กระต่ายแคระขาสั้น ๆ คิดจะวิ่งไล่จับกับสุนัขจิ้งจอก ผมว่าความน่าจะเป็นที่จะชนะมันน้อยไปหน่อยนะครับ คุณตำรวจ ;)
ชาย-ชาย,สืบสวนสอบสวน,อาชญากรรม,แฟนตาซี,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ปฏิบัติการล่ารักนักปล้น (ไฮบริด)กระต่ายแคระขาสั้น ๆ คิดจะวิ่งไล่จับกับสุนัขจิ้งจอก ผมว่าความน่าจะเป็นที่จะชนะมันน้อยไปหน่อยนะครับ คุณตำรวจ ;)
ยามจันทราลอยลับในม่านรัตติกาล เข็มสั้นของนาฬิกาเดินบรรจบกับเข็มยาว เราจะปรากฏตัวต่อหน้าคุณ เพื่อขอรับจุมพิตจากผู้เป็นรักยิ่ง…
ไวท์ฟอกซ์
ม่านการแสดงได้เปิดฉาก ท่ามกลางร่องรอยอาชญากรรม จดหมายสีขาวประทับรอยเท้าจิ้งจอกที่ถูกส่งมาพร้อมปริศนาที่รอให้ไข ใครกันแน่ที่ซ้อนตัวอยู่ภายใต้หน้ากากใบนั้น
‘อาร์จิน’ ตำรวจตัวจิ๋วจากกองสืบสวนพิเศษ ได้รับหน้าที่ตามจับจอมโจรลึกลับนาม ‘ไวท์ฟอกซ์’ ผู้ที่โจรกรรมสิ่งของมีค่าโดยที่ไม่เคยทิ้งหลักฐานและร่องรอยให้ตามตัวเจอ และยังไม่เคยมีใครจับตัวเขาได้เลยสักครั้ง
การไล่ตามผู้ร้ายมาพร้อมกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่เกิดจากความใกล้ชิดจนกลายเป็นความรักกับ ‘ชิน่อน’ จิ้งจอกหนุ่มเจ้าของร้านกาแฟที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหน้าสถานีตำรวจ
แต่ความรักครั้งนี้กลับมีความลับบางอย่างซ้อนอยู่…
ไม่สำคัญว่าคุณจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่
ไม่สำคัญว่าคุณจะมีอำนาจหรือไม่
ในเมืองนี้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะไล่ตามความฝัน
เมืองสูงระฟ้า ไปจนถึงท่าเรือหุ่นยนต์ และยานพาหนะลอยฟ้า เหล่าสัตว์หลากหลายสายพันธ์ุเดินกันขวักไขว่
ที่นี่ ‘ซูโทเฟีย’ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันสั้น ๆ ว่า ‘เมืองซู’ เมืองที่เหล่าไฮบริดทุกสายพันธ์ุมารวมอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มีการแบ่งชนชั้น ไม่มีการแบ่งเผ่าพันธุ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นสัตว์นักล่าหรือสัตว์กินพืชก็ตาม
ที่นี่ทุกคนสามารถเป็นในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ ไม่มีการตัดสินกันที่ขนาดตัวหรือจำนวนเขี้ยวในปาก วัดกันที่ความสามารถเท่านั้น
แมวสามารถเป็นนักบินได้
หมาป่าเป็นพ่อค้าขายผักได้
และกระต่ายก็เป็นตำรวจได้เหมือนกัน!
“สวัสดีครับ ผมชื่อ ‘อาร์จิน’ และวันนี้ผมเป็นตำรวจเต็มตัววันแรก!”
