คฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู
ตลก,ลึกลับ,อาชญากรรม,ดาร์ค,ไทย,ปริศนา ,ตลก,สยองขวัญ,สืบสวนสอบสวน,ผี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ฆาตกรรมรำเพยคฤหาสน์รำเพยนี้นะเหรอที่เขาว่าผีดุ ผีหรือจะสู้กับ...กู
“
คฤหาสน์รำเพยแห่งนี้ ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาอาศัยอยู่ ก็จะย่อมมีคนใดคนหนึ่งในพวกนั้นเสียชีวิตอย่างปริศนา ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงเรื่องไม่คาดคิดแต่พอนานวันเข้ามันกลายเป็นว่าหลาย ๆ คนก็เจอเหตุการณ์แบบนี้ ใคร ๆ ที่รู้เรื่องนะ เขาก็ไม่อยากมาอยู่ที่นี่หรอก
”
คำเตือน
โปรดระวังสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
คำหยาบโลน • ภาษา • การฆาตกรรม • ความเชื่อ • เวทมนตร์ • ไสยศาสตร์ • ศาสนา • พฤติกรรม • ผีสางนางไม้ และอื่น ๆ everything
“อชรา ระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะคะ”
“ทำไมหรือคะอารีย์ มีอะไรที่อชราต้องระวังอีกเหรอ”
“ก็เรื่องอีแก๊งดอกไม้ทองคำน่ะสิคะ”
“มันชื่อมาลาทองคำไม่ใช่เหรอ”
“เออ นั่นแหละ เดี๋ยวนี้ฉันรู้สึกแปลก ๆ เหมือนจะมีคนมารู้ความลับของคฤหาสน์แห่งนี้”
“ไม่ได้นะ ถ้าอีนางรำมะนาได้รับรู้เรื่องราว มันคงไม่ไว้ชีวิตฉันแน่นอน”
“รำมะนานี่ใครนะคะ”
“รำมะนา ลูกสาวของอีแก่รำเพยไงล่ะ”
“ตายละ รำเพยมีลูกด้วยหรือคะอชรา”
“ใช่ค่ะอารีย์ ฉันจึงต้องกำจัดทั้งแม่และลูกให้พ้น ๆ เขตรั้วคฤหาสน์นี้ แล้วทุกอย่างจะเป็นของฉันค่ะ”
“วุ้ย แผนสูงนะหล่อน”
“อยู่แล้ว”
บทสนทนาของอชราและอารีย์ที่กำลังวางแผนกำจัดแก๊งมาลาทองคำและแม่ลูกแห่งคฤหาสน์รำเพย ทว่ามีคนมาเคาะประตูห้องนี้ ห้องนี้คือห้องประตูสีน้ำเงิน อชราจึงใช้มนตราพิเศษส่องลอดออกไปก็พบชายหนุ่มที่มาเข้าพักคนใหม่
“อารีย์ มันเป็นคนพักใหม่มาเคาะ”
“จัดการเลยสิ”
“ได้เลย”
แล้วอชราก็สวดคาถามนต์บังตาของนางใส่ชายหนุ่มคนนั้น จึงทำให้ทุกคนมองไม่เห็นชายหนุ่มