เห้อ ไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะขังเด็กอย่างผมแบบกะไม่ให้เห็นโลกภายนอก แต่หึ…สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวเพื่อใช้เป็นกองกำลังให้สมกับพรสวรรค์ และผม…จะทำหน้าที่นั้นอย่างดีเลย~

จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์ - บทที่ 4 เปิดโลกกับการปะทะครั้งแรก โดย NANAZY @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,แอคชั่น,ดาร์ค,ตะวันตก,ผจญภัย,สปิริต,โลกแฟนตาซี,พลังพิเศษ,พระเอกเทพ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,แอคชั่น,ดาร์ค,ตะวันตก,ผจญภัย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สปิริต,โลกแฟนตาซี,พลังพิเศษ,พระเอกเทพ

รายละเอียด

จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์ โดย NANAZY @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เห้อ ไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะขังเด็กอย่างผมแบบกะไม่ให้เห็นโลกภายนอก แต่หึ…สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวเพื่อใช้เป็นกองกำลังให้สมกับพรสวรรค์ และผม…จะทำหน้าที่นั้นอย่างดีเลย~

ผู้แต่ง

NANAZY

เรื่องย่อ

สวัสดีนักอ่านที่แวะเวียนมาครับ ผม DK เนื่องจากงานเขียนหลักติดขัดชั่วคราว เลยจะเขียนลงเล่น ๆ หนึ่งเรื่องเป็นเวอร์ชั่นทดลองนั่นคือ 'จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์' ซึ่งอ่านฟรีครับ ทุกท่านสามารถให้ฟีดแบ็กได้ตามความต้องการ ผมจะนำไปปรับปรุงและอาจจะกลับมาลงอีกครั้งในเวอร์ชั่นสมบูรณ์ ขอให้สนุกกับการอ่านครับ:)




เรื่องราวบอกเล่าถึง 'อายร์' เด็กหนุ่มผู้ถูกกักขังโดยองค์กรพูเท็ค แต่เนื่องด้วยความสามารถและพรสวรรค์ที่สุดแสนจะหายาก ทำให้เขาได้รับโอกาสเป็นอิสระเพื่อเป็นอาวุธให้องค์กรใช้ต่อสู้กับภัยในโลก แต่ใครจะรู้...ว่าเด็กตัวน้อยที่แสนป่าเถื่อนก็มีความตั้งใจของตัวเองเช่นกัน อิสระภาพที่แท้จริง...เขาจะกำหนดมันเอง



คำเตือน!

เนื้อหาในนิยายเรื่องนี้มีการใช้ความรุนแรง เลือดแดงตามสไตล์ดาร์กแฟนตาซี เหมาะสำหรับผู้อ่านอายุ 13 ปีขึ้นไป หากท่านใดไม่สบายใจก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย



เวลาอัพโหลดรายตอน:

ทุกวันจันทร์ - พุธ - ศุกร์ 20:00

หมายเหตุ: อาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง จะประกาศแจ้งอีกทีนะครับ

สารบัญ

จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 1 เหยื่อของนักโทษ,จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 2 อิสรภาพของอสูรกาย,จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 3 เตรียมตัวออกศึก!,จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 4 เปิดโลกกับการปะทะครั้งแรก,จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 5 เพื่อนทหารที่ดี(?)

เนื้อหา

บทที่ 4 เปิดโลกกับการปะทะครั้งแรก

** ก่อนหน้านี้ไม่นาน - อายร์ **

“เรียบร้อย ดูดีใช้ได้นะ”

ฟังพี่ลูกัสพูดไปพลางผมก็สำรวจร่างกายตัวเอง ยกมือขยับนิ้วคล่อง เป็นชุดรัดรูปสีดำแต่ไม่รั้งการเคลื่อนไหว ที่ผมชอบคือมันทับนอกด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดสีเทาที่มีหมวกฮู้ดพร้อม โดยรวมเบาสุด ๆ !

“ไม่เลวนะคร้าบ~ ว่าแต่ผมจำเป็นต้องใส่เครื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”

“นั่นไม่ใช่เครื่องแบบธรรมดา มันมีคุณสมบัติในการป้องกันที่ดีเยี่ยม เหมาะกับทหารมือใหม่ที่ยังไม่เก่งมาก แต่หลัก ๆ ที่ฉันให้นายใส่เพราะทหารคนอื่นจะได้เข้าใจว่าเป็นพวกเดียวกัน”

อ๋อ~ กันคนเข้าใจผิด อย่างว่าแหละลงไปเปิดตัวเท่ ๆ ยังไงก็เป็นจุดเด่น ชุดนี่มีแผ่นเกราะป้องกันตามข้อต่อด้วย ถุงมือรองเท้าพร้อมสำหรับการต่อสู้ สัญลักษณ์พูเท็คตรงกลางเสื้อนอก แต่กางเกงขาสั้น…ไม่ค่อยชินเลยแฮะ

“อืม…แต่แค่นี้ยังไม่พอ”

พี่ลูกัสหยิบเอาตรารูปวาฬออกมา ซึ่งมันยศที่ต่ำที่สุดในพูเท็ค เอามาติดให้ผมตรงอกเสื้อข้างซ้าย ชิ…อ่อนสำหรับเราไปเยอะ แต่ก็เข้าใจได้แหละ ถ้ายศสูงไปมันจะดูแปลก ๆ มีไว้ให้น่าเชื่อถือก็พอ

“เอาล่ะ แค่นี้ก็ครบถ้วน ยานขับถึงไหนแล้ว?” พี่ลูกัสหันถามกับคนขับยาย

“ขอโทษครับ ในเมืองวุ่นวายมาก มีพวกวอยด์เต็มไปหมด หาที่ลงจอดไม่ได้เลยครับ ผมคิดว่าเราควรจอดนอกเมือง”

“ไม่ต้อง หาที่โล่งในเมืองนั่นแหละ ฉันกับอายร์จะโดดลงไปเอง”

“เอ๋?” ผมถึงกับชะงักไม่คาดคิด เอาแบบนั้นเลยเหรอ? โคตรจะบ้าบิ่นแต่น่าสนุกนะเนี่ย! ทำผมยิ้มกว้างทันตา

ถึงจะตกใจแต่คนขับก็ทำตาม เคลื่อนยานไปฝั่งนึงของเมืองและดูให้แน่ใจว่าวอยด์ไม่เยอะมาก

“ได้แล้วครับคุณลูกัส!”

พี่เขาทราบดังนั้นจึงพาผมมายืนรอด้วยกันที่ประตูยาน ทำผมลุ้นเกร็งแทบดีดดิ้นเพราะจะได้เห็นโลกภายนอกแล้ว

“เปิดประตู”

คำสั่งมาอย่างหนักแน่น ทำให้บานเหล็กเลื่อนออกไป ลมปะทะเข้ามาทันที

“!!!” อะไรกัน…ภาพตรงหน้าทำเอาเบิกตากว้าง เครื่องบินอยู่มุมสูงที่เมืองไม่ได้บัง ผมได้เห็นวิวทิวทัศน์แปลกตา เป็นป่าสีเขียวขจีกว้างขวางที่ดูสดใสในยามเช้า นี่มันยิ่งกว่ารูปถ่ายที่เคยเห็นซะอีก… 

ควันดำที่ลอยมาจากด้านล่างไม่ได้ทำให้ดูแย่ในสายตาผมเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสภาพเมืองปกติเป็นยังไง แล้วไม่สนด้วย

ผมสูดลมเข้าเต็มปอดด้วยความตื้นตันใจ อากาศบริสุทธิ์ที่ไม่มีทางหาได้ในเขตกักกัน มันเกินกว่าที่ผมจินตนาการไว้มาก สุดยอด…

“สวยใช่มั้ยล่ะ?” พี่ลูกัสถามด้วยสีหน้าเย็นเยียบเพราะน่าจะเข้าใจความรู้สึก “นายจะได้ใช้ชีวิตในโลกนี้ไปอีกนาน ถ้าอยากให้เป็นแบบนี้ต่อก็จงปกป้องมันซะ…อย่าให้ใครหน้าไหนช่วงชิงไป พร้อมหรือยังสำหรับภารกิจแรก?”

คำถามนั้นทำให้ผมก้มมองเมืองเบื้องล่างที่มีแต่ความเสี่ยงอันตรายและดำมืด เสียงระเบิดอึกกระทึกดังแผ่ว ผู้คนกรีดร้องที่ต้องเผชิญกับความตายและปีศาจที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี

“หึ” อารมณ์กระหายอันบ้าคลั่งกำลังปะทุ มุมปากยิ้มแสยะตามความคึก นี่แหละคือชีวิตของฉัน! ความรุนแรงที่ทำให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว!

“ไปลุยกันเลย!!”

เราปล่อยตัวลงจากยานโดยไร้ความกลัว พี่ลูกัสนิ่งสงบ ใจเย็นขนาดล้วงมือในกระเป๋ารอ แรงลมสวนขึ้นตามความเร็วจนเสื้อผ้าหน้าผมเราโบกสะบัด ผมจับหมวกไม่ให้หลุดปลิว

“ว่าแต่พี่ลูกัสมาเองแบบนี้จะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอครับ? มีแผนอะไรเตรียมไว้ให้ผมรึเปล่า?”

ผมชวนคุยกลางอากาศ ถ้าพี่แกจัดการเองทั้งหมดผมคงทำได้แค่ช่วยผู้คนน่าเบื่อ ๆ ผลงานก็จะด้อยเกินแต้มแดง

“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ คิดว่าจะกักพวกปีศาจไว้ในเมืองแล้วก็แกล้งทำเป็นไม่ว่างต้องดูแลส่วนอื่นบลา ๆ ส่วนนายลุยงานหลักอย่างการหยุดต้นตอของพวกมันเลย ฉันคุมสถานการณ์ได้สบาย ๆ”

ผมฟังแล้วยิ้มเข้าใจทันที คงอยากให้ได้ผลงานใหญ่ ๆ สินะ แบบนี้ก็สวยดิ!

“ระวังด้วย ฉันรู้ว่านายบ้าการต่อสู้ แต่ถ้าเจอทหารคนอื่นก็อย่าไปหาเรื่อง แค่ทำความผิดเล็ก ๆ ก็อาจโดนพิจารณาส่งกลับเขตกักกันได้”

“รับทราบคร้าบ~”

แรงกดดันรอบด้านไม่ได้ทำให้ผมเครียดเลย ขอแค่ได้ปลดปล่อยต่อสู้สมใจอยาก กลับไปอยู่เขตกักกันอะไรตอนนี้ไม่สนหรอก!

“หืม? ดูท่าจะยุ่งแล้วล่ะ”

“หือ??” แต่ผมต้องชะงักจากเสียงเตือนเรียบ ๆ ของพี่ลูกัส มองลงไปตามเขาจนได้เห็นว่ามีวอยด์จำนวนมากกำลังรออยู่ คำรามส่งเสียงระงมบ่งบอกว่าเห็นพวกเรา

เห~ เร็วกว่าที่คิดอีก ผมนี่ยิ้มเพราะอยากดิ่งลงไปทันที รอรับความตื่นเต้น!

“ที่บอกว่าวอยด์เยอะคงไม่ได้ประมาณเอาสินะ เราได้ยืดเส้นยืดสายกันก่อนแล้วล่ะ แบล็ค!”

พี่ลูกัสเหวี่ยงแขนขวาหลังคำเรียกสปิริต ทำให้พลังออร่าสีดำแดงแผ่ซ่านออกมาจากหนึ่งในแหวนทั้งห้า ตามด้วยฝูงอีกาทมิฬจำนวนมากโผล่มาบินประกบพวกเรา

“ว้าว~”

ภาพนั้นทั้งตื่นตาและสร้างความหึกเหิมได้เยอะ แต่จะน้อยหน้าไม่ได้ ผมไขว้แขนไว้ตรงอก เร่งพลังสปิริตจากภายในจนออร่าสีดำทองปะทุออกมาราวกับเตาปฏิกรณ์รั่ว

“ผมไม่รู้ว่าบอกพี่ไปหรือยัง แต่ผมตั้งชื่อให้พลังของตัวเองแล้ว วงแหวนเทวทัณฑ์!”

ประกาศกร้าวเสร็จ วงแหวนสีทองปรากฏตรงข้อมือและข้อเท้า ความรู้สึกกระตุ้นกายพลุ่งพล่าน เตรียมพร้อมต่อสู้เต็มอัตราศึก

“หึ เป็นชื่อที่แปลกหูดีนะ ไว้เดี๋ยวถามที่มาทีหลัง”

ผมเดาไม่ออกว่ารอยยิ้มนั่นคือตลกหรือประทับใจ แต่เรื่องนั้นช่างมัน ได้เวลาลุย!

“กรรรร!!”

และเหมือนเหล่าวอยด์จะไร้ความกลัวสมเดรัจฉาน พวกมันตะเกียกตะกายแย่งกันขึ้นราวกับอยากคร่าชีวิต แบบนี้ต้องดัดสันดานให้หลาบจำ!

“เดี๋ยวฉันเปิดทางเอง!”

พี่ลูกัสใช้อีกาจำนวนมากมาห่อหุ้มตัวเองพลันเร่งความเร็วแนวดิ่ง พุ่งลงตรงกลางฝูงวอยด์ราวดาวหางย่อม ๆ

ตึง!!!