เขาเป็นชายตัวเล็ก ผิวขาว ผมสีน้ำตาลอ่อน เพิ่งจบจากโรงเรียนตำรวจหน่วยสืบสวนพิเศษในชนบทแสนรกร้าง ขณะที่ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เกือบเท่าตัวมาหยุดอยู่หน้าสถานีตำรวจที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซู เมืองที่เขาไฝ่ฝันที่จะมา
และแน่นอนไม่มีเมืองไหนที่เพอร์เฟกต์ร้อยเปอร์เซ็น แม้จะมีกฎหมายที่เคร่งครัด แต่เมืองนี้ก็ยังมี ‘เงามืด’ ซ่อนตัวอยู่ในทุกซอกมุม ในขณะที่เราสวมเครื่องแบบไล่ตามความถูกต้อง ก็มีหลายคนที่กำลังทำเรื่องผิดศีลธรรม เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเล่นตามกฎ
บางคนลักลอบขนของผิดกฎหมาย
บางคนปกป้องผลประโยชน์สีเทา
และบางคนทิ้งจดหมายไว้ก่อนก่อคดี
ชื่อของเขาก็คือ ‘ไวท์ฟอกซ์’ ผู้ที่โจรกรรมสิ่งของมีค่าโดยที่ไม่เคยทิ้งหลักฐานและร่องรอยให้ตามตัวเจอ และไม่เคยมีใครจับตัวเขาได้เลยสักครั้ง
เขาผลักประตูกระจกบานใหญ่ของสถานีตำรวจเข้าไป ร่างเล็กแทบจะกลืนหายไปกับฝูงชนที่เดินสวนกันกลางโถงทางเดิน สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขาพร้อมเสียงซุบซิบนินทา
“เด็กใหม่เหรอ”
“ตัวเล็กกว่าคนเมื่อวานอีกนะ”
“โรงเรียนตำรวจในชนบทนั่นน่ะเหรอ”
“เฮ้ ๆ รับคนแบบนี้เข้าทำงานเดี๋ยวก็เสียชื่อกรมตำรวจเมืองซูหรอกน่า”
มือเล็กกำหูกระเป๋าเดินทางแน่น พยายามเก็บอาการไม่สนใจเสียงนกเสียงกานั่น เขาเพียงเดินตามเสียงเรียกของหัวหน้าแผนกสืบสวนที่โทรมาตาม
ขำไปเถอะ เดี๋ยวก็ได้รู้ว่ากระต่ายก็จับโจรเข้าตารางได้เหมือนกัน!
ขณะที่ร่างเล็กกำลังฮึดฮัดเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่นั้น สายตาที่มองพื้นเบื้องหน้าเพียงอย่างเดียว ทำให้เขาไม่ทันสังเกตใครบางคนที่เดินสวนมา จนร่างเล็กกระแทกเข้ากับคนตรงหน้าอย่างแรง
ตุ้บ!
“อ๊ะ”
แรงปะทะไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอจะทำให้ร่างเล็กเสียหลัก โลกทั้งใบเหมือนเอียงวูบลงชั่วขณะ เพียงเสี้ยววินาทีเดียวที่แขนแกร่งคู่หนึ่งโอบเอวเขาไว้ทัน ก่อนที่เขาจะได้ล้มหัวฟาดพื้นไปเสียก่อน
“โอ๊ะ ระวังหน่อยสิครับคุณตำรวจ”
เสียงทุ้มแฝงแววขำขันดังอยู่ข้างหู ใกล้มาก ใกล้จนเขาได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟคั่วจากตัวของอีกฝ่าย รู้ตัวอีกทีเขาก็ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคนเรียบร้อยแล้ว
นัยน์ตาสีลูกโอ๊คเงยขึ้นสบกับสายตาคู่หนึ่งของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผมสีเปลือกส้มอมทองสะท้อนแสงแดดยามเช้า ใบหูจิ้งจอกโผล่พ้นออกมาจากหมวกแก๊ปสีน้ำเงิน บนตัวเขาสวมผ้ากันเปื้อนของร้านกาแฟไว้หลวม ๆ ในมือยังถือแก้วกาแฟสองใบ และที่น่าแปลกคือ มันไม่หกแม้แต่หยดเดียว
“จ้องแบบนี้ผมก็เขินแย่สิครับ”
เสียงทุ้มของคนตรงหน้าเรียกสติเขาให้หลุดออกจากภวังค์ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอจ้องอีกฝ่ายไปนานเท่าไหร่ แต่ที่รู้ ๆ คือตอนนี้หน้าของพวกเขาอยู่ใกล้กันมาก จนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว!
“ขะ…ขอโทษครับ”
คนตัวเล็กรีบผละออก มือเล็กปัดเสื้อคลุมตัวเองทั้งที่ไม่ได้เปื้อนอะไร หูแดงก่ำจนดูเหมือนจะสุกได้อีกไม่กี่วินาที ชายหนุ่มก้มมองแก้วกาแฟในมือที่ไม่หกแม้แต่นิด พร้อมยิ้มบางให้คนตัวเล็กอย่างไม่ถือโทษในความเซ่อซ่าของเจ้าตัว
“ยังดีที่กาแฟไม่หก”
“ขอโทษอีกครั้งนะครับ ผมไม่ทันดูทาง”
“ไม่เป็นไรครับ”
กระต่ายตัวขาวกล่าวเสียงสั่น ขณะก้มหัวขอโทษขอโพยอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิด
“เพิ่งย้ายมาสินะครับ ไม่เคยเห็นหน้าเลย”
“ครับ?”
