เห้อ ไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะขังเด็กอย่างผมแบบกะไม่ให้เห็นโลกภายนอก แต่หึ…สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวเพื่อใช้เป็นกองกำลังให้สมกับพรสวรรค์ และผม…จะทำหน้าที่นั้นอย่างดีเลย~
แฟนตาซี,แอคชั่น,ดาร์ค,ตะวันตก,ผจญภัย,สปิริต,โลกแฟนตาซี,พลังพิเศษ,พระเอกเทพ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
** ก่อนหน้านี้ไม่นาน - อายร์ **
“เรียบร้อย ดูดีใช้ได้นะ”
ฟังพี่ลูกัสพูดไปพลางผมก็สำรวจร่างกายตัวเอง ยกมือขยับนิ้วคล่อง เป็นชุดรัดรูปสีดำแต่ไม่รั้งการเคลื่อนไหว ที่ผมชอบคือมันทับนอกด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดสีเทาที่มีหมวกฮู้ดพร้อม โดยรวมเบาสุด ๆ !
“ไม่เลวนะคร้าบ~ ว่าแต่ผมจำเป็นต้องใส่เครื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”
“นั่นไม่ใช่เครื่องแบบธรรมดา มันมีคุณสมบัติในการป้องกันที่ดีเยี่ยม เหมาะกับทหารมือใหม่ที่ยังไม่เก่งมาก แต่หลัก ๆ ที่ฉันให้นายใส่เพราะทหารคนอื่นจะได้เข้าใจว่าเป็นพวกเดียวกัน”
อ๋อ~ กันคนเข้าใจผิด อย่างว่าแหละลงไปเปิดตัวเท่ ๆ ยังไงก็เป็นจุดเด่น ชุดนี่มีแผ่นเกราะป้องกันตามข้อต่อด้วย ถุงมือรองเท้าพร้อมสำหรับการต่อสู้ สัญลักษณ์พูเท็คตรงกลางเสื้อนอก แต่กางเกงขาสั้น…ไม่ค่อยชินเลยแฮะ
“อืม…แต่แค่นี้ยังไม่พอ”
พี่ลูกัสหยิบเอาตรารูปวาฬออกมา ซึ่งมันยศที่ต่ำที่สุดในพูเท็ค เอามาติดให้ผมตรงอกเสื้อข้างซ้าย ชิ…อ่อนสำหรับเราไปเยอะ แต่ก็เข้าใจได้แหละ ถ้ายศสูงไปมันจะดูแปลก ๆ มีไว้ให้น่าเชื่อถือก็พอ
“เอาล่ะ แค่นี้ก็ครบถ้วน ยานขับถึงไหนแล้ว?” พี่ลูกัสหันถามกับคนขับยาย
“ขอโทษครับ ในเมืองวุ่นวายมาก มีพวกวอยด์เต็มไปหมด หาที่ลงจอดไม่ได้เลยครับ ผมคิดว่าเราควรจอดนอกเมือง”
“ไม่ต้อง หาที่โล่งในเมืองนั่นแหละ ฉันกับอายร์จะโดดลงไปเอง”
“เอ๋?” ผมถึงกับชะงักไม่คาดคิด เอาแบบนั้นเลยเหรอ? โคตรจะบ้าบิ่นแต่น่าสนุกนะเนี่ย! ทำผมยิ้มกว้างทันตา
ถึงจะตกใจแต่คนขับก็ทำตาม เคลื่อนยานไปฝั่งนึงของเมืองและดูให้แน่ใจว่าวอยด์ไม่เยอะมาก
“ได้แล้วครับคุณลูกัส!”
พี่เขาทราบดังนั้นจึงพาผมมายืนรอด้วยกันที่ประตูยาน ทำผมลุ้นเกร็งแทบดีดดิ้นเพราะจะได้เห็นโลกภายนอกแล้ว
“เปิดประตู”
คำสั่งมาอย่างหนักแน่น ทำให้บานเหล็กเลื่อนออกไป ลมปะทะเข้ามาทันที
“!!!” อะไรกัน…ภาพตรงหน้าทำเอาเบิกตากว้าง เครื่องบินอยู่มุมสูงที่เมืองไม่ได้บัง ผมได้เห็นวิวทิวทัศน์แปลกตา เป็นป่าสีเขียวขจีกว้างขวางที่ดูสดใสในยามเช้า นี่มันยิ่งกว่ารูปถ่ายที่เคยเห็นซะอีก…
ควันดำที่ลอยมาจากด้านล่างไม่ได้ทำให้ดูแย่ในสายตาผมเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสภาพเมืองปกติเป็นยังไง แล้วไม่สนด้วย
ผมสูดลมเข้าเต็มปอดด้วยความตื้นตันใจ อากาศบริสุทธิ์ที่ไม่มีทางหาได้ในเขตกักกัน มันเกินกว่าที่ผมจินตนาการไว้มาก สุดยอด…
“สวยใช่มั้ยล่ะ?” พี่ลูกัสถามด้วยสีหน้าเย็นเยียบเพราะน่าจะเข้าใจความรู้สึก “นายจะได้ใช้ชีวิตในโลกนี้ไปอีกนาน ถ้าอยากให้เป็นแบบนี้ต่อก็จงปกป้องมันซะ…อย่าให้ใครหน้าไหนช่วงชิงไป พร้อมหรือยังสำหรับภารกิจแรก?”
คำถามนั้นทำให้ผมก้มมองเมืองเบื้องล่างที่มีแต่ความเสี่ยงอันตรายและดำมืด เสียงระเบิดอึกกระทึกดังแผ่ว ผู้คนกรีดร้องที่ต้องเผชิญกับความตายและปีศาจที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี
“หึ” อารมณ์กระหายอันบ้าคลั่งกำลังปะทุ มุมปากยิ้มแสยะตามความคึก นี่แหละคือชีวิตของฉัน! ความรุนแรงที่ทำให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว!
“ไปลุยกันเลย!!”
เราปล่อยตัวลงจากยานโดยไร้ความกลัว พี่ลูกัสนิ่งสงบ ใจเย็นขนาดล้วงมือในกระเป๋ารอ แรงลมสวนขึ้นตามความเร็วจนเสื้อผ้าหน้าผมเราโบกสะบัด ผมจับหมวกไม่ให้หลุดปลิว
“ว่าแต่พี่ลูกัสมาเองแบบนี้จะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอครับ? มีแผนอะไรเตรียมไว้ให้ผมรึเปล่า?”
ผมชวนคุยกลางอากาศ ถ้าพี่แกจัดการเองทั้งหมดผมคงทำได้แค่ช่วยผู้คนน่าเบื่อ ๆ ผลงานก็จะด้อยเกินแต้มแดง
“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ คิดว่าจะกักพวกปีศาจไว้ในเมืองแล้วก็แกล้งทำเป็นไม่ว่างต้องดูแลส่วนอื่นบลา ๆ ส่วนนายลุยงานหลักอย่างการหยุดต้นตอของพวกมันเลย ฉันคุมสถานการณ์ได้สบาย ๆ”
ผมฟังแล้วยิ้มเข้าใจทันที คงอยากให้ได้ผลงานใหญ่ ๆ สินะ แบบนี้ก็สวยดิ!
“ระวังด้วย ฉันรู้ว่านายบ้าการต่อสู้ แต่ถ้าเจอทหารคนอื่นก็อย่าไปหาเรื่อง แค่ทำความผิดเล็ก ๆ ก็อาจโดนพิจารณาส่งกลับเขตกักกันได้”
“รับทราบคร้าบ~”
แรงกดดันรอบด้านไม่ได้ทำให้ผมเครียดเลย ขอแค่ได้ปลดปล่อยต่อสู้สมใจอยาก กลับไปอยู่เขตกักกันอะไรตอนนี้ไม่สนหรอก!
“หืม? ดูท่าจะยุ่งแล้วล่ะ”
“หือ??” แต่ผมต้องชะงักจากเสียงเตือนเรียบ ๆ ของพี่ลูกัส มองลงไปตามเขาจนได้เห็นว่ามีวอยด์จำนวนมากกำลังรออยู่ คำรามส่งเสียงระงมบ่งบอกว่าเห็นพวกเรา
เห~ เร็วกว่าที่คิดอีก ผมนี่ยิ้มเพราะอยากดิ่งลงไปทันที รอรับความตื่นเต้น!
“ที่บอกว่าวอยด์เยอะคงไม่ได้ประมาณเอาสินะ เราได้ยืดเส้นยืดสายกันก่อนแล้วล่ะ แบล็ค!”
พี่ลูกัสเหวี่ยงแขนขวาหลังคำเรียกสปิริต ทำให้พลังออร่าสีดำแดงแผ่ซ่านออกมาจากหนึ่งในแหวนทั้งห้า ตามด้วยฝูงอีกาทมิฬจำนวนมากโผล่มาบินประกบพวกเรา
“ว้าว~”
ภาพนั้นทั้งตื่นตาและสร้างความหึกเหิมได้เยอะ แต่จะน้อยหน้าไม่ได้ ผมไขว้แขนไว้ตรงอก เร่งพลังสปิริตจากภายในจนออร่าสีดำทองปะทุออกมาราวกับเตาปฏิกรณ์รั่ว
“ผมไม่รู้ว่าบอกพี่ไปหรือยัง แต่ผมตั้งชื่อให้พลังของตัวเองแล้ว วงแหวนเทวทัณฑ์!”
ประกาศกร้าวเสร็จ วงแหวนสีทองปรากฏตรงข้อมือและข้อเท้า ความรู้สึกกระตุ้นกายพลุ่งพล่าน เตรียมพร้อมต่อสู้เต็มอัตราศึก
“หึ เป็นชื่อที่แปลกหูดีนะ ไว้เดี๋ยวถามที่มาทีหลัง”
ผมเดาไม่ออกว่ารอยยิ้มนั่นคือตลกหรือประทับใจ แต่เรื่องนั้นช่างมัน ได้เวลาลุย!
“กรรรร!!”
และเหมือนเหล่าวอยด์จะไร้ความกลัวสมเดรัจฉาน พวกมันตะเกียกตะกายแย่งกันขึ้นราวกับอยากคร่าชีวิต แบบนี้ต้องดัดสันดานให้หลาบจำ!
“เดี๋ยวฉันเปิดทางเอง!”
พี่ลูกัสใช้อีกาจำนวนมากมาห่อหุ้มตัวเองพลันเร่งความเร็วแนวดิ่ง พุ่งลงตรงกลางฝูงวอยด์ราวดาวหางย่อม ๆ
ตึง!!!
แรงระเบิดทำให้พวกมันกระเด็นกลิ้งไปตามถนนพัง ๆ บางตัวปลิวชนตึกจนแตกร้าวและแน่นิ่งทันที โห~ อลังการสมเป็นพี่จริง ๆ !
ท่ามกลางควันฟุ้งด้านล่าง ผมเห็นอีกาตัวนึงบินไปที่มือของพี่เขาก่อนกลายสภาพเป็นดาบโค้งยาวสีดำ
เป็นเวลาเดียวกันที่พวกวอยด์เริ่มเข้าจู่โจมจากรอบข้าง พี่ลูกัสเลยตอบสนอง เคลื่อนไหวฉับไว พลันเหวี่ยงกระบวนดาบไปเป็นเส้นทมิฬ
หึย ขี้โกงนี่นา ผมก็อยากสนุกด้วยคนนะ เนื้อเต้นไม่หยุดเลย
“กร๊าซ!!”
แล้วเหมือนฟ้ารู้ใจ สายตาเบิกคลั่งเบนมองขวาตามทิศทางเสียงจนเห็นค้างคาวตัวเท่าคนกำลังบินตรงมาหา มันกระพือปีกที่ประดับด้วยมณีคม ปากยาวแยกสี่ส่วนหวังจะกระชากหน้าผมกลางอากาศ
“ต้องอย่างนี้สิ!”
แต่ผมตอบรับอย่างยินดี โชว์สกิลปรับท่าทางกระทันหัน พลันก็ม้วนตัวสับส้นเท้าลงหัวมันจังหวะที่เข้าระยะ ปั้ก!! ส่งร่างวอยด์ติดปีกลงพื้นถนนจนสะเทือน
ตามด้วยดิ่งประทับบาทาซ้ำหลังมันเต็มแรง!
