ในราชสำนักปลายราชวงศ์หมิงอันวุ่นวาย อ๋องเย่ว่หลิงผู้สูงศักดิ์เย็นชาแต่แฝงเสน่ห์มรณะ พบกับ หลานจิ้งซูบัณฑิตหนุ่มงดงามดั่งดอกบัวแรกแย้ม จากความบังเอิญในการช่วยชีวิตสู่การครอบครองที่ทั้งโหดร้ายและลึกซึ้ง
รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยายวาย,นิยายวายจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,18+,nc,nc18++,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ราคะแห่งราชวงศ์ (The Lotus of Forbidden Fate)ในราชสำนักปลายราชวงศ์หมิงอันวุ่นวาย อ๋องเย่ว่หลิงผู้สูงศักดิ์เย็นชาแต่แฝงเสน่ห์มรณะ พบกับ หลานจิ้งซูบัณฑิตหนุ่มงดงามดั่งดอกบัวแรกแย้ม จากความบังเอิญในการช่วยชีวิตสู่การครอบครองที่ทั้งโหดร้ายและลึกซึ้ง
ราคะแห่งราชวงศ์ (The Lotus of Forbidden Fate)
“ดอกบัวขาวต้องห้าม... ถูกหยกอันตรายครอบครองด้วยราคะซาดิสต์ข้ามชาติภพ”
เกริ่นนำ
ในราชสำนักปลายราชวงศ์หมิงที่เต็มไปด้วยการเมืองวุ่นวาย สงครามชายแดน และการทรยศจากภายใน...
ฉือเย่ว่หลิง อ๋องผู้สูงศักดิ์ รูปงามดั่งหยกแกะสลัก เย็นชาแต่แฝงเสน่ห์อันตราย เก่งกาจทั้งกลยุทธ์และฝีมือดาบ กลับหลงใหลอย่างไม่อาจห้ามใจใน
หลานจิ้งซู บัณฑิตหนุ่มงดงามดั่งดอกบัวแรกแย้ม ผู้มาจากตระกูลตกอับแต่มีปัญญาเฉียบแหลมและหัวใจซื่อสัตย์
จากความบังเอิญช่วยชีวิตกลางทาง... กลายเป็นการครอบครองที่ดุเดือดและลึกซึ้ง NC แรงซาดิสต์หลายระดับ ตั้งแต่บังคับข่มขืน ลงโทษด้วยความเจ็บปวด ไปจนถึงความอ่อนโยนที่เต็มเปี่ยมด้วยรัก
ต่างชนชั้น การสอบขุนนาง การเมืองภายในราชสำนัก สงครามชายแดน การทรยศจากพี่ชาย และหักมุมชาติภพครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนทุกอย่าง
แนว: จีนโบราณเข้มข้น BL ดราม่าโรแมนติก ต่างชนชั้น NC แรงหลายระดับ หักมุมหลายชั้น Happy Ending แบบสมบูรณ์
“ดอกบัวขาวที่ถูกห้ามแตะต้อง กลับกลายเป็นดอกไม้แห่งราชบัลลังก์ที่เบ่งบานเคียงข้างหยกอันตราย”
..สุสาส์นราคะ..
มีรายตอนทั้งหมด 30 ตอน (ติดเหรียญตอนที่10)
EBOOK: MEB/ARNBOOK/PINTO/DEKDEE/PLOTELLER (ลดราคา11% 09.09-11.11)
1. พิเศษท้ายตอนทุกตอน
2. ตอนพิเศษท้ายเล่ม
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
ในวังหลวงอันเงียบสงัดยามค่ำคืน ดั่งดวงใจที่ถูกบดขยี้ด้วยพันธนาการแห่งชะตา ดอกบัวขาวที่ถูกพายุฝุ่นพัดพา ยังคงสั่นไหวด้วยหยาดน้ำค้างแห่งราคะแรกแย้ม ผู้ใดล่วงล้ำ ย่อมถูกไฟปรารถนากลืนกินทั้งกายและวิญญาณ แต่ความใกล้ชิดยิ่งลึกซึ้ง ชะตาก็ยิ่งพันร้อยใยที่ไม่อาจถอนราก...
