ชาย-หญิง,รัก,ดราม่า,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สิเรียมสั่งให้ดวงกมลจัดการติดต่อเลขาของท่านเจ้าสัวอภิวัฒน์เพื่อนัดเวลาเข้าพบท่าน เพื่อแจ้งเรื่องคนที่เธอเลือกจะแต่งงานด้วย โชคดีเหลือเกินที่ท่านบอกให้สิเรียมเข้าไปหาภายในเย็นนี้ได้เลย เพราะท่านรู้ว่าสิเรียมคงร้อนใจ จากเหตุการณ์ที่ถูกผู้ถือหุ้นปลดออกจากตำแหน่ง บีบบังคับให้เธอต้องรีบเลือกคู่แต่งงานให้ตัวเอง แต่ไม่ว่าเธอจะเลือกใคร ท่านอภิวัฒน์มั่นใจว่าหลานของท่าน จะดูแลหลานสาวของเพื่อนสนิทได้
หลังเลิกงานเวลาหกโมงครึ่ง สิเรียมให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านของท่านอภิวัฒน์ทันที เธอมั่นใจในการตัดสินใจตัวเอง และจะไม่เปลี่ยนใจ สิเรียมเลือกธาตุตรี และจะคุยเรื่องข้อตกลงกับเขาให้ได้
หญิงสาวเดินเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลวรจักร ที่นี่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจากเมื่อครั้งที่เธอได้มาเยี่ยมเยียนเมื่อยังเด็ก อากงของเธอชอบมาเล่นหมากรุกที่นี่ บางครั้งก็พาเธอติดสอยห้อยตามมาด้วย อากงวัฒน์ใจดีกับเธอเสมอมา ท่านมักจะมอบของขวัญให้เธอตามโอกาสพิเศษ หรือแม้แต่เวลาที่เธอมากับอากง ท่านก็จะให้ค่าขนมติดไม้ติดมือกลับไปเสมอ
“สวัสดีค่ะคุณสิเรียม คุณผู้ชายกำลังรออยู่ค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ” สาวใช้ออกมาต้อนรับ และนำทางเธอไปพบท่านเจ้าสัว
“ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบา แล้วเดินตามสาวใช้ไป
เพียงไม่นานนัก สิเรียมก็เดินมาถึงหน้าห้องทำงานของผู้อาวุโส สาวใช้เปิดประตูให้เธอแล้วผายมือเชิญให้เธอเข้าไป
สิเรียมเดินเข้าไปภายในห้องทำงานเงียบ ๆ เธอพบเจ้าของบ้านนั่งรออยู่ที่โซฟา พร้อมกับอาม่ากรองทอง ท่านทั้งสองส่งยิ้มให้เธอ หญิงสาวอดประหม่าไม่ได้ที่ต้องมาพบพวกท่านตามลำพังแบบนี้ ไม่หนำซ้ำยังมาพบเพื่อคุยเรื่องแต่งงานกับหลานชายของท่านอีก เธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย แม้บรรยากาศจะดูอบอุ่น เพราะผู้อาวุโสทั้งสองยิ้มแย้มต้อนรับเธอด้วยความเต็มใจก็ตาม
“สวัสดีค่ะอากง อาม่ากรองทอง” หญิงสาวยกมือไหว้ ท่านทั้งสองรับไหว้
สิเรียมเห็นแจกันลายครามที่อากงมอบให้กับเพื่อนสนิท บัดนี้ท่านนำมาประดับตกแต่งห้องทำงานของท่านแล้ว หญิงสาวอดคิดถึงอดีตเจ้าของแจกันนี้ไม่ได้ แต่ก็ดีใจที่บัดนี้แจกันลายครามได้มาอยู่กับคนที่จะดูแลมันได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้กับเจ้าของเดินอย่างอากงไฉของเธอ
“นั่งก่อนสิหนูเรียม คุณแม่บ้าน ชงชาคาโมมายล์เสิร์ฟให้คุณสิเรียมหน่อย” คุณกรองทองเอ่ยขึ้น
“ขอบคุณค่ะ” สิเรียมนั่งลงแล้วถอนหายใจเบา ๆ เพื่อเป็นการเตรียมใจในการเริ่มต้นการสนทนาที่ค่อนข้างสร้างความลำบากใจให้กับเธอ
“เลขาแจ้งอากงมา หนูเรียมเลือกได้แล้วใช่ไหม เอาล่ะ บอกอากงมา หนูอยากแต่งงานกับใคร” ท่านอภิวัฒน์ถามตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม สิเรียมขยับนั่งตัวตรง
“ใช่ค่ะ เรียมเลือกคุณธาตุตรี วรจักร ค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยความมั่นใจ
“ตายแล้ว!”
