กู้หมัว เคยถูกคนที่ไว้ใจที่สุดสังหาร เมื่อได้รับโอกาสหวนคืน ศิลปินหนุ่มจึงต้องสืบหาตัวฆาตกรในอดีต คนที่เขาสงสัยว่าเป็นฆาตกร... อาจเป็นคนเดียวกับคนที่กอดเขาไว้ในคืนที่สิ้นลม

พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น - ตอนที่ 3 อสรพิษสีเงิน โดย Argenteus @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,อาชญากรรม,เกิดใหม่,จีน,รัก,มาเฟีย,วายจีนโบราณ,วาย,วายพีเรียด,ศิลปิน,พู่กันอสรพิษ,นิยายจีน ,จีนโบราณ,เกิดใหม่,ย้อนเวลา,พระเอกคลั่งรัก,พระเอกหล่อ,นายเอกเก่ง,ดรามา,โรแมนติก,สัตว์เลี้ยง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,อาชญากรรม,เกิดใหม่,จีน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

มาเฟีย,วายจีนโบราณ,วาย,วายพีเรียด,ศิลปิน,พู่กันอสรพิษ,นิยายจีน ,จีนโบราณ,เกิดใหม่,ย้อนเวลา,พระเอกคลั่งรัก,พระเอกหล่อ,นายเอกเก่ง,ดรามา,โรแมนติก,สัตว์เลี้ยง

รายละเอียด

พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น โดย Argenteus @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

กู้หมัว เคยถูกคนที่ไว้ใจที่สุดสังหาร เมื่อได้รับโอกาสหวนคืน ศิลปินหนุ่มจึงต้องสืบหาตัวฆาตกรในอดีต คนที่เขาสงสัยว่าเป็นฆาตกร... อาจเป็นคนเดียวกับคนที่กอดเขาไว้ในคืนที่สิ้นลม

ผู้แต่ง

Argenteus

เรื่องย่อ

ภาพที่เคยหยุดเพราะความตาย ครั้งนี้เดินต่อได้เพราะชีวิต กู้หมัว เคยถูกคนที่ไว้ใจที่สุดสังหาร เมื่อได้รับโอกาสหวนคืน ศิลปินหนุ่มจึงต้องสืบหาตัวฆาตกรในอดีต แต่เซี่ยเหิง ผู้นำกลุ่มมาเฟีย กลับก้าวเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง ชายผู้ถือครองอำนาจมืดทั้งเมือง ผู้ที่ไม่เคยยอมปล่อยเขาไป ชายที่ปกป้องเขาอย่างไร้เหตุผล และมองเขาด้วยสายตาแห่งการโหยหา คนที่เขาสงสัยว่าเป็นฆาตกร... อาจเป็นคนเดียวกับคนที่กอดเขาไว้ในคืนที่สิ้นลม

สารบัญ

พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 1 รสขมในจอกชา,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 2 คนที่ข้าไว้ใจที่สุด,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 3 อสรพิษสีเงิน,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 4 ลูกค้าชื่อเซี่ยเหิง,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 5 ทำไมท่านถึงดีกับข้านัก,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 6 ฝนตกวันนั้น,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 7 ข้าเคยเรียกท่านแบบนั้นหรือ,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 8 พยัคฆ์สีนิล,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 9 ชานี้ข้าเคยดื่มหรือ,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 10 คนที่อยู่ข้างเขามาตลอด,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 11 ภาพที่ข้าไม่เคยเห็น,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 12 ท่านวาดรูปไม่เป็นจริง ๆ,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 13 ข้าไม่อยากพลาดอีกครั้ง,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 14 มีคนใช้ชื่อของเขา,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 15 สามตัวนี้เข้าข้างใครกันแน่,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 16 ทางเดินที่ข้าไม่เคยจำ,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 17 ท่านจำเรื่องของข้าได้ทุกอย่างเลยหรือ,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 18 มือของข้ารู้จักมัน,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 19 คืนที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 20 ข้าฝันว่าตัวเองตาย,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 21 ชาที่ข้าไม่ควรดื่ม,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 22 สิ่งที่เราไม่พูด,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 23 ถ้าคืนนี้ข้าตายอีกครั้ง,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 24 ความตายครั้งที่สอง,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 25 ความทรงจำที่กลับมา ,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 26 เราจะตามเขาไป,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 27 เพราะข้ารู้จักท่านดีที่สุด,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 28 หลังจากรอดตาย,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 29 คราวนี้ข้าจะไม่ปล่อยมือ,พู่กันอสรพิษ The Serpent's Brush หวนคืนครานี้ เขาจำรัก ข้าจำแค้น-ตอนที่ 30 ภาพที่วาดจนจบ