ตึง!!
“กร๊าซ!!”
ไม่ปล่อยให้ดิ้นนานหรอก~ ผมกดทับมันด้วยน้ำหนักตัวก่อนลั่น “ตัวแรก!!”
ผมต่อยหัวค้างคาวปีศาจเพียงหนึ่งครั้ง แต่ด้วยพลังจากวงแหวนทำให้แรงส่งมหาศาลจนเจ้าวอยด์ตายคามือ หัวเละไปกับพื้นยางมะตอยที่แตกตามมา
“ฮะฮะ~” ผมค่อย ๆ หายใจเสพบรรยากาศที่ได้เติมเต็ม กลิ่นเลือดวอยด์เหม็นสะใจ สุดยอดชะมัด! ผมดึงมือออกโดยแทบไม่มีรอยขีดข่วน เห็นได้ชัดว่าชุดทหารพูเท็คป้องกันได้ดีจริง ๆ
“โว้ว~ เยอะนะเนี่ย~”
ผมตั้งหลักขึ้นมามองด้วยใจที่เต้นแรง ตื่นตามากที่จะได้ซัดเยอะขนาดนี้ ปีศาจเล็กใหญ่ปะปนล้อมเต็มไปหมด สภาพตึกกับถนนก็เละตามที่ควร
“ฮึบ”
ตอนนั้นพี่ลูกัสถอยมาระวังใกล้ ๆ หลังจากเข้าไปฟันจัดการได้หลายตัวแต่ไม่มีเลือดเปื้อนสักหยด ยกดาบตั้งท่าด้วยสีหน้าเยือกเย็น
“พวกนี้ไม่มีทางยากเกินมือเรา รีบเก็บกวาดให้หมดดีกว่า อย่าช้าล่ะ ฉันไม่ใจดีมาคุ้มกันตลอดหรอก”
คำพูดพี่แกออกไปเชิงท้าทายสำหรับผม ทำให้มือกำแน่นอย่างนึกสนุก ยืนมั่นโหนกสมเป็นแต้มแดง เร่งพลังขึ้นเล็กน้อยจนเส้นผมขาวขอบหมวกขยับ
“ไม่ง้ออยู่แล้ว~ ผมจะฆ่ามากกว่าพี่ลูกัสให้ดู!”
ชิ้ง ชิ้ง!
“กร๊าซ!!!”
ปั้ก ตึง!
“กรรรรร!!”
เหล่าอสูรกายร้องระงมราวกับโดนทรมาน นั่นเพราะพวกมันถูกใบดาบฟาดฟันกับกำปั้นที่ซัดกระหน่ำไม่ยั้ง เศษซากและเลือดสีม่วงกระจายไปทั่ว
ตอนนี้เรายังคงถูกล้อมด้วยสัตว์ประหลาดเต็มถนน แต่ดูจะได้เปรียบมากเพราะพวกวอยด์ทำอะไรเราไม่ได้เลย
“เสียเวลาชะมัด…มากันเยอะจริง ๆ !” พี่ลูกัสบ่นอย่างเอือมระอา คงเพราะเขาก็ไม่อยากเอาจริงกับพวกกาก ๆ แค่ตวัดดาบครั้งเดียววอยด์เท่าคนนับสิบก็ขาดครึ่ง
“แบบนี้แสดงว่าเราทำตัวเด่น~!”
กลับกัน ผมอิ่มสุขเป็นอย่างมาก กระโดดถีบปีศาจแมลงจนกระเด็นชนตึก มาเยอะนี่แหละของชอบ!
ตึง!!
“กรรร!!!”
“!?” แล้วตอนนั้นดันมีวอยด์ร่างตะขาบยักษ์ที่มีหัวเป็นจระเข้ทะลุพื้นถนนขึ้นมา จู่โจมผมจากด้านหลัง
ปึ้ง!!
อึก! โชคดีที่ไหวตัวทัน ผมใช้มือสองข้างจับง้างกรามมันอย่างแข็งขัน แรงที่กดทับทำให้เท้าผมยันจนทะลุพื้นถนน บ้าน่า…ปีศาจตัวนี้แรงเยอะโคตร
“กรรร!!” เสียงคำรามดังจากปากที่มีแต่ฟันคมยุ่งเหยิง โดนกัดทีคงกลายเป็นเนื้อสับแน่ หัวใจเต้นรัวด้วยความประหลาดใจแต่ก็ตื่นเต้น
ฉันก็อยากลองโดนกัดสักทีอยู่หรอก แต่สถานการณ์แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะที่จะติดเล่น
“อย่าบอกว่านายจะโดนเล่นงานน่ะอายร์~” เจ้ามาร์ตินพูดกับผมเหมือนหยอกยุ เสียงบิดเบี้ยวของผู้หญิงทำเอาขมวดคิ้ว
“...” แน่นอนว่าผมยังนิ่ง หมอนี่เงียบมาสักพักแล้วนี่นะ แต่ช่างสิ แค่นี้ไม่เกินมือหรอก!
ฟันปลายปากมันบาดมือผมระหว่างที่ยื้อแรงกัน วอยด์ตัวอื่นก็กำลังวิ่งเข้ามา
“กรรรร!! / กร๊าซซซ!!”
“หึ”
แต่ในจังหวะที่พวกมันกระโจน ผมได้ใช้แรงแขนดึงร่างตะขาบยาวออกมาจากพื้นถนนก่อนบิดตัวเหวี่ยงใส่วอยด์ทั้งหมด พวกมันปลิวกลิ้งไปคนละทิศ บางตัวกระแทกรถหน้าคว่ำ
“โดนแล้วโว้ยพวกโง่! ฮ่าฮ่า~!”
ผมยิ้มสะใจ ยกมือดูบาดแผลที่โดนฟันเฉือน ทำเอารู้สึกกระปรี้กระเปร่า ขออนุญาตกำมือซ้ำให้แสบซ่านสมใจอยาก ฮิฮิ~
ระหว่างหลบ ๆ พวกปีศาจไป ผมเห็นพี่ลูกัสรำดาบฆ่าฟันพวกอสูรแบบไม่เลือกหน้า แต่ดู…ไม่ค่อยลำบาก ต่างจากผมที่ใช้เวลาเยอะ
อืม…จะให้ใช้พลังมากกว่านี้ก็ใช่เรื่อง ต้องหาของทุ่นแรงอย่างเช่น อะ! ฟันแหลมยาวของจระเข้นั่น เสร็จล่ะ!
ผมตัดสินใจลัดเลาะไปหักเขี้ยวตามที่คิด เอามาใช้ในมือสองข้างเปรียบเสมือนมีดสั้น ใช้พลังวงแหวนเสริมพร้อม
“เข้ามาเลย!!”
ช่วงเวลาต่อจากนั้นคือความบันเทิงสั้น ๆ ที่ได้ใช้ร่างกายคุ้มค่า กระโดดตีลังกาเป็นลิง ฟันคมตัดเฉือนไม่ยั้ง จัดการวอยด์ร่วมกับพี่ลูกัสที่ดูเหนือกว่าแทบทุกด้าน
ที่จริงผมรู้นะว่าวอยด์มีจุดอ่อนอะไร ต้องเล็งแกนเนื้อดูจากเส้นเลือดบลา ๆ มันก็มีประโยชน์แหละแต่แค่ซัดจนร่างพวกมันเละไม่มีชิ้นดีก็ค่าเท่ากันจริงไหมล่ะ?
“กรรรร”
เอาล่ะนี่คงเป็นกลุ่มสุดท้ายแล้ว ถึงเวล-
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง…
“เอ๋…?”
แต่กะพริบตาทีเดียวพวกมันก็ถูกของมีคมดาบฟาดฟันเป็นชิ้น ๆ เจ้าของผลงานเก็บกวาดวอยด์ทั้งหมดก่อนมาหยุดตรงหน้าผม
“นายนี่ไม่เคยทำอะไรทันใจฉันจริง ๆ”
เป็นพี่ลูกัสนี่แหละ เขาไม่มีรอยขีดข่วนด้วยซ้ำ หรี่ตามองมาเหมือนประเมินหรือคาดหวัง ผมก็ไม่มีข้อแย้ง ยืนหายใจแรงทั้งที่ยิ้มร่า กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
“แล้วก็ ฉันฆ่าพวกวอยด์ได้เยอะกว่า นายได้ศูนย์แต้ม”
ผมถึงกับตัวแข็งทื่อ ละ-ลืมไปว่าท้าอะไรไว้ ตอนนี้ก็โดนพี่เขาย้ำหน้าตายและยังสะบัดดาบเก็บทรงไปอีกดอก
แหม พี่ลูกัสนี่เก่งจริง ๆ ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกในเขตกักกันจนถึงตอนนี้ผมก็ยังตามไม่ทัน
“เอาเถอะ อย่าเพิ่งไปไหนล่ะ ฉันขอตรวจดูรอบ ๆ ก่อน” พี่แกสั่งก่อนจะเรียกอีกาออกมาจำนวนมาก สะบัดให้บินไปทั่วเมือง
ผมก็กอดอกรอไปชิล ๆ ถ้าว่าด้วยเรื่องผลงาน เอาแค่จัดการวอยด์ตรงนี้ก็คงได้รับคำชม ถ้าไม่มีใครหมิ่นว่าได้ทหารยศสูงช่วยอะนะ…
“สุดยอดเลยอายร์~ หาพวกตัวประหลาดซัดอีกสิ~ ไม่ก็ลูกัสนี่แหละ~ น่าสนใจดีนะ”
เสียงมาร์ตินแบบผู้ชายบิดเบี้ยวดังในหัวผม ราวกับจะยุให้ทำตามใจ ออร่าพลังเริ่มเพิ่มขึ้นเอง อันตรายแฮะ…หรือว่าจะกักหมอนี่ไว้นานเกินไป? งั้นช่วยไม่ได้
“ออกมาเถอะ ตอนนี้ฉันอนุญาตแล้ว… เอาแต่พูดในหัวมันน่ารำคาญนะ”
เมื่อได้รับการเชื้อเชิญ เจ้ามาร์ตินก็ไม่ขัด มันหัวเราะราวกับวิญญาณอันบ้าคลั่งก่อนแผ่ซ่านบรรยากาศที่แสนเยือกเย็ก
“หืม?” พี่ลูกัสถึงกับชะงักเมื่อเห็นออร่าสีดำทองที่ปะทุออกมา “นี่นายยอมให้หมอนั่นออกมาเหรอ?”
สีหน้าพี่เขาจริงจังเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตั้งอาวุธ ผมยังคงท่าทีนิ่ง ๆ ก่อนจะแก้ต่าง “ไม่เชิงยอมแค่เห็นว่าไม่เสียหายน่ะครับ อีกอย่างให้ออกมาคุยเป็นตัวยังไงก็สะดวกกว่า”
พูดจบ เงาสีดำกระจายออกจากตัวผมและรวมเป็นรูปร่างคล้ายผู้หญิงผมยาว แขนดำทมิฬกอดคอผมจากด้านหลัง
“ใจดีจริง ๆ เลยนะอายร์~ เจ้าหนูน่ารักน่าชัง~ แต่ฉันคงไม่อยากกลับไปหดตัวในร่างนายแล้วล่ะ”
กรรม…ชักรู้สึกว่าคิดผิดแล้วสิ มีการพูดข้างหูอย่างใกล้ชิด แสดงความเป็นเจ้าของแบบไม่อายใคร
“อย่าทำอะไรน่าขนลุกสิ…เปลี่ยนร่างเลยนะ”
ผมเลือกจะสั่งอย่างถือตัว ทำให้เจ้ามาร์ตินขยับออกและไปรวมเป็นรูปร่างใหม่ข้าง ๆ เงาดำปรากฏสีอย่างเป็นธรรมชาติ กลายเป็นชายตัวสูงทันตา