คุณกรองทองอุทานออกมา เธอยกมือทาบอกด้วยความตกใจ แม้ท่านอภิวัฒน์จะไม่เปล่งเสียง แต่ท่านก็อ้าปากค้างอยู่เหมือนกัน
“ไม่ได้เหรอคะ...” หญิงสาวถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของท่านทั้งสองคนที่ดูตกใจ
“หนูเรียมมั่นใจแล้วใช่ไหม ที่เลือกเจ้าตรี” ท่านอภิวัฒน์ถามย้ำ
“มั่นใจค่ะ” หญิงสาวพยักหน้า “หรืออากงวัฒน์ไม่เห็นด้วยที่เรียมเลือกคุณธาตุตรีคะ”
“ตรีน่ะลูก” อาม่ากรองทองเป็นคนพูดขึ้น “เขาไม่เหมือนคนอื่น แถมตอนนี้พี่เขาก็ไปทำธุรกิจอยู่ที่ดูไบ อาม่าว่า...”
“ไม่เป็นไรค่ะ เรียมก็ยังยืนยันในสิ่งที่เรียมเลือกนะคะ ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง เรียมก็จะแต่งงานกับเขาค่ะ” หญิงสาวพูดแทรกขึ้น
เธอไม่อยากรู้สักนิดว่าธาตุตรี วรจักรเป็นคนแบบไหน นิสัยใจคอเป็นอย่างไร เธอไม่จำเป็นต้องรู้จักเขาเลยก็ได้ เพียงแค่แต่งงาน มีลูก แล้วหย่า ก็จบกัน เธอจะหลับหูหลับตาไม่สนใจเรื่องที่เขาทำ ผู้หญิงที่เขาคบ หรือแม้แต่นิสัยของเขา เธอก็ไม่ต้องการรู้
“ตกลงหนูเรียมเลือกธาตุตรีใช่ไหม”
ในเมื่อหญิงสาวยังคงยืนกราน ท่านอภิวัฒน์ก็ไม่ขัด เพราะท่านเป็นคนพูดเองว่า ไม่ว่าสิเรียมจะเลือกใคร ท่านจะจัดการให้
“ค่ะ เรียม...” หญิงสาวลังเล เธอไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เธอถูกปลดจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่เธอตัดสินใจเลือกคู่แต่งงานเร็วแบบนี้
“อย่างที่อากงคงพอจะทราบ เรียมถูกปลดจากตำแหน่ง อาเจ็กไฉขึ้นเป็นรักษาการแทนในตำแหน่งของเรียม เรียมคิดว่าเรียมคงรอช้าไม่ได้ ต้องเรียนตรง ๆ ว่าเรียมไม่ได้อยากมีงานเลี้ยงใหญ่โตอะไร แค่ยกน้ำชากับผู้ใหญ่ และจดทะเบียนสมรสก็พอแล้ว ตอนนี้เรียมอยากได้ตำแหน่งของเรียมคืนให้เร็วที่สุด ก่อนที่อาเจ๊กกับเฮียฟาน จะลงมือทำอะไรกับบริษัทของอากง”
ท่านอภิวัฒน์มองหน้าสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สิเรียมมาพร้อมแผนในใจ และมองเกมนี้ในเชิงธุรกิจ เธอจึงเร่งรัดการแต่งงานถึงเพียงนี้
“อากงไม่ขัดข้อง ชัดเจนแบบนี้ก็ดีแล้ว เวลาแค่สองเดือนจัดงานแต่งงานใหญ่ ๆ ไม่ทันหรอก ยกน้ำชา และจดทะเบียนสมรส ก็พอแล้วสำหรับสถานการณ์อย่างนี้ กงรู้ว่าหนูเรียมคงร้อนใจเรื่องตำแหน่ง และงานที่บริษัท แต่หนูเรียมไม่ต้องกังวล ยังมีอากงอยู่ทั้งคนนะลูก” ท่านอภิวัฒน์บอกกับหญิงสาว สิเรียมมีสีหน้าหม่นลงแล้วยกมือขึ้นไหว้ผู้อาวุโส
“เรียมขอโทษนะคะ ที่เห็นแก่ตัว แต่เรียมจำเป็นจริง ๆ ค่ะ เพราะเงื่อนไขที่เรียมจะได้ทุกอย่างคือแต่งงานกับหลานของอากง เรียมจำเป็นต้องเร่งเขาและวรจักรค่ะ”