ราคะแห่งราชวงศ์ (The Lotus of Forbidden Fate)
“ดอกบัวขาวต้องห้าม... ถูกหยกอันตรายครอบครองด้วยราคะซาดิสต์ข้ามชาติภพ”
แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษบางของห้องพักรับรองในจวนอ๋องเย่ว่หลิง หลานจิ้งซูตื่นขึ้นด้วยความเจ็บแสบที่ไหล่ซ้าย บาดแผลถูกพันผ้าไหมสีขาวสะอาดเอี่ยม กลิ่นยาหอมเย็นยังคละคลุ้งทั่วห้อง เขาลุกนั่งมองรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก—ห้องอันโอ่อ่าที่ตกแต่งด้วยโคมไฟแก้วสีแดงทอง โต๊ะไม้จันทน์แกะสลักลวดลายมังกรและฟีนิกซ์ ผ้าไหมปูพื้นนุ่มนวลราวก้อนเมฆ และภาพวาดม้วนยาวที่บรรยายฉากภูเขาน้ำตกอันงดงามจากตำนานโบราณ
“ข้า... อยู่ที่ไหนกัน?” เขาพึมพำ ก่อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ดวงตาคมกริบและมือที่อบอุ่นของท่านอ๋องผู้สูงส่ง
ประตูไม้ถูกผลักเปิดเบาๆ กุ้ยหลงผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงความเย็นชาเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเช้า “ท่านบัณฑิตตื่นแล้วหรือ? ท่านอ๋องสั่งให้ข้าดูแลท่านอย่างดีที่สุด วันนี้ท่านอ๋องจะมาพบด้วยตนเองหลังจากถวายงานราชสำนัก”
หลานจิ้งซูรีบลุกขึ้นโค้งคำนับ “ขอบพระทัยท่านผู้มีพระคุณมากนัก ข้าน้อยเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ไม่สมควรได้รับการปฏิบัติเช่นนี้...”
กุ้ยหลงยิ้มมุมปาก “ท่านอ๋องไม่เคยช่วยใครโดยไร้เหตุผล ท่านบัณฑิต... จงระวังตนเองด้วย”
อาหารเช้าประกอบด้วยโจ๊กข้าวเจ้าเนื้อนุ่ม หอมหัวใหญ่ตุ๋น และขนมไหว้พระจันทร์ไส้เมล็ดบัวหวานละมุน หลานจิ้งซูกินด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งซาบซึ้ง ทั้งหวาดเกรงต่อฐานะอันสูงส่งของผู้ช่วยเหลือ
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่สง่างามก็ดังขึ้น ฉือเย่ว่หลิงเดินเข้ามาในชุดราชสำนักสีครามเข้มปักลายมังกรเงิน ผมยาวถูกรวบด้วยปิ่นหยก ใบหน้าที่งามดั่งหยกแกะสลักยังคงนิ่งสงบ แต่ดวงตาคมกริบนั้นฉายประกายสนใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาของหลานจิ้งซู
“บาดแผลเป็นอย่างไร?” อ๋องเย่ว่หลิงถามตรงๆ นั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์ตรงข้าม
“ดีขึ้นมากแล้วเพคะท่านอ๋อง ข้าน้อยไม่รู้จะตอบแทนพระคุณอย่างไร...” หลานจิ้งซูตอบ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความซื่อสัตย์ที่ทำให้อ๋องรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ในอก
อ๋องเย่ว่หลิงโบกมือ “ไม่ต้องตอบแทน ข้าเพียงทำตามใจตนเอง เจ้ากำลังจะไปสอบจอหงวนใช่หรือไม่? เมืองหลวงในยามนี้เต็มไปด้วยอันตรายทั้งจากโจรผู้ร้ายและจาก... การเมืองภายใน”
เขาพูดพลางยื่นตำราหนึ่งเล่มให้ ตำราที่หายากเกี่ยวกับกลยุทธ์ราชการและข้อสอบเก่า “ศึกษามันก่อนสอบสามวัน ข้าจะส่งคนคอยคุ้มกันเจ้าไปยังที่พักนักศึกษา”
หลานจิ้งซูรับตำราด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย “ท่านอ๋อง... ท่านเมตตาเหลือเกิน ข้าน้อยจากตระกูลตกอับ ไม่สมควรได้รับความช่วยเหลือเช่นนี้”