เนื้อหา

ตอนที่ 3 อสรพิษสีเงิน

เครื่องประดับที่พันอยู่รอบข้อมือของกู้หมัวเริ่มผิดปกติตั้งแต่สองสามวันก่อนหน้า

ปกติมันจะนิ่งอยู่กับที่ตลอดวัน ผิวสัมผัสเรียบเย็นเหมือนหยกชั้นดีที่แนบสนิทไปกับผิวหนัง ขยับเพียงเบาๆ ตามจังหวะลมหายใจของเขาเท่านั้น แต่ช่วงนี้กลับกระสับกระส่ายผิดวิสัย บางครั้งรัดแน่นขึ้นจนรู้สึกได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือ บางครั้งกลับเย็นเยียบเสียดผิวเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ราวกับกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่างที่เขาฟังไม่ออก กู้หมัวลูบปลายนิ้วผ่านผิวเรียบลื่นนั้นเบา ๆ หลายครั้งระหว่างวัน สัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดที่ไม่เหมือนหยกแท้ แต่ก็ไม่พบเหตุผลใดที่ชัดเจน

เย็นวันหนึ่งใกล้พลบค่ำ กู้หมัวออกจากร้านไปหาซื้อกระดาษเนื้อบางสำหรับงานวาดภาพที่ใกล้จะหมด เส้นทางไปตลาดที่เขาเดินจนคุ้นทุกซอกมุมยามนี้เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านเป็นครั้งสุดท้ายก่อนร้านค้าต่าง ๆ จะทยอยปิด เสียงพ่อค้าตะโกนขายถ่านดังแข่งกับเสียงคนขายสมุนไพรตากแห้งที่วางเรียงกันเป็นแผงยาว กลิ่นดินแห้งปนกลิ่นใบไม้แห้งลอยคละกันในอากาศ ร้านขายกระดาษที่เขาตั้งใจมาซื้อของตั้งอยู่ถัดจากร้านขายหมึกและพู่กันไม่กี่ห้อง คนหาบของเดินสวนไปมาไม่ขาดสาย บ่าแบกคานไม้ไผ่ที่โยกตามจังหวะฝีเท้า ร้านเล็ก ๆ ริมทางผูกผ้าแดงผืนโตไว้หน้าร้านเป็นสัญลักษณ์ให้คนเดินผ่านรู้ว่านี่คือที่ขายสุรา

กู้หมัวเดินผ่านแผงขายเครื่องเขียนแผงหนึ่ง สายตาแวบไปเห็นชุดพู่กันวางเรียงอยู่ในกล่องไม้เปิดฝา ด้ามไม้ขัดมันหลายขนาดจัดวางลดหลั่นกันอย่างมีระเบียบ ปลายขนพู่กันแต่ละด้ามแน่นเป็นทรงสวยงามราวกับไม่เคยผ่านการใช้งาน เป็นชุดที่ทำมาสำหรับงานพู่กันหมึกโดยเฉพาะ เขามองอยู่ครู่หนึ่งด้วยความชื่นชม ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหยุดนิ่งอยู่ที่ตลับเล็ก ๆ วางอยู่ถัดไปบนแผงเดียวกัน

ฝาตลับเปิดแง้มไว้ เผยให้เห็นผงสีครามเข้มอัดเป็นก้อนอยู่ภายใน สีเข้มลึกราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์ เมื่อแสงตะเกียงข้างแผงต้องเข้า ผิวของมันกลับระยิบระยับเป็นประกายจาง ๆ เหมือนมีเศษดาวเล็ก ๆ ปนอยู่ในเนื้อสี

กู้หมัวไม่รู้ตัวว่าเท้าหยุดเดินไปแล้ว มือขยับเข้าใกล้อย่างไม่ทันคิด ก่อนจะชะงักอยู่ห่างจากผอบนั้นเพียงคืบ ไม่กล้าแตะ

"คุณชายตาถึงนัก" คนขายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงภูมิใจ เห็นสายตาที่จับจ้องอยู่นานผิดปกติ "นี่คือผงลาพิสลาซูลี ที่บดจากแร่หายากจากแดนไกล ต้องขนข้ามทะเล และภูเขามาหลายลูกกว่าจะถึงมือได้สักส่วนหนึ่ง ว่ากันว่าหนักเท่ากัน ราคายังสูงกว่าทองคำเสียอีก"