อาม่ากรองทองลุกขึ้นมาหาหญิงสาว แล้วก้มลงโอบกอดสิเรียมเอาไว้ ท่านไม่ได้พูดอะไร เพียงมอบอ้อมกอดอบอุ่นนี้ เพราะท่านเข้าใจดีว่า สิเรียมกำลังต่อสู้กับอะไร และต่อสู้เพื่อใครอยู่
“วรจักรเรา พร้อมจะยืนเคียงข้างหนูเรียมเสมอนะลูก อาม่าดีใจที่หนูเรียมยินดีแต่งงานกับหลานชายของอาม่า จากนี้ไปทำใจให้สบาย ที่เหลือปล่อยให้อากงวัฒน์จัดการให้นะ” คุณกรองทองบอกกับหญิงสาว
สิเรียมหลับตาลงซึมซาบกับอ้อมกอดอันอบอุ่นที่อาม่ากรองทองมอบให้
ในตอนนี้เธอเหมือนนักรบที่บาดเจ็บสาหัส แต่ต้องแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ยืนหยัดในสนามรบด้วยดาบเดียวให้ได้ ทั้งที่เลือดโทรมกาย บาดแผลเหวอะหวะทั้งตัว เธอต้องเข้มแข็งทั้งที่แรงกาย แรงใจอ่อนล้า
“ใช่ อากงจะจัดการให้เอง” ท่านมองหญิงสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู
หวนนึกถึงสิเรียมเมื่อยังเล็ก เด็กหญิงผมเปีย ท่าทางเรียบร้อย ที่มักจะติดตามเพื่อนสนิทมาหาท่านอยู่บ่อยครั้ง
บัดนี้เติบโตเป็นหญิงสาว และกำลังจะเป็นหัวเรือใหญ่ของณุกูรกิตที่เพื่อนของท่านสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ท่านอภิวัฒน์จะทำทุกวิถีทาง เพื่อช่วยให้สิเรียมได้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมา
“ขอบคุณอากง กับอาม่ามากนะคะ ที่เมตตาเรียม เรียมเองก็ไม่มีใคร” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นพูดกับอาม่าที่กอดเธอ
“ไม่มีใครอะไร บ้านวรจักรยังต้อนรับหนูเรียมเหมือนเดิม มาเถอะ อาม่าจะหาอะไรให้กิน คงยังไม่ได้กินข้าวมาใช่ไหมลูก” คุณกรองทองประคองสิเรียมให้ลุกขึ้น
อีกนัยหนึ่งก็เพื่อไม่ให้หญิงสาวปฏิเสธเรื่องที่ท่านจะพาไปรับประทานอาหาร สิเรียมผอมบางเป็นทุนเดิม ยิ่งมาเจอเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ก็ยิ่งทำให้เธอผอมบางยิ่งขึ้นไปอีก คุณกรองทองก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ทั่วไป ที่เป็นห่วงเรื่องอาหารการกิน สุขภาพพื้นฐาน ท่านจึงชวนหญิงสาวไปกินข้าว ทิ้งสามีไว้ลำพังเพราะรู้ว่าท่านคงอยากติดต่อไปยังบ้านลูกชายคนโต เพื่อแจ้งข่าวสิเรียม
สุทัศน์วางสายโทรศัพท์ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขาข่มความกลุ้มใจเอาไว้ไม่อยู่จนภรรยาสังเกตเห็น กานดาเดินมาหาสามีที่ดูมีเรื่องไม่สบายใจด้วยความเป็นห่วง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ คุณ” กานดา ภรรยาของสุทัศน์เอ่ยถาม เขาถอนหายใจออกมาหนักหน่วง แล้วหันไปจับมือภรรยา