แรงระเบิดทำให้พวกมันกระเด็นกลิ้งไปตามถนนพัง ๆ บางตัวปลิวชนตึกจนแตกร้าวและแน่นิ่งทันที โห~ อลังการสมเป็นพี่จริง ๆ !

ท่ามกลางควันฟุ้งด้านล่าง ผมเห็นอีกาตัวนึงบินไปที่มือของพี่เขาก่อนกลายสภาพเป็นดาบโค้งยาวสีดำ

เป็นเวลาเดียวกันที่พวกวอยด์เริ่มเข้าจู่โจมจากรอบข้าง พี่ลูกัสเลยตอบสนอง เคลื่อนไหวฉับไว พลันเหวี่ยงกระบวนดาบไปเป็นเส้นทมิฬ

หึย ขี้โกงนี่นา ผมก็อยากสนุกด้วยคนนะ เนื้อเต้นไม่หยุดเลย

“กร๊าซ!!”

แล้วเหมือนฟ้ารู้ใจ สายตาเบิกคลั่งเบนมองขวาตามทิศทางเสียงจนเห็นค้างคาวตัวเท่าคนกำลังบินตรงมาหา มันกระพือปีกที่ประดับด้วยมณีคม ปากยาวแยกสี่ส่วนหวังจะกระชากหน้าผมกลางอากาศ

“ต้องอย่างนี้สิ!”

แต่ผมตอบรับอย่างยินดี โชว์สกิลปรับท่าทางกระทันหัน พลันก็ม้วนตัวสับส้นเท้าลงหัวมันจังหวะที่เข้าระยะ ปั้ก!! ส่งร่างวอยด์ติดปีกลงพื้นถนนจนสะเทือน

ตามด้วยดิ่งประทับบาทาซ้ำหลังมันเต็มแรง!

ตึง!!

“กร๊าซ!!”

ไม่ปล่อยให้ดิ้นนานหรอก~ ผมกดทับมันด้วยน้ำหนักตัวก่อนลั่น “ตัวแรก!!”

ผมต่อยหัวค้างคาวปีศาจเพียงหนึ่งครั้ง แต่ด้วยพลังจากวงแหวนทำให้แรงส่งมหาศาลจนเจ้าวอยด์ตายคามือ หัวเละไปกับพื้นยางมะตอยที่แตกตามมา

“ฮะฮะ~” ผมค่อย ๆ หายใจเสพบรรยากาศที่ได้เติมเต็ม กลิ่นเลือดวอยด์เหม็นสะใจ สุดยอดชะมัด! ผมดึงมือออกโดยแทบไม่มีรอยขีดข่วน เห็นได้ชัดว่าชุดทหารพูเท็คป้องกันได้ดีจริง ๆ

“โว้ว~ เยอะนะเนี่ย~”

ผมตั้งหลักขึ้นมามองด้วยใจที่เต้นแรง ตื่นตามากที่จะได้ซัดเยอะขนาดนี้ ปีศาจเล็กใหญ่ปะปนล้อมเต็มไปหมด สภาพตึกกับถนนก็เละตามที่ควร

“ฮึบ”

ตอนนั้นพี่ลูกัสถอยมาระวังใกล้ ๆ หลังจากเข้าไปฟันจัดการได้หลายตัวแต่ไม่มีเลือดเปื้อนสักหยด ยกดาบตั้งท่าด้วยสีหน้าเยือกเย็น

“พวกนี้ไม่มีทางยากเกินมือเรา รีบเก็บกวาดให้หมดดีกว่า อย่าช้าล่ะ ฉันไม่ใจดีมาคุ้มกันตลอดหรอก”

คำพูดพี่แกออกไปเชิงท้าทายสำหรับผม ทำให้มือกำแน่นอย่างนึกสนุก ยืนมั่นโหนกสมเป็นแต้มแดง เร่งพลังขึ้นเล็กน้อยจนเส้นผมขาวขอบหมวกขยับ

“ไม่ง้ออยู่แล้ว~ ผมจะฆ่ามากกว่าพี่ลูกัสให้ดู!”



ชิ้ง ชิ้ง!

“กร๊าซ!!!”

ปั้ก ตึง!

“กรรรรร!!”

