เมื่อ "ของขวัญ" อินฟลูเอนเซอร์สาวสายลุย ตัดสินใจทำคอนเทนต์เดินป่าชายแดนเพื่อกู้เรตติ้งที่กำลังตกต่ำ แต่พายุฝนห่าใหญ่กลับพัดพาเธอดิ่งลึกเข้าสู่เขาวงกตแห่งพงไพรที่ "ไม่ได้มีแค่สัตว์ป่า"
รัก,ครอบครัว,ชาย-หญิง,ผจญภัย,ตลก,คลั่งรัก,ผี,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หลังจากรอนแรมอยู่บนรถตู้นานกว่า 15 ชั่วโมง ผ่านโค้งแล้วโค้งเล่าจนแสงดาวบนพงไพรเลือนหายกลายเป็นแสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่ ในที่สุดรถตู้ของเจเจก็เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้อ้อมกอดของขุนเขาและม่านหมอกหนาปรกที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน มีชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง 2-3 คนในชุดพื้นเมืองประยุกต์ยืนรออยู่ แสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่สาดส่องลงมาทำให้ภาพตรงหน้าดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารท่องเที่ยว
"แก... ฉันเพิ่งรู้ว่าหนุ่มชาวดอยหล่อขนาดนี้! สูง ขาว ยาว เข้ม... งานดีมากมึงเอ๊ย!"
ปลาวาฬ กระซิบกระซาบกับเพื่อนๆ ตาเป็นประกายพลางปาดน้ำลายปลอมๆ เรียกเสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อนที่กำลังงัวเงีย
"พวกนี้แหละที่จะเป็นคนนำทางและประสานงานให้เราในทริปนี้"
เจเจ บอกพลางดับเครื่องยนต์และก้าวลงไปทักทายอย่างเป็นกันเอง
ชายหนุ่มทั้งสามคนแนะนำตัวว่าชื่อ อาชา, อามะ และอาเจ พวกเขาไม่ใช่แค่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นแก๊งวัยรุ่นดาวรุ่งที่ทำช่อง TikTok เกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวเขาจนมีชื่อเสียงในโซเชียล เจเจจึงดึงตัวมาช่วยทำคอนเทนต์ในครั้งนี้ พร้อมค่าตอบแทนหลักหมื่น
"สวัสดีครับพี่ๆ เดินทางมาเหนื่อยไหมครับ"
อาเจ น้องเล็กสุดในกลุ่มยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด
"เดี๋ยวผมจะพาไปหา 'นายพราน' ที่จะเป็นคนนำทางเข้าป่าลึกจริงๆ ครับ"
ในขณะที่ทุกคนเตรียมตัวออกเดิน เชอรี่ ก็เริ่มแผลงฤทธิ์ เธอหอบกระเป๋าสกินแคร์ใบใหญ่ ลังเครื่องสำอาง และกระเป๋าเสื้อผ้าพะรุงพะรังจนตัวเอียง เจเจถึงกับกุมขมับ
"เชอรี่! กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องเอามาเยอะ กูไม่ช่วยขนหรอกนะเว่ย บอกให้เอามาแค่วันสองวัน มึงขนมาเหมือนจะย้ายสำมะโนครัว!"
เจเจบ่นอุบ เป็นแบบนี้เกือบทุกทริป ไม่มีทริปไหนที่เขากับเชอรี่จะไม่ตีกัน
เชอรี่เบะปากทำท่าจะร้องไห้
"ก็คนมันกลัวหน้าโทรมหน้าพังนี่นา ป่ามันชื้นนะแก..."
