เมื่อเตชินท์นายตำรวจหนุ่มผู้มีอนาคตไกลดันมาตกหลุมรักจอมโจรตัวฉกาจหรือเจ้าอาชญากรรมแห่งการปล้นเพชร เกมการไล่ล่าจึงเปลี่ยนไปเป็นเกมรักสุดโรแมนติกที่เขาเองก็ไม่อาจหาคำตอบให้ตัวเองได้...
ชาย-ชาย,โรแมนติก,บู๊,สืบสวนสอบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
แสงไฟสปอตไลต์นับสิบดวงสาดส่องขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง คืองานนิทรรศการอัญมณีระดับโลกที่รวมเอาสมบัติล้ำค่าจากทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดง แต่สิ่งที่เป็นไฮไลต์และดึงดูดสายตาทุกคู่ในค่ำคืนนี้กลับเป็น "ดวงตาสวรรค์" เพชรน้ำหนึ่งสีใสบริสุทธิ์ขนาดร้อยกว่ากะรัตที่ประเมินมูลค่าไม่ได้
ท่ามกลางผู้คนในชุดสูทสากลและชุดราตรีหรูหรา ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลสีกรมท่ากำลังยืนกอดอก สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไม่ละสายตา เขาคือ ร้อยตำรวจเอก เตชินท์ นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลผู้ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้มาดูแลความปลอดภัยของเพชรเม็ดนี้โดยเฉพาะ
"ผู้กองครับ ระบบรักษาความปลอดภัยทุกอย่างพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ เลเซอร์อินฟราเรด กระจกกันกระสุนหนาสามชั้น และระบบเซนเซอร์น้ำหนักใต้แท่นวาง ไม่มีทางที่ใครจะเข้าใกล้ในระยะหนึ่งเมตรได้โดยไม่โดนสัญญาณเตือนแน่นอนครับ"
จ่าสิบตรี สมชาย ลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
เตชินท์พยักหน้ารับเบา ๆ แต่หัวใจของเขากลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เพชรดวงตาสวรรค์ที่หมุนอยู่บนแท่นกระจกอย่างช้า ๆ
"อย่าประมาทไปสมชาย นายก็รู้ว่าเรากำลังรับมือกับใคร"
เตชินท์เอ่ยเสียงเรียบ ต่ำ และจริงจัง
"จอมโจรเงาจันทร์ งั้นหรือครับผู้กอง ? แต่ผมว่าต่อให้มันมีปีกบินได้หรือล่องหนได้ เจอกับระบบรักษาความปลอดภัยระดับเพนตากอนแบบนี้เข้าไป ก็คงต้องยอมล่าถอยแหละครับ"
"คนอย่างมัน... ยิ่งยาก ยิ่งท้าทาย"
เตชินท์กล่าวพลางนึกถึงแฟ้มคดีหนาเตอะในห้องทำงาน จอมโจรเงาจันทร์เป็นอาชญากรไร้ร่องรอยที่ไม่เคยทิ้งหลักฐานใด ๆ ไว้ในที่เกิดเหตุ นอกจากกระดาษโน้ตสลักรูปพระจันทร์เสี้ยว และทุกครั้งที่มันประกาศว่าจะขโมยอะไร มันไม่เคยพลาดอยู่แล้ว
เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืน แขกเหรื่อในงานเริ่มทยอยกลับ บรรยากาศภายในโถงจัดแสดงเริ่มเงียบสงบลง ไฟดวงใหญ่ถูกปิดเหลือเพียงไฟสปอตไลต์ที่ส่องตรงไปยังดวงตาสวรรค์เพียงดวงเดียว เตชินท์ยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม ตาไม่กะพริบ
วิ้ง...!
ทันใดนั้น ไฟฟ้าทั้งตึกก็ดับวูบลงในพริบตา ! ความมืดมิดเข้าครอบงำทุกสิ่ง
"เกิดอะไรขึ้น ! สมชาย เช็กระบบไฟสำรองซิ !"
เตชินท์ตะโกนสั่งการทันที
ท่ามกลางความมืด เขารีบชักปืนพกคู่กายขนาด 9 มม. ออกมาจากซองปืนใต้เสื้อสูท
"ระบบไฟสำรองโดนตัดครับผู้กอง ! มีคนแฮกระบบควบคุมส่วนกลาง !"
เสียงสมชายตะโกนตอบกลับมาอย่างตื่นตระหนกจากฝั่งประตู
เตชินท์ไม่รอช้า พุ่งตัวไปยังแท่นวางเพชรทันที สัญชาตญาณของนักล่าบอกเขาว่าศัตรูมาถึงแล้ว ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวส่องผ่านบานกระจกหน้าต่างบานใหญ่เข้ามา เตชินท์เห็นเงารูปร่างเป็นมนุษย์คนหนึ่งวูบผ่านไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบดั่งวิญญาณ
แกร๊ก !!
