ลูซี่นักฆ่าสาวที่มีฝีมือระดับพระกาฬหาตัวจับยากแต่ต้องมาข้ามมิติไปในยุคโบราญที่อยู่ในช่วงภัยแล้ง ภัยแล้งก็ต้องหนีไหนจะโจรป่าที่ค่อยดักปล้นอีก เธอจะสามามรสพาครอบครัวผ่านภัยแล้งไปได้ยังไง
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,เกิดใหม่,จีน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
เมื่อกลับมาถึงที่พักท่านผู้เฒ่าทั้งหลายมานั่งล้อมวงดื่มน้ำแกงที่ไห่เม้ยต้มให้
"อาอี่มาดื่มน้ำแกงบำรุงรางกายเร็ว ในป่านี้อากาศชื้นเดี๋ยวจะล้มป่วยเอา"แม่เฒ่าฉีเอยเรียกชินอี่ให้มาร่วมวง
"เจ้าค่ะ"หญิงสาวรับคำจึงนั่งลงรับน้ำแกงจากซูซู
"เหมือนฝนทำท่าจะตกอีกแล้วแบบนี้เราจะได้ออกจากป่ามั้ยนะ"หัวหน้าหมู่บ้านกลัวสัตว์จะย้อนกลับมา
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านลุงตู่ สัตว์ป่าไม่น่ากลัวเท่าคน ถ้าพวกมันมาข้ามีวิธีไล่มันไปเจ้าค่ะอยู่กับพวกข้าพวกท่านปลอดภัยแนนอน"เธอมีรั้วไฟฟ้าพวกสัตว์ไม่กล้าเข้าใกล้แต่คนนี้สิ เธอคิดว่าอาจยังไม่จบเท่านี้ ตอนออกจากป่าเธออาจต้องแวะไปจวนท่านเจ้าเมืองเสียหน่อยแล้ว ถ้ายังไม่ยอมจบเธอจะเป็นคนจบเรื่องให้เอง
แล้วพวกเขาก็เร่งเดินทางจนออกมาใกล้ถึงป่าชั้นนอกถึงจะยังไม่ออกจากป่าแต่ก็นับว่าปลอดภัยกว่าป่าชั้นใน
เธอตรวจดูแล้วสามวันนี้ฝนจะตกตลอดเธอเลยให้ผู้ชายช่วยกันทำเพิงชั่วคราวทั้งคนและสัตว์ทั้ง7ซึ่งพวกมันก็ฉลาดอยู่กันเงียบๆไม่ส่งเสียง
บ่ายวันหนึ่งฝนก็ตกจริงดีว่าเตรียมตัวกันแล้วเลยรับมือได้ เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้เธอเลยเข้าไปในห้องวิจัยสร้างอาวุธชนิดใหม่ขึ้นมาเผื่อจะมีชิ้นไหนเอาไปฝากเจ้าเมืองเฉียงได้บ้างและทำอาวุธเพิ่มให้ชาวคณะของเธอ พอผลิตเสร็จเธอก็ออกมาจากมิติเห็นฝนตกปลอยๆเลยนึกอยากกินหม้อไฟ เลยเข้าไปในบ้านอีกรอบแล้วหาอุปกรณ์ทำหม้อไฟออกมาให้ท่านแม่และท่านน้าไห่เม้ยแล้วตัวเองก็ออกไปหาผักป่า
"วันนี้เราจะกินหม้อไฟกันนะเจ้าค่ะ..เดี๋ยวข้าไปหาผักป่ากับซูซูเองรอสักคู่"
"ข้าไปด้วย"เฉินคุณร้องจะไปด้วย
"งั้นไปกัน"เมื่อได้ลูกสมุน..เอ้ยย สมาชิกช่วยเก็บผักก็เดินไปแหล่งที่เสี่ยวหงนำทาง
"ว้าววว ผักป่างามมาก"ผักป่าเมื่อเจอน้ำฝนก็แตกยอดอ่อนเต็มไปหมด
ช่วยเก็บกันจนมากพอแล้วก็ชวนกันกลับ
มาถึงที่พักฮวาหลิวกับไห่เม้ยก็เตรียมของเรียบร้อย เนื้อสัตว์มีทั้งแบบตากแห้งและรมควันแถมมีทั้งผักสดผักดอง เตรียมไว้เต็มไปหมด
"นานๆได้กินหม้อไฟก็ครึกครื้นไปอีกแบบนะ555"ผู้เฒ่าฉีที่ไม่เหลือญาติมีแต่ภรรยาและหลานสาวคนเดียวพอมาเจอครอบครัวใหญ่ก็ให้รู้สึกอบอุ่นในอก
ส่วนต้าเป่ากับหลิงหลงก็มีไห่เม้ยกับซานซาค่อยตักเอามาใส่ถ้วยให้ และไม่รู้เธอคิดไปเองมั้ย เธอเห็นเฟยหลงกับฉีเย่วหงแอบมองตากันด้วย การอพยพครั้งนี้เหมือนเป็นการจับคู่ไงก็ไม่รู้ เธอไม่สันทัดเรื่องความรักขอมองอยู่ห่างๆพอ
ชิงอี่สังเกตุสถานการณ์รอบๆ ตอนนี้ผู้ชายในขบวนแม้แต่เฉินเปียวมีพละกำลังเพิ่มขึ้นมากด้วยเธอให้กินยาบำรุงทุกวันและให้ฝึกการต่อสู้ เกิดมีเหตุฉุกเฉินได้ช่วยเป็นกำลังกันได้เพราะในขบวนมีแต่ผู้เฒ่าผู้หญิงและเด็ก สะเป็นส่วนใหญ่แต่โชคดีที่ซานซาใช้แส้เป็นแล้วซูซูน้องสาวเธอก็กำลังฝึกยิงปืน
ถึงเวลาจริงๆสองคนนี้อาจเป็นกำลังเสริมได้
และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าเหลือเชื่อคือขลุ่ยน้อยที่เธอได้มาจากถ่ำ มันมีคุณสมบัติสามารถคุมสัตว์ได้ ตอนแรกเธอกะจะเป่าให้เป็นเพลงฟังแก้เบื่อแต่มันกลับเรียกหมาป่าออกมาแล้วมานอนอยู่ข้างหน้าเฉยๆไม่ทำอะไร หญิงสาวเลยไปเปิดหีบเผื่อเจอวิธีการใช้ขลุ่ย แล้วก็เจอตำราการใช้งานและสั่งสัตว์ต่างๆ แปลกมาก แต่เธอถูกใจ เธอเลยฝึกใช้บ่อยๆ จนสามารถเรียกเสือออกมาได้
ในเมื่อคุมสัตว์ได้เธอเลยไม่กลัวที่จะพักอยู่ในป่า ช่วงติดฝนแบบนี้ ต้องบอกว่าพอฝนตกก็ตกไม่ลืมหูลืมตา ขบวนต้องชะงักอยู่ในป่าไปต่อไม่ได้
"ไม่รู้ฝนจะหยุดตกเมื่อไร"แม่ตู๋นั้งมองฝนไปก็บ่นไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ผู้เฒ่าฉีกับลุงตู๋ฆ่าเวลาโดยการเล่นหมากล้อม
ชิงอี่หมั่นไปดูพวกสัตว์แล้วเอายาบำรุงให้ทุกตัวกิน
พวกสัตว์ที่กินยาบำรุงทุกวันก็มีความแข็งแรงและฉลาดขึ้นแม้แต่วัวอายุเยอะของผู้เฒ่าตู๋กับผู่เฒ่าฉีก็ดูแข็งแรงขึ้น ชิงอี่นึกเอ็นดูพวกมันไม่น้อย ส่วนเจ้าสองเผือกเธอสามารถฝึกให้พวกมันติดเครื่องมือแล้วไปส่องดูราดราวไกลๆได้ เลยนึกสนุกสร้างเกาะใส่ให้พวกมัน คงจะน่ารักไม่น้อย
"เจ้าสองตัวเหมือนนักรบเลยเจ้าค่ะ"ซูซูเมื่อเห็นเจ้าสองเผือกใส่เกาะรู้สึกตลกดี
ช่วงติดฝนเลยเหมือนเป็นการฝึกปรือฝีมือของทุกคน
แล้วผ่านไปเกือบอาทิตย์ฝนถึงเริ่มซาแล้วหยุดตก ขบวนเลยเริ่มเดินทางอีกครั้ง การเดินทางแบบไม่รีบร้อนเพราะพื้นดินยังแฉะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ แล้วหญิงสาวก็รู้สึกถึงการถูกสะกดรอย
ดูเหมือนพวกมันจะไม่คิดปล่อยครอบครัวเธอแนๆ เธอให้เสี่ยวหงติดกล้องแล้วไปส่องดูราดราวพอเปิดกล้องดูก็เห็นครั้งนี้มีคนมากกว่าครั้งแรกถึงสองเท่า แปลว่าพวกมันได้รับคำสั่งมาฆ่ากลุ่มนางแนนอน
