เห้อ ไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะขังเด็กอย่างผมแบบกะไม่ให้เห็นโลกภายนอก แต่หึ…สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวเพื่อใช้เป็นกองกำลังให้สมกับพรสวรรค์ และผม…จะทำหน้าที่นั้นอย่างดีเลย~

จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์ - บทที่ 2 อิสรภาพของอสูรกาย โดย NANAZY @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,แอคชั่น,ดาร์ค,ตะวันตก,ผจญภัย,สปิริต,โลกแฟนตาซี,พลังพิเศษ,พระเอกเทพ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,แอคชั่น,ดาร์ค,ตะวันตก,ผจญภัย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สปิริต,โลกแฟนตาซี,พลังพิเศษ,พระเอกเทพ

รายละเอียด

จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์ โดย NANAZY @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เห้อ ไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะขังเด็กอย่างผมแบบกะไม่ให้เห็นโลกภายนอก แต่หึ…สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวเพื่อใช้เป็นกองกำลังให้สมกับพรสวรรค์ และผม…จะทำหน้าที่นั้นอย่างดีเลย~

ผู้แต่ง

NANAZY

เรื่องย่อ

สวัสดีนักอ่านที่แวะเวียนมาครับ ผม DK เนื่องจากงานเขียนหลักติดขัดชั่วคราว เลยจะเขียนลงเล่น ๆ หนึ่งเรื่องเป็นเวอร์ชั่นทดลองนั่นคือ 'จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์' ซึ่งอ่านฟรีครับ ทุกท่านสามารถให้ฟีดแบ็กได้ตามความต้องการ ผมจะนำไปปรับปรุงและอาจจะกลับมาลงอีกครั้งในเวอร์ชั่นสมบูรณ์ ขอให้สนุกกับการอ่านครับ:)




เรื่องราวบอกเล่าถึง 'อายร์' เด็กหนุ่มผู้ถูกกักขังโดยองค์กรพูเท็ค แต่เนื่องด้วยความสามารถและพรสวรรค์ที่สุดแสนจะหายาก ทำให้เขาได้รับโอกาสเป็นอิสระเพื่อเป็นอาวุธให้องค์กรใช้ต่อสู้กับภัยในโลก แต่ใครจะรู้...ว่าเด็กตัวน้อยที่แสนป่าเถื่อนก็มีความตั้งใจของตัวเองเช่นกัน อิสระภาพที่แท้จริง...เขาจะกำหนดมันเอง



คำเตือน!

เนื้อหาในนิยายเรื่องนี้มีการใช้ความรุนแรง เลือดแดงตามสไตล์ดาร์กแฟนตาซี เหมาะสำหรับผู้อ่านอายุ 13 ปีขึ้นไป หากท่านใดไม่สบายใจก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย



เวลาอัพโหลดรายตอน:

ทุกวันจันทร์ - พุธ - ศุกร์ 20:00

หมายเหตุ: อาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง จะประกาศแจ้งอีกทีนะครับ

สารบัญ

จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 1 เหยื่อของนักโทษ,จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 2 อิสรภาพของอสูรกาย,จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 3 เตรียมตัวออกศึก!,จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 4 เปิดโลกกับการปะทะครั้งแรก,จิตวิญญาณแห่งเทวทัณฑ์-บทที่ 5 เพื่อนทหารที่ดี(?)

เนื้อหา

บทที่ 2 อิสรภาพของอสูรกาย

** เจ้าหน้าที่ประจำเขตกักกัน **

“ห้าว~ เฝ้าเด็กพวกนี้โคตรน่าเบื่อเลย กินช้าชะมัด”

ผมปริปากบ่นอย่างเบื่อหน่าย ดูพวกเด็กอายุน้อยที่มีตราสีแดงตรงคอ พวกเขาต่างกินอาหารรสจืดในจานแบบเงียบ ๆ สวมชุดนอนเก่า ๆ บรรยากาศในโรงอาหารกว้างไร้ชีวิตชีวา แถมยังสกปรก

“ใจเย็นน่า อีกสักพักเราก็ได้เปลี่ยนกะแล้ว” รุ่นพี่ที่อยู่ข้าง ๆ พูดปลอบ ต่างคนก็กอดอกตั้งใจทำงานแม้กลิ่นอับชื้นคละคลุ้ง

“อืม…ว่าแต่เจ้าเด็กที่อายุเยอะสุดไปไหนแล้วล่ะ?”

เขาถามขึ้นท่ามกลางเสียงช้อนกระทบจาน อืม…อ้อ! เด็กคนนั้นสินะ

“หมายถึงอายร์ใช่มั้ยครับ? เห็นข้อมูลบอกว่าวันนี้เป็นวันปล่อยตัวเขาแล้วน่ะครับ”

“หือ??”

คำตอบจากผมทำให้รุ่นพี่งงจนหันหน้ามามอง

“เห~ นี่รุ่นพี่ตั้งใจทำงานจนลืมดูวันเลยเหรอครับ? ผมรู้ว่าพูเท็คตั้งใจปั้นเขาเป็นทหารมาก ๆ แต่ผมสงสัย…อายร์เขาเก่งขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”

คำถามไร้กังวลวกกลับ เพราะรุ่นพี่เขาทำงานในเขตกักกันมานานต่างจากผมที่เพิ่งย้ายมา น่าจะรู้อะไรบ้าง

แต่เขามีท่าทีสะอึกอึ้งราวกับรู้สึกกระอักกระอ่วน แสงไฟรอบตัวกะพริบเล็กน้อย อะไรเหรอ?

เขาสูดหายใจควบคุมอารมณ์ให้เข้าที่ กวาดตามองเหล่าเด็กน้อยที่มีสถานะเดียวกับอายร์ แต่ดูตาเปล่าก็รู้ว่าพวกเขาแตกต่าง

“ใช่ เมื่อเทียบกับอายุ เด็กนั่น…ไม่ใช่คนแล้วล่ะ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ…” ผมถึงกับตะลึง ยื่นหน้าเข้าฟังเพราะเขาดูจริงจังมาก ถึงจะลังเลแต่ก็ยอมเล่า

“อืม…ฉันเคยเป็นกะที่เฝ้าดูเขาตอนฝึก เห็นมากับตาว่าเหนือมนุษย์ขนาดไหน ไม่ว่าจะฝึกหนักหรือสาหัสเจียนตาย เขาก็มีแต่รอยยิ้มอย่างกับคนบ้า… ทำเอาฉันไม่อยากเข้ากะนั้นอีกเลย”

พอคิดตามก็อดที่จะกระเดือกน้ำลายไม่ได้ นั่นมัน…ปกติซะที่ไหน?

รุ่นพี่ถึงกับต้องปิดตาและส่ายหน้าราวกับสลัดความกลัว

“เด็กที่ถูกจับมาขังที่นี่ล้วนมีความพิเศษอยู่แล้ว แต่อายร์…เป็นมากกว่านั้น อย่างที่เรารู้กันว่าเขาเป็นคนเดียวที่ไม่ตายเมื่อถึงเวลานั้น แต่ถ้าจะให้ขยายเพิ่ม…ฉันก็หาคำบรรยายไม่ถูกเหมือนกัน”

ผมได้แต่ฟังพลันขนลุกชูชัน เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของอายร์ก่อนมาประจำการที่นี่แล้ว… สปิริตระดับนั้นมันอันตรายจะตายแต่เขาควบคุมได้ ไม่นึกว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้

“ถ้างั้น…รุ่นพี่คิดยังไงที่เขาได้เป็นทหารพูเท็คเหรอครับ?”

“เฮ้อ...คงต้องบอกตรง ๆ ว่าดีใจ”

“??” ผมชะงักเพราะไม่เข้าใจถึงสิ่งที่รุ่นพี่จะสื่อ

“ดีใจ…ที่เขาไม่ได้อยู่ในองค์กรที่เป็นศัตรูกับเรา”



///



** อายร์ **

ความเงียบ… ในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี่ไม่ขาวสะอาดอีกต่อไป กลิ่นคาวโชยมาจากคราบสีแดงที่เปื้อนเลอะไปทั่ว และผม…แค่ยืนหันหลังให้กระจก

มือนึงล้วงกระเป๋ากางเกงแม้มีแผลข่วนแสบซ่านจนเสื้อผ้าฉีกขาดตรงแขนกับเอว ส่วนอีกมือ…กำเขี้ยวแหลมคมของเจ้าไรเซอร์ไว้อยู่

“คิกคิก…น่าประทับใจรึเปล่าคร้าบ~”

ผมยิ้มสะใจ หันหน้ากลับไปพูดกับเหล่านักวิจัยอย่างคึกคะนอง ยกมือที่ถือเขี้ยวเช็ดเลือดตรงแก้มไปพลาง

[ฮ่าฮ่า ดูแทบไม่ทันเลยล่ะ นายทำได้ดีมาก แต่เหมือนจะยังประหารไม่เสร็จดีนะ]

“อึก…อะ”

เสียงราวลูกคอไม่เข้าที่ดังทันที ผมเลยหันกลับมามองตรงหน้า เหลือบลงจนเห็นร่างของตาแก่ที่กลับไปหอมขี้ก้าง นั่งอ่อนแรงพิงผนังทั้งที่มีแต่รอยช้ำหนัก เลือดสดอาบนองอย่างน่าเวทนาแต่ทำผมสุขสม

“แก…ทำ- อะไรไป?”

เสียงมันแหบพูดไม่ชัดเพราะโดนผมหักกรามเละ ดวงตาจ้องแข็งโป๊กดูสั่นเครือเหมือนสับสนและหวาดกลัว เอ~ สงสัยการต่อสู้ตะกี้จะเกิดขึ้นเร็วไปหน่อย

“ก็…เทคนิคการต่อสู้เฉพาะตัว แค่หลบหมัดเอื่อย ๆ ของลุงแล้วเจาะจุดเปราะ กล้ามโต ๆ นั่นหยุดผมไม่ได้หรอก เพราะวงแหวนนี่ทำให้พละกำลังผมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว”

ผมชูแขนข้างที่ถือเขี้ยว ยิ้มกว้างเพราะจะตอกย้ำสิ่งที่ตาแก่ผวา

“ตะ-แต่ แก- อึก ใช้ฟัน…ของฉัน”

“อ้อ หมายถึงนี่น่ะเหรอ?” ผมส่ายปลายฟันยาวแหลมของมันเหมือนเล่นมีด ยิ่งรู้สึกชอบใจเพราะเจ้าไรเซอร์คงฉงนว่าฟันแค่นี้…ตัดขามันได้ยังไง

ใช่ มันไม่มีขาแล้ว สภาพตายทั้งเป็นเห็น ๆ แต่ผมไม่รู้สึกผิดสักนิด ขอย่อตัวลงไปอธิบายให้หายข้องใจหน่อย

“โทษทีนะลุง~ เพราะวงแหวนผมน่ะทำให้เขี้ยวนี่แข็งและคมขึ้นได้ด้วย ขาคนแค่นี้ตัดได้สบาย ๆ ~” 

ฉึก!

“อึก!!”

ผมใช้เขี้ยวยาวแทงมือมันที่วางพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง บิดขยี้ให้เลือดไหลเจ็บช้ำ เสียดายจังมันได้แต่ทำหน้าบูดเบี้ยว ร้องดัง ๆ ไม่ได้

“แก…เป็นใคร- ค่อก กันแน่?”

ปากเบี้ยวขยันพูดซะจริง แต่เข้าใจได้ เพราะมันคิดว่าผมเป็นแค่เด็กที่ทำความผิดเลยถูกคุมขังเหมือนนักโทษ ดูท่าพูเท็คจะไม่ได้บอกอะไรเลยก่อนพาไรเซอร์มาที่เขตกักกันนี่

“ฮ่ะฮะ~”

ผมเลยตัดสินใจดึงคอเสื้อฝั่งซ้ายให้ตาลุงเห็นตราสี่เหลี่ยมสีแดงตรงข้างคอผม ทำเอามันเบิกตาตะลึง

“สะ-สัญลักษณ์นั่น! กะ-แกคือ…แต้มแดง!”

ถึงจะแหบทรมานแต่มันก็อุตส่าห์พูดจนได้ ทำให้ผมหลุดขำสมเพชไปอีกที “คิดไม่ถึงล่ะสิ~ ใช่แล้ว ยินดีต้อนรับสู่คือเขตกักกัน สถานคุมขังพวกที่มีสปิริตอันตราย จะบอกให้เอาบุญว่าลุงไม่มีทางเป็นอิสระอยู่แล้ว”

[ตามนั้นเลย~] เสียงของเร็นมาเสริมทันที ยังคงร่าเริงและดูจะบันเทิงพอสมควร ถึงเวลาบอกความจริงสินะ~

[พูเท็คไม่คิดจะปล่อยตัวนายอยู่แล้วไรเซอร์ การทดสอบนี่เป็นเพียงละครโชว์ ส่วนนาย…เป็นแค่ของเล่นให้อายร์ ว่าที่แต้มแดงคนแรกที่จะได้ออกจากเขตกักกันในรอบหลายสิบปี]

คำประกาศกร้าวเหมือนเชิดชูผมดั่งของมีค่า ทำให้ตาแก่ยิ่งช็อก ผมแสยะยิ้มพลางลุกขึ้นบิดเนื้อตัวอย่างสาแก่ใจ ไม่สนเลยว่าแผลจะส่งความเจ็บปวดมากแค่ไหน

“เอาเถอะ~ ลุงควรดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการปล่อยตัวผมสิ ถึงเวลาอิสรภาพ แต่แข็งใจไว้ล่ะ เพราะก่อนตายผมจะเรียกสปิริตออกมากินลุงซะ มันชื่อว่ามาร์ติน มีอะไรอยากสั่งเสียรึเปล่า?”

เจ้าไรเซอร์ก้มหน้าตัวสั่นอย่างไม่มีทางขัดขืน ผมก็ได้ใจ แผ่ออร่าสีดำทองเตรียมคิดบัญชีฆาตรกรดวงซวย ลาก่อ-

ชิ้ง!

“...!” ผมเบิกตาตกใจ เพราะตอนนั้นแขนขวาตาแก่กลับเหวี่ยงขึ้นมาราวกับใช้แรงฮึด กางเล็บยาวแหลมพร้อมเฉือนเข้าหน้า

หมับ

แต่…ช้าไปนะ ผมตอบสนองได้ทัน ขยับมือซ้ายขึ้นมาจับยั้งไว้ก่อน

“ยืดแขนได้ด้วย… แต่ดูเหมือนพลังลุงจะงอกอวัยวะไม่ได้นะ เสียใจด้ว-”

ชิ้ง!

ผมดึงหน้าหลบออกมาอีกรอบด้วยความอึ้ง ดูเหมือนจะประเมินมันต่ำไป แขนอีกข้างดันยืดเสยเล็บคมขึ้นมาเหมือนกัน ดิ้นรนน่าดู แต่- ห้ะ!? มันเกี่ยวหมวกไหมพรมของฉันขึ้นไปแล้ว! ไอ้เวรนี่!!

“เฮือก…!” ตาลุงเบิกตาแทบถลน คงเพราะเห็นสิ่งแปลกปลอมบนหัวผมที่ถูกปิดเอาไว้

แววตาอาฆาตจ้องลงทันใด ผมไม่ลีลาอีกต่อไป เพียงปัดแขนยาวที่เกี่ยวหมวกลงมาก่อนสะบัดเท้าเหยียบแน่น พลันก็พุ่งเข้าไปใช้เขี้ยวมันแทงลง!

“อึก…แค่ก”

ปักค้างกลางหัว ทำให้ไอ้แก่สิ้นใจ แขนตกคอเอียงอย่างไร้วิญญาณทันที ชิ น่ารำคาญชะมัด

ผมรีบหันกลับมาก้มหยิบหมวกไหมพรมที่หวงแหน หมุนดูความเรียบร้อย เห้อ ดีที่ไม่ได้ฉีกขาดอะไร

ระหว่างความคิดขุ่นเคือง หางตาผมมองดูกระจกทึบ มันสะท้อนปานแดงน่ารังเกียจบนเส้นผมสีฟ้า ใส่ไว้เหมือนเดิมดีกว่า… ไม่อยากให้ใครมาเห็นทั้งนั้น

“โถ่ น่าเสียดายจัง…ฉันไม่ได้กินงั้นเหรออายร์?”

โอ๊ะ เสียงผู้หญิงดังขึ้นในหัวผม อารมณ์พาไปจนลืมเลยแฮะ มาร์ตินอดกินไอ้สวะนี่ซะได้ โทษทีนะ~

[...ดีมากอายร์ ถึงจะแอบประหลาดใจแต่นายประหารไรเซอร์สำเร็จแล้ว]

สองมือผมล้วงกระเป๋าอย่างละข้าง ไม่มีความเหนื่อยหอบ แค่หันไปยิ้มอ่อนรับคำชม กลิ่นคาวเลือดฟุ้งสดชื่น มีแผลเป็นของฝากให้ซาบซ่าน พูเท็คเลือกของขวัญได้ดีจริงจริ้ง~

“แล้วยังไงต่อเหรอครับ? ตอนนี้ผมออกจากที่นี่ได้หรือยัง?”

ผมรีบทวงสัญญาหลังจากที่อดทนมานาน อยากออกไปเห็นข้างนอกแล้วสิ ไม่ใช่ว่าพูเท็คจะตุกติกอะไรนะ

[ฮ่าฮ่า~ ได้แน่นอน แต่! เราไม่ปล่อยให้นายไปคนเดียวหรอก เพราะมีทหารคนนึงอยากเจอนายพอดี]

“?” ความรู้สึกอย่างกับเดจาวู ผมหันมองทางประตูห้องทดลอง มันเปิดออกพร้อมเสียงเดินของใครบางคนที่เข้ามา

“สภาพดูไม่ได้เลยนะ ช้ากว่าที่คิดเยอะ”

เขาคนนั้นบ่นอย่างกับเฝ้าดูมานาน สวมสูทสีแดงทับนอกด้วยเสื้อกั๊กดำ เสียงหนุ่มนิ่ง จังหวะเดินช้า ๆ สร้างเสียงโลหะเบาเพราะประดับโซ่บนห่วงกางเกงดำ และยังมีแบบเดียวกันอยู่บนถุงมือขวาที่มีแหวนครบทุกนิ้ว

นั่นทำผมจาลุกวาวดีใจขึ้นมา “พี่ลูกัส! ไม่ได้เจอกันนานนะคร้าบ~”

ผมทักทายด้วยรอยยิ้ม รู้จักเป็นอย่างดีเพราะเขาแวะมาหาผมบ่อย ๆ เป็นทหารที่มีชื่อเสียงในองค์กรพูเท็ค รูปร่างสูงยาว ผมดำสั้นแซมขาวโดดเด่น และตรารูปดอกไม้ที่มีหนามล้อมรอบตรงอกซ้าย…มันคือยศที่ไม่ต่ำเลย

“ดูท่าเจ้าไรเซอร์จะเก่งกว่าที่ฉันคิด ทำนายมีแผลได้ด้วย…”

พี่เขามายืนตรงหน้า เบนตามองศพที่จมกองเลือดข้าง ๆ นี่จะบอกว่าผมอ่อนข้อเหรอ? เอ่อ…ก็จริง

“แหม~ ถ้าไม่เจ็บมันจะสนุกอะไรล่ะครับ?”

ผมยกมือนึงลูบหลังหัวตัวเองอย่างไม่ถือตัว ขณะที่พี่แกหรี่ตาดูแหยง ๆ กับความไม่สมเด็กของผม นึกแล้วก็สงสัย ชีวิตในพูเท็คจะเป็นยังไงน้า~ เราได้เป็นทหารแล้วสิ

“แล้วพี่ลูกัสมาแสดงความยินดี หรือมารับผมไปฐานพูเท็คล่ะครับ?”

ผมเริ่มเข้าเรื่องก่อน พี่แกก็แค่มองด้วยความคิดราวกับจะได้อยู่ด้วยกันอีกนาน

“ทั้งคู่…ยินดีด้วยที่ได้รับการปล่อยตัว และฉันมาที่นี่เพราะเบื้องบนมอบหมายให้เป็นคนดูแลนายต่อจากนี้ ทั้งในภารกิจและการฝึกสอน ภาษาบ้าน ๆ คือพี่เลี้ยงนั่นแหละ”

“เห~” นั่นน่าตื่นเต้นชะมัด! ระดับพี่ลูกัสเป็นคนดูแลผมเลยเหรอ ดูท่าพูเท็คจะคาดหวังกับเราเยอะนะเนี่ย

“ก่อนไปคงต้องจัดการเรื่องแผลนายกับเสื้อผ้า… แต่ตอนนี้คุณเร็นอนุมัติการปล่อยตัวหรือยังครับ?”

เขาหันหน้าไปถามทางกระจกอย่างเฉยชา ยกมือจับท้ายทอยขยับคลายเมื่อย

[เรียบร้อย~ คุณลูกัสพาอายร์ออกจากที่นี่ได้เลยครับ เขาอยู่ในสถานะทหารฝึกหัด แต่พูเท็คไม่อนุญาตให้ทำอะไรตามใจชอบ เลยต้องมีทหารระดับสูงอย่างคุณลูกัสดูแล อย่าลืมนะครับ]

เสียงจากลำโพงย้ำหน้าที่ของรุ่นพี่สุดเท่ ผมก็สบาย ๆ รอรับอิสรภาพงาม ๆ

[ขอให้สนุกกับชีวิตด้านนอกนะอายร์ อย่าเผลอทำเรื่องไม่ดีจนกลับมาถูกขังอีกล่ะ โชคดี~]

ผมยิ้มกว้างให้ความหวังดีนั้น ตามด้วยพี่ลูกัสที่เดินนำออกห้องไปท่ามกลางความเงียบ กลิ่นคาวเลือดยังคละคลุ้งไม่หาย และผมคงคิดถึงที่นี่…แต่อย่าหวังจะให้กลับมาอีก