กระต่ายแคระขาสั้น ๆ คิดจะวิ่งไล่จับกับสุนัขจิ้งจอก ผมว่าความน่าจะเป็นที่จะชนะมันน้อยไปหน่อยนะครับ คุณตำรวจ ;)

ปฏิบัติการล่ารักนักปล้น - บทที่ 3 มื้อดึกกับคุณจิ้งจอก โดย BERIGIN @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,สืบสวนสอบสวน,อาชญากรรม,แฟนตาซี,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ปฏิบัติการล่ารักนักปล้น

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,สืบสวนสอบสวน,อาชญากรรม,แฟนตาซี

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ปฏิบัติการล่ารักนักปล้น โดย BERIGIN @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

กระต่ายแคระขาสั้น ๆ คิดจะวิ่งไล่จับกับสุนัขจิ้งจอก ผมว่าความน่าจะเป็นที่จะชนะมันน้อยไปหน่อยนะครับ คุณตำรวจ ;)

ผู้แต่ง

BERIGIN

เรื่องย่อ


ยามจันทราลอยลับในม่านรัตติกาล เข็มสั้นของนาฬิกาเดินบรรจบกับเข็มยาว เราจะปรากฏตัวต่อหน้าคุณ เพื่อขอรับจุมพิตจากผู้เป็นรักยิ่ง…


                                                       ไวท์ฟอกซ์


ม่านการแสดงได้เปิดฉาก ท่ามกลางร่องรอยอาชญากรรม จดหมายสีขาวประทับรอยเท้าจิ้งจอกที่ถูกส่งมาพร้อมปริศนาที่รอให้ไข ใครกันแน่ที่ซ้อนตัวอยู่ภายใต้หน้ากากใบนั้น


‘อาร์จิน’ ตำรวจตัวจิ๋วจากกองสืบสวนพิเศษ ได้รับหน้าที่ตามจับจอมโจรลึกลับนาม ‘ไวท์ฟอกซ์’ ผู้ที่โจรกรรมสิ่งของมีค่าโดยที่ไม่เคยทิ้งหลักฐานและร่องรอยให้ตามตัวเจอ และยังไม่เคยมีใครจับตัวเขาได้เลยสักครั้ง


การไล่ตามผู้ร้ายมาพร้อมกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่เกิดจากความใกล้ชิดจนกลายเป็นความรักกับ ‘ชิน่อน’ จิ้งจอกหนุ่มเจ้าของร้านกาแฟที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหน้าสถานีตำรวจ


แต่ความรักครั้งนี้กลับมีความลับบางอย่างซ้อนอยู่…

สารบัญ

ปฏิบัติการล่ารักนักปล้น-อารัมภบท ,ปฏิบัติการล่ารักนักปล้น-บทที่ 1 พ่อหนุ่มเจ้าของร้านกาแฟ,ปฏิบัติการล่ารักนักปล้น-บทที่ 2 จดหมายเตือนจากไวท์ฟอกซ์,ปฏิบัติการล่ารักนักปล้น-บทที่ 3 มื้อดึกกับคุณจิ้งจอก

เนื้อหา

บทที่ 3 มื้อดึกกับคุณจิ้งจอก


คนตัวเล็กมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ ในยามนี้ท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินสนิท รถราที่เคยแน่นเอี๊ยดบนท้องถนนกลับเงียบลงจนแถบไม่มีรถแล่นผ่าน เวลานี้รถประจำทางก็ไม่วิ่งแล้ว

นัยน์ตาสีลูกโอ๊คหันกลับมามองคนตรงหน้า ใบหน้าหล่อเอียงคอเล็กน้อยพลางส่งรอยยิ้มมาให้ ราวกับบอกเป็นนัยว่าเขายินดีที่จะไปส่ง

“งั้นขอรบกวนด้วยนะครับ”

“ไม่รบกวนเลยครับ แล้วนี่คุณตำรวจทานอะไรหรือยังครับ”

จ็อกกก~

เสียงท้องไม่รักดีดันร้องขึ้นมาเป็นคำตอบก่อนที่เขาจะอ้าปากตอบด้วยซ้ำ เรียกเสียงหัวเราะจากเจ้าของร่างสูงได้เป็นอย่างดี ทำเอาใบหูกระต่ายลู่ลงมาปิดหน้าแทบไม่ทันด้วยความอาย

“น่ารักจัง”

“อื้อ อย่าขำสิครับ! น่าอายจะตาย”

“อ่า ขอโทษค้าบ ๆ ผมผิดไปแล้ว”

คนตัวสูงยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้ ก่อนจะถามต่ออย่างอารมณ์ดี ขณะที่พวกเขาเดินลงมาจากสำนักงาน