เหล่าอสูรกายร้องระงมราวกับโดนทรมาน นั่นเพราะพวกมันถูกใบดาบฟาดฟันกับกำปั้นที่ซัดกระหน่ำไม่ยั้ง เศษซากและเลือดสีม่วงกระจายไปทั่ว

ตอนนี้เรายังคงถูกล้อมด้วยสัตว์ประหลาดเต็มถนน แต่ดูจะได้เปรียบมากเพราะพวกวอยด์ทำอะไรเราไม่ได้เลย

“เสียเวลาชะมัด…มากันเยอะจริง ๆ !” พี่ลูกัสบ่นอย่างเอือมระอา คงเพราะเขาก็ไม่อยากเอาจริงกับพวกกาก ๆ แค่ตวัดดาบครั้งเดียววอยด์เท่าคนนับสิบก็ขาดครึ่ง

“แบบนี้แสดงว่าเราทำตัวเด่น~!” 

กลับกัน ผมอิ่มสุขเป็นอย่างมาก กระโดดถีบปีศาจแมลงจนกระเด็นชนตึก มาเยอะนี่แหละของชอบ!

ตึง!!

“กรรร!!!”

“!?” แล้วตอนนั้นดันมีวอยด์ร่างตะขาบยักษ์ที่มีหัวเป็นจระเข้ทะลุพื้นถนนขึ้นมา จู่โจมผมจากด้านหลัง

ปึ้ง!!

อึก! โชคดีที่ไหวตัวทัน ผมใช้มือสองข้างจับง้างกรามมันอย่างแข็งขัน แรงที่กดทับทำให้เท้าผมยันจนทะลุพื้นถนน บ้าน่า…ปีศาจตัวนี้แรงเยอะโคตร

“กรรร!!” เสียงคำรามดังจากปากที่มีแต่ฟันคมยุ่งเหยิง โดนกัดทีคงกลายเป็นเนื้อสับแน่ หัวใจเต้นรัวด้วยความประหลาดใจแต่ก็ตื่นเต้น

ฉันก็อยากลองโดนกัดสักทีอยู่หรอก แต่สถานการณ์แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะที่จะติดเล่น

“อย่าบอกว่านายจะโดนเล่นงานน่ะอายร์~” เจ้ามาร์ตินพูดกับผมเหมือนหยอกยุ เสียงบิดเบี้ยวของผู้หญิงทำเอาขมวดคิ้ว

“...” แน่นอนว่าผมยังนิ่ง หมอนี่เงียบมาสักพักแล้วนี่นะ แต่ช่างสิ แค่นี้ไม่เกินมือหรอก! 

ฟันปลายปากมันบาดมือผมระหว่างที่ยื้อแรงกัน วอยด์ตัวอื่นก็กำลังวิ่งเข้ามา

“กรรรร!! / กร๊าซซซ!!”

“หึ”

แต่ในจังหวะที่พวกมันกระโจน ผมได้ใช้แรงแขนดึงร่างตะขาบยาวออกมาจากพื้นถนนก่อนบิดตัวเหวี่ยงใส่วอยด์ทั้งหมด พวกมันปลิวกลิ้งไปคนละทิศ บางตัวกระแทกรถหน้าคว่ำ

“โดนแล้วโว้ยพวกโง่! ฮ่าฮ่า~!” 

ผมยิ้มสะใจ ยกมือดูบาดแผลที่โดนฟันเฉือน ทำเอารู้สึกกระปรี้กระเปร่า ขออนุญาตกำมือซ้ำให้แสบซ่านสมใจอยาก ฮิฮิ~

ระหว่างหลบ ๆ พวกปีศาจไป ผมเห็นพี่ลูกัสรำดาบฆ่าฟันพวกอสูรแบบไม่เลือกหน้า แต่ดู…ไม่ค่อยลำบาก ต่างจากผมที่ใช้เวลาเยอะ

อืม…จะให้ใช้พลังมากกว่านี้ก็ใช่เรื่อง ต้องหาของทุ่นแรงอย่างเช่น อะ! ฟันแหลมยาวของจระเข้นั่น เสร็จล่ะ!

ผมตัดสินใจลัดเลาะไปหักเขี้ยวตามที่คิด เอามาใช้ในมือสองข้างเปรียบเสมือนมีดสั้น ใช้พลังวงแหวนเสริมพร้อม

“เข้ามาเลย!!”

ช่วงเวลาต่อจากนั้นคือความบันเทิงสั้น ๆ ที่ได้ใช้ร่างกายคุ้มค่า กระโดดตีลังกาเป็นลิง ฟันคมตัดเฉือนไม่ยั้ง จัดการวอยด์ร่วมกับพี่ลูกัสที่ดูเหนือกว่าแทบทุกด้าน

ที่จริงผมรู้นะว่าวอยด์มีจุดอ่อนอะไร ต้องเล็งแกนเนื้อดูจากเส้นเลือดบลา ๆ มันก็มีประโยชน์แหละแต่แค่ซัดจนร่างพวกมันเละไม่มีชิ้นดีก็ค่าเท่ากันจริงไหมล่ะ?