“ดูท่านายจะชอบโลกภายนอกมากเลยนะ คุ้มค่ากับที่ถูกขังมาตั้งนานเลยใช่มั้ย~”
เจ้ามาร์ตินพูดด้วยรอยยิ้มขี้เล่น แววตาเขียวมรกตมองไปรอบ ๆ ผมสีน้ำตาลแสกกลาง ชุดคลุมขาวสลับทองรุงรังพัดโบกไปตามลม ผิวสีแทนต่างจากผมลิบลับ
“อู้ว~ ชุดเท่ใช้ได้นี่นา สภาพเมืองก็เละ แต่เอาจริงฉันว่าแบบนี้ยังน่าอยู่กว่าในเขตกักกันนะ”
เขาลอยตัวบินสำรวจใกล้ ๆ ทำผมไม่สบายใจพอสมควร ถ้าจะมีใครก่อเรื่องคงไม่พ้นหมอนี่แน่ ๆ …
“จะว่าไปลูกัสก็อยู่ตรงนี้นี่นา ไงไม่ได้เจอกันนาน แต่นายคงมองไม่เห็นเพราะฉันอยู่ในโหมดหายตัว~”
มาร์ตินมีการบินกลับมาทำมือเหมือนล้อการร่ายเวท ที่ว่าหายตัวคือผมเห็นเขาคนเดียว แต่กรณีพี่ลูกัสเอ่อ…นั่น เขากอดอกเลิกคิ้วหนึ่งข้างอย่างไม่สบอารมณ์แล้ว
“ไม่เห็นกับผีดิ ฉันมีเนตรโลกันตร์เฟ้ย จะดูถูกก็ให้มันน้อย ๆ หน่อย” พี่เขาพูดสวนทันที
“โอ้ว จริงด้วยสินะ~ นายมีไอ้ตาหัวตรีศูลนั่นที่มองเห็นอะไรก็ได้ แต่แล้วไง?” มาร์ตินบินกลับมาหาผม จับไหล่สองข้างและมองพี่ลูกัสพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ “ต่อให้เห็นฉันนายก็ทำอะไรไม่ได้~ มีเจ้าหนูนี่อยู่ทั้งคน”
“บอกว่าอย่าจับ…” ผมก็เบื่อแต่แตะเจ้ามาร์ตินไม่ได้เหมือนกัน
“เฮ้อ…เอาเหอะ ทบทวนกันหน่อย นายจำรายละเอียดที่ผู้บัญชาการบอกได้ใช่มั้ยอายร์?”
พี่ลูกัสตัดสินใจเมินมาร์ตินและถามผมที่ปรับอารมณ์ตามมา ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“จำได้ครับ มีปีศาจที่วรรณะสูงกว่าวอยด์สามสี่ตัว หนึ่งในนั้นไม่ทราบตำแหน่ง ระดับความอันตรายไม่เกินหกสิบ”
ระหว่างพูด เจ้ามาร์ตินก็ทำหน้าบูดเซ็ง ยืนพิงไหล่ผมและหาวไม่เกรงใจ สุดท้ายก็ยังยิ้มออก
“ดีมาก เพราะงั้นหน้าที่แรกของนายคือตามหาปีศาจที่พูเท็คไม่ทราบตำแหน่งและจัดการมันซะ จากนั้นมาเจอกันที่ใจกลางเมือง”
ผมพยักหน้ารับคำสั่ง ท่ามกลางสภาพพัง ๆ ในเมือง สัมผัสถึงศัตรูใกล้ ๆ ไม่ได้
“ฉันใช้อีกาส่องดูทั่วแล้วล่ะ ดูเหมือนทหารคนอื่นจะอพยพประชาชนได้แล้ว ฉันต้องไปกักพวกปีศาจไม่ให้ออกนอกเมือง แล้วก็…”
พี่ลูกัสเหลือบมองเจ้ามาร์ตินที่ยังยิ้มและพิงไหล่ผม “อย่าประสาทเสียกับหมอนั่นมากล่ะ”
พูดจบพี่เขาก็ใช้อีกาหลายตัวมาสร้างเป็นปีกขนาดใหญ่และบินห่างออกไป ปล่อยให้ผมยืนนิ่งอยู่กับเจ้าตัวป่วนที่ตอนนี้ร่าเริงเกินหน้า
