คฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู

ฆาตกรรมรำเพย - Chapter 2 ห้องประตูสีน้ำเงินคราม โดย นัยนา @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ตลก,ลึกลับ,อาชญากรรม,ดาร์ค,ไทย,ปริศนา ,ตลก,สยองขวัญ,สืบสวนสอบสวน,ผี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ฆาตกรรมรำเพย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ตลก,ลึกลับ,อาชญากรรม,ดาร์ค,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ,ตลก,สยองขวัญ,สืบสวนสอบสวน,ผี

รายละเอียด

ฆาตกรรมรำเพย โดย นัยนา @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู

ผู้แต่ง

นัยนา

เรื่องย่อ

คฤหาสน์รำเพยแห่งนี้ ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาอาศัยอยู่ ก็จะย่อมมีคนใดคนหนึ่งในพวกนั้นเสียชีวิตอย่างปริศนา ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงเรื่องไม่คาดคิดแต่พอนานวันเข้ามันกลายเป็นว่าหลาย ๆ คนก็เจอเหตุการณ์แบบนี้ ใคร ๆ ที่รู้เรื่องนะ เขาก็ไม่อยากมาอยู่ที่นี่หรอก



คำเตือน

โปรดระวังสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้

คำหยาบโลน • ภาษา • การฆาตกรรม • ความเชื่อ • เวทมนตร์ • ไสยศาสตร์ • ศาสนา • พฤติกรรม • ผีสางนางไม้ และอื่น ๆ everything

สารบัญ

ฆาตกรรมรำเพย-Chapter 1 คฤหาสน์ซอมซ่อ,ฆาตกรรมรำเพย-Chapter 2 ห้องประตูสีน้ำเงินคราม,ฆาตกรรมรำเพย-Chapter 3 ใครตาย,ฆาตกรรมรำเพย-Chapter 4 ย้ายออกจากที่เดิม

เนื้อหา

Chapter 2 ห้องประตูสีน้ำเงินคราม

เช้านี้แก๊งมาลาทองคำต้องตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะสำรวจคฤหาสน์รำเพยหลังนี้เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรหลอกหลอนหรือเปล่า แต่พอพวกนี้แต่งตัวเสร็จทั้งหมดแล้วประตูออกก็เจอกับผู้ร่วมดูแลคฤหาสน์ยืนอยู่หน้าห้อง

‎“เชี่ย” ป้าเล็บมือนางตกใจ

‎‎“ไหนคะเชี่ย”

‎‎“ไม่มีค่ะ คุณอชรามายืนทำไมคะ ตกใจค่ะ”

‎‎“เมื่อคืนเจออะไรหรือเปล่าคะพวกคุณทั้งหกคน”

‎‎ทั้งกลุ่มมองหน้ากันอย่างไวก่อนที่แม่มังคุดจะปริปากพูด ‎“ไม่เจออะไรหรอกค่ะ”

‎“ใช่ค่ะ แล้วที่นี่มีผีไหมคะ ฉันอยากจะรู้อยากทราบ ให้มันกระจ่างแจ่มแจ้งแก่พวกเรา ที่อยู่อาศัยในคฤหาสน์หลังนี้”

‎‎“ลูกเดือยฟังอชรานะคะ ที่นี่ไม่มีผีห่าซาตานตนใดตนเดียว ถ้าคุณเจอแสดงว่าคุณประสาทหลอน สติไม่ดีนะคะ”

‎‎“ไปกันพวกเรา” สยุมพรบอกเพื่อนตัวเอง

‎“จะไปไหนกันคะ” อชราถาม

‎‎“มันไม่ใช่ธุระกงการของคุณ”

‎‎แล้วก็ออกเดินตามแต่ละห้องในคฤหาสน์โดยเริ่มจากฝั่งที่เจออะไรไม่รู้เมื่อวาน เดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีหญิงสาวผู้หนึ่งเดินมาหาพวกเธอตรงแถวประตู

‎‎“สวัสดีค่ะ”

‎‎“ว้าย ใครคะเนี่ย”

‎‎“ฉันชื่อช้างน้าวนะคะ เรียกสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือน้าวค่ะ”

‎‎“พวกเราสวัสดีเขาสิ” เจ๊ขนันพูด

‎‎“สวัสดีค่ะคุณช้างน้าว” ทั้งกลุ่มทั้งก้อนทั้งแก๊งตัวแม่พูดพร้อมกัน

‎‎“นี่คุณก็เป็นคนร่วมดูแลเหรอ”

‎‎“ใช่ค่ะ เพราะคฤหาสน์ของเราใหญ่โตโอ่อ่าหรูหราเสียขนาดนี้ ต้องมีผู้ดูแลหลายคนค่ะ”

‎‎“ทำหน้าที่อะไรคะ”

‎‎“ก็ตรวจตราความเรียบร้อย ดูแต่ละห้องค่ะ ถ้าไม่สะอาดเราก็มีแม่บ้านนะคะ”

‎“คุณน้าวคะ คือเมื่อคืนน่ะฉันเจออะไรก็ไม่รู้มันเหมือนคนแต่ไม่ใช่ มันด่าฉันด้วยนะคะแต่ฉันก็ด่ามันคืน” เล็บมือนางบอกน้าว

‎‎“คือน้าวว่า คุณคงเจอแล้วล่ะค่ะ”

‎‎“อะไรคะ คนสติไม่ดีเหรอ”

‎‎“ไม่ใช่ค่ะแต่หมายถึงเจอ...”

