คฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู
ตลก,ลึกลับ,อาชญากรรม,ดาร์ค,ไทย,ปริศนา ,ตลก,สยองขวัญ,สืบสวนสอบสวน,ผี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ฆาตกรรมรำเพยคฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู
“
คฤหาสน์รำเพยแห่งนี้ ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาอาศัยอยู่ ก็จะย่อมมีคนใดคนหนึ่งในพวกนั้นเสียชีวิตอย่างปริศนา ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงเรื่องไม่คาดคิดแต่พอนานวันเข้ามันกลายเป็นว่าหลาย ๆ คนก็เจอเหตุการณ์แบบนี้ ใคร ๆ ที่รู้เรื่องนะ เขาก็ไม่อยากมาอยู่ที่นี่หรอก
”
คำเตือน
โปรดระวังสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
คำหยาบโลน • ภาษา • การฆาตกรรม • ความเชื่อ • เวทมนตร์ • ไสยศาสตร์ • ศาสนา • พฤติกรรม • ผีสางนางไม้ และอื่น ๆ everything
เช้านี้แก๊งมาลาทองคำต้องตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะสำรวจคฤหาสน์รำเพยหลังนี้เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรหลอกหลอนหรือเปล่า แต่พอพวกนี้แต่งตัวเสร็จทั้งหมดแล้วประตูออกก็เจอกับผู้ร่วมดูแลคฤหาสน์ยืนอยู่หน้าห้อง
“เชี่ย” ป้าเล็บมือนางตกใจ
“ไหนคะเชี่ย”
“ไม่มีค่ะ คุณอชรามายืนทำไมคะ ตกใจค่ะ”
“เมื่อคืนเจออะไรหรือเปล่าคะพวกคุณทั้งหกคน”
ทั้งกลุ่มมองหน้ากันอย่างไวก่อนที่แม่มังคุดจะปริปากพูด “ไม่เจออะไรหรอกค่ะ”
“ใช่ค่ะ แล้วที่นี่มีผีไหมคะ ฉันอยากจะรู้อยากทราบ ให้มันกระจ่างแจ่มแจ้งแก่พวกเรา ที่อยู่อาศัยในคฤหาสน์หลังนี้”
“ลูกเดือยฟังอชรานะคะ ที่นี่ไม่มีผีห่าซาตานตนใดตนเดียว ถ้าคุณเจอแสดงว่าคุณประสาทหลอน สติไม่ดีนะคะ”
“ไปกันพวกเรา” สยุมพรบอกเพื่อนตัวเอง
“จะไปไหนกันคะ” อชราถาม
“มันไม่ใช่ธุระกงการของคุณ”
แล้วก็ออกเดินตามแต่ละห้องในคฤหาสน์โดยเริ่มจากฝั่งที่เจออะไรไม่รู้เมื่อวาน เดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีหญิงสาวผู้หนึ่งเดินมาหาพวกเธอตรงแถวประตู
“สวัสดีค่ะ”
“ว้าย ใครคะเนี่ย”
“ฉันชื่อช้างน้าวนะคะ เรียกสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือน้าวค่ะ”
“พวกเราสวัสดีเขาสิ” เจ๊ขนันพูด
“สวัสดีค่ะคุณช้างน้าว” ทั้งกลุ่มทั้งก้อนทั้งแก๊งตัวแม่พูดพร้อมกัน
“นี่คุณก็เป็นคนร่วมดูแลเหรอ”
“ใช่ค่ะ เพราะคฤหาสน์ของเราใหญ่โตโอ่อ่าหรูหราเสียขนาดนี้ ต้องมีผู้ดูแลหลายคนค่ะ”
“ทำหน้าที่อะไรคะ”
“ก็ตรวจตราความเรียบร้อย ดูแต่ละห้องค่ะ ถ้าไม่สะอาดเราก็มีแม่บ้านนะคะ”
“คุณน้าวคะ คือเมื่อคืนน่ะฉันเจออะไรก็ไม่รู้มันเหมือนคนแต่ไม่ใช่ มันด่าฉันด้วยนะคะแต่ฉันก็ด่ามันคืน” เล็บมือนางบอกน้าว
“คือน้าวว่า คุณคงเจอแล้วล่ะค่ะ”
“อะไรคะ คนสติไม่ดีเหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะแต่หมายถึงเจอ...”
