้งสองคนไป
ถึงแม้เมถุนจะทำงานนี้มาได้ 3 ปีแล้วแต่ทุกครั้งที่เจอกิรัณญ์ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นไม่หาย ความชอบไม่เคยลดลงมีแต่เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เมถุนผลักประตูเข้าไปในห้องห้องหนึ่งตามที่พี่เอมไลน์มาบอก ด้วยความที่มาที่สตูแห่งนี้อยู่หลายครั้งทำให้เมถุนพอจะรู้จักที่ทางอยู๋บ้าง
“อ้าวเม มาถึงแล้วหรอ พี่เอมฝากให้พี่บอกเมว่าถ้ามาถึงแล้วรอแต่งหน้าของคุณกิรัณญ์ได้เลยนะ”
“อะไรนะคะ? ให้เมแต่งหน้าให้คุณกิรัณญ์หรอคะ” เมถุนถามออกไปด้วยความตกใจ ก็จริงอยู่ที่ตนเคยแต่งหน้าให้กิรัณญ์แต่ครั้งนั้นเมถุนรู้ล่วงหน้าและทำใจมาก่อน พอต้องมาแต่งให้แบบกะทันหันแบบนี้เมถุนเลยตกใจนิดหน่อย ไม่นิดหรอก ตกใจมากเลยล่ะ
“ใช่ๆ จะให้พี่เอมแยกร่างแต่งให้ทั้งคุณเธียร์เตอร์ทั้งคุณกิรัณญ์ก็ไม่ได้ใช่ปะล่ะ พี่คนอื่นๆ ก็ไปแต่งหน้าให้นายแบบคนอื่นแล้ว เหลือเรานั่นแหละ” พี่กิ๊บช่างทำผมจากทีมแต่งหน้าของพี่เอมพูดพลางเก็บอุปกรณ์แต่งหน้าลงกระเป๋าก่อนจะสะพานกระเป๋าขึ้นบ่า
“แล้วพี่กิ๊บจะไปไหนหรอคะ” เมถุนรีบถามเมื่อเห็นว่าพี่กิ๊บกำลังจะเดินออกจากห้องไป
“เดี๋ยวพี่แวะเอาของไปให้พี่เอมก่อน แล้วพี่จะเข้ามาช่วยเราอีกที เดี๋ยวพี่มานะ” เอ้า ปล่อยกันไว้งี้เลย ได้แต่ส่ายหน้าแล้ววางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรหาเจนณิการ์
“เป็นไงบ้างแก กดทันมั้ย” เมถุนถามด้วยความตื่นเต้นในใจภาวนาขอให้เพื่อนกดบัตรได้ทัน
“เม ขอโทษทีว่ะ” น้ำเสียงหงอยๆ ตามสายมาเมถุนก็รู้ทันทีว่าเพื่อนของตนคงกดบัตรไม่ได้
“ไม่เป็นไรเว้ย ขอบคุณมากนะที่กดให้อ่ะ” เมถุนได้แต่ทำใจตอบเสียงหงอยๆ ออกไปจะว่าเพื่อนก็ไม่ได้ก็การแข่งขันมันสูงขนาดนี้ พูดแล้วก็โมโหผู้จัดจัดให้หลายๆ วันฮอลล์ใหญ่ๆ หน่อยก็ไม่ได้
“ฉันอยากจะบ้ากว่าจะเข้าหน้าเว็บได้ช้าเป็นเต่าเลย พอเข้าได้บัตรขึ้น โซลเอาท์ซะงั้น พูดแล้วโมโห”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มีคนโมโหแทนขนาดนี้แล้วฉันโกรธไรไม่ลงเลย” เมถุนขำกับสิ่งที่เจนณิการ์ว่ามา
“เออเม ฉันมีเรื่องจะบอกแกอีกเรื่อง”
“อืมว่า เรื่องไรอ่ะ”
“ไอ้ที่พูดมาทั้งหมดอ่ะ ฉันล้อเล่น ฮ่าๆๆ”
“กรี๊ดดดด แสดงว่าได้บัตรใช่มั๊ย แกไม่ได้หลอกกันนะ” ถามออกมาด้วยความตื่นเต้น
“อันนี้ไม่หลอก แต่อันแรกอะหลอก” เจนณิการ์พูดออกมาแบบขำๆ ก็กะจะเซอร์ไพรส์เพื่อนสักหน่อยแต่ไม่คิดว่าเพื่อนจะเศร้าจนฟังเสียงยังรู้เลยว่าน้ำตาตกในแล้ว
“แกล้งแบบนี้หัวใจฉันจะวาย ถ้าฉันไม่ได้ไปงานมีต ไม่ได้ไปเจอหนูกิฉันต้องตายแน่ๆ”
“แกพูดเหมือนแกไม่ได้เจอเขางั้นแหละ ทำงานด้วยกันออกจะบ่อย”
“ก็มันคนละฟิลนี่หว่า เขานั่งให้ฉันแต่งหน้าเฉยๆ แต่ไม่ได้เสิร์ฟโมเมนต์ให้ฉันฟินสักหน่อย” เมถุนพูดคุยกับเจนณิการ์ต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะขอวางสายเพราะต้องรีบมาจัดเตรียมอุปกรณ์ไว้แต่งหน้าแต่
ระหว่างที่กำลังหันหลังมาหยิบกระเป๋าสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างร่างหนึ่งที่กำลังยืนพิงขอบประตูอยู่ เมถุนตกใจทำตัวไม่ถูกรีบหลบสายตาแล้วครุ่นคิดว่ากิรัณญ์เข้ามาตั้งแต่ตอนไหนได้ยินที่เธอพูดรึเปล่า ก่อนจะหันไปถามกิรัณญ์ว่า
“คุณกิรัณญ์เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“ทำไมครับคุณเมถุนมีอะไรที่ไม่อยากให้ผมได้ยินหรือเปล่า” กิรัณญ์สบตากับเมถุนพร้อมกับยกยิ้มขึ้นเบาๆ ก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอกและมองเมถุนอย่างจับผิด เมถุนทำตัวไม่ถูกได้แต่ลอบกลืนน้ำลายแล้วส่งยิ้มให้แบบฝืนๆ