ลูซี่นักฆ่าสาวที่มีฝีมือระดับพระกาฬหาตัวจับยากแต่ต้องมาข้ามมิติไปในยุคโบราญที่อยู่ในช่วงภัยแล้ง ภัยแล้งก็ต้องหนีไหนจะโจรป่าที่ค่อยดักปล้นอีก เธอจะสามามรสพาครอบครัวผ่านภัยแล้งไปได้ยังไง

ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง - บทที่3 ท่านยายมาร่วมขบวน โดย ไหล่ซ่า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,เกิดใหม่,จีน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,เกิดใหม่,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี

รายละเอียด

ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง โดย ไหล่ซ่า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ลูซี่นักฆ่าสาวที่มีฝีมือระดับพระกาฬหาตัวจับยากแต่ต้องมาข้ามมิติไปในยุคโบราญที่อยู่ในช่วงภัยแล้ง ภัยแล้งก็ต้องหนีไหนจะโจรป่าที่ค่อยดักปล้นอีก เธอจะสามามรสพาครอบครัวผ่านภัยแล้งไปได้ยังไง

ผู้แต่ง

ไหล่ซ่า

เรื่องย่อ

ลูซี่นักฆ่าสาวที่มีฝีมือระดับพระกาฬหาตัวจับยากแต่ต้องมาข้ามมิติไปในยุคโบราญที่อยู่ในช่วงภัยแล้ง ภัยแล้งก็ต้องหนีไหนจะโจรป่าที่ค่อยดักปล้นอีก เธอจะสามามรสพาครอบครัวผ่านภัยแล้งไปได้ยังไง 

สารบัญ

ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่1 นักฆ่าสาวข้ามมิติ,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่2 หลีชิงอี่คนใหม่,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่3 ท่านยายมาร่วมขบวน,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่4 มีโจรป่ามาปล้นเสบียง,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่5 ภัยแล้งใกล้ฉัน,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่6 โรคระบาด,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่7 โสมนี้ให้เจ้า,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่8 มนุษย์น่ากลัวกว่สัตว์,ข้ามมิติมาพาครอบครัวหนีภัยแล้ง-บทที่9 ที่อันตรายคือที่ปลอดภัย

เนื้อหา

บทที่3 ท่านยายมาร่วมขบวน

ชิงอี่สลับพาบิดากับพี่ชายเข้าไปอาบน้ำในมิติ 

ขบวนแวะหยุดพักกลางวันเพราะแดดแรง บางครอบครัวไม่มีเกวียนจะได้พักขาบ้าง พอหยุดพ่อหลีก็รีบถอดเทียมเกวียนพาวัวเข้าร่มและเอาน้ำให้มันกินทันที 

ส่วนสมาชิกก็ลงมายืดแข้งยืดขา แล้วกินแผ่นแป้งกับผักดองเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุ เพื่อนบ้านก็แวะเวียนมาถามไถ่เรื่องอาการป่วยของชิงอี่ แล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดกัน

"ข้าว่าพอไปถึงเมืองเฉินตู่จะขอพักอยู่กับญาติดีกว่าไม่ขึ้นเหนือไปพวกเจ้าแล้ว"บางคนก็จะไปอาศัยอยู่กับญาติไม่เดินทางขึ้นเหนือไปถึงชายแดน 

"ถ้ามีญาติอยู่แบบนี้ก็ดีสิ..กว่าจะเดินทางไปถึงชายแดนใช้เวลาไม่ใช่น้อยไหนจะเงินทองอีก"

"แต่ข้ากะจะไปตั้งรกรางทางเหนือเลย ข้าขายที่ทางหมดแล้วไปเริ่มต้นใหม่อาจจะดีกว่าเก่าก็ได้"บางคนก็อาจไปตั้งรกรากอยู่ที่ชายแดนเลย ส่วนบ้านหลียังตัดสินใจไม่ได้

จริงๆพ่อหลีมีท่านแม่และพี่ชายอยู่เมืองตงเย่ว แต่สมัยก่อนด้วยไม่ชอบว่าเขาแต่งฮวาหลิวเข้าตระกูลเพราะบ้านฮวาหลิวยากจน มีท่านแม่ที่ร่างกายไม่แข็งแรงแถมน้องชายยังเล็กอีกสองคน ทำให้มารดาโกรธมากจนตัดขาดเขาจากตระกูล เขากับภรรยาเลยต้องย้ายไปเริ่มต้นใหม่ทีเมืองเก่าหยา ส่วนบ้านเดิมภรรยาตอนแรกจะหนี้ภัยแล้งด้วยกันแต่เพราะแม่หวองไม่ยอมทิ้งบ้านเลยไม่มีใครกล้าขัดใจ

"ข้าแก่แล้ว ถ้าจะตายก็ให้ตายที่นี้แหละถ้าพวกเจ้าจะไปก็ไปเถอะนะ"แต่ไหนเลยลูกชายทั้งสองจะกล้าทิ้งมารดาฮวาหลิวเลยต้องจำใจแยกจากมารดาและน้องชาย 

ผ่านไปครึ่งเดือนในขนาดที่ขบวนพักแรมอยู่ตีนเขา 

เฟยหลงน้องชายของฮวาหลิวอายุ20ก็ตามขบวนมาทันแล้วบอกมารดากับพี่ชายกำลังเร่งเดินทางมาสมทบขบวน

"ท่านแม่ยอมมาแล้วเหรอ"ฮวาหลิวเอยถามด้วยความดีใจที่มารดายอมหนีมากับพวกตน 

"ใช้..แต่บ้านเราเดินเท้าเลยเดินทางได้ช้านะ พี่เฟยเทียนให้ข้าล้วงหน้ามาบอกท่านก่อน "

เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะขับเกวียนย้อนกลับไปรับท่านแม่เอง"หลีฟูพอได้ยินว่าแม่ยายต้องเดินเท้าก็รีบจะไปรับด้วยรู้ว่าสุขภาพแม่ยายไม่แข็งแรง 

หลีฟูกับเฟยหลงเลยขับเกวียนย้อนกลับไปรับแม่เฒ่าหวอง ส่วนทางฮวาหลิงกับลูกๆก็เดินเท้ารอ 

เมื่อไม่มีเกวียน4แม่ลูกก็ตั้งกระโจมอยู่ด้วยกันและกินอาหารจากมิติ พอถึงเมืองหลงเสวย ชิงอี่เลยเอายารักษาบาดแผลอย่างดีเอาไปขายในร้านโอสถได้ตำลึงมาถึง180ตำลึง 

"ยาดี..ไม่ทราบว่าแม่นางยังมีอีกมั้ยข้าซื่อหมดเลย"

"ข้ามีเท่านี้แหละเจ้าค่ะ พอดีครอบครัวข้าเดือดร้อนเลยจำใจต้องเอายาดีมาขายเพื่อความอยู่รอด"ชิงอี่ไม่อยากทำให้มันเป็นของที่หาง่ายเกินไป มีโอกาสค่อยว่ากันใหม่

พอออกจากร้านโอสถชิงอี่เลยให้พี่ชายพาไปตลาดค้าสัตว์ซื่อวัวเทียมเกวียนอีกคัน 

ที่บ้านเธอมีวัวสาวอยู่แล้วครั้งนี้เลยจะซื้อวัวหนุ่มเอาไปเป็นคู่ให้มัน

เมืองมาถึงตลาดค้าสัตว์ก็มองหาสิ่งที่ต้องการ

"เชิญเลยขอรับ เชิญแวะทางนี้ก่อน"

เสียงพ่อค้าร้านต่างๆร้องเรียกลูกค้าให้เข้ามาดูร้านตัวเอง 

ชิงอี่มองรอบๆสายตาก็ไม่สะดุดกับล่อตัวหนึ่งเข้า ลักษณะมันน่าสนใจมาก มันดูไม่สนใจสิ่งไดสายตามองไปที่ลาตัวหนึ่งแล้วค่อยดูแลลาตัวนั้นอย่่างใกล้ชิด

"ลาตัวนั้นมันเป็นอะไรเหรอเถ้าแก "ชิงอี่เห็นมันน่าสนใจเลยถามดู 

"ลามันป่วยนะแม่นาง"

"แล้วมันเป็นอะไรกับล่อตัวนั้นเห็นมันเฝ้าไม่ห่างกันเลย"หรือจะเป็นคู่รักกัน

"มันเป็นพี่น้องกันนะขอรับแต่ตัวลามันไม่แข็งแรงทำงานอะไรไม่ไหว ถ้าท่านสนใจล่อตัวนี้ข้าขายให้ในราคา25ตำลึงแถมลาตัวนี้ไปเลย"อยู่ก็ไม่คุ้มค่ารักษาอย่างน้อยก็ขายล่อได้

ชิงอี่เห็นสายตาที่ล่อมองมาทางเธอด้วยสายตาอ้อนวอน เธอเลยตัดสินใจซื้อสองพี่น้องนี้ไว้ เดี๋ยวค่อยป้อนยาบำรุงให้ เธอไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถรักษามันได้

"แล้วแบบนี้เรายังต้องซื้อวัวอีกมั้ย"เสียวหมิงเห็นน้องสาวได้ล่อกับลาแล้วคงไม่คิดอยากได้วัวแล้วมั้ง

"ซื้อสิไปดูวัวกัน..เถ้าแก่ข้าฝากเจ้าสองพี่น้องนี้ก่อนนะเดี๋ยวข้ามารับ"บอกแล้วก็เตรียมจะเดินไปดูวัว แต่เถ้าแก่เรียกเอาไว้

"ถ้าพวกเจ้าอยากได้วัวข้ามีร้านแนะนำ รับรองได้วัวลักษณะดีแนนอน"ในเมื่อลูกค้าดีเขาก็อยากแนะนำร้านที่ดีไม่เอาเปรีบบให้

"พวกท่านตรงไปเลี้ยวขวาตรงหัวมุมจะเจอร้านขายวัวบอกว่ามาจากเถ้าแก่จางเขาจะเลือกวัวดีให้ท่าน"

เมืองสองพี่น้องเดินไปตามทางที่ถ้าแก่จางบอกก็เจอร้านค้าวัว

"มาจากเถ้าแก่จากเหรอ งั้นเชิญทางนี้ข้ามีวัวลักษณะดีแนะนำ"

เมื่อเข้ามาด้านในก็เจอวัวรูปรางดีอยู่3,4ตัว ชิงอี่ลองเดินดูรอบก็เลือกมาหนึ่งตัวแล้วถามหาร้านเทียมเกวียนเถ้าแก่เลยบอกว่าที่ร้านมีบริการรวมทั่งหมดจ่ายไป39ตำลึง

ตอนเสียวหมิงกับชิงอี่กลับไปหามารดาเลยมีทั้งวัว ล่อแล้วก็ลาที่พอถึงที่หมายก็ล้มตัวลงนอนแล้วหอบหายใจแรงทันที 

ชิงอี่เห็นดังนั้นเลยรีบเดินไปป้อนยาบำรุงให้มันก่อนใครเพื่อน พอมันกินยาบำรุงสักพักก็หายใจดีขึ้นแล้วลุกขึ้นได้ในที่สุด เจ้าล่อที่เห็นน้องชายลุกขึ้นก็เดินเข้าไปหาด้วยความดีใจ 

"น้องแกดีขึ้นแล้วนะไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว"พูดพร้อมกับลูบหัวเจ้าล่อไปด้วย 

"กินสะแกจะได้แข็งแรงกว่าเก่า"พูดแล้วก็ป้อนยาบำรุ่งให้เจ้าล่อและเจ้าวัวหนุ่ม 

"ซื้ออะไรมาเยอะแยะนะลูก"ฮวาหลิวถามบุตรทั้งสองเบาๆ 

"ก็สมาชิกเราจะเพิ่มขึ้น ข้ากับพี่เสียวหมิงเลยไปซื้อพวกแป้งกับธัญพืชมาเพิ่มนะเจ้าค่ะ"

ผ่านไปสองวันพ่อหลีก็พาแม่เฒ่าหวองมาสบทบขบวนทัน

"ท่านพ่อมาไวจังเลยเจ้าค่ะ"ซูซูเข้าไปกอดบิดาด้วยความคิดถึง

"เจ้าวัวมันเดินไม่ยอมหยุดเลยนะสิ พ่อละกลัวมันจะหัวใจวาย"พ่อฟูไม่ได้เร่งให้วัวมันเดินไม่ได้หยุด แต่มันเดินทางไม่ยอมหยุดพักเลยเขาละเป็นห่วงมันจริงๆเพราะวัวตัวนี้เป็นยานพาหนะเดียวของครอบครัว

แม่เฒ่าหวองเมื่อลงมาจากเวียนก็เห็นบุตรสาวถึงกับหลั่งน้ำตา 

"แม่ไม่คิดว่าจะได้พบลูกอีก..แม่น่าจะฟังพวกเจ้าแต่แรก"พูดไปก็กอดบุตรสาวไปด้วย

"ตอนนี้เราก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้วท่านแม่ไม่ต้องร้องนะเจ้าค่ะ"ฮวาหลิวก็อดร้องไห้ตามมารดาไม่ได้

"ตลอดการเดินทางแม่ได้เฟยเทียนแบกขึ้นหลังมาตลอดทางจนเท้าเขาเป็นแผลไปหมด"พูดแล้วก็หันไปมองบุตรชายวัย22ปีที่เท้าทั้งสองข้างเต็มไปด้วยบาดแผล ที่มีไห่เม้ยภรรยาวัย21ปีค่อยดูแลทั้งสองมีลูกด้วยกัน1คนคือต้าเป่าอายุ3หนาว

ชิงอี่เห็นดังนั้นเลยรีบเข้าไปช่วยทำแผลให้ท่านน้า

"ท่านน้าดื่มยานี้ก่อนนะเจ้าค่ะมันช่วยฟื้นฟูร่างกาย"พูดแล้วก็ให้น้าชายดื่มยาบำรุงก่อนแล้วนั่งลงทำแผลให้ 

"ระหว่างทางลำบากพวกเจ้าไม่น้อย"ฮวาหลิวเอ่ยกับครอบครัวเดิมตัวเอง

"ตอนนี้มีครอบครัวแม่กับน้องชายเจ้าเข้ามาเพิ่มจะเป็นการเพิ่มภาระให้้พวกเจ้าหรือไม่?"แม่เฒ่าหวองรู้สึกเกรงใจลูกเขย ตอนแรกถึงดึงดันที่จะอยู่บ้านเดิม แต่พอเวลาผ่านไปนางก็รู้สึกสงสารลูกๆแล้วหลานชายวัย3ขวบที่ต้องอยู่อย่่่งอดๆอยากๆเลยตัดสินใจตามมาสบทบกับบุตรสาว

"ท่านยายไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ ข้าเตรียมเกวียนไว้ให้แล้ว เราเดินทางได้ไม่มีปัญหาแนนอนเจ้าค่ะ"ชิงอี่ให้ความมั้นใจ 

เธอไม่เคยมีครอบครัวมาก่อนพอมีครอบครัวเธอก็อยากดูแลให้เต็มที่ 

พอถึงวันเดินทางหลังจากที่พักเตรียมเสบียงกันมา4วัน มีบางครอบครัวเลือกที่จะแยกไปอีกทางเพื่อไปบ้านญาติขบวนลี้ภัยจึงลดลงไปอีก7,8ครอบครัว 

ครอบครัวหลีกับแม่เฒ่าหวองเลยนั่งเกวียนวัวกันครอบครัวละคัน แล้วเฟยเทียนนั้งรถลากจากล่อส่วนเจ้าลาให้แบกเสบียง หลังจากกินยาบำรุงไปเจ้าลาก็แข็งแรงขึ้นไม่มีอาการของลาป่วยให้เห็นอีกเลย

ครอบครัวหลีกลายเป็นครอบครัวใหญ่ทันที แต่ก็ไม่เป็นภาระให้กลุ่ม 

เดินทางไปอยู่ๆชิ่งอี่ก็เริ่มรู้สึกผิดปกติ แถวนี้มันเงียบเกินไป เธอเลยให้ท่านพ่อไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านให้ระวังตัว 

"แถวนี้มันไม่น่าไว้ใจนะขอรับท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ทางที่ดีเราตั้งกระโจกติดๆกันดีกว่าเพื่อป้องกันเอาไว"

หลีฟูพูดตามที่บุตรสาวบอก

พอหัวหน้าหมู่บ้านได้ฟังก็คิดตามทันที

"งั้นบอกให้ทุกคนตั้งกระโจมอย่าห่างกันเยอะและคอยสอดส่องดูด้วย"

"ท่านน้าทั้งสองใช้อาวุธเป็นหรือไม่เจ้าค่ะ"ชิงอี่ถามน้าชายทั้งสอง

"น้ามีพละกำลังมากต่อสู้ได้ดีพอตัวส่วนเฟยหลงก็พอมีวิชาหมัดมวยบ้าง"เฟยเทียนอธิบายให้หลานสาวฟัง

พอชิงอี่ฟังแล้วก็พอจะหาอาวุธให้ท่านน้าทั้งสองได้

เฟยเทียนให้ใช้กระบอกลูกตุ้มเพราะเป็นอาวุธหนักเหมาะแกพละกำลังมาก

ส่วนเฟยหลงให้ใช้ดาบเพราะสามารสรำเป็นท่วงท่าได้ ส่วนพี่ชายเธอให้ใช้หน้าไม้บิดาใช้ขวานเพราะบิดาเธอใช้เครื่องมือนี้ถนัดที่สุด 

ตอนกลางคืนเธอให้เอารถทั้งสามคันมาจอดร่วมกันแล้วให้ผู้หญิงและเด็กอยู่แต่ในเกวียนเพราะชิงอี่เปลี่ยนผ้าคุมหลังคาเป็นผ้าใบกันกระสุนของมีคมต่างๆจะไม่สามารสกรีดผ้าใบนาโนนี้ขาดได้ 

และกลางดึกก็มีเสียงโวกแวกกังมาแต่ไกล