“เจออะไรเหรอช้างน้าว” ช้างน้าวยังพูดไม่จบอีกคนหนึ่งก็เดินออกมา
“แกเป็นใครอะ” ลูกเดือยถาม
“ฉันชื่ออารีย์”
“แกอย่าบอกให้ใครรู้เด็ดขาดนะ ไม่อย่างนั้นแกตายแน่ช้างน้าว” อารีย์กระซิบบอกช้างน้าวแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตนเอง
“ขอตัวก่อนนะคะ” ช้างน้าวคงจะกลัวอารีย์มาก ๆ
“อะไรอะ” เล็บมือนางค่อนข้างงง
“นี่อีเจ๊ขนัน จะสำรวจไม่ใช่เหรอ”
“ก็กำลังสำรวจอยู่ไง นี่อีเล็บมือนางสรุปเจออะไรกันแน่”
“ไม่รู้ ถ้ารู้ก็บอกไปแล้ว”
“ฉันสงสัยอะ” มังคุดบอกพร้อมกับเดิน
“จะสงสัยอะไรอีกนังมังคุด”
“สงสัยว่าทำไมไม่ทำเป็นโรงแรมวะ คฤหาสน์ออกจะใหญ่โตแต่ให้คนมาอยู่เหมือนเป็นห้องพัก”
“เขาอาจจะไม่พร้อมก็ได้มังคุด”
“ตรงไหนไม่พร้อมเหรอตุ๊กตา”
“ทุกตรงนั่นแหละ ดูสิว่าเรามาที่นี่ตอนกลางคืน ไฟอยู่หน้ารั้วคฤหาสน์ก็ไม่มี แล้วถ้ามาทำเป็นโรงแรมนะไม่รอด เพราะดูสภาพตึกด้วยจะเก่าไปไหน”
“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ” สยุมพรบอก
“เราลองไปดูข้างนอกไหม” เจ๊ขนันถามทุกคน
“เออไป ๆ อยากเห็นเหมือนกัน” ลูกเดือยพูดกับเล็บมือนาง
พอก้าวขาออกจากตัวตึกคฤหาสน์หลังนี้แล้วหันมามองจากฝั่งริมรั้วก็เห็นถึงคฤหาสน์ที่เป็นสีเหลือง ๆ ประตูสีเขียว รั้วเป็นปูนเป็นอิฐ ทว่ามีหน้าต่างบานหนึ่งสีสันต่างจากเพื่อนเพราะว่าเป็นห้องที่มีประตูสีน้ำเงิน ซึ่งไม่รู้ว่าในห้องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ภายในบ้าง
“นี่ขนาดตอนเช้ากูยังกลัวเลย” เจ๊ขนันเอ่ยปากพูดออกมา
“เจ๊ ฉันหิวข้าวพาไปซื้อข้าวกินหน่อย” มังคุดเปลี่ยนประเด็น
“อีมังคุด กินแถวนี้ก็ได้ เออ ๆ ไปก็ไป ทุกคนตามมาที่รถตู้เดี๋ยวจะพาไปซื้อข้าวกินกัน”
“หูย แก๊งดอกไม้ทองคำจะกินข้าวพร้อมกันหลังจากตามหาที่พัก” สยุมพรบอกเจ๊
“ดอกไม้ทองคำบ้านแกสิ มาลาทองคำไม่ใช่ดอกไม้ทองคำ”
แล้วก็ขึ้นรถกันไปก่อนที่จะขับออกจากเขตรั้วของคฤหาสน์รำเพยไปยังร้านขายอาหารข้างนอกโน่น พอเห็นร้านที่อยากกินก็จอดลงแล้วไปนั่งโต๊ะสั่งอาหาร
“เอากะเพราหกจานค่ะ” เจ๊สั่งแม่ค้า
“อีบ้า ไปทึ่ไหนก็กินมันแต่กะเพรา กินจนหน้าฉันจะเป็นกะเพราอยู่แล้ว แม่ค้าคะ เอาข้าวไข่เจียวแบบพิเศษเลยนะหนึ่งจาน”
“ที่เหลือเขาไม่เรื่องมากเหมือนมึงนะอีมังคุด”
“ไม่เรื่องมากหรือสิ้นคิด”
ระหว่างรอแก๊งดอกไม้ทองคำ ไม่ใช่สิ แก๊งมาลาทองคำ ก็คุยกันตามประสาเรื่องคฤหาสน์ ที่อาจมีเรื่องลี้ลับ วิญญาณอาฆาตพยาบาทจองเวรอยู่ในคฤหาสน์ พอทำอาหารเสร็จก็เอามาให้พวกนางแล้วถามขึ้นว่า