“คุณตำรวจอยากกินอะไรครับ”

“ผมกินอะไรก็ได้”

“คำว่ากินอะไรก็ได้มันมีซะทีไหนเล่า”

“ก็ผมยังไม่ค่อยรู้จักร้านแถวนี้นี่หน่า”

“งั้นผมพาทัวย์เอง แถวนี้มันถิ่นไอ้หมาอย่างผมอยู่แล้ว ชำนาญทางมากนะบอกเลย”

ไม่นานนักพวกเราก็เดินลงมาถึงลานจอดรถเจ้าของร่างสูงหยิบหมวกกันน็อคออกมา ขณะสวมลงไปบนกลุ่มผมนุ่มของคุณตำรวจ ก่อนจะโน้มลงไปล็อกสายรัดคางให้คนตัวเล็กกว่า

คนตัวเล็กแทบจะกลั้นหายใจ เมื่อใบหน้าของพวกเขาใกล้กันมาก นัยน์ตากลมไล่สำรวจใบหน้าของอีกฝ่าย กระทั้งนัยน์ตาคมจ้องลงมาสบตา พลันอีกฝ่ายเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บาง ๆ ขณะเสียงทุ้มเอ่ยกระซิบเบา ๆ

“ผมมีร้านลับเจ้าโปรดที่ผมชอบด้วย เดี๋ยวพาไปครับ”

เขาพูดจบก็ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์สีดำคันใหญ่ ขณะที่คนตัวเล็กชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปีนขึ้นซ้อนท้ายอย่างเก้ ๆ กัง ๆ มือเล็กไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน สุดท้ายจึงจับชายเสื้อของอีกฝ่ายไว้หลวม ๆ

“จับแน่น ๆ นะครับ ตกขึ้นมาผมไม่รู้ด้วยน้า”


กลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูที่ถูกเคี่ยวนานหลายชั่วโมงลอยกรุ่นอยู่ในอากาศ ไอน้ำลอยฟุ้งจากหม้อซุปใบใหญ่บนเตาแก๊ส เสียงน้ำซุปเดือดปุด ๆ เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี

เบื้องหน้าคือรถเข็นราเมงคันเล็กที่จอดอยู่ข้างทางบนถนนที่ผู้คนไม่พลุพล่านนัก แสงสีเหลืองอุ่นจากโคมไฟโบราณตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินในยามค่ำคืน เหนือรถเข็นมีผ้าสี่เหลี่ยมผืนเล็กสีแดงที่ถูกเขียนคำว่า ラーメン (ราเมง) แขวนห้อยอยู่ มันแกว่งไหวไปตามแรงลมเบา ๆ ราวกับกำลังเชื้อเชิญผู้ที่ผ่านไปผ่านมาให้แวะเข้ามาชิม

“ไอ้หนู เชิญเลย ๆ”

ลุงร่างท้วมเจ้าของร้านในชุดผ้ากันเปื้อนสีดำเอ่ยทักทายลูกค้าเจ้าประจำ ขณะที่กำลังใช้กระบวยตักน้ำซุปร้อน ๆ ลงชาม เมื่อเห็นไฮบริดสุนัขจิ้งจอกตัวสูงกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับไฮบริดกระต่ายตัวเล็กทีี่เขาไม่คุ้นหน้า

“สวัสดีครับลุง”

“พาใครมาล่ะนั้น หน้าตาน่ารักเชียว แฟนเรอะ!”

คำแซวทำเอาร่างเล็กแทบเดินสะดุดอากาศ พวงแก้มนิ่มขึ้นสีแดงแจ๋เพราะความเขินกับประโยคของคุณลุง ขณะที่นัยน์ตากลมเงยหน้ามองอีกฝ่าย คนข้างกายไม่ได้ตอบอะไรทำเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ จนเขาต้องตอบปฏิเสธเอง

“มะ ไม่ใช่ครับคุณลุง”

“เรอะ!?”

“พวกเราเป็นเพื่อนกันครับ”

“ปกติเห็นพาใครมาซะที่ไหน เจ้านี่มันหวงร้านโปรดซะยิ่งกว่าอะไรดี”

“โห ลุงงงงงง”

“ข้าพูดจริง หรือเอ็งจะเถียง”

คุณลุงหัวเราะหึ ๆ หลังจากหยอกล้อคนผู้น้อยจนพอใจ เจ้าของร่างท้วมจึงเดินออกมาพร้อมสมุดจดกับปากกาเตรียมรับออเดอร์จากลูกค้า

“เอ้า ๆ จะสั่งอะไรล่ะวันนี้”

“ราเมงพิเศษสองจานครับ”

“พิเศษซะด้วยยย”

“พอเลยลุง”

หลังจากรับเมนูคุณลุงก็หายเข้าไปหลังรถเข็น ไม่นานนักก็กลับออกมาพร้อมราเมงชามใหญ่สองชาม เส้นราเมงนุ่ม ๆ หมูชาชูชิ้นหนา ๆ ไข่ต้มยางมะตูม และต้นหอมซอย แค่เห็นก็น้ำลายไหลแล้ว

นัยน์ตากลมโตของไฮบริดกระต่ายตัวขาวเป็นประกายเมื่อได้กลิ่นหอมของความอร่อยเบื้องหน้าที่ลอยมาแตะจมูก หลังจากที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายชั่วโมง

“จะกินแล้วนะค้าบ!”