“สมควรหรือไม่ ข้าตัดสินเอง” อ๋องเย่ว่หลิงตอบ นิ้วมือของเขาสัมผัสปลายนิ้วของหลานจิ้งซูโดยบังเอิญ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง หลานจิ้งซูหน้าแดงก่ำ รีบถอนมือกลับแต่หัวใจเต้นแรงราวกลองรบ
ตลอดวันนั้น อ๋องเย่ว่หลิงอยู่กับเขาในจวน คุยเรื่องตำรา กลยุทธ์ และสภาพบ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายด้วยพระราชโอรสองค์โต ฉือเย่ว่หยวน ผู้ซึ่งโลภอำนาจและกำลังกดดันเหล่าขุนนางต่ำต้อย หลานจิ้งซูแสดงปัญญาเฉียบแหลมในการวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ทำให้อ๋องเย่ว่หลิงยิ้มน้อยๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
“เจ้ามีหัวใจที่ซื่อสัตย์และสมองที่ปราดเปรื่อง... หากสอบผ่าน ข้าจะเสนอชื่อเจ้าให้ราชสำนัก” อ๋องกล่าว
ยามเย็น ทั้งสองเดินเล่นในสวนหย่อมของจวน กลิ่นดอกบัวจากบ่อน้ำลอยคละคลุ้ง ใบไม้สีแดงทองร่วงหล่นตามสายลม ฉือเย่ว่หลิงหยุดยืนข้างหลานจิ้งซู มองดอกบัวขาวที่เพิ่งผลิบาน
“ดอกบัว... งามแต่เปราะบาง ต้องอาศัยน้ำใสและดินดีจึงจะรอดพ้นพายุได้” เขาพูดเบาๆ สายตาจับจ้องใบหน้าของหลานจิ้งซูมากกว่าดอกไม้
หลานจิ้งซูรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่อันตราย “ท่านอ๋อง... ข้าน้อยเป็นเพียงดอกหญ้าธรรมดา ไม่ควรอยู่ใกล้หยกอันประเสริฐเช่นท่าน”
อ๋องเย่ว่หลิงหันมามองเขาเต็มตา มือยกขึ้นแตะแก้มที่เย็นเฉียบของชายหนุ่มเบาๆ “แล้วหากข้าต้องการให้ดอกหญ้านั้น... กลายเป็นส่วนหนึ่งของข้าเล่า?”
บรรยากาศเงียบสงัดลง มีเพียงเสียงน้ำไหลและหัวใจที่เต้นรัวของทั้งคู่ หลานจิ้งซูตัวสั่น แต่ไม่ถอยหนี ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยามถูกรักษาบาดแผลกลับยิ่งรุนแรงขึ้น
ค่ำคืนนั้น หลังอาหารเย็นอันโอรสา อ๋องเย่ว่หลิงเชิญหลานจิ้งซูมาที่หอหลังคาเพื่อศึกษาตำราเพิ่มเติม แสงเทียนส่องสว่างห้องอันอบอุ่น กลิ่นธูปหอมกรุ่นลอยคละคลุ้ง ทั้งสองนั่งใกล้กันจนไหล่แทบจะชน
ขณะที่หลานจิ้งซูกำลังอ่านตำรา อ๋องเย่ว่หลิงเอื้อมมือไปจัดเส้นผมที่ตกปรกหน้าผากของเขา นิ้วสัมผัสผิวเนียนละเอียด หลานจิ้งซูชะงัก หันมามองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงและเขินอาย
“ท่านอ๋อง...”
“อย่าขยับ” อ๋องเย่ว่หลิงกระซิบใกล้หู เสียงทุ้มต่ำแผงความปรารถนาที่เริ่มก่อตัว “เจ้ามีกลิ่นหอม... หอมดั่งดอกบัวกลางคืน”
ความใกล้ชิดยิ่งทำให้อากาศร้อนระอุ หลานจิ้งซูรู้สึกถึงลมหายใจร้อนของอ๋องที่รดต้นคอ ตัวเขาสั่นเทาแต่ไม่ผลักไส ความดึงดูดที่ไม่อาจอธิบายได้กำลังดึงทั้งคู่เข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ
อ๋องเย่ว่หลิงก้มลงใกล้ จมูกแทบจะแตะแก้มนุ่ม “หากเจ้าไม่อยาก... บอกข้าเดี๋ยวนี้”
แต่หลานจิ้งซูกลับนิ่งเงียบ ริมฝีปากแดงระเรื่อสั่นไหวเล็กน้อย...
ธูปหอมกรุ่นในหอหลังคา กลิ่นบัวขาวซ่อนไว้ในใจ หยกเย็นสัมผัสกลีบอ่อน ราคะแรกแย้มยังมิอาจดับ ชะตาพันร้อยใยใกล้ชิด ยิ่งดึงดันยิ่งลึกซึ้ง พายุแห่งใจ ใกล้จะถาโถมในคืนนี้...
..สุสาส์นราคะ..