ลูซี่นักฆ่าสาวที่มีฝีมือระดับพระกาฬหาตัวจับยากแต่ต้องมาข้ามมิติไปในยุคโบราญที่อยู่ในช่วงภัยแล้ง ภัยแล้งก็ต้องหนีไหนจะโจรป่าที่ค่อยดักปล้นอีก เธอจะสามามรสพาครอบครัวผ่านภัยแล้งไปได้ยังไง

ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง - บทที่1 นักฆ่าสาวข้ามมิติ โดย ไหล่ซ่า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,เกิดใหม่,จีน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,เกิดใหม่,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี

รายละเอียด

ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง โดย ไหล่ซ่า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ลูซี่นักฆ่าสาวที่มีฝีมือระดับพระกาฬหาตัวจับยากแต่ต้องมาข้ามมิติไปในยุคโบราญที่อยู่ในช่วงภัยแล้ง ภัยแล้งก็ต้องหนีไหนจะโจรป่าที่ค่อยดักปล้นอีก เธอจะสามามรสพาครอบครัวผ่านภัยแล้งไปได้ยังไง

ผู้แต่ง

ไหล่ซ่า

เรื่องย่อ

ลูซี่นักฆ่าสาวที่มีฝีมือระดับพระกาฬหาตัวจับยากแต่ต้องมาข้ามมิติไปในยุคโบราญที่อยู่ในช่วงภัยแล้ง ภัยแล้งก็ต้องหนีไหนจะโจรป่าที่ค่อยดักปล้นอีก เธอจะสามามรสพาครอบครัวผ่านภัยแล้งไปได้ยังไง 

สารบัญ

ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่1 นักฆ่าสาวข้ามมิติ,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่2 หลีชิงอี่คนใหม่,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่3 ท่านยายมาร่วมขบวน,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่4 มีโจรป่ามาปล้นเสบียง,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่5 ภัยแล้งใกล้ฉัน,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่6 โรคระบาด,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่7 โสมนี้ให้เจ้า,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่8 มนุษย์น่ากลัวกว่สัตว์,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่9 ที่อันตรายคือที่ปลอดภัย

เนื้อหา

บทที่1 นักฆ่าสาวข้ามมิติ

ลูซี่เป็นนักฆ่าที่มีฝีมือเก่งกาจหาตัวจับยาก เพราะเธอมีความสามารถพิเศษคือประดิษฐ์อาวุธใช้เองทั้งปืนทั้งระเบิดได้อย่างชนิดตลาดมืดยอมจ่ายราคาไม่อั้นขอแค่เธอยอมขายให้

แล้วด้วยความเก่งเกินไปของเธอทำให้เป็นที่หวาดกลัวขององค์กรจนโดนสั่งเก็บ แต่การฆ่ามือสังหารอันดับ1ไม่ใช้เรื่องง่าย ลูซี่เป็นคนระวังตัวตลอดและไม่เคยไว้ใจใคร บ้านของเธอเต็มไปด้วยกับดักและอาวุธมากมาย 

"นี้คืองานใหม่ของเธอ"เลขาหัวหน้าใหญ่นำไฟล์งานมาให้หญิงสาวดู

"แค่งานอารักขาเด็กทำไมต้องถึงมือชั้นด้วย"ฝีมือระดับเธอไม่น่าเหมาะกับงานระดับมือสมัครเล่นแบบนี้ 

"เห็นว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเพื่อนนายใหญ่ เขาไว้ใจเธอเท่านั้น"

"โอเค..ชั้นรับงานนี้"นักฆ่าสาวรับไฟล์มาเปิดดูแล้วทำลายไฟล์ทิ้ง 

ถึงเวลาต้องไปรับเด็กสาววัย12จากโรงเรียนเพื่อพาไปส่งบ้าน ทุกอย่างก็เหมือนจะไม่มีอะไร ลูซี่ระวังตัวรอบด้านแม้เด็กสาวจะพยามชวนคุยอย่างไรลูซี่ก็ไม่คุยด้วย หรือแม้แต่เด็กสาวจะร้องขอแวะซื่อของกินเล่นเธอก็เฉยๆ

"พี่สาวหนูขอแวะซื้อชาไข่มุกก่อนได้มั้ย ขอแวะแปบเดียวเองนะคะ ไม่นานเลยเดี๋ยวหนูซื้อเลี้ยงแก้วหนึ่ง นะๆๆๆ"จนบอดิการ์ดสาวทนไม่ไว้จะหันไปตอบแต่อยู่ๆก็รู้สึกเจ็บตรงชายโครงซ้ายพอหันกลับไปมองก็เห็นเด็กสาวถือมีดแทงเธอตรงตำแหน่งหัวใจพอดี "ครั้งนี้แกไม่รอดแน"เสียงเด็กสาวที่ไม่ใช้เด็กสาวแต่เป็นนักฆ่าสาวที่มีขนาดตัวเล็กปลอมตัวมาอย่างแนบเนียน 

"แก.."หญิงสาวพยามจะตอบโต้ แต่มีดที่แทงนั้นกลับอาบยาพิษเพื่อให้มั่นใจว่าเธอต้องไม่รอดจากการสังหารครั้งนี้ และทุกอย่างก็เริ่มพล่ามัวเธอรู้สึกไม่ยินยอม ทำไมถึงอยากฆ่าเธอขนาดนั้นเพียงแค่เธอเก่งกว่าใครแค่นั้นหรือเป็นเพราะคลังอาวุธที่เธอสร้างขึ้น พวกมันอยากได้เหรอไม่มีทาง ของๆเธอถ้าเธอไม่คิดให้ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังมาชกฉวยมันไปได้ หญิงสาวได้แค่คิดแล้วทุกอย่างก็มืดลง



ลูซี่รู้สึกไม่สบายตัวอย่างบอกไม่ถูก แล้วก็เวียนหัวมากจนต้องลืมตามอง

"ชิงอี่ฟื้นแล้วเหรอลูก"หลีฮวาหลิงเห็นบุตรสาวฟื้นก็เรียกด้วยความดีใจ

ลูซี่งงว่าหญิงสาวคนนี้พูดถึงใคร อยู่ๆเธอก็รู้สึกปวดหัวแล้วความจำต่างๆก็ไหลเข้ามาในหัว 

ร่างนี้มีชื่อว่า'หลีชิงอี่'อายุ14หนาวเป็นลูกสาวคนกลางของ'หลีฟู'อายุ32กับภรรยา'หลีฮวหลิว'อายุ30มีบุตรด้วยกันสามคนคือคนโต'หลีเสี่ยวหมิง'อายุ16หนาวแล้วมีน้องสาวอีกคน'หลีซูซู'อายุ10หนาว ครอบครัวหลีอาศัยอยู่ที่เมืองเกาหยาในยุคสมัยโบราญที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ ช่วง2ปีมานี้เกิดภัยแล้ง ปีแรกยังพอผ่านมันไปได้แต่มาปีนี้ฝนก็ยังไม่ตกจนชาวบ้านเริ่มทนไม่ไหวค่อยๆอพยพขึ้นเหนือเพราะทางเหนือยังมีแหล่งน้ำ 

ครอบครัวหลีก็เช่นกัน 5คนพ่อแม่ลูกพร้อมวัวเทียมเกวียนอีก1ตัดสินใจอพยพตามหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านอีก20กว่าครอบครัวเดินทางขึ้นเหนือและด้วยอากาศที่ร้อนทำให้หลีชิงอี่ที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงล้มป่วย แต่ด้วยเป็นช่วงอพยพไม่สามารสจะหยุดพักได้เด็กสาวเลยทนอาการป่วยไม่ไหวแล้วจากไปในที่สุดแล้วเธอลูซี่นักฆ่าสาวยุคปี2030เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน 

เมื่อเด็กสาวค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราวได้ก็กลอกตามองลอบๆ ตอนนี้เธอนอนอยู่น่าจะบนเกวียนวัวของครอบครัว มีบิดาและพี่ชายคอยคุมเกวียนส่วนเธอกับมารดาและน้องสาวนั้งภายในเกวียนมารดาค่อยเอาผ้าที่ชุบน้ำน้อยๆค่อยเช็ดใบหน้าและตามเนื้อตัวให้ ครอบครัวเธอเป็นชาวนาพอไม่มีฝนก็ยากจะทำมาหากิน มีบ้างที่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์หาของป่าแต่เพราะอากาศที่แล้งทำให้สัตว์ป่าก็หนีภัยแล้งไปเช่นกัน 

"เดี๋ยวจะมีการหยุดพังตั้งกระโจมค้างแรมนะตรงข้างหน้านะ ใครจะไปหาอาหารหรือหาฟืนก็ตามสบายแต่อย่าไปไกลจากกลุ่ม"เสียงลูกชายหัวหน้าประกาศให้ชาวบ้านได้รับรู้ 

ครอบครัวหลีก็หยุดและตั้งกระโจมข้างๆเกวียน 

"เดี๋ยวข้าจะไปดูว่ามีสัตว์หรือผลไม้อะไรพอเอามาทำอาหารได้บ้าง"หลีฟุบอกกล่าวแกภรรยาและลูกๆ 

"ข้าไปด้วยท่านพ่อ"หลีเสียวหมิงก็อยากตามไปด้วย 

"อย่าเลย..เจ้าคอยดูแลท่านแม่และน้องๆอยู่ที่แหละ พ่อไม่ไว้ใจ"สถานการณ์แบบนี้ไว้ใจใครไม่ได้ 

เมื่อบุตรชายคนโตฟังก็คิดตามผู้เป็นบิดา 

"ขอรับ..ข้าจะอยู่เฝ้าที่นี้เอง"

ลูซี่นอนฟังพ่อลูกปรึกษากัน ตอนนี้เธอยังทำอะไรไม่ถูกเลยนอนมองการกระทำของทุกคน แม่หลีเอาเศษไม้มากองๆแล้วจุดไฟเพื่อจะทำอาหาร ซูซูก็เอาหญ้าแห้งให้วัวกิน ตอนนี้น้ำมีอย่างจำกัดเพราะฉะนั้นจำทำอะไรก็ต้องนึกถึงว่าใช้น้ำให้น้อยที่สุด 

"เกินไปครึ่งก้านธูปมีแหล่งน้ำ เราสามารถไปตักเอามาตุนระหว่างเดินทางได้ "เสียงชาวบ้านที่เดินไปหาอาหารตะโกนบอกข่าวให้ผู้อพยพให้รับรู้กัน 

"ท่านแม่รออยู่นี้นะขอรับ ข้าจะไปตักน้ำเอามาเก็บไว้"เสียวหมิงรีบบอกมารดา

"ไปเถอะลูก ระวังตัวด้วย"นางอยากไปกับลูกชายแต่จนใจเพราะไม่กล้าทิ้งบุตรสาวทั้งสอง

"พี่ชิงอี่เป็นไงบ้างจ้ะ..หายปวดหัวยัง?"ซูซูเดินมานั้งข้างๆพี่สาวแล้วเอามืออังหน้าผาก 

"ยังปวดอยู่นิดหน่อยนะ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงพี่ ไปนั้งพักเหอะนะ"เธอไม่เคยมีญาติพี่น้องมาก่อยเพราะเป็นเด็กกำพร้า พอเข้ามาอยู่ในร่างนี้ถึงจะมีความทรงจำเดิมแต่มันก็ยังแปลกๆอยู่ดี

ซูซูคิดว่าพี่สาวยังป่วยเลยไม่ได้คิดอะไรมากกับท่าทีที่เปลี่ยนไปเด็กสาวเดินไปช่วยมารดาอุ่นแผ่นแป้งและตักผักดองเอามาเตรียมทำเครื่องเคียง 

เมียหัวหน้าหมู่บ้านได้ข่าวว่าบุตรสาวคนกลางของบ้านหลีป่วยก็เป็นห่วงเลยเดินมาดู 

"ฮวาหลิว ข้าได้ข่าวบุตรสาวเจ้าล้มป่วยเหรอ"คนอยู่หมู่บ้านเดียวกันมีอะไรก็ไม่เคยทิ้งกันเลยอดห่วงกันไม่ได้