คนตัวเล็กว่าจบก็ยกตะเกียบจัดการกับอาหารตรงหน้าทันที คำแรกที่ได้สัมผัสกับความอร่อย ทำเอาใบหูกระต่ายกระดิกไปมาอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกำลังหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ เลนส์กล้องถูกยกขึ้นมาแต่ในเฟรมภาพหาใช่ราเมงไม่ หากแต่เป็นภาพของคุณตำรวจตัวเล็กที่กำลังเคี้ยวหมูชาชูแก้มตุ้ยอยู่ในปาก แก้มขาวขึ้นสีอมชมพูจากความร้อนของราเมง มันพองนิด ๆ ราวกับกำลังตุนอาหารไว้ในปาก

แชะ!

“!”

“โอ๊ะ โดนจับได้ซะแล้ว แย่จัง”

“แอบถ่ายหรอครับ!”

“ก็ผมกลัวพลาดช็อตสำคัญนี่หน่า มื้อแรกที่ได้ทานข้าวกับคุณตำรวจเลยนะครับ”

“ผิดพรบ.คอมนะครับเนี้ย แอบถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”

“งั้นเดี๋ยวผมถ่ายใหม่อีกรูปก็ได้”

“เชื่อเค้าเลย”

คนตัวเล็กส่ายหัวให้กับความขี้เล่นของอีกฝ่ายเบา ๆ ขณะที่กำลังใช้ตะเกียบคีบเส้นราเมงขึ้นมาเป่า เสียงรายงานข่าวจากโทรทัศน์เครื่องเล็กที่ตั้งอยู่มุมรถเข็นก็ดังขึ้น

“ด่วน! ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับคดีของจอมโจรลึกลับ ‘ไวท์ฟอกซ์’ ที่กำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับเมืองซู”

หัวข้อข่าวเรียกสายตาจากลูกค้าหลายคนให้เงยหน้าขึ้นมองจอทันที ภาพบนหน้าจอปรากฏนักข่าวตัวเล็กในชุดสูทสีครีม เจ้าของไฮบริดแฮมสเตอร์ตัวกลม ไมโครโฟนในมือถูกยกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ยืนรายงานข่าวอยู่

“เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจได้รับจดหมายเตือนจากบุคคลที่เชื่อว่าเป็น ‘ไวท์ฟอกซ์’ จอมโจรชื่อดังของเมืองอีกครั้ง

ในจดหมายระบุว่า เป้าหมายครั้งต่อไปคือ ‘ภาพวาดทานตะวันแห่งแสงอรุณ’ ซึ่งกำลังถูกจัดแสดงอยู่ในนิทรรศการศิลปะของเมือง

ขณะนี้ตำรวจได้เริ่มกระจายกำลังไปตามสถานที่จัดแสดงงานศิลปะทั่วเมืองแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าไวท์ฟอกซ์จะลงมือที่ใด”

“สมัยเรียนหมอนั่นชอบพูดไม่หยุดเลย ไม่คิดว่าจะได้เป็นนักข่าวจริง ๆ”

“รู้จักด้วยหรอครับ”

“ครับ เพื่อนผมเอง”

“และนี่อาจเป็นหนึ่งในคดีที่ท้าทายที่สุดของตำรวจเมืองซูในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”

“ไวท์ฟอกซ์เนี้ย ดังจริง ๆ เลยนะครับ”

“โจรปกติที่ไหนจะส่งจดหมายเตือนให้ตำรวจก่อนก่อคดีกันล่ะครับ มีแต่เจ้านั่นแหละ ถ้าจะดังก็คงจะไม่แปลก”

“แล้วคุณตำรวจรู้หรือยังครับ ว่าเจ้านั่นจะไปโจรกรรมที่ไหน”

“แล้วชิน่อนล่ะครับ คิดว่าเป็นที่ไหน”

คำถามของคนตัวเล็กที่ถูกส่งกลับมาทำให้เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ผมไม่รู้หรอกครับ ก็ผมไม่ใช่โจรนี่หน่า”