“ผมจะเรียกตรีกลับเมืองไทยยังไงดี หนูเรียมเลือกเจ้าตรีเป็นเจ้าบ่าว” เขาเงยหน้าถามภรรยา กานดายกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ
“โธ่เอ๊ย! หนูเรียม วรจักรมีตั้งสี่คน ทำไมนะลูก” กานดารู้นิสัยลูกชายของเธอดี ธาตุตรีคงไม่ยอมง่าย ๆ แน่ เธอไม่อยากคิดถึงการต่อต้านที่ลูกจะทำกับสิเรียม
“คงต้องปรึกษาคิน” สุทัศน์นึกถึงลูกชายคนเล็ก
“หรือเราจะขอคุยกับหนูเรียม แล้วเสนอคินให้แต่งงานกับเธอดีคะคุณ” กานดาเสนอกับสามี สุทัศน์ครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง เขาส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ยุติธรรมกับคิน พอแล้ว อย่าทำเหมือนลูกเป็นตัวสำรองไว้คอยแก้ปัญหาของตรีเลย คราวนี้ผมจะบังคับตรีให้ได้”
ตลอดเวลาที่ผ่านมา สุทัศน์คิดว่าคีรีตามแก้ปัญหาให้พี่ชายมามากพอแล้ว คราวนี้เขาจึงอยากให้ธาตุตรีรับผิดชอบเรื่องของตัวเองบ้าง แม้จะไม่เต็มใจ แต่เป็นความจำเป็นที่วรจักรจะต้องช่วยณุกูรกิต ธาตุตรีต้องเสียสละ
“งั้นให้คินไปตามตรีกลับมาดีไหมคะ ตรีรักคินมาก น่าจะยอมน้อง” ภรรยาพูดขึ้นเมื่อคิดออก
“นั่นสิ งั้นเอาตามนี้แล้วกัน ขอผมโทรหาคินก่อนนะ”
สุทัศน์ไม่รอช้า เขารีบโทรหาลูกชายคนเล็กเพื่อบอกเรื่องสำคัญ แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้ ในคราวแรก คีรีออกตัวว่าจะแต่งงานแทนพี่ชาย บอกกับสุทัศน์ว่า ไม่จำเป็นต้องติดต่อธาตุตรี ทว่าเขาไม่ยอม สุทัศน์ปฏิเสธลูกชายคนเล็ก และยืนยันให้คีรีทำหน้าที่ไปตามพี่ชายกลับมา
คีรีวางสายจากคุณพ่อที่โทรมาแจ้งข่าวสำคัญ เขาทรุดนั่งลงบนโซฟา หลังส่งข้อความให้เลขาจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว
เขานั่งนิ่งอยู่แบบนั้นนานนับชั่วโมง ระหว่างนั้นก็คิดหาวิธีช่วยพี่ชาย ไม่ให้ต้องถูกจับคลุมถุงชน
คีรีทำราวกับเป็นโปรแกรมปกป้องพี่ชายอัตโนมัติ เพียงรู้ว่าพี่ชายจะต้องเดือดร้อน เขาก็มาคิดไม่ตกเสียแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป คีรียกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เขาเสียเวลานานนับชั่วโมงคิดหาวิธีช่วยพี่ตรี หากแต่มีเพียงวิธีเดียวที่เขาจะช่วยพี่ชายได้
“ต้องไปเจรจากับสิเรียม”
คีรีเช็กอีเมล พบว่าเลขาจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้เขาเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องวีซ่า เพราะคีรีทำวีซ่าของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เอาไว้ และต่ออายุการใช้งานอยู่เสมอ พรุ่งนี้เขาไม่มีเวลาไปเจอหญิงสาว เพราะต้องบินไฟล์เช้า
“จองตั๋วเวลานี้ ไม่มีเวลาไปคุยกับสิเรียมด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างหงุดหงิด นึกต่อว่าตัวเองที่รีบให้เลขาจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินที่เร็วที่สุดให้
คีรีไม่มีทางเลือกนอกจากสั่งให้เลขาหาเบอร์ติดต่อสิเรียมมาให้ เขาเดินอยู่ในห้องนอนภายในคอนโดราวกับหนูติดจั่น ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าเลขาจะตอบกลับมา พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ของสิเรียม ณุกูรกิต
คีรีไม่รอช้า เขารีบต่อสายหาหญิงสาวทันที แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาจนสี่ทุ่มกว่าแล้ว เขารู้ว่าเสียมารยาท แต่ถ้าเขาได้เจรจากับเธอ แล้วเธอตกลง เขาจะได้ยกเลิกตั๋วเครื่องบินได้ทัน
ไม่นานนัก ปลายสายก็รับสาย
(สิเรียมพูดค่ะ) เสียงหวานเรียบนิ่งดังขึ้น
“คีรีครับ ขออภัยที่ติดต่อมาดึกดื่นขนาดนี้ แต่ผมอยากเจรจากับคุณสิเรียม” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สิเรียมที่อยู่ปลายสายขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
(คุณคีรี วรจักรเหรอคะ) เธอถาม
“ครับ ผมทราบเรื่องที่คุณเลือกพี่ชายผมแล้ว ผมถึงอยากมาเจรจากับคุณ” เขาบอกจุดประสงค์
(เจรจาเรื่องอะไรคะ)
“คุณเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นผมแทนได้ไหมครับ ผมจะแต่งงานกับคุณแทนพี่ตรีเอง” คีรีเสนอ เขาภาวนาให้เธอตอบรับขอเสนอของเขาแต่โดยดี
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง คีรีรู้ว่าสิเรียมคงกำลังใช้ความคิดอยู่ เขาเองก็ไม่ได้เร่งให้เธอตัดสินใจ เพียงถือสายรออยู่เงียบ ๆ
(คุณคีรีน่าจะดีใจสิ ที่ดิฉันไม่ได้เลือกคุณเป็นเจ้าบ่าว ทำไมล่ะคะ คุณถึงเสนอตัวแต่งงานกับดิฉันแทนพี่ชาย) หญิงสาวพูดขึ้นหลังจากที่เงียบไปสักพัก คีรีอึ้งไปกับคำพูดของเธอ
นั่นสิ... เขาควรจะดีใจหรือเปล่านะ ที่คราวนี้... เขารอดพ้นจากการบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ
แล้วทำไมนายถึงดิ้นรนล่ะคิน หรือนายเคยชินกับการทำอะไรแทนพี่ตรี
ทำไมนายไม่คิดถึงตัวเองบ้าง
ทิศา ทิศิษ ไม่มีใครอยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้เลยสักคน ถึงขั้นโทรมาบ่นกับเขาทั้งคู่ ทิศาถึงขั้นถามหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่พอจะไปบนบานศาลกล่าว เพื่อให้รอดพ้นจากการเสี่ยงมาลัยของสิเรียม
แล้วทำไมเขาถึงอยากออกตัวนักล่ะ...