"เจ้าคะ..ไม่สบายมาสองวันแล้ววันนี้ยังคิดว่าจะแย่สะแล้วเพราะตัวร้อนมาก แต่พอบ่ายๆก็ดีขึ้นนะ"ลูกสาวนางเริ่มป่วยตั้งแต่ออกเดินทางแรกๆแล้วแต่ก็ฝืนเดินทางต่อด้วยไม่อยากเป็นภาระให้ครอบครัวแต่เมื่อสองวันที่แล้วอาการก็เริ่มหนักลงจนเมื่อเช้าก็ยังไม่ดีขึ้น พ่อหลีคิดว่าถ้ายังไม่ดีขึ้นพอไปถึงเมืองข้างหน้าจะหยุดแวะพักจนกว่าบุตรสาวจะหาย ถึงจะต้องแยกทางจากกลุ่มยอม 

"ดีแล้วดีแล้ว พวกข้าก็ห่วงอยู่แต่สถานการณ์แบบนี้ก็ช่วยอะไรมากไม่ได้"แล้วเมียหัวหน้าหมู่บ้านก็อยู่คุยด้วยอีกสักพักก็ขอตัวกลับกระโจมของตัวเอง 

ผ่านไปพักใหญ่ๆพ่อหลีก็กลับมาพร้อมไก่ป่า1ตัวกับกระรอกอีก1ตัว

"วันนี้เรามีเนื้อกินแล้วนะ"พ่อหลีโชว์ผลงานอวดครอบครัว 

"งั้นเรากินกระรองแล้วกันส่วนไก่ป่าเดี๋ยวแม่จะรมควันไว้กินมื้ออื่น"ด้วยในยุคนี้ของกินต้องกินอย่างถนอมเผื่อวันที่หาอาหารไม่ได้ด้วย

"แล้วเสียวหมิงไปไหนละ"เมื่อไม่เห็นบุตรชายคนโตก็ถามถึง

"มีคนบอกว่ามีแหล่งน้ำจ้ะเสียวหลิงเลยไปตักเอามาเก็บไว้ "ปากก็พูดไปมือก็ลงมือชำแหละอาหารไปด้วย 

"งั้นเดี๋ยวข้าไปช่วยลูกอีกแรงดีกว่านะแม่ ได้เอาน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวกันด้วย"ว่าแล้วก็เตรียมถังไม้ไปช่วยบุตรชายอีกแรก 

ชิงอี่เริ่มปรับตัวได้ก็ลุกลงมาจากเกวียน แล้วมองไปรอบๆก็เห็นมารดากับน้องสาวชวยกันเตรียมอาหาร มองเลยไปก็เห็นวัวสาวก้มลงเล็มหญ้า ที่บ้านเธอมีวัวเป็นตัวเมียเพราะวัวตัวนี้รางกายไม่แข็งแรงจนไม่สามารสเอามาทำเป็นแม่พันธุ์ได้แถมอาจอายุไม่ยืนเลยขายให้พ่อหลีในราคา2ตำลึงจากราคา5ตำลึง พอมาอยู่บ้านที่บ้านรู้ว่ามันรางกายไม่แข็งแรงเหมือนบุตรสาวเลยสงสารไม่พยามใช้งานมันหนักๆแถมยังดูแลมันอย่างดี 

ชิงอี่เดินมาดูวัวสาวใกล้ๆพอวัวสาวเห็นเจ้านายก็หันมาเอาหัวถูตัวเจ้านายเป็นการแสดงความรัก หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็เอ็นดูเจ้าสัตว์สี่ขาขึ้นมาทันที เธอคิดถ้าอยู่ในร่างเดิมเธอจะเอาเครื่องดื่มบำรุงพิเศษที่เธอคิดค้นขึ้นมาใครที่ได้ดื่มจะมีพละกำลังเริ่มขึ้น แต่เธอไม่รู้สัตว์จะกินได้มั้ยแต่ถ้ามีโอกาสเธอจะลองแนๆ เสียดายตอนนี้เธอมาอยู่ในร่างเด็กยุคโบราญแบบนี้ คิดถึงคลังแสงที่บ้านจัง ในบ้านเธอมีห้องวิจัยและห้องเก็บของทุกอย่างเพราะเธอต้องแปลงโฉมตลอดเลยมีสิ่งของมากมายในนั้น แค่เห็นวัวสาวที่ผอมแห้งขนาดนี้ก็นึกถึงยาชูกำลัง 

และในขนาดที่เด็กสาวคิดอะไรเล่นเพลินๆอยู่ๆในมือเธอก็ปรากฏสิ่งของ พอยกขึ้นมาดูก็ต้องตกใจ

'มันมาได้ไง'