“กรรรร”

เอาล่ะนี่คงเป็นกลุ่มสุดท้ายแล้ว ถึงเวล-

ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง…

“เอ๋…?”

แต่กะพริบตาทีเดียวพวกมันก็ถูกของมีคมดาบฟาดฟันเป็นชิ้น ๆ เจ้าของผลงานเก็บกวาดวอยด์ทั้งหมดก่อนมาหยุดตรงหน้าผม

“นายนี่ไม่เคยทำอะไรทันใจฉันจริง ๆ”

เป็นพี่ลูกัสนี่แหละ เขาไม่มีรอยขีดข่วนด้วยซ้ำ หรี่ตามองมาเหมือนประเมินหรือคาดหวัง ผมก็ไม่มีข้อแย้ง ยืนหายใจแรงทั้งที่ยิ้มร่า กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง

“แล้วก็ ฉันฆ่าพวกวอยด์ได้เยอะกว่า นายได้ศูนย์แต้ม”

ผมถึงกับตัวแข็งทื่อ ละ-ลืมไปว่าท้าอะไรไว้ ตอนนี้ก็โดนพี่เขาย้ำหน้าตายและยังสะบัดดาบเก็บทรงไปอีกดอก

แหม พี่ลูกัสนี่เก่งจริง ๆ ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกในเขตกักกันจนถึงตอนนี้ผมก็ยังตามไม่ทัน

“เอาเถอะ อย่าเพิ่งไปไหนล่ะ ฉันขอตรวจดูรอบ ๆ ก่อน” พี่แกสั่งก่อนจะเรียกอีกาออกมาจำนวนมาก สะบัดให้บินไปทั่วเมือง

ผมก็กอดอกรอไปชิล ๆ ถ้าว่าด้วยเรื่องผลงาน เอาแค่จัดการวอยด์ตรงนี้ก็คงได้รับคำชม ถ้าไม่มีใครหมิ่นว่าได้ทหารยศสูงช่วยอะนะ…

“สุดยอดเลยอายร์~ หาพวกตัวประหลาดซัดอีกสิ~ ไม่ก็ลูกัสนี่แหละ~ น่าสนใจดีนะ”

เสียงมาร์ตินแบบผู้ชายบิดเบี้ยวดังในหัวผม ราวกับจะยุให้ทำตามใจ ออร่าพลังเริ่มเพิ่มขึ้นเอง อันตรายแฮะ…หรือว่าจะกักหมอนี่ไว้นานเกินไป? งั้นช่วยไม่ได้

“ออกมาเถอะ ตอนนี้ฉันอนุญาตแล้ว… เอาแต่พูดในหัวมันน่ารำคาญนะ”

เมื่อได้รับการเชื้อเชิญ เจ้ามาร์ตินก็ไม่ขัด มันหัวเราะราวกับวิญญาณอันบ้าคลั่งก่อนแผ่ซ่านบรรยากาศที่แสนเยือกเย็ก

“หืม?” พี่ลูกัสถึงกับชะงักเมื่อเห็นออร่าสีดำทองที่ปะทุออกมา “นี่นายยอมให้หมอนั่นออกมาเหรอ?”

สีหน้าพี่เขาจริงจังเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตั้งอาวุธ ผมยังคงท่าทีนิ่ง ๆ ก่อนจะแก้ต่าง “ไม่เชิงยอมแค่เห็นว่าไม่เสียหายน่ะครับ อีกอย่างให้ออกมาคุยเป็นตัวยังไงก็สะดวกกว่า”

พูดจบ เงาสีดำกระจายออกจากตัวผมและรวมเป็นรูปร่างคล้ายผู้หญิงผมยาว แขนดำทมิฬกอดคอผมจากด้านหลัง

“ใจดีจริง ๆ เลยนะอายร์~ เจ้าหนูน่ารักน่าชัง~ แต่ฉันคงไม่อยากกลับไปหดตัวในร่างนายแล้วล่ะ”

กรรม…ชักรู้สึกว่าคิดผิดแล้วสิ มีการพูดข้างหูอย่างใกล้ชิด แสดงความเป็นเจ้าของแบบไม่อายใคร