“ผมน่ะ มาส่งกาแฟที่นี่บ่อย จนจำหน้าตำรวจแทบทุกคนได้แล้ว”
ชายหนุ่มพูดพลางยื่นมือมาให้ พร้อมรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร อาร์จินรีบยื่นมือเล็ก ๆ ไปจับตอบ แม้จะไม่ได้แรงมากแต่ก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ผ่านปลายนิ้ว
“ผมชิน่อนครับ”
“อาร์จินครับ เพิ่งย้ายมาประจำการที่นี่”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณตำรวจคนใหม่”
คนตัวสูงโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย ราวกับตั้งใจฟังให้ชัด แต่สายตากลับไล่มองใบหน้าจิ้มลิ้มอย่างช้า ๆ ตั้งแต่ดวงตากลมโต จมูกเล็ก จนไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่ม
ก่อนจะยิ้มมุมปากเหมือนนึกอะไรสนุก ๆ ออก ทำเอาคนตัวเล็กรีบเบือนหน้าหนี หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้สาเหตุ ก่อนที่อีกฝ่ายจะละสายตาออกจากเขา แล้วก้มดูนาฬิกาบนข้อมือแล้วถอนหายใจแผ่ว
“โอ๊ะโอ น่าเสียดายจัง ผมต้องไปส่งกาแฟลูกค้าต่อแล้ว”
“อ่า งั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ”
“หวังว่าเราจะได้เจอกันบ่อย ๆ นะครับ ว่าง ๆ ก็แวะไปนั่งเล่นที่ร้านได้ อยู่ฝั่งตรงข้ามนี่เอง”
ร่างสูงว่าพลางชี้นิ้วไปทางถนนเบื้องหน้า ซึ่งมีร้านกาแฟเล็ก ๆ ตั้งอยู่ คนตัวเล็กกระพริบตาปริบ ๆ อีกครั้งก่อนจะพยักหน้าเก้อ ๆ
“ครับ ขอบคุณครับ”
จิ้งจอกหนุ่มหมุนตัวจะเดินจากไป ก่อนจะชะงักนิดหนึ่งแล้วหันกลับมายิ้มกวน ๆ ให้
“ไว้เจอกันใหม่นะครับ คุณตำรวจ” ;)
ปลายประโยคคล้ายจะมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าความหมายตรงตัว และก่อนที่คนตัวเล็กจะได้ตีความอะไร คุณจิ้งจอกก็เดินจากไปแล้ว
.
.
.
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญครับ”
อาร์จินผลักประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง กลิ่นกระดาษเก่า ผสมเคล้ากับกลิ่นกาแฟเข้มที่ลอยมาแตะจมูกทันที
ภายในห้องกว้างกว่าที่คิด ผนังเต็มไปด้วยแผนที่เมืองซู ภาพถ่ายคดี และกระดานบอร์ดที่เชื่อมโยงเส้นด้ายสีแดงไขว้ไปมา มันคือห้องที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของอาชญากรรมและคดีที่ยังไม่ถูกแก้ไข
ไฮบริดกระทิงวัยกลางคนในเครื่องแบบนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ บนหัวประดับด้วยเขาดูน่าเกรงขาม สายตาคมกริบเงยขึ้นมองทันทีที่เขาก้าวเข้าไป
“คุณอาร์จินใช่ไหม”
“ครับ!”
ชายผู้เป็นหัวหน้าพยักหน้าตอบรับเบา ๆ ก่อนจะผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“นั่งสิ”
อาร์จินขยับเข้าไปนั่งอย่างระวัง เท้าแทบไม่แตะพื้น เก้าอี้ตัวใหญ่เกินตัวเล็กน้อย แต่เขาพยายามนั่งให้ดูมั่นคงที่สุด
แฟ้มคดีสีกรมถูกเลื่อนมาตรงหน้าคนตัวเล็ก ในนั้นมีภาพถ่ายที่ตำรวจเมืองซูเก็บรวบรวมมาได้จากกล้องวงจรปิด มันคือรูปของจอมโจรนักปล้น
ชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีขาว สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง เรือนผมสีเปลือกส้มสว่าง แต่สิ่งที่แปลกตากว่านั้นคือปีกขนนกสีขาวที่ติดอยู่ด้านหลังของเขา
“นี่คือคดีแรกที่คุณต้องจัดการ คดีของไวท์ฟอกซ์”