กู้หมัวไม่ได้ตอบทันที สายตายังคงจับจ้องที่เนื้อสีนั้นราวกับถูกดึงดูดโดยไม่มีเหตุผล เขาเองก็อธิบายไม่ถูกว่าเหตุใดสีครามสีหนึ่งจึงทำให้ใจเต้นแรงผิดปกติเช่นนี้ ไม่ใช่ความอยากได้แบบที่ศิลปินอยากได้สีสวยๆ ไปใช้งาน แต่เป็นความรู้สึกลึกกว่านั้น เหมือนมีบางส่วนในตัวเขาที่โหยหาสีนี้มานานแล้วโดยไม่รู้ตัว

"ราคาเท่าใดขอรับ" เขาถามเบา ๆ ทั้งที่รู้ตัวว่าไม่ควรถาม

คนขายบอกราคามาตัวเลขหนึ่ง กู้หมัวชะงักไปครู่หนึ่ง นั่นเป็นราคาที่เกินกำลังของช่างวาดภาพธรรมดาคนหนึ่งจะจ่ายได้โดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง

"คุณชายจะเอาสักหน่อยไหม แบ่งขายได้เหมือนกัน" คนขายเสนอ เมื่อเห็นเขาทำท่าทีลังเล

กู้หมัวส่ายหน้าช้า ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น "ข้าแค่ดู เอาไว้มีเงินก่อนค่อยว่ากัน" เขาตอบเรียบ ๆ เสียงเดียวกับที่เคยตอบเรื่องพู่กันด้ามอื่นมาหลายครั้ง แต่คราวนี้มือที่ถอยกลับมากลับรู้สึกหนักกว่าที่ควรจะเป็น เหมือนกำลังทิ้งบางสิ่งที่สำคัญไว้ข้างหลัง

เขาเดินจากไปโดยไม่ได้ซื้อ แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็อดหันกลับไปมองตลับสีครามนั้นอีกครั้งไม่ได้ แสงตะเกียงยังคงต้องผิวของมันจนส่องประกายอยู่เช่นเดิม กู้หมัวสะบัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปยังร้านขายกระดาษที่ตั้งใจมาแต่แรก

หลังจากซื้อของเสร็จ ท้องฟ้ามืดลงกว่าเดิม แสงตะเกียงตามร้านรวงทยอยจุดขึ้นทีละดวง กู้หมัวเดินกลับทางเดิมโดยเลือกตัดผ่านตรอกเล็ก ๆ ทางลัดใกล้กว่า เป็นเส้นทางที่เขาเดินผ่านมาหลายครั้งจนไม่คิดว่าจะมีอะไรผิดปกติ

จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังมาเร็วผิดจังหวะ

กู้หมัวหันไปมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนมีแรงกระชากที่แขนเสื้อดึงเขาเข้าไปในความมืดของกำแพงตรอก มือหยาบกร้านปิดปากเขาไว้ ลมหายใจร้อนรนของคนแปลกหน้ากระทบใบหน้า กู้หมัวรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ข้อมือฉับพลัน ไม่ใช่ความเจ็บจากถูกจับ แต่เป็นความรู้สึกเหมือนบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วใต้แขนเสื้อ

เกล็ดสีขาวไหลออกจากแขนเสื้อเป็นทางยาวในพริบตา ลำตัวเรียวยาวพันรอบแขนของคนร้ายแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาสีเขียวเล็กเรืองแวววาวอยู่ในความมืด ก่อนที่หัวของมันจะพุ่งฉกกัดลงหนึ่งครั้งตรงข้อมือ

เสียงร้องอุทานหลุดออกมาจากปากคนร้าย มือที่ปิดปากกู้หมัวคลายลงทันที ร่างนั้นทรุดเซถอยหลังไปชนกำแพง แขนข้างที่ถูกกัดเริ่มชาไปทั้งแขน อ่อนแรงลงจนยืนไม่มั่นคง แต่ยังหายใจอยู่ไม่ถึงตาย

กู้หมัวถอยหลังไปชนกำแพงอีกด้าน หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเอง มือขวากดลงบนแขนเสื้อซ้ายที่ยังพันด้วยงูขาวเกล็ดเรียบเนียนนั้น

"ซูเจิน..." เขาพูดเบาๆ เสียงสั่นเล็กน้อย "อย่ากัดเขาอีก"

งูขาวคลายตัวช้าๆ เลื้อยกลับขึ้นมาพันรอบข้อมือกู้หมัวตามเดิม เหมือนได้ยินเสียงเจ้าของแล้วยอมทำตาม ทว่ายังคงชูหัวเกร็งตัวนิ่งเหมือนพร้อมจะจู่โจมอีกครั้งหากจำเป็น

คนร้ายที่พิงกำแพงอยู่ครางเบาๆ ก่อนจะทรุดลงนั่งกับพื้น แขนข้างที่ถูกกัดชาจนขยับไม่ได้ ใบหน้าซีดลงในความมืด กู้หมัวยังไม่ทันตัดสินใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อ เสียงฝีเท้าอีกชุดหนึ่งก็ดังขึ้นจากปากตรอก

"เกิดอะไรขึ้น"

เฉินกุ้ยเดินเข้ามาในตรอกด้วยท่าทางรวดเร็วผิดจากภาพสุภาพเรียบร้อยที่กู้หมัวเคยเห็นตอนกลางวัน ชายเสื้อคลุมสะบัดตามจังหวะก้าว สายตาที่กวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดในพริบตาเดียวคมกริบกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับคนทำบัญชี

"ท่านเฉินกุ้ย" กู้หมัวเอ่ยด้วยความประหลาดใจ ลมหายใจยังไม่ทันเรียบ

"ท่านเยี่ยหมัว ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่" เฉินกุ้ยเข้ามาใกล้ทันที มือหนึ่งประคองแขนกู้หมัวไว้ สายตากวาดตรวจดูตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหาบาดแผล ก่อนจะหันไปมองคนร้ายที่นั่งอยู่กับพื้นแขนชาไปทั้งข้าง แล้วเหลือบไปเห็นงูขาวที่ยังพันอยู่รอบข้อมือกู้หมัว

เฉินกุ้ยพยักหน้าเข้าใจอะไรบางอย่างทันทีที่เห็นทั้งงูและร่องรอยเล็ก ๆ ที่ข้อมือคนร้าย เขาเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังนึกทบทวนบางอย่าง ก่อนจะหันมาสบตากู้หมัวอีกครั้ง สีหน้ากลับมาสงบเรียบร้อยเช่นเดิม เหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ

"มันไม่ได้ทำร้ายท่านใช่หรือไม่" เฉินกุ้ยถามอีกครั้ง สายตาเหลือบไปที่แขนเสื้อซ้ายของกู้หมัวแวบหนึ่งก่อนจะละไป

"ไม่ขอรับ มันเป็นของข้าเอง" กู้หมัวรีบพูดขึ้น เสียงยังไม่นิ่งเต็มที่ มือขวากุมแขนซ้ายไว้อย่างระวัง "มันแค่ตกใจแทนข้า"

เฉินกุ้ยพยักหน้าไม่ถามซ้ำ ราวกับเรื่องคนมีงูพันข้อมือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา "เช่นนั้นข้าจะให้คนพาเขาไปส่งหมอก่อน" เขาส่งเสียงเรียกคนที่รออยู่ปากตรอกให้เข้ามาช่วยจัดการ ทั้งท่วงท่าและจังหวะสั่งการดูเป็นธรรมชาติจนกู้หมัวอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่ดูแลบัญชีให้เซี่ยเหิงจะคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร

"ท่านเฉินกุ้ยมาทำอะไรแถวนี้หรือ" กู้หมัวถามขึ้นเมื่อคนของเฉินกุ้ยพาคนร้ายออกไปแล้ว

"ข้าเพิ่งเสร็จธุระให้ท่านเซี่ย" เฉินกุ้ยตอบเรียบๆ ไม่ได้ขยายความ "เดินผ่านมาพอดี ได้ยินเสียงจึงแวะดู"

กู้หมัวพยักหน้ารับคำตอบนั้นโดยไม่ได้คิดอะไรมาก แม้จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่คนของสมาคมม่อเซียวจะเดินอยู่ในตรอกเล็กๆ แบบนี้ยามค่ำคืน

"ท่านแน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ" เฉินกุ้ยถามอีกครั้ง

"ไม่เป็นไรขอรับ แค่ตกใจ" กู้หมัวยิ้มบางๆ ให้ความมั่นใจ

เฉินกุ้ยพยักหน้า ยื่นแขนออกมาประคอง "เช่นนั้นให้ข้าพาท่านกลับร้านเถิด ตรอกนี้ค่ำแล้วไม่ปลอดภัย"

กู้หมัวไม่ได้ปฏิเสธ ปล่อยให้เฉินกุ้ยพยุงแขนพากลับไปตามทางที่มาจากตลาด ตลอดทางเฉินกุ้ยเงียบผิดปกติ ไม่ได้พูดคุยเรื่อยเปื่อยเหมือนตอนเช้าวันแรกที่พบกัน สายตาของเขาเหลือบมองแขนเสื้อของกู้หมัวเป็นระยะโดยไม่ให้สังเกตเห็นชัด ราวกับกำลังคิดคำนวณบางอย่างอยู่ในใจ

ถึงหน้าโรงน้ำชาถิงเฟิง แสงตะเกียงจากภายในส่องผ่านบานประตูไม้ที่เปิดค้างไว้เป็นทางกว้าง เสียงคนคุยกันเบาๆ จากโต๊ะสองสามโต๊ะที่ยังไม่กลับ กลิ่นชาอุ่นๆ ลอยปนกับกลิ่นถ่านจากเตาในครัว

"ถึงแล้ว" เฉินกุ้ยปล่อยแขนกู้หมัวเมื่อเข้ามาถึงหน้าประตู "พักผ่อนให้เพียงพอเถิด"

"ขอบคุณท่านเฉินกุ้ยขอรับ" กู้หมัวค้อมศีรษะให้ "ถ้าไม่ได้ท่าน ข้าคงลำบากมากกว่านี้"

เฉินกุ้ยยิ้มให้เบาๆ "เรื่องเล็กน้อยอย่าใส่ใจเลย" น้ำเสียงกลับมาสุภาพเรียบร้อยเหมือนที่เคยได้ยินตอนเช้าวันนั้น ราวกับความรวดเร็วเฉียบขาดเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น เขาค้อมศีรษะลาแล้วเดินจากไปในความมืด

กู้หมัวยืนมองแผ่นหลังนั้นจนลับตา ก่อนจะก้าวเข้าประตูร้าน มือขวายังคงกุมแขนซ้ายไว้เบาๆ ราวกับต้องการความมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี

"กู้หมัว"

เสียงเรียกดังขึ้นจากบันไดชั้นบน เจ้หลิวเดินลงมาพอดี ชุดสีแดงเข้มแซมชมพูบานเย็นสว่างจ้าตัดกับแสงตะเกียงสีอุ่นของร้าน ปิ่นทองประดับดอกไม้บนผมที่เกล้าสูงสั่นไหวตามจังหวะฝีเท้า พัดในมือลายนกนางแอ่นโบกสะบัด สีสันของเธอทำให้บรรยากาศทั้งร้านที่กำลังจะเงียบสงบลงยามค่ำกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นทันที

"เจ้าไปไหนมาถึงเพิ่งกลับ" เจ้หลิวเดินเข้ามาใกล้ สายตากวาดมองกู้หมัวจากหัวจรดเท้าอย่างรวดเร็ว "หน้าตาดูซีดนะ เป็นอะไรไปหรือ"

"ไม่มีอะไรหรอกเจ้" กู้หมัวยิ้มให้ พยายามให้เสียงฟังดูปกติ "แค่เดินเร็วไปหน่อย"

เจ้หลิวมองเขาอยู่ครู่หนึ่งเหมือนจะไม่เชื่อทั้งหมด เพียงปิดพัดแปะลงฝ่ามือ"งั้นก็ดี" เธอเปลี่ยนเรื่องทันที "เจ้าต้องรีบพักผ่อนแล้วล่ะ พรุ่งนี้แขกคนสำคัญจะมาถึงแล้วนะ"

กู้หมัวเลิกคิ้วเล็กน้อย "แขกคนสำคัญ?"

"ท่านเซี่ยเหิงไงล่ะ" เจ้หลิวยิ้มเจ้าเล่ห์ กางพัดออกอีกครั้งพัดให้ตัวเองเบา ๆ "พรุ่งนี้เขาจะมาให้เจ้าวาดภาพด้วยตัวเองแล้ว เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ อย่ามัวแต่คิดเรื่องอื่น"

คำพูดนั้นทำให้ภาพความวุ่นวายในตรอกเมื่อครู่จางหายไปจากหัวกู้หมัวชั่วขณะ แทนที่ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่าที่อธิบายไม่ถูก เขานึกถึงชื่อสองคำที่ปลายพู่กันหยุดค้างอยู่นานผิดปกติเมื่อไม่กี่วันก่อน

เซี่ยเหิง

"ข้าเตรียมพร้อมอยู่แล้วขอรับ" เขาตอบเบาๆ พยายามให้เสียงฟังดูมั่นใจกว่าที่รู้สึกอยู่ในใจ

เจ้หลิวยิ้มพอใจ พยักหน้าก่อนหันหลังเดินกลับไปจัดการงานในร้านต่อ กู้หมัวยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

ใต้แขนเสื้อ ซูเจินขยับตัวเล็กน้อย เขาก้มมองมัน ก่อนจะนึกถึงชื่อสองคำที่วนอยู่ในหัวมาตลอดหลายวัน

เซี่ยเหิง

พรุ่งนี้...เขาจะได้พบคนผู้นั้นแล้ว