เห็นท่าไม่ดี อาชา อามะ และอาเจ จึงรีบกุลีกุจอเข้ามาช่วย
"ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยวพวกผมช่วยเอง"
ว่าแล้วทั้งสามก็จัดการแบกกระเป๋าเดินทางยักษ์ของเชอรี่และกระเป๋าเต็นท์ 2-3 ใบของปลาวาฬขึ้นบ่าอย่างแคล่วคล่อง สองสาวเลยได้เดินตัวปลิว ชิวๆ ตามหลังหนุ่มๆ ไป พร้อมหันมาขยิบตาให้ของขวัญ
"เห็นไหมแก... ความสวยใช้ให้เป็นประโยชน์สิยะ"
เชอรี่กระซิบอย่างผู้ชนะ
ส่วน ของขวัญ เธอสะพายเป้เดินป่าใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ส่วนตัว แม้จะดูหนักแต่เธอก็พยายามเดินด้วยท่าทางที่เป๊ะที่สุดเพื่อเตรียมเข้าเฟรม อาเจ เห็นเข้าจึงเดินเข้ามาใกล้
"พี่สาว... ให้ผมช่วยถือเป้ไหมครับ ท่าทางจะหนักนะ"
ของขวัญหันไปมองอาเจแล้วยิ้มแหยๆ
"ไม่เป็นไรจ้ะอาเจ พี่ไหว... ดูจากหลังเราแล้ว ถ้าแบกเป้พี่ไปอีกใบ พี่กลัวเราหลังหักก่อนถึงป่าน่ะสิ"
อาเจหัวเราะร่วนพลางคว้าสายเป้จากไหล่เธอไปถือไว้อย่างง่ายดาย
"โธ่พี่! ส่งมาเลยครับ แค่นี้ยังเบากว่ากระสอบหัวปลีที่ผมแบกขึ้นลงเขาตั้งเยอะ พี่เดินสวยๆ ไปเถอะครับ เดี๋ยวผมดูแลเอง"
ของขวัญหัวเราะเบาๆ เริ่มรู้สึกว่าทริปนี้อาจจะไม่ลำบาก อย่างที่คิด แต่ในขณะที่พวกเขากำลังเดินลึกเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อไปหา "นายพราน" บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป... ลมหนาวประหลาดพัดวูบผ่านหน้า และเสียงนกร้องที่เคยสดใสกลับเงียบหายไปดื้อๆ ราวกับป่ากำลังกลั้นหายใจรอคอยใครบางคน
ขบวนเดินทางค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้นไปตามแนวสันเขา จนกระทั่งมาหยุดกึกที่หน้ากระท่อมไม้ไผ่หลังย่อมที่ดูเก่าแก่แต่แข็งแรง หลังคามุงด้วยหญ้าคาหนาทึบ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวแยกตัวออกจากหมู่บ้าน บรรยากาศรอบกระท่อมดูขลังตามสไตล์บ้านพราน มีกลิ่นควันไฟอ่อนๆ และกลิ่นสมุนไพรแห้งโชยมาตามลม
ที่ชานกระท่อมไม้ไผ่ที่ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย ชายชรา วัยเลข70แต่ดูแข็งแรงเกินวัยในชุดม่อฮ่อมซีดจาง ผิวหนังเหี่ยวย่นตามกาลเวลา เขากำลังนั่งขัดสมาธิก้มหน้าก้มตาอยู่กับการ "ลับมีดพราน" แสงอาทิตย์สะท้อนกับคมเหล็กจนเกิดประกายปลาบทุกครั้งที่หินลับมีดบดเบียดลงไป เสียง ฉึด... ฉึด... ดังจังหวะสม่ำเสมอจนน่าขนลุก
อาชา ก้าวล้ำหน้าทุกคนเข้าไปหาชายชราคนนั้น แล้วเอ่ยทักทายด้วยภาษาพื้นเมืองที่มีสำเนียงแปลกหู รวดเร็ว และมีเสียงวรรณยุกต์ที่คนภาคกลางอย่างพวกเขาทั้งห้าคนฟังไม่ออกแม้แต่คำเดียว
"มึง... เขาพูดไรกันวะ?"
ปลาวาฬ กระซิบถามเพื่อนพลางรีบควักสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดออกมาจากกระเป๋ากางเกง นิ้วป้อมๆ กดเข้าแอปพลิเคชันแปลภาษาชื่อดังทันที เธอพยายามยื่นมือถือไปข้างหน้าเพื่อรับเสียงสนทนา
"แป๊บนึงนะกูอยากรู้ว่าเขาคุยไรกัน จะได้รู้ว่านายพรานคนนี้แกรับงานเราไหม"
เจเจ เห็นเพื่อนพยายามจะใช้เทคโนโลยีช่วย ก็ถึงกับส่ายหัว
"มึง... เลิกพยายามเถอะปลาวาฬ แอปฯ มึงมันไม่รองรับภาษาชาวเขาหรอก นี่มันภาษาเฉพาะกลุ่มนะเว่ย ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นที่มันจะแปลให้มึงได้ทุกพยางค์!"
"ก็กูอยากรู้นี่หว่า!"
ปลาวาฬเถียงกลับทั้งที่หน้าจอแอปฯ ยังคงขึ้นว่า 'ไม่พบภาษาที่ระบุ'
"เผื่อมันมีฟีเจอร์แปลภาษาถิ่นไงแก เผื่อเขาแอบนินทาพวกเราว่าสวยเกินป่าจะรับไหว!"
อาเจ ที่ยืนอยู่ข้างๆ ของขวัญรีบทำหน้าที่ล่ามทันที เขาขยับเข้ามาใกล้กลุ่มเพื่อนแล้วกระซิบแปลสิ่งที่อาชาคุยกับพรานเฒ่าเมื่อครู่
"อาชาเขาบอกพรานว่า พี่ๆ เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจะมาเดินป่าวันนี้ครับ อยากให้พรานช่วยเป็นคนนำทางให้หน่อย"
พรานเฒ่าวางมีดที่เพิ่งลับเสร็จลงบนหิน เสียงเหล็กกระทบหินดัง แกร๊ง จนหลายคนสะดุ้ง ท่านเงยหน้ามองกลุ่มวัยรุ่นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"จะเข้าป่าไร้เงา... ไม่ใช่ว่านึกจะเดินดุ่มๆ เข้าไปก็เข้าไปได้ง่ายๆ นะ"
เสียงแหบพร่าแต่กังวานของพรานเฒ่าเอ่ยขึ้น อาเจก็แปลตามนั้น
"มันต้องดูฤกษ์ดูยาม ต้องทำพิธีขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางเสียก่อน ถ้าเจ้าป่าเจ้าเขาไม่อนุญาต... แม้แต่ก้าวเดียวข้าก็ไม่พาพวกเจ้าเดินเข้าไป"
"มีงี้ด้วยเหรอวะมึง?"
ปลาวาฬ กระซิบถามเพื่อนพลางทำหน้าเหลอหลา
"หรือต้องซื้อบัตรคิวเหมือนเข้าคอนเสิร์ตไหมแก ถึงจะเข้าได้?"
ลาวา ที่ยืนนิ่งขรึมเป็นตากล้องมาตลอดทาง จนหลายคนเกือบลืมไปว่าเขามาด้วย จู่ๆ ก็พูดโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ปลาวาฬ... เข้ามาถิ่นเขาเราก็ต้องให้เกียรติสถานที่หน่อย อย่าไปพูดเล่นมั่วซั่ว"
คำพูดของลาวาทำเอาปลาวาฬรีบรูดซิปปากทันที ขณะที่อาชาเดินกลับมาหาแก๊งอินฟลูฯ หลังจากคุยรายละเอียดกับพรานเฒ่าเสร็จ
"พี่ๆ ครับ พรานบอกว่าให้รอเวลา 10.00 น. ตรง"
อาชาบอกพลางชี้ไปที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างกระท่อม
"พรานจะทำพิธีขอเปิดป่า ระหว่างนี้ไปนั่งพักตรงแคร่โน่นก่อนครับ"
เจเจ พยักหน้าเรียกเพื่อนๆ
"ไปพวกมึง ไปนั่งพักเอาแรงก่อน เดี๋ยวตอนพรานทำพิธี ขวัญเตรียมรีแอคชั่นดีๆ นะ ลาวาแกตั้งกล้องรอเลย คอนเทนต์สายมูต้องมา!"
แต่ก่อนที่ทุกคนจะทันได้หย่อนก้นลงนั่ง อาชาก็รั้งท้ายไว้ด้วยประโยคที่ทำให้ เชอรี่ ถึงกับหน้าถอดสี
"อ้อ... แล้วเดี๋ยวนายพรานจะมาตรวจของพวกพี่ด้วยนะครับ ว่ามี 'ของต้องห้าม' อะไรที่ห้ามเอาเข้าป่าบ้าง ถ้าพรานสั่งให้ทิ้งไว้ที่นี่ ก็ต้องทิ้งนะครับ ไม่อย่างนั้นพรานจะไม่ยอมนำทางให้"
"ห๊ะ! ตรวจของเหรอ?" เชอรี่กอดกระเป๋าสกินแคร์แน่น
"สกินแคร์ฉันเป็นของต้องห้ามหรือเปล่าเนี่ยอาเจ!?"
ของขวัญมองไปที่พรานเฒ่าที่เริ่มจัดแจงขันน้ำมนต์และใบไม้แปลกตาอยู่ที่ชานกระท่อม ความรู้สึกตื่นเต้นในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกดดันลึกลับ เธอสัมผัสได้ว่า 'ป่าไร้เงา' ที่พวกเธอกำลังจะไป ไม่ใช่แค่สถานที่ถ่ายรูปสวยๆ แต่มันมีกฎเกณฑ์บางอย่างที่คนเมืองอย่างเธออาจจะรับมือไม่ไหว