“มาเถอะอายร์~ ไปสนุกกันดีกว่า”
“...ของมันแน่อยู่แล้ว นายก็อย่ามัวแต่พูดอะไรไร้สาระล่ะ”
ผมเริ่มออกวิ่งไปกวาดตาหา เก็บแรงไว้เผื่อเจออะไรไม่คาดฝัน แต่สิ่งที่ยากสุดในงานนี้คงเป็นการรับมือเจ้ามาร์ตินนี่แหละ…
ผมเริ่มออกวิ่งไปกวาดตาหา เก็บแรงไว้เผื่อเจออะไรไม่คาดฝัน แต่สิ่งที่ยากสุดในงานนี้คงเป็นการรับมือเจ้ามาร์ตินนี่แหละ…
“เอาล่ะฟังนะ ระหว่างนี้ฉันจะกวาดหาให้ดี ไม่รู้ว่าปีศาจตัวนั้นมันซ่อนอยู่ไหน เห็นอะไรก็บอกฉันให้หมด”
“เข้าใจแล้ว~” มาร์ตินตอบกลับแต่ดูไม่ค่อยจริงจัง บินปล่อยตัวขณะที่ผมวิ่งลัดเลาะไปทั่ว เข้าเช็คอาคารที่ดูเหมาะกับซ่อนตัว ใช่ เมืองนี้เละโคตร ๆ ผมคนเดียวหาเจอยากแน่ ๆ
ดีที่มีเจ้ามาร์ตินอยู่ ถึงจะน่ารำคาญแต่หมอนี่เป็นสปิริตระดับสูง พ่วงมาด้วยความสามารถ ‘เนตรหยั่งรู้’ ที่มองเห็นได้ไกลและกว้างมาก คงจะช่วยได้เยอะ
“ที่ตึกสูงไกล ๆ นู่นทำเหมือนจะล้มแต่ปลายบนสุดพิงตึกอีกฝั่งได้สวยสุด ๆ โอ้ว! ในท่อน้ำนั่นมีหนูสองสามตัว เห็นพวกนกรุมกินศพคนด้วยแหนะ~”
“เอาที่มีประโยชน์สิเห้ย! เรื่องพวกนั้นใครจะสนกัน!?”
“ก็นายบอกให้ฉันพูดทุกอย่างที่เห็นนี่นา~ ฮ่าฮ่า”
เจ้ามาร์ตินบินมายิ้มกวน ๆ และยักไหล่ผายมือตรงหน้าผม ขวางหูขวางตาการวิ่งน่าหงุดหงิดสุด ๆ ให้ตายสิ นายนี่มั-
ตู้ม!!
“!?” ผมหยุดวิ่งกระทันหันเพราะเสียงระเบิดไม่ไกล หันมองไปมาก่อนรีบถาม “มีการต่อสู้เหรอมาร์ติน?”
“คิดว่านะ น่าสนุกดีออก ไปดูกันหน่อยสิ~”
เห้อ…มันควรจะเป็นเหตุผลประมาณว่าช่วยคนที่เดือดร้อนงี้รึเปล่า? นายนี่ติดเล่นตลอดจริง ๆ
ถึงจะทำหน้าเอือมแต่ผมก็ไปตามนั้น ใช้เวลาสักพักวิ่งหักถนนสองสามทีก่อนจะชะเง้อส่องดูตรงมุมตึก ได้ยินเสียงเหวี่ยงอาวุธแว่วมาตลอดทาง
โอ๊ะ? ตรงนั้นมีสองคนที่ใส่ชุดทหารเหมือนกับเรา ซากวอยด์กับเลือดสีม่วงเลอะพื้นเหมือนเพิ่งตายหมาด ๆ
หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงหัวชมพูที่ดูอ่อนแรง แต่อีกคนกลับเป็นผู้ชายผิวเข้มผมยาว มีดาบใหญ่เก็บไว้ด้านหลัง ดูเก่งกว่าเห็น ๆ
ตึง!!
“กรรรรร!!”
“!!?”
หือ!? แล้วจู่ ๆ ก็มีวอยด์ร่างกอริลล่ายักษ์ทะลุพื้นขึ้นมา พร้อมง้างแขนสองข้างเตรียมบดขยี้ทหารสองคนนั้น พวกเขาไม่มีทีท่าจะหนีพ้นเลย
แบบนี้ถึงคิวของเราแล้วสินะ~!