‎‎“เจออะไรเหรอช้างน้าว” ช้างน้าวยังพูดไม่จบอีกคนหนึ่งก็เดินออกมา

‎‎“แกเป็นใครอะ” ลูกเดือยถาม

‎‎“ฉันชื่ออารีย์”

‎‎“แกอย่าบอกให้ใครรู้เด็ดขาดนะ ไม่อย่างนั้นแกตายแน่ช้างน้าว” อารีย์กระซิบบอกช้างน้าวแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตนเอง

‎‎“ขอตัวก่อนนะคะ” ช้างน้าวคงจะกลัวอารีย์มาก ๆ

‎‎“อะไรอะ” เล็บมือนางค่อนข้างงง

‎‎“นี่อีเจ๊ขนัน จะสำรวจไม่ใช่เหรอ”

‎‎“ก็กำลังสำรวจอยู่ไง นี่อีเล็บมือนางสรุปเจออะไรกันแน่”

‎‎“ไม่รู้ ถ้ารู้ก็บอกไปแล้ว”

‎‎“ฉันสงสัยอะ” มังคุดบอกพร้อมกับเดิน

‎‎“จะสงสัยอะไรอีกนังมังคุด”

‎‎“สงสัยว่าทำไมไม่ทำเป็นโรงแรมวะ คฤหาสน์ออกจะใหญ่โตแต่ให้คนมาอยู่เหมือนเป็นห้องพัก”

‎“เขาอาจจะไม่พร้อมก็ได้มังคุด”

‎‎“ตรงไหนไม่พร้อมเหรอตุ๊กตา”

‎‎“ทุกตรงนั่นแหละ ดูสิว่าเรามาที่นี่ตอนกลางคืน ไฟอยู่หน้ารั้วคฤหาสน์ก็ไม่มี แล้วถ้ามาทำเป็นโรงแรมนะไม่รอด เพราะดูสภาพตึกด้วยจะเก่าไปไหน”

‎“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ” สยุมพรบอก

‎‎“เราลองไปดูข้างนอกไหม” เจ๊ขนันถามทุกคน

‎‎“เออไป ๆ อยากเห็นเหมือนกัน” ลูกเดือยพูดกับเล็บมือนาง

‎‎พอก้าวขาออกจากตัวตึกคฤหาสน์หลังนี้แล้วหันมามองจากฝั่งริมรั้วก็เห็นถึงคฤหาสน์ที่เป็นสีเหลือง ๆ ประตูสีเขียว รั้วเป็นปูนเป็นอิฐ ทว่ามีหน้าต่างบานหนึ่งสีสันต่างจากเพื่อนเพราะว่าเป็นห้องที่มีประตูสีน้ำเงิน ซึ่งไม่รู้ว่าในห้องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ภายในบ้าง

‎‎“นี่ขนาดตอนเช้ากูยังกลัวเลย” เจ๊ขนันเอ่ยปากพูดออกมา

‎‎“เจ๊ ฉันหิวข้าวพาไปซื้อข้าวกินหน่อย” มังคุดเปลี่ยนประเด็น

‎‎“อีมังคุด กินแถวนี้ก็ได้ เออ ๆ ไปก็ไป ทุกคนตามมาที่รถตู้เดี๋ยวจะพาไปซื้อข้าวกินกัน”

‎‎“หูย แก๊งดอกไม้ทองคำจะกินข้าวพร้อมกันหลังจากตามหาที่พัก” สยุมพรบอกเจ๊

‎‎“ดอกไม้ทองคำบ้านแกสิ มาลาทองคำไม่ใช่ดอกไม้ทองคำ”

‎‎แล้วก็ขึ้นรถกันไปก่อนที่จะขับออกจากเขตรั้วของคฤหาสน์รำเพยไปยังร้านขายอาหารข้างนอกโน่น พอเห็นร้านที่อยากกินก็จอดลงแล้วไปนั่งโต๊ะสั่งอาหาร

‎‎“เอากะเพราหกจานค่ะ” เจ๊สั่งแม่ค้า

‎‎“อีบ้า ไปทึ่ไหนก็กินมันแต่กะเพรา กินจนหน้าฉันจะเป็นกะเพราอยู่แล้ว แม่ค้าคะ เอาข้าวไข่เจียวแบบพิเศษเลยนะหนึ่งจาน”

‎‎“ที่เหลือเขาไม่เรื่องมากเหมือนมึงนะอีมังคุด”

“ไม่เรื่องมากหรือสิ้นคิด”