เสียงกระจกกันกระสุนถูกตัดขาดอย่างง่ายดายด้วยอุปกรณ์บางอย่าง
"หยุดอยู่ตรงนั้น ! เจ้าโจรเงาจันทร์ !"
เตชินท์ตวาดลั่น พร้อมกับเล็งปืนไปยังเงาร่างนั้น
"โอ๊ะโอ... มาเร็วกว่าที่คิดนะคุณตำรวจ"
เสียงทุ้มกวนประสาทหัวเราะเบา ๆ ในความมืด
ทันใดนั้น แสงไฟฉายดวงเล็ก ๆ ถูกเปิดขึ้น เผยให้เห็นชายหนุ่มในชุดแนบเนื้อสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งล่างถูกปกปิดด้วยหน้ากากผ้าสีดำ มีเพียงดวงตาทอประกายระยิบระยับฉายแววขี้เล่น ในมือของเขาคีบเพชร "ดวงตาสวรรค์" เอาไว้ระหว่างนิ้วอย่างหลวม ๆ ราวกับมันเป็นเพียงของเล่นไร้ค่า
"ส่งเพชรคืนมา แล้วยอมมอบตัวซะดี ๆ"
เตชินท์ก้าวสามขุมเข้าไปหา ระยะห่างเหลือเพียงห้าก้าว
"ของสวย ๆ งาม ๆ แบบนี้ เหมาะจะอยู่กับคนที่เห็นคุณค่าของมันมากกว่าในตู้กระจกแคบ ๆ นี้นะครับ ผู้กองเตชินท์"
จอมโจรเงาจันทร์เอ่ยชื่อของเตชินท์ได้อย่างถูกต้อง พร้อมกับโค้งคำนับให้อย่างสุภาพทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
"งั้นก็ไปคุยกันในคุก !"
เตชินท์พุ่งเข้าใส่ทันที สองมือจับปืนแน่น แต่อีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างพริ้วไหวราวกับนักเต้นระบำปลายเท้า เตชินท์ตวัดขาเตะกวาดหวังตัดกำลัง แต่อีกฝ่ายสปริงตัวม้วนหลังหลบข้ามโต๊ะจัดแสดงไปได้อย่างงดงาม
ปัง ! ปัง !
เตชินท์ยิงปืนสกัดทางหนี
กระสุนถากเข้าเสื้อผ้าสีดำของโจรหนุ่มราวกับอากาศธาตุและไม่ทำให้เขาสะทกสะท้าน จอมโจรเงาจันทร์ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัว เขาหยิบระเบิดควันลูกเล็ก ๆ ออกมาจากเข็มขัดแล้วปาลงไปบนพื้นทันที
ฟู่ !
ควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งขึ้นมาอบอวลไปทั่วบริเวณ บดบังทัศนวิสัยจนหมดสิ้น
เตชินท์ไอโขลก ๆ แต่ยังคงใช้หูฟังเสียงการเคลื่อนไหว
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบามุ่งหน้าไปยังหน้าต่างกระจกบานใหญ่
"คิดจะหนีงั้นเหรอ !"
เตชินท์พุ่งทะลุม่านควันออกไป ทันเวลาที่จะเห็นจอมโจรเงาจันทร์ใช้ปืนยิงสลิงยึดไว้กับขอบตึก และกำลังจะกระโดดลงไปด้านล่าง
"ลาก่อนครับผู้กอง ขอบคุณสำหรับค่ำคืนที่แสนตื่นเต้นนะ"
จอมโจรเงาจันทร์หันมายิ้มให้ภายใต้หน้ากาก ก่อนจะทิ้งตัวลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง
เตชินท์วิ่งไปที่ขอบหน้าต่าง มองลงไปเห็นร่างของโจรหนุ่มกำลังโรยตัวลงไปด้วยความเร็วสูง ก่อนจะกางร่มร่อนสีดำทมิฬกลืนหายไปกับความมืดของราตรีกาล และร่อนลงสู่ดาดฟ้าของตึกฝั่งตรงข้ามที่มีรถบิ๊กไบค์จอดรออยู่
เตชินท์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟแห่งความโกรธและความแค้นที่โดนลูบคม
"แกหนีฉันไม่พ้นแน่... เงาจันทร์ !"
เตชินท์พึมพำกับตัวเอง ท่ามกลางเสียงไซเรนของรถตำรวจที่เริ่มดังระงมจากเบื้องล่าง
การเปิดฉากสงครามระหว่างผู้ล่ากับผู้ถูกล่าได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว...