คฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู

ฆาตกรรมรำเพย - Chapter 3 ใครตาย โดย นัยนา @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ตลก,ลึกลับ,อาชญากรรม,ดาร์ค,ไทย,ปริศนา ,ตลก,สยองขวัญ,สืบสวนสอบสวน,ผี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ฆาตกรรมรำเพย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ตลก,ลึกลับ,อาชญากรรม,ดาร์ค,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ,ตลก,สยองขวัญ,สืบสวนสอบสวน,ผี

รายละเอียด

ฆาตกรรมรำเพย โดย นัยนา @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู

ผู้แต่ง

นัยนา

เรื่องย่อ

คฤหาสน์รำเพยแห่งนี้ ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาอาศัยอยู่ ก็จะย่อมมีคนใดคนหนึ่งในพวกนั้นเสียชีวิตอย่างปริศนา ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงเรื่องไม่คาดคิดแต่พอนานวันเข้ามันกลายเป็นว่าหลาย ๆ คนก็เจอเหตุการณ์แบบนี้ ใคร ๆ ที่รู้เรื่องนะ เขาก็ไม่อยากมาอยู่ที่นี่หรอก



คำเตือน

โปรดระวังสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้

คำหยาบโลน • ภาษา • การฆาตกรรม • ความเชื่อ • เวทมนตร์ • ไสยศาสตร์ • ศาสนา • พฤติกรรม • ผีสางนางไม้ และอื่น ๆ everything

สารบัญ

ฆาตกรรมรำเพย-Chapter 1 คฤหาสน์ซอมซ่อ,ฆาตกรรมรำเพย-Chapter 2 ห้องประตูสีน้ำเงินคราม,ฆาตกรรมรำเพย-Chapter 3 ใครตาย,ฆาตกรรมรำเพย-Chapter 4 ย้ายออกจากที่เดิม

เนื้อหา

Chapter 3 ใครตาย

“อชรา ระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะคะ”

‎“ทำไมหรือคะอารีย์ มีอะไรที่อชราต้องระวังอีกเหรอ”

‎“ก็เรื่องอีแก๊งดอกไม้ทองคำน่ะสิคะ”

‎“มันชื่อมาลาทองคำไม่ใช่เหรอ”

‎“เออ นั่นแหละ เดี๋ยวนี้ฉันรู้สึกแปลก ๆ เหมือนจะมีคนมารู้ความลับของคฤหาสน์แห่งนี้”

‎“ไม่ได้นะ ถ้าอีนางรำมะนาได้รับรู้เรื่องราว มันคงไม่ไว้ชีวิตฉันแน่นอน”

‎“รำมะนานี่ใครนะคะ”

‎“รำมะนา ลูกสาวของอีแก่รำเพยไงล่ะ”

‎“ตายละ รำเพยมีลูกด้วยหรือคะอชรา”

‎“ใช่ค่ะอารีย์ ฉันจึงต้องกำจัดทั้งแม่และลูกให้พ้น ๆ เขตรั้วคฤหาสน์นี้ แล้วทุกอย่างจะเป็นของฉันค่ะ”

‎“วุ้ย แผนสูงนะหล่อน”

‎“อยู่แล้ว”

‎บทสนทนาของอชราและอารีย์ที่กำลังวางแผนกำจัดแก๊งมาลาทองคำและแม่ลูกแห่งคฤหาสน์รำเพย ทว่ามีคนมาเคาะประตูห้องนี้ ห้องนี้คือห้องประตูสีน้ำเงิน อชราจึงใช้มนตราพิเศษส่องลอดออกไปก็พบชายหนุ่มที่มาเข้าพักคนใหม่

‎“อารีย์ มันเป็นคนพักใหม่มาเคาะ”

‎“จัดการเลยสิ”

‎“ได้เลย”

‎แล้วอชราก็สวดคาถามนต์บังตาของนางใส่ชายหนุ่มคนนั้น จึงทำให้ทุกคนมองไม่เห็นชายหนุ่มและตนเอง จากนั้นก็จัดการบีบคอให้สิ้นใจตายไปในที่สุดแล้วนำร่างไปไว้ที่แถวต้นหนาม

‎“สมน้ำหน้า ช่วยไม่ได้ อยากรู้เรื่องก็ตายไปซะ” อชราหัวเราะ

‎“เอาล่ะแยกย้ายดีกว่า เดี๋ยวแม่บ้านสงสัย” อารีย์พูด

‎แล้วก็เดินออกมาจากห้องประตูสีน้ำเงินครามแบบที่ไม่ให้ใครรู้ แล้วเดินไปยังตึกทิศใต้ซึ่งเป็นที่อยู่ของคุณรำเพย

‎“ต๊าย ตาย คุณรำเพยสวัสดีค่ะ ไม่ได้มาเยี่ยมมาเยือนหลายวัน สบายดีหรือคะ” อารีย์บอกคุณรำเพย

‎‘คิดว่าฉันดูพวกแกไม่ออกเหรออีสองตัวนี่ แกคงจะอยากได้สมบัติของฉันมากสินะ ฉันไม่ให้หรอก’ รำเพยในวัยแปดสิบปีนึกอยู่ในใจก่อนจะปริปากพูดออกมา ‎“สบายดี นี่ลูกสาวฉันล่ะ”

‎“อ้าวคุณรำมะนาไม่ได้อยู่ที่ตึกนี้หรือคะ”

‎“ไม่หรอกแม่อารีย์”

‎‘มึงเจอกูแน่’ อชรานึกในใจแล้วก็เดินกลับตัวคฤหาสน์หลังใหญ่แต่เหมือนว่าจะมีผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ลิบลับอยู่ที่ต้นไม้กำลังชี้หน้าอยู่เป็นเงาสีดำ ๆ

‎“ใครน่ะ” อชราอุทานออกมา

‎“ไม่ใช่วิญญาณใครหรอก” เสียงนี้มาจากข้างหลังของอชรา

‎“เฮ้ย บังเกิดเกล้า ฉันตกใจหมด”

‎“จะตกใจทำไม นี่ฉันจะบอกไว้นะว่าอะไรที่หล่อนทำไว้มันจะหายไป”

‎“อะไร ฉันทำอะไรไม่ทราบ”

‎“ก็มนต์บังตาคนในคฤหาสน์ ที่หล่อนใช้กับตึกทิศใต้นี้ มันเสื่อมแล้วรู้ไหม”

‎“ฉันไม่เชื่อ”

‎“แล้วถ้ามันไม่เสื่อม นางพวกนั้นจะมองเห็นตึกนี้เหรอ ฉันไปละจะไปทำความสะอาด”

‎อชรากำมือไว้แน่นร่างกายสั่นสะเทือนแล้วมองไปยังอารีย์

‎“อารีย์”

‎“อะไร”

‎“มนต์บังตาของฉันมันเสื่อมแล้ว”

‎“ว้าย ตายจริง แกรีบทำให้ตึกทิศใต้มองไม่เห็นเร็ว ๆ สิ”

‎อชราเริ่มร่ายคาถาและแล้วตึกนี้ก็ทำให้มองไม่เห็น แต่สิ่งที่อชรากับอารีย์ไม่ทราบก็คือมีสายตาของทั้งห้าคนกำลังมองมาจากหน้าต่างของห้องนอน พออชรากับอารีย์มองมาที่ห้องนี้ ทั้งหมดก็รีบก้มลงมา

‎“อีชราภาพมันร้ายนักนะ” มังคุดบอก

‎“มันชื่ออชรานะแก” เจ๊แกบอก

‎“ว้าย ข่าวด่วนจ้ะ”

‎“อะไรอีลูกเดือย” ขนันขานรับ

‎“มีคนตายในคฤหาสน์นี้”

‎“อีสัตว์ พูดห่าอะไรบ้า ๆ” เล็บมือนางตะโกนด่า

‎“ไม่เชื่อลงไปดูสิ”

‎กลุ่มนี้รีบวิ่งแจ้นลงบันไดไม่กลัวสะดุดแล้วก็เห็นคนมุงดูอยู่ต้นหนามจึงอยากดูด้วย

‎“ออกหน่อยค่ะ” ตุ๊กตาบอกคนมุง

‎“ใครอะ” สยุมพรอุทาน

‎ก่อนที่จะมีบุคคลยกร่างของชายหนุ่มผู้นั้นไปที่รถโรงพยาบาล แล้วก็มีคนในคฤหาสน์หลายคนยกข้าวของ สัมภาระ ออกจากห้องเตรียมหนีไปจากคฤหาสน์นี้

‎“ฉันไม่อยู่ละ คนตายเป็นเบือ”

‎“อยู่ไปก่อนนะคะ” อารีย์บอก

‎“ถ้าฉันเจอภูตผีปีศาจอีกละก็ ฉันจะเก็บของออกไปแน่”