‎‎ระหว่างรอแก๊งดอกไม้ทองคำ ไม่ใช่สิ แก๊งมาลาทองคำ ก็คุยกันตามประสาเรื่องคฤหาสน์ ที่อาจมีเรื่องลี้ลับ วิญญาณอาฆาตพยาบาทจองเวรอยู่ในคฤหาสน์ พอทำอาหารเสร็จก็เอามาให้พวกนางแล้วถามขึ้นว่า

‎“พวกคุณมาต่างจังหวัดใช่ไหมคะ”

‎“ใช่ค่ะ” สยุมพรชิงตอบคนแรก

‎‎“พักอยู่ที่ไหน”

‎‎“คฤหาสน์รำเพยค่ะ” ทั้งหกคนพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดกันพูดเลยสักนิด

‎‎“นี่ไม่รู้เหรอว่าคฤหาสน์นี้มันมีผี”

‎‎“อ๋อผี ฮะ...ผี เหรอคะ” มังคุดตกกะใจ

‎‎“ใช่ มันเป็นผีของคนที่ไปพักแล้วไปล่วงรู้ความลับของคฤหาสน์นี้เข้า บ้างก็เข้าไปกันเป็นกลุ่มแล้วก็มีคนตาย บางคนตายจากการโดยฆาตกรรมปริศนา ระวังตัวไว้ด้วยนะ”

‎‎“อีเล็บมือนาง กูบอกแล้วว่ามีผี”

‎“อะไรอะอีขนัน กูก็คิดว่าเป็นคนบ้า”

‎‎“โอ๊ยอีเล็บมือนาง”

‎‎“มาจ้ะ กินข้าวเถอะ” ลูกเดือยบอก

‎‎“อุ๊ยข้าวอร่อยเนาะ” มังคุดปริปากพูดแต่ยังเคี้ยวข้าวอยู่

‎‎“แม่ระวังตาย เดี๋ยวข้าวติดคอ”

‎‎“อีห่า อีตุ๊กตา”

‎‎“อีกไม่กี่ปีเดี๋ยวแม่เขาก็ตายนะตุ๊กตา”

‎‎“มึงสิตาย อีหยุม”

‎‎ขากลับมานี่เพิ่งจะสังเกตว่าอาณาเขตของคฤหาสน์มันกว้างกว่าที่คิด เหมือนมันจะมีอีกตึกนึงอยู่ข้างหลังคฤหาสน์นี้ แต่พอขับเข้ามาในเขตรั้วเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งมันเหมือนทุกอย่างจะอึมครึมไปหมด พอจอดรถแล้วลงมาก็เห็นหญิงแก่ ๆ ยืนมองอยู่ที่ประตูตึก จึงเดินไปดูก็พบกับ...

‎‎“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับกลับสู่คฤหาสน์รำเพยค่ะ”

‎‎“คุณคือ” สยุมพรถาม

‎‎“ดิฉันชื่อบังเกิดเกล้านะ”

‎‎“แก่กว่าแม่กูอีก” สยุมพรพูดคนเดียว

‎‎“ฉันยังไม่ถึงแปดสิบปี แค่หกสิบปี”

‎“คุณบังเกิดเกล้าก็เป็นผู้ร่วมดูแลเหรอคะ” สยุมพรถามอีกรอบ

‎‎“ใช้คำนั้นกับดิฉันได้บ้าง แต่จริง ๆ แล้วนั้น ดิฉันเป็น...แม่บ้านค่ะ”

‎‎‘มึงเปิดตัวซะใหญ่ กูนึกว่าเป็นเจ้าของ’ นึกในใจ

‎‎“คุณบังเกิดเกล้าคะ ที่นี่มีผีใช่ไหมคะ” เล็บมือนางถามคำถามที่ไปรู้มาจากแม่ค้า

‎‎“ใช่ค่ะ” บังเกิดเกล้าพูดออกมาโดยไม่แสดงทีท่าอะไรเลย

‎‎“แล้วห้องประตูสีน้ำเงินคืออะไรคะ” เจ๊ขนันลองถามไปบ้าง

‎‎“มันเป็นห้องของคุณรำเพย แต่จริง ๆ คุณรำเพยอยู่ตึกทิศใต้ค่ะ”

‎‎“อ๋อตึกข้างหลังน่ะเหรอคะ” ตุ๊กตาบอก

‎‎“พวกคุณมองเห็นด้วยหรือ”

‎‎“ค่ะ” ทั้งหมดพูดพร้อมกัน

‎‎“สงสัยมนต์บังตาอะไรนั่นของอีนางนี่คงหมดไปแล้วล่ะ”

‎‎“ของใครคะ” ลูกเดือยพูด

‎‎“ฉันบอกตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเหมือนจะมีใครเดินมาหาเรา ดิฉันขอไปทำงานก่อนนะคะ”

‎‎“ห้องประตูสีน้ำเงินครามฉันว่าต้องมีอะไรอยู่ในนั้นแน่ ๆ แต่ทำไมคุณรำเพยถึงอยู่ที่นั่น ฉันว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลนะ” มังคุดบอกกับแก๊งเพื่อนป่วนของนางแล้วกลับห้องนอนไปในไม่ช้า

*****