“อย่าทำอะไรน่าขนลุกสิ…เปลี่ยนร่างเลยนะ”

ผมเลือกจะสั่งอย่างถือตัว ทำให้เจ้ามาร์ตินขยับออกและไปรวมเป็นรูปร่างใหม่ข้าง ๆ เงาดำปรากฏสีอย่างเป็นธรรมชาติ กลายเป็นชายตัวสูงทันตา

“ดูท่านายจะชอบโลกภายนอกมากเลยนะ คุ้มค่ากับที่ถูกขังมาตั้งนานเลยใช่มั้ย~” 

เจ้ามาร์ตินพูดด้วยรอยยิ้มขี้เล่น แววตาเขียวมรกตมองไปรอบ ๆ ผมสีน้ำตาลแสกกลาง ชุดคลุมขาวสลับทองรุงรังพัดโบกไปตามลม ผิวสีแทนต่างจากผมลิบลับ

“อู้ว~ ชุดเท่ใช้ได้นี่นา สภาพเมืองก็เละ แต่เอาจริงฉันว่าแบบนี้ยังน่าอยู่กว่าในเขตกักกันนะ”

เขาลอยตัวบินสำรวจใกล้ ๆ ทำผมไม่สบายใจพอสมควร ถ้าจะมีใครก่อเรื่องคงไม่พ้นหมอนี่แน่ ๆ …

“จะว่าไปลูกัสก็อยู่ตรงนี้นี่นา ไงไม่ได้เจอกันนาน แต่นายคงมองไม่เห็นเพราะฉันอยู่ในโหมดหายตัว~” 

มาร์ตินมีการบินกลับมาทำมือเหมือนล้อการร่ายเวท ที่ว่าหายตัวคือผมเห็นเขาคนเดียว แต่กรณีพี่ลูกัสเอ่อ…นั่น เขากอดอกเลิกคิ้วหนึ่งข้างอย่างไม่สบอารมณ์แล้ว

“ไม่เห็นกับผีดิ ฉันมีเนตรโลกันตร์เฟ้ย จะดูถูกก็ให้มันน้อย ๆ หน่อย” พี่เขาพูดสวนทันที

“โอ้ว จริงด้วยสินะ~ นายมีไอ้ตาหัวตรีศูลนั่นที่มองเห็นอะไรก็ได้ แต่แล้วไง?” มาร์ตินบินกลับมาหาผม จับไหล่สองข้างและมองพี่ลูกัสพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ “ต่อให้เห็นฉันนายก็ทำอะไรไม่ได้~ มีเจ้าหนูนี่อยู่ทั้งคน”

“บอกว่าอย่าจับ…” ผมก็เบื่อแต่แตะเจ้ามาร์ตินไม่ได้เหมือนกัน

“เฮ้อ…เอาเหอะ ทบทวนกันหน่อย นายจำรายละเอียดที่ผู้บัญชาการบอกได้ใช่มั้ยอายร์?”

พี่ลูกัสตัดสินใจเมินมาร์ตินและถามผมที่ปรับอารมณ์ตามมา ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“จำได้ครับ มีปีศาจที่วรรณะสูงกว่าวอยด์สามสี่ตัว หนึ่งในนั้นไม่ทราบตำแหน่ง ระดับความอันตรายไม่เกินหกสิบ”

ระหว่างพูด เจ้ามาร์ตินก็ทำหน้าบูดเซ็ง ยืนพิงไหล่ผมและหาวไม่เกรงใจ สุดท้ายก็ยังยิ้มออก

“ดีมาก เพราะงั้นหน้าที่แรกของนายคือตามหาปีศาจที่พูเท็คไม่ทราบตำแหน่งและจัดการมันซะ จากนั้นมาเจอกันที่ใจกลางเมือง”

ผมพยักหน้ารับคำสั่ง ท่ามกลางสภาพพัง ๆ ในเมือง สัมผัสถึงศัตรูใกล้ ๆ ไม่ได้

“ฉันใช้อีกาส่องดูทั่วแล้วล่ะ ดูเหมือนทหารคนอื่นจะอพยพประชาชนได้แล้ว ฉันต้องไปกักพวกปีศาจไม่ให้ออกนอกเมือง แล้วก็…”

พี่ลูกัสเหลือบมองเจ้ามาร์ตินที่ยังยิ้มและพิงไหล่ผม “อย่าประสาทเสียกับหมอนั่นมากล่ะ”

พูดจบพี่เขาก็ใช้อีกาหลายตัวมาสร้างเป็นปีกขนาดใหญ่และบินห่างออกไป ปล่อยให้ผมยืนนิ่งอยู่กับเจ้าตัวป่วนที่ตอนนี้ร่าเริงเกินหน้า

“มาเถอะอายร์~ ไปสนุกกันดีกว่า”

“...ของมันแน่อยู่แล้ว นายก็อย่ามัวแต่พูดอะไรไร้สาระล่ะ”

ผมเริ่มออกวิ่งไปกวาดตาหา เก็บแรงไว้เผื่อเจออะไรไม่คาดฝัน แต่สิ่งที่ยากสุดในงานนี้คงเป็นการรับมือเจ้ามาร์ตินนี่แหละ…

ผมเริ่มออกวิ่งไปกวาดตาหา เก็บแรงไว้เผื่อเจออะไรไม่คาดฝัน แต่สิ่งที่ยากสุดในงานนี้คงเป็นการรับมือเจ้ามาร์ตินนี่แหละ…

“เอาล่ะฟังนะ ระหว่างนี้ฉันจะกวาดหาให้ดี ไม่รู้ว่าปีศาจตัวนั้นมันซ่อนอยู่ไหน เห็นอะไรก็บอกฉันให้หมด”

“เข้าใจแล้ว~” มาร์ตินตอบกลับแต่ดูไม่ค่อยจริงจัง บินปล่อยตัวขณะที่ผมวิ่งลัดเลาะไปทั่ว เข้าเช็คอาคารที่ดูเหมาะกับซ่อนตัว ใช่ เมืองนี้เละโคตร ๆ ผมคนเดียวหาเจอยากแน่ ๆ

ดีที่มีเจ้ามาร์ตินอยู่ ถึงจะน่ารำคาญแต่หมอนี่เป็นสปิริตระดับสูง พ่วงมาด้วยความสามารถ ‘เนตรหยั่งรู้’ ที่มองเห็นได้ไกลและกว้างมาก คงจะช่วยได้เยอะ

“ที่ตึกสูงไกล ๆ นู่นทำเหมือนจะล้มแต่ปลายบนสุดพิงตึกอีกฝั่งได้สวยสุด ๆ โอ้ว! ในท่อน้ำนั่นมีหนูสองสามตัว เห็นพวกนกรุมกินศพคนด้วยแหนะ~”

“เอาที่มีประโยชน์สิเห้ย! เรื่องพวกนั้นใครจะสนกัน!?”

“ก็นายบอกให้ฉันพูดทุกอย่างที่เห็นนี่นา~ ฮ่าฮ่า”

เจ้ามาร์ตินบินมายิ้มกวน ๆ และยักไหล่ผายมือตรงหน้าผม ขวางหูขวางตาการวิ่งน่าหงุดหงิดสุด ๆ ให้ตายสิ นายนี่มั-

ตู้ม!!

“!?” ผมหยุดวิ่งกระทันหันเพราะเสียงระเบิดไม่ไกล หันมองไปมาก่อนรีบถาม “มีการต่อสู้เหรอมาร์ติน?”

“คิดว่านะ น่าสนุกดีออก ไปดูกันหน่อยสิ~”

เห้อ…มันควรจะเป็นเหตุผลประมาณว่าช่วยคนที่เดือดร้อนงี้รึเปล่า? นายนี่ติดเล่นตลอดจริง ๆ

ถึงจะทำหน้าเอือมแต่ผมก็ไปตามนั้น ใช้เวลาสักพักวิ่งหักถนนสองสามทีก่อนจะชะเง้อส่องดูตรงมุมตึก ได้ยินเสียงเหวี่ยงอาวุธแว่วมาตลอดทาง

โอ๊ะ? ตรงนั้นมีสองคนที่ใส่ชุดทหารเหมือนกับเรา ซากวอยด์กับเลือดสีม่วงเลอะพื้นเหมือนเพิ่งตายหมาด ๆ

หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงหัวชมพูที่ดูอ่อนแรง แต่อีกคนกลับเป็นผู้ชายผิวเข้มผมยาว มีดาบใหญ่เก็บไว้ด้านหลัง ดูเก่งกว่าเห็น ๆ

ตึง!!

“กรรรรร!!”

“!!?”

หือ!? แล้วจู่ ๆ ก็มีวอยด์ร่างกอริลล่ายักษ์ทะลุพื้นขึ้นมา พร้อมง้างแขนสองข้างเตรียมบดขยี้ทหารสองคนนั้น พวกเขาไม่มีทีท่าจะหนีพ้นเลย

แบบนี้ถึงคิวของเราแล้วสินะ~!