"ทุกคนระวังตัวนะเจ้าค่ะ มีนักฆ่าจะมาตามเก็บพวกเราเจ้าค่ะ "
เฟยเทียนพอได้ยินก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที่"มันเป็นพวกไหนเหรอชิงอี่"
"ถ้าข้าคิดไม่ผิด น่าจะเป็นพักพวกเดียวกันกับพวกโจรที่เคยมาปล้นพวกเราเมื่อครั้งก่อนเจ้าค่ะนายใหญ่ของพวกมันคือเจ้าเมืองเฉียง"
"พวกมันจะตามมาแก้แค้นเราเหรอ"เฉินเปียวสงสัยเพราะตอนนั้นพวกมันโดนพวกบ้านหลีกับบ้านหวองจัดการไล่พวกมันไป
"ครั้งนี้พวกมันจะไม่เหลือใครให้มากวนใจเราอีกเจ้าค่ะ"
พอขบวนอพยพเดินมาถึงชายป่าพวกนักฆ่าก็เริ่มลงมือ
พวกมันมาดักรอหน้าชายป่าทางออก
" หยุด..พวกแกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น"หัวหน้ามือสังหารประกาศอย่างชัดเจน
"พวกแกเป็นใคร"หลีฟูมายืนข้างหน้าแล้วถามทันที่ถึงแม้พอจะรู้มาจากบุตรสาวว่าพวกนี้มันมือสังหารที่มาฆ่าพวกเดินผ่านป่าเป็นคำสั่งจากท่านเจ้าเมือง ผู้คนได้ไม่กล้าผ่านเส้นนี้แต่ยอมจ่ายค่าผ่านทางในเมืองเฉียงแทน
"ถ้าคิดว่ามีฝีมือก็ลองดู"ชิงอี่ประกาศออกไปอย่างไม่กลัว
"ฆ่าให้หมดอย่าให้พวกมันรอดออกจากป่าไปได้"
แล้วการต่อสู้ก็เกิดขึ้น นักฆ่ามีฝีมือกรูกันเข้ามายกดาบฟัดใส่เฟยเทียนที่ออกมายืนข้างหน้าขบวน แต่ชายหนุ่มยกมือรับดาม ชิงอี่ผลิตถุงมือนาโนชนิดที่ดาบแทงฟันไม่เข้าให้เหล่าผู้ชายใส่เพื่อเป็นเกราะป้องกันการโจมตี พอเฟยเทียนจับตัวดามแล้วกระชากอย่างแรงจนดาบหลุดมือจากนักฆ่าเขาก็ยกเท้าถีบไปที่อกนักฆ่าเต็มแรกจนมันกระเด็นไปกระแทกต้้นไม้แล้วกระอักเลือดคำโตออกมา
เสียวหมิงก็ยิงหน้าไม้สกัดไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้จนพวกมันได้รับบาดเจ็บกันไปหลายคน
เฉินเปียวที่เริ่มชินกับหอกที่ชิงอี่ให้ก็แท่งนักฆ่าที่ใช้ดาบฟัดใส่เขาจนมันบาดเจ็บ
เฉินเปียวเอาหอกรับคนร้ายอีกคนไว้ทันแล้วสะบัดหันกลับไปแทงใส่คนร้ายแต่คนร้ายก็หลบทันก่อนจะฟัดดาบไปอีกครั้งแต่ครั้งนี้เฉินเปียวหมุนตัวกลับมาแล้วแทงหอกไปที่อกคนร้ายอย่างแม้นยำ
ในระหว่างการต่อสู้มีบางจังหวะที่พวกมันสามารถเข้ามาใกล้เกวียนวัว เจ้าลาที่แต่ก่อนขี้โรคก็ยกเท้าเตะพวกนักฆ่าที่มันจะเข้ามาทำร้ายเจ้านายมัน มันค่อยวิงไปยกขาเตะช่วยไล่คนร้ายอีกแรง
ซานซาที่เห็นว่ามีนักฆ่าเข้ามาใกล้เกวียนมากเธอเลยใช้แส้ฟาดพวกมันไป "ฟิ๊ววว"
"อ๊ากกก"แซ้ฟาดไปโดนนักฆ่าเต็มๆจนมันร้องขึ้นมา
มันไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ทำร้ายมันคือเด็กสาวที่มองยังไงก็ไม่น่าเกิน10หนาว แต่ทำไมฝีมือถึงร้ายกาจเพียงนี้ มันรู้สึกไม่ยินยอมเลยจะฆ่าเด็กสาวเพื่อเป็นการแก้แค้นให้ตัวมันเอง
"นังเด็กนี้..ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย"พูดแล้วก็ยกดาบเตรียมฟาดลงไปที่เด็กสาว
แต่ซานซาไวกว่า เธอใช้แส้ฟาดไปที่เจ้านักฆ่านั้นอย่างแม้นยำ ดาบของเจ้านักฆ่าก็โดนแส้แย่งมาจากมือ แล้วเด็กสาวก็ฟาดแส้อีกรอบไปโดนคอมันและกระชากอย่างแรง แส้เส้นนี้มีเข็มขนาดเล็กซีอนอยู่ตลอดเส้นส่วนปลายแส้ก็มีมีดปลายแหล่มผูกติดอยู่ด้วย
"อ๊ากกกก"นักฆ่าโดนแส้ฟาดใส่จนนอนแน่นิ่งสิ้นลมหายใจไป แล้วเด็กสาวก็ค่อยระวังว่าจะมีนักฆ่าคนไหนกล้าเข้ามาใกล้อีก แต่ไม่ออกไปจากเกวียนเพราะเธอได้รับคำสั่งจากชิงอี่ว่าไม่ว่ายังไงห้ามอยู่ห่างเกวียนเพราะในเกวียนมีคนแก่และเด็กเธอมีหน้าที่คุ้มครองพวกเขา ซานซาที่มีความแค้นกับพวกโจรเพราะพวกมันฆ่าครอบครัวนางจนนางกับน้องสาวต้องกลายเป็นกำพร้า เมื่อมีโอกาสนางจึงจัดการพวกมันไม่ให้เหลือ
ส่วนชิงอี่ก็ขึ้นไปนั้งส่องดูคนร้ายแล้วค่อยๆเก็บที่ละคนอย่างไม่รีบร้อน เพราะเธออยากให้คนในคณะได้ฝึกฝีมือการต่อสู้แบบจริงจังเลยไม่รีบเก็บแต่ให้พวกเขาได้ต่อสู้ประรองฝีมือกันก่อน
แล้วพวกนักฆ่าก็โดนจัดการจนหมดมีอยู่คนที่หนีรอดไปได้ชิงอี่จงใจปลอยไปแล้วยิงตัวติดตามไปให้มันไปแจ้งข่าว
ส่วนศพพวกนักฆ่าก็ปล่อยทิ้งให้เป็นอาหารสัตว์ป่าต่อไปโดยไม่คิดเก็บให้
เมื่อการต่อสู้จบลงทุกคนก็มาตรวจดูว่ามีใครได้รับบาดเจ็บมั้ย
พวกเขาไม่ได้หยุดพักเพราะที่ตรงนี้กลิ่นคาวเลือดแรงมาก กลัวจะเป็นการเรียกสัตว์ใหญ่เข้ามาเลยรีบเร่งเดินทางหนีจากจุดนี้
ส่วนนักฆ่าที่รอดชีวิตก็วิ่งมาบอกข่าวแก่ท่านเจ้าเมือง
"จริงนะขอรับ..พวกมันเป็นยอดฝีมือแม้แต่เด็กยังเก่งเลยขอรับ"มันทันได้เห็นเพื่อนถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆใช้แส้ฟาดจนตายไปต่อหน้าต่อตา
"พวกมันมีฝีมือขนาดนั้นเชียว งั้นสมบัติที่หายไปก็ต้องเป็นฝีมือพวกมันแน "เมื่อได้รับรายงานเขาก็ยิ่มมั่นใจว่าค้ายโจรที่เขาแอบตั้งกองกำลังขึ้นโดนคนกลุ่มนี้ถล่มแนนอน
"แล้วเห็นมีหีบหรือสมบัติอะไรมั้ย"
"ไม่เห็นมีนะขอรับ พวกข้าพยามตรวจสอบแล้วไม่เห็นมีเกวียนคันไงมีหีบสมบัติหรือของมีค่าเลย "
"งั้นตอนมันออกมาจากป่าข้าคงต้องเตรียมรางวัลให้พวกมันเสียแล้ว"
"ไปตามตัวสี่มัจจุราชมาให้ข้า บอกเป็นคำสั่งด่วน"