คีรีตอบคำถามของสิเรียมไม่ได้
(คุณคีรียังอยู่ไหมคะ กรุณาตอบคำถามดิฉันด้วยค่ะ) สิเรียมถามกลับมาอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงได้สติกลับคืนมา
“ผม ผม...” ราวกับมีก้อนแข็ง ๆ จุกอยู่ที่คอของคีรี เขาพูดไม่ออก ทั้งคิดไม่ออกในเวลาเดียวกัน
(คุณคีรี คุณอยากเจรจากับดิฉัน แต่ไม่ทราบเหตุผลที่ตัวเองอยากแต่งงานกับดิฉันแทนพี่ชาย คุณรู้ไหมคะว่า คุณรบกวนเวลาพักผ่อนของดิฉันอยู่ คุณควรจะเตรียมคำพูด หรือเหตุผลมาให้ดีก่อนโทรหาดิฉัน) สิเรียมตำหนิมาตามสาย คำพูดของเธอตอกใส่เขาตรง ๆ ไม่อ้อมค้อน หรือมีความเกรงใจต่อกัน
“พี่ตรีไม่อยากแต่งงานกับคุณหรอก” ชายหนุ่มพูดโพล่งออกมา สิเรียมหัวเราะหึเบา ๆ อยู่ในสาย
(หรือคุณอยากแต่งงานกับดิฉันล่ะคะ ดิฉันได้ยินมาว่าคุณทิศาญาติคุณ ถึงขนาดไปบนพระพรหมให้แคล้วคลาดจากดิฉัน พวกคุณทุกคนไม่มีใครอยากแต่งงานกับดิฉันหรอกค่ะ ดิฉันเองก็เหมือนกัน แต่ดิฉันจำเป็น และเคารพในการเลือกของตัวเอง เพราะฉะนั้น ดิฉันขอปฏิเสธข้อเสนอของคุณคีรี)
คีรีพูดไม่ออกสักคำ ได้แต่อ้าปากค้างอยู่แบบนั้น เพราะสิ่งที่สิเรียมพูดล้วนแต่เป็นความจริง
ผิดเสียแต่ว่าเขาไม่ได้คิดว่าอยากหรือไม่อยากแต่งงานกับเธอ
“ครับ ที่คุณพูดมาก็ถูก แต่ผมเกรงว่าพี่ชายของผมจะต่อต้าน จึงออกตัวมาแทนเขา อย่างน้อยคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องแต่งงาน และได้รับมรดกตามข้อกำหนดในพินัยกรรม”
(นั่นเป็นเรื่องที่วรจักรต้องจัดการให้ดิฉันค่ะ ไม่ต้องมาคิดแทนดิฉันว่าจะกังวล เพราะดิฉันไม่ได้ขัดข้องกับเงื่อนไขนี้ แต่เป็นวรจักรเอง เพราะฉะนั้นวรจักรต้องรับผิดชอบ ถูกต้องไหมคะ)
“นี่ไง ผมกำลังรับผิดชอบอยู่!” ชายหนุ่มพูดขึ้นเสียงดัง
(เป็นหน้าที่ของคุณเหรอคะ) สิเรียมถามกลับมาอย่างใจเย็น ราวกับกำลังสนุกที่ได้กวนโมโหเขา
“ไม่ใช่” เขาตอบเสียงเบา
(ค่ะ คนที่ต้องรับผิดชอบคือคนที่ดิฉันเลือก อากงวัฒน์บอกให้ดิฉันเป็นคนเลือกพวกคุณเอง ถ้าท่านเสนอคุณให้ดิฉันแต่แรก เจ้าบ่าวของดิฉันก็คงเป็นคุณ ไม่ใช่คุณธาตุตรี)
“ครับ”
(เข้าใจแล้วใช่ไหมคะ เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมารับผิดชอบ) คำพูดของสิเรียมราวกับหมัดหนัก ๆ ที่กระแทกเข้าที่สมองของคีรี
ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมารับผิดชอบ
พี่ตรีต้องจัดการเอง...
“แล้วคุณจะไม่เสียใจเหรอ ที่เลือกพี่ชายผม เขา...ไม่ใช่คนที่คุณจะอยู่ด้วยได้ง่าย ๆ นะ”
(ขอบคุณสำหรับความห่วงใยนะคะ แต่ดิฉันไม่ได้คิดจะอยู่กับพี่ชายคุณ เขาจะเป็นยังไงดิฉันไม่สนใจค่ะ ดิฉันเองก็มีข้อเสนอเรื่องการแต่งงานจะต่อรองกับเขาเหมือนกัน ไม่ต้องเป็นห่วงว่า จะต้องอยู่กับดิฉันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร) สิเรียมตอบอย่างเย็นชา จนทำให้คีรีที่ได้ฟังตกใจกับคำตอบของเธอเหมือนกัน
ผู้หญิงอะไร ไร้หัวใจขนาดนี้
ชายหนุ่มนึกต่อว่าเธอ แต่ไม่ได้พูดออกมา
(คุณคีรีมีอะไรจะเจรจาต่อรองกับดิฉันอีกไหมคะ) หญิงสาวถามขึ้น หลังจากที่ชายหนุ่มเงียบไป
“ไม่มี ขออภัยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณนะครับ” เขาตอบเพียงเท่านั้น เธอก็ตัดสายไปโดยไม่บอกลาสักคำ
คีรีลดโทรศัพท์ที่ถือแนบหู เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อคิดทบทวนถึงคำพูดของผู้หญิงคนนั้น ทุกคำพูดไม่ต่างจากการถูกด่าว่าเขายุ่งเรื่องของเธอ แต่เถียงไม่ได้สักคำ เพราะสิเรียมพูดความจริง
“พี่ตรี คราวนี้ผมช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะ ผู้หญิงคนนี้เขาเอาจริง” ชายหนุ่มรำพันกับตัวเอง
หลังจากนั้นคีรีจึงทำการเก็บกระเป๋า เพื่อเดินทางไปหาพี่ชายที่ดูไบ เขาเลือกที่จะไม่โทรไปบอกธาตุตรีก่อน เพราะอยากไปคุยต่อหน้าให้รู้เรื่อง อีกทั้งยังอยากเล่าเรื่องที่เขาคุยกับสิเรียมให้พี่ชายฟัง เธอบอกว่าเธอเองก็มีข้อเสนอในการแต่งงานให้กับพี่ตรี และเธอเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่กับพี่ตรี นั่นหมายถึงสิเรียมเองก็คงเตรียมแผนของตัวเองเอาไว้เหมือนกัน อยู่ที่พี่ชายของเขาจะยอมหรือไม่ก็เท่านั้น
คนรักอิสระอย่างพี่ตรี จะยอมมาลงเอยกับผู้หญิงไร้หัวใจอย่างสิเรียมไหม หรือจะต้องเกิดเรื่องใหญ่โต เหมือนอย่างตอนที่คุณพ่อจะให้พี่ชายของเขาสืบทอดกิจการต่อ
คีรีทำได้เพียงตั้งคำถาม คำตอบก็คงอยู่กับพี่ชายของเขา เหมือนอย่างทุกที
สิเรียมมองโทรศัพท์ในมือด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เธอรับรู้ได้ถึงกระแสการต่อต้านของผู้ชายจากวรจักรผ่านการสนทนากับคีรี การกระทำของอากงไฉ กำลังบีบบังคับให้พวกเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่พวกเขาไม่ต้องการ
เธอเองก็ไม่ต่างอะไรจากลูกบอล คนนู้นเตะไปทางนั้นที คนนี้เตะไปทางนี้ที ไม่รู้ว่าจะมีใครพร้อมจะแต่งงานกับเธอด้วยความเต็มใจ
แล้วจะมาถามหาความรักจากสมการนี้...
ตลกสิ้นดี
จะมาหาว่าสิเรียมไม่มีหัวใจไม่ได้
ในเมื่อไม่มีใครต้องการเธอ เธอก็จะแต่งงานเพียงระยะสั้น ๆ รั้งเขาคนนั้นไว้กับเธอให้น้อยที่สุด เพียงเธอบรรลุจุดประสงค์ เธอจะไม่รบกวนพวกวรจักรอีกเลย
ส่วนเรื่องลูก... หากเขาไม่อาจมีสัมพันธ์กับเธอได้ ด้วยเหตุผลใดก็ตาม เธอจะไม่ฝืนใจทั้งตัวเองและเขา จะใช้วิทยาทางการแพทย์เพื่อให้มีลูก อาจจะต้องรบกวนเขา... เพื่อขออสุจิที่แข็งแรง แต่เธอจะไม่ร้องขอให้เขารับรองเด็กเป็นบุตร หรือต้องมารับผิดชอบเลี้ยงดูเด็กที่เกิดมา
ทุกอย่างเธอจะจัดการเอง โดยมีข้อแม้เพียงให้เด็กคนนี้ได้เป็นคนของณุกูรกิตก็พอ...