“พวกคุณมาต่างจังหวัดใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ” สยุมพรชิงตอบคนแรก
“พักอยู่ที่ไหน”
“คฤหาสน์รำเพยค่ะ” ทั้งหกคนพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดกันพูดเลยสักนิด
“นี่ไม่รู้เหรอว่าคฤหาสน์นี้มันมีผี”
“อ๋อผี ฮะ...ผี เหรอคะ” มังคุดตกกะใจ
“ใช่ มันเป็นผีของคนที่ไปพักแล้วไปล่วงรู้ความลับของคฤหาสน์นี้เข้า บ้างก็เข้าไปกันเป็นกลุ่มแล้วก็มีคนตาย บางคนตายจากการโดยฆาตกรรมปริศนา ระวังตัวไว้ด้วยนะ”
“อีเล็บมือนาง กูบอกแล้วว่ามีผี”
“อะไรอะอีขนัน กูก็คิดว่าเป็นคนบ้า”
“โอ๊ยอีเล็บมือนาง”
“มาจ้ะ กินข้าวเถอะ” ลูกเดือยบอก
“อุ๊ยข้าวอร่อยเนาะ” มังคุดปริปากพูดแต่ยังเคี้ยวข้าวอยู่
“แม่ระวังตาย เดี๋ยวข้าวติดคอ”
“อีห่า อีตุ๊กตา”
“อีกไม่กี่ปีเดี๋ยวแม่เขาก็ตายนะตุ๊กตา”
“มึงสิตาย อีหยุม”
ขากลับมานี่เพิ่งจะสังเกตว่าอาณาเขตของคฤหาสน์มันกว้างกว่าที่คิด เหมือนมันจะมีอีกตึกนึงอยู่ข้างหลังคฤหาสน์นี้ แต่พอขับเข้ามาในเขตรั้วเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งมันเหมือนทุกอย่างจะอึมครึมไปหมด พอจอดรถแล้วลงมาก็เห็นหญิงแก่ ๆ ยืนมองอยู่ที่ประตูตึก จึงเดินไปดูก็พบกับ...
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับกลับสู่คฤหาสน์รำเพยค่ะ”
“คุณคือ” สยุมพรถาม
“ดิฉันชื่อบังเกิดเกล้านะ”
“แก่กว่าแม่กูอีก” สยุมพรพูดคนเดียว
“ฉันยังไม่ถึงแปดสิบปี แค่หกสิบปี”
“คุณบังเกิดเกล้าก็เป็นผู้ร่วมดูแลเหรอคะ” สยุมพรถามอีกรอบ
“ใช้คำนั้นกับดิฉันได้บ้าง แต่จริง ๆ แล้วนั้น ดิฉันเป็น...แม่บ้านค่ะ”
‘มึงเปิดตัวซะใหญ่ กูนึกว่าเป็นเจ้าของ’ นึกในใจ
“คุณบังเกิดเกล้าคะ ที่นี่มีผีใช่ไหมคะ” เล็บมือนางถามคำถามที่ไปรู้มาจากแม่ค้า
“ใช่ค่ะ” บังเกิดเกล้าพูดออกมาโดยไม่แสดงทีท่าอะไรเลย
“แล้วห้องประตูสีน้ำเงินคืออะไรคะ” เจ๊ขนันลองถามไปบ้าง
“มันเป็นห้องของคุณรำเพย แต่จริง ๆ คุณรำเพยอยู่ตึกทิศใต้ค่ะ”
“อ๋อตึกข้างหลังน่ะเหรอคะ” ตุ๊กตาบอก
“พวกคุณมองเห็นด้วยหรือ”
“ค่ะ” ทั้งหมดพูดพร้อมกัน
“สงสัยมนต์บังตาอะไรนั่นของอีนางนี่คงหมดไปแล้วล่ะ”
“ของใครคะ” ลูกเดือยพูด
“ฉันบอกตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเหมือนจะมีใครเดินมาหาเรา ดิฉันขอไปทำงานก่อนนะคะ”
“ห้องประตูสีน้ำเงินครามฉันว่าต้องมีอะไรอยู่ในนั้นแน่ ๆ แต่ทำไมคุณรำเพยถึงอยู่ที่นั่น ฉันว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลนะ” มังคุดบอกกับแก๊งเพื่อนป่วนของนางแล้วกลับห้องนอนไปในไม่ช้า
*****