‎“คุณอารีย์ คุณไม่คิดจะจัดการเรื่องคนตายเหรอ” ขนันบอกอารีย์

‎“ใช่” ทั้งห้าคนในกลุ่มพูดออกมาพร้อมกัน

‎“ก็หาหมอผีอยู่นะคะ” อารีย์ตอบโต้

‎“ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะหาหมอผีเอง เพื่อคนในคฤหาสน์จะไม่ต้องเจอผี” เล็บมือนางพูดอย่างมั่นใจ

‎“อีนี่ช่างกล้าเนอะ” ตุ๊กตาบอก

‎“อ้าวอีตุ๊กตา กูอุตส่าห์ช่วยนะ นี่กูรู้จักหมอผีอยู่คนหนึ่งเดี๋ยวจะเชิญมา”

‎“เชิญมาวันไหน” มังคุดบอก

‎“สักวันหนึ่ง”

‎“อีสัตว์ งั้นก็ทนอยู่ไปเถอะแค่ผีไม่ใช่แม่ซะหน่อย แค่เราไม่รู้จักมัน มันก็ไม่ทำอะไรเรา” มังคุดด่าไปเลยไม่สนใจใครทั้งสิ้น

‎“เออ ไปเรากลับห้อง”

‎หลังจากปิดประตูห้องดังปั้ง ลูกเดือยก็ถามป้าเล็บมือนางขึ้น “ป้าจะไปหาหมอผีจากไหนอีก”

‎“เออน่ะ เชื่อฉันสิฉันรู้จัก”

‎“ช่างมันไปก่อนได้ไหม กูขอนินทาอีอชราก่อน”

‎“ทำไมล่ะเจ๊” ตุ๊กตาบอก

‎“ก็พวกมึงไม่เห็นเหรอ อีอชรามันมีมนต์บังตาเหมือนที่คุณบังเกิดเกล้าบอกไว้ มันใช้มนต์นี้ได้ยังไงวะ หรือว่ามันใช้ฆ่าผู้ชายคนนั้นที่เขายกออกไป”

‎“จะบ้าเหรอ อชรามันจะไปเรียนมนต์บังตาจากไหน ฉันเรียนหนังสือตั้งแต่อนุบาลจนจบมหา’ลัยละ ไม่เคยเห็นหลักสูตรนี้นะ” เล็บมือนางไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร

‎“อีเล็บมือนาง!” เจ๊ตะโกนเรียกสติพร้อมเบ้ปาก

“มันไม่ใช่เหรอ”

‎“อีห่า ใช่ที่ไหนล่ะ กูว่ามันใช้คาถาอาคมขลังมาจากอาจารย์สำนักมนต์ดำ”

‎“พวกเจ๊ ๆ ก็สรรหาใส่ไฟให้อชรา เขาเป็นผู้ดูแลนะ เดี๋ยวเขาก็ไล่เราออกหรอก” สยุมพรบอกทุกคน

‎“โอ๊ยเลิกพูดเรื่องไสยศาสตร์ มนต์ดำแล้วก็เรื่องคนตายได้ละ ฉันกลัวผีพวกแกไม่เห็นเหรอจะเย็นอยู่ละ มาพูดเรื่องพวกนี้เดี๋ยวก็มีใครสักคนในกลุ่มพวกเราตายห่าสักวัน” มังคุดเบื่อหน่ายทุกคนที่พูดมาแต่ละอย่าง

‎“แล้วหมอผีล่ะ” ลูกเดือยถามซ้ำย้ำทวนแต่เรื่องของหมอผี

‎“อีนี่ก็ถามแต่หมอผี ผัวมึงเป็นหมอผีเหรออีดอก” เล็บมือนางโมโหโกรธาเคืองลูกเดือยแล้วเดินออกไปจากห้อง

‎“จะสำรวจคฤหาสน์นี่ไหมเจ๊” มังคุดถาม

‎“อยากสำรวจอยู่ เมื่อวานจะสำรวจก็ไม่สำเร็จ ไปอีกวันก็ได้นะ”

‎เปิดประตูออกมามองทางซ้ายมองทางขวาก็เห็นขาคนถูกลากเข้าไปในห้อง คนที่ลากนั้นไม่เห็นเลย แต่คนที่ถูกลากคือคนที่เตรียมของจะย้ายหนีออกจากคฤหาสน์รำเพยหลังนี้ จึงทำให้พวกแก๊งมาลาทองคำรู้สึกกลัววิญญาณขึ้นมาจริง ๆ สรุปคือข่าวลือว่ามีผีก็มีผีจริง ๆ เพียงแต่ว่ากลุ่มนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเจอเจ้าที่จริงจัง

‎“สาธุ ช่วยลูกช้างด้วยเถิด อย่าให้มีภยันตรายอะไรมายุ่งเลย สาธุ”

‎“ทำอะไรลูกเดือย”

‎“ไหว้พระสิมังคุด”

‎เสียงเท้าเหยียบย่ำพื้นดังมาจากข้างหลัง แก๊งนี้จึงหันกลับไปแล้วก็มีสิ่งหนึ่งพุ่งเข้ามาใกล้ นั่นก็คือผีที่ตายมานานแล้ว

‎“มึงตายแน่อีกะเทย” วิญญาณตนนั้นบีบคอเจ๊ขนัน ซึ่งปรากฏตัวขึ้นในร่างสีดำ

‎“พวกกูไม่ใช่กะเทย ผู้หญิงแต่เกิดจ้า”

‎“โกหก”

‎“เจ๊ พวกฉันไปก่อนนะ” แล้วทั้งหมดก็วิ่งหนีไปหาเล็บมือนาง

‎“อีผีบ้า มึงบีบคอกู มึงต้องการอะไร”

‎“มึงออกไปจากห้องที่มึงอยู่เดี๋ยวนี้”

‎“อีควาย เอาสมองส่วนไหนมาคิด”

‎“มึงอยู่ห้องของกู กูตายที่ห้องนี้”

‎“เรื่องของมึงสิ กูไม่รู้จักมึง มึงจะมาหลอกกูทำไม”

‎“ยุ่ง”

‎ขณะเดียวกันนี้เล็บมือนางและคนอื่น ๆ กำลังเดินมาพร้อมกับหมอผี

‎“มึงเร็ว ๆ สิ” ลูกเดือยบอก

‎“เออ” เล็บมือนางตอบ

‎“นั่นค่ะ คนที่อยู่ตรงระเบียงอยู่ด่าผีอยู่”

‎“เออ แม่เล็บมือนาง”

‎หมอผีเดินเหมือนลอยแล้วชี้หน้าไปที่วิญญาณตนนั้นแล้วจัดการทำที่แบ่งคนกับผีแล้วเอาสายสิญจน์พันไว้รอบ แล้วก็สวดมนต์ใส่

‎“สวดเหี้ยอะไรเนี่ย มึงเอามาจากเขมรเหรอ หรือว่าพม่า” มังคุดถาม

‎“ไม่ใช่ คนไทยนี่แหละ”

‎“กรี๊ด——” แล้ววิญญาณก็เลิกบีบคอเจ๊แก เจ๊ขนันจึงมาหาเพื่อน

‎“มึงต้องการอะไร” หมอผีถาม

‎“กูต้องการที่อยู่ของกู”

‎“งั้นมึงก็มาอยู่ในหม้อซะอีเวร” หมอผีร่ายมนต์สะกดใส่ผี ทำให้ผีถูกดึงลงมาในหม้อดินเผานี้แล้วเอาผ้ายันต์ปิดไว้และพันสายสิญจน์

‎“ฉันไปแล้วนะ จะไปป่าช้า”

‎“ค่ะ แม่หมอ” เล็บมือนางตอบหมอผี

‎“หมอผีแกชื่ออะไร” ลูกเดือยถาม

‎“ชื่อว่า แม่เจ้าชนะวิญญาณ”

‎“กูเกือบตาย” เจ๊ขนันบอก

‎“กูไม่ได้เอามาช่วยมึงนะ จะเอามาช่วยคนอื่น”

‎“อีเล็บมือนาง อีสัตว์”

‎“เออ ๆ พอเถอะ ไปหาอารีย์กัน” มังคุดบอกแก๊งตัวเองแล้วก็พากันเดินไปหาอารีย์ที่ชั้นล่างของคฤหาสน์

‎“ปราบผีแล้วนะคะคุณอารีย์”

‎“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่เขาคือใครคะ”

‎“แม่เจ้าชนะวิญญาณค่ะ”

‎‘ตายละ อชราต้องรู้เรื่องหมอผีนี่ให้ได้เด็ดขาด’ อารีย์นึกในใจก่อนจะไปทำงานของตน

*****