คฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู
ตลก,ลึกลับ,อาชญากรรม,ดาร์ค,ไทย,ปริศนา ,ตลก,สยองขวัญ,สืบสวนสอบสวน,ผี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ฆาตกรรมรำเพยคฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู
“
คฤหาสน์รำเพยแห่งนี้ ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาอาศัยอยู่ ก็จะย่อมมีคนใดคนหนึ่งในพวกนั้นเสียชีวิตอย่างปริศนา ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงเรื่องไม่คาดคิดแต่พอนานวันเข้ามันกลายเป็นว่าหลาย ๆ คนก็เจอเหตุการณ์แบบนี้ ใคร ๆ ที่รู้เรื่องนะ เขาก็ไม่อยากมาอยู่ที่นี่หรอก
”
คำเตือน
โปรดระวังสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
คำหยาบโลน • ภาษา • การฆาตกรรม • ความเชื่อ • เวทมนตร์ • ไสยศาสตร์ • ศาสนา • พฤติกรรม • ผีสางนางไม้ และอื่น ๆ everything
“อะไรนะ แม่เจ้าชนะวิญญาณเหรอ” อชราถามอารีย์ด้วยความตกใจ
“ก็ฟังเป็นอะไรล่ะถ้าไม่ใช่”
“ตายละ อีแก๊งหกตัวนี้มันเชิญมา รู้ทั้งรู้ว่าแม่เจ้าโว้ยนั่นเป็นสำนักคู่แข่งกับอาจารย์ฉัน”
“อชรา มันจะรู้ด้วยเหรอแค่แกฆ่าคนตายอีพวกนั้นยังไม่รู้เลย...อีโง่”
“อารีย์แกด่าใคร”
“ด่ามึง ไม่ได้ด่าอีพวกนั้น”
“อ๋อ แล้วไป ว่าแต่ฉันวางแผนไว้นานละอารีย์”
“วางแผนอะไร อย่าบอกนะว่า”
“ขับไล่อีหกตัวนั้นออกจากคฤหาสน์นี้!” อารีย์พูดพร้อมกันกับอชรา
“งั้นเราก็ให้อีพวกนั้นออกไปเลยแล้วกัน” อชราปริปากบอก
“เออเลิศ ว่าแต่จะไล่มันไปทำไมวะ” อารีย์ถามด้วยความงงงวย
“ก็ฉันถือว่าใหญ่ที่สุดเมื่อรองลงมาจากอีรำมะนา ที่ฉันไล่มันไปก็ให้มันไปตายที่อื่น อีกอย่างหนึ่งคือมันสู่รู้” อชราตอบไปด้วยความที่อยากให้รำมะนาลูกสาวของเจ้าของคฤหาสน์สิ้นชีพไปเสียให้พ้นและอยากให้ทั้งหกคนตายไปเหมือนกันแค่ไม่อยากให้ตายในพื้นที่
“เออ ได้อยู่”
“ได้อยู่ที่แปลว่า”
“แปลว่าได้สิ”
แล้วก็จัดการออกจดหมายขับไล่แก๊งมาลาทองคำ และนำไปติดไว้ที่ประตูห้องพักพร้อมกับเคาะประตูห้องก่อนที่จะวิ่งหนีไปอย่างเร็ว
“สวัสดีค่ะ มีอะไรคะ อ้าว...” ลูกเดือยเปิดประตูห้องออกแต่ก็ไม่พบใครก่อนจะพบกระดาษที่อยู่ตรงประตูห้อง “เฮ้ย...อะไรอะ ทุกคนมาดูนี่เร็ว”
“อะไรอะลูกเดือย” ขนันถาม
“มึงก็ดูสิ” เล็บมือนางบอกเจ๊ขนันก่อนที่จะมองมายังกระดาษแผ่นนั้น
คฤหาสน์รำเพย
เรียน ผู้อาศัยห้องแห่งนี้
เรื่อง กิริยามารยาทผู้เช่า
ข้าพเจ้าผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับคฤหาสน์แห่งนี้ ได้ออกจดหมายให้ผู้อยู่อาศัยในห้องนี้ได้ทราบทั่วกันว่า ผู้อาศัยในห้องนี้ได้ทำผิดกฎของคฤหาสน์รำเพยจึงจำเป็นที่จะต้องให้ผู้อาศัยออกจากเขตรั้วคฤหาสน์รำเพย ภายในเวลา 06:00 น. - 19:00 น. กรุณาออกไปบัดเดี๋ยวนี้
จากเจ้าของ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้แบบนี้ แต่ทุกคนในแก๊งนี้ห้องนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไม ถึงอย่างไรก็ต้องทำตามจดหมายต้องเก็บข้าวของและสัมภาระออกไปให้หมดแล้วขึ้นรถตู้ขับออกจากรั้วคฤหาสน์นี้
“อ้าวอีคฤหาสน์นี่ เราทำผิดกฎอะไร หรือเราเสียงดังเกินไปเหรอ” ขนันที่ขับรถอยู่เอ่ยขึ้นมา
“โอ๊ย นี่มึงซื่อหรือมึงโง่เนี่ย ฉันว่าอีคนในคฤหาสน์มันไล่เราออกเพราะเรารู้เรื่องเยอะหรือเปล่า” เล็บมือนางบอก
“ช่างหัวมัน แต่ตอนนี้เราจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ” มังคุดถามทุกคนให้ตอบใครไม่ใช่คนไม่ต้องตอบ
“เออนี่เจ๊ ฉันรู้จักอยู่คนหนึ่งนะเขาเป็นเจ้าของห้องเช่า เราไปอยู่กับเขาไหม” ตุ๊กตาตอบโต้
“ไอ้ไปมันก็ไปได้อยู่แต่ว่า เราต้องเปิดโปงคนเลวในคฤหาสน์ให้ได้” มังคุดพูดเหมือนตัวเองเป็นแม่พระในละครโทรทัศน์
“โอ๊ย จะมาเป็นคนดีอะไรเวลานี้ เราเปิดโปงไปก็งั้น ๆ เราก็ไม่ได้อะไรกลับมา” สยุมพรบอกให้มังคุดได้รู้
“เออนั่นสินะช่างเถอะ นี่นังตุ๊กตาที่แกบอกฉันว่ารู้จักห้องเช่าอะไรนั่นน่ะมันอยู่ที่ไหนในประเทศ”
“ก็แค่ออกจากซอยของคฤหาสน์นี้ไปถนนใหญ่ แล้วก็เลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปเรื่อย ๆ เลยนะ ก็จะเห็นตึกสีชมพูเด่นออกมาจากข้าง ๆ ตรงนั้นแหละห้องเช่า”
“แต่ยังไงเราก็ต้องเอาอีอชรากับอีอารีย์เข้าคุกให้ได้” ขนันที่กำลังขับรถอยู่ก็หันมาตอบคนในรถที่นั่งอยู่
“มึงขับรถไปเลยค่ะ ไม่ต้องหันมาเดี๋ยวก็ตายหมดรถตู้ แต่ขนันแกพูดถูกนะฉันก็อยากให้อีสองตัวนั้นเข้าคุกให้ได้ เพราะอันที่จริงแล้วฉันรู้มาว่าอีสองตัวนี้มันฆ่าคนในคฤหาสน์นี้”
“วุ้ย เพ้อเจ้อไปเรื่อยนะนางเล็บมือนาง สองคนนี้จะฆ่าคนเป็นด้วยเหรอ” มังคุดเถียงเล็บมือนาง
“ฉันว่าควรหยุดทะเลาะกันนะ ส่วนเรื่องที่ใครตาย ใครฆ่า เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง” สยุมพรขอร่วมพูดคุยด้วยคน
“แล้วถ้าแกตายขึ้นมาในคฤหาสน์ล่ะ จะทำยังไง” ลูกเดือยพูดขึ้นมา
“อ้าว ถามอะไรโง่ ๆ ก็เอาศพฉันไปเผาสิ”
“นี่นังหยุม หยุดพูดเรื่องผีเรื่องตายได้แล้ว เดี๋ยวก็เป็นจริงหรอก”
“จ้าตุ๊กตา ยังไงนะคนเราก็ต้องตายอยู่แล้ว ไม่เคยได้ยินเหรอ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป”
ระหว่างที่กำลังเถียงกันไปเถียงกันมาหลายหนแทนที่จะมีประโยชน์แต่ไม่มีสาระอะไรเลย ขณะนี้รถตู้ของทั้งหกคนนี้ก็มาถึงตัวตึกที่เป็นห้องเช่าหลายห้องติดกัน มีอยู่สามชั้น แล้วรถก็ไปจอดข้างหน้าก่อนที่จะขนของลงมา ขณะเดียวกันนี้ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งผมยาวใส่ชุดสีฟ้าทั้งตัวเดินมาหา
“สวัสดีค่ะ พวกคุณจะมาอยู่เหรอคะ”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวข้าเจ้า ไม่ใช่สิ ดิฉันจะพาเดินไปที่ห้องนะคะ”
“อีตุ๊กตา มึงติดต่อเขาตอนไหน” มังคุดถามในขณะที่เดินตาม
“ก็ตอนที่เห็นกระดาษในห้องไงล่ะ”
“นี่ค่ะ ห้องที่ให้อยู่เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในหมู่ห้องอื่นแล้วล่ะค่ะ อ้อลืมบอกไปว่าดิฉันชื่อคำฝอยเจ้า เป็นเจ้าของ”
“คุณคำฝอย” ทั้งหกคนทวนชื่อนั้นอีกครั้ง
“คุณเป็นคนเหนือเหรอคะ” ลูกเดือยถามไถ่ถึง
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่คนเหนือ แค่เป็นคนที่อยากมีสามีเป็นคนเหนือค่ะ” คำฝอยหันไปหาตุ๊กตาก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้น “เอ๊ะ คุณมาจากไหนค่ะนี่”
“เดี๋ยวแป๊บนึงนะคะ...นี่พวกแกเข้าห้องไปก่อนนะ ฉันจะคุยกับคุณคำฝอย”
“โอเคจ้า” เล็บมือนางตอบกลับ
“ค่ะคุณคำฝอย พวกฉันรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมแล้วล่ะคะ พอเรียนจบแล้วทำงานหลายปีก็เบื่อเลยรวมตัวกันไปเที่ยวนี่แหละค่ะ แล้วก็ได้มาพักอยู่คฤหาสน์รำเพย”
“คฤหาสน์รำเพย คุณกล้าเข้าไปได้ยังไงคะ”
“ตอนแรกก็ไม่รู้ประวัติหรอกค่ะ แต่พอร้านกับข้าวเขาบอกมาก็เริ่มเห็นเหตุการณ์แปลก ๆ เหนือธรรมชาติค่ะ”
“ที่พวกคุณมาที่นี่ เพราะโดนไล่ออกจากตึกโบราณนั่นเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ”
“ถ้ามีโอกาสฉันแจ้งตำรวจจับพวกนั้น...อีนางอชรา อีนางอารีย์”
“คุณรู้จักสองตัวนี่หรือคะ”
“แน่นอนสิคะ ฉันเคยเป็นลูกน้องมันมาก่อน...อยู่แค่ปีเดียวนะคะ แต่ยังงงอยู่เลยทำไมบังเกิดเกล้า ช้างน้าวยังอยู่ที่นั่นได้”
“ค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ตุ๊กตาเดินเข้าไปในห้องพักแล้วนั่งอยู่บนโซฟา
“ตุ๊กตา คุยเรื่องอะไรหรอ” เล็บมือนางถาม
“โอ๊ยคุณป้า ก็คุยเรื่องคฤหาสน์ไงล่ะจ๊ะ”
“อ๋อ”
“ทุกคน ฉันมีคำถาม” ขนันร้องเสียงดังขึ้น “เราจะอยากรู้เรื่องคฤหาสน์ไปทำไม แล้วทำไมเราไม่หางานทำ ถ้าเงินหมดก่อนแล้วจะได้กลับลพบุรีไหม”
“นั่นสินะ...” มังคุดคิดตามแล้วก็นึกขึ้นได้ “อ๋อ...ฉันนึกออกแล้ว คฤหาสน์นั่นเราก็กลับไปใหม่อีกรอบ แล้วเราก็ไปแก้แค้น เพราะเราอยู่เพราะการต่อสู้”
“ธรรมะชนะอธรรมไม่ดีกว่าหรอ” สยุมพรถาม
“ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าเรื่องมากก็แจ้งตำรวจเถอะจ้า” เจ๊ขนันบอกทุกคน “เรื่องแค่นี้...ไม่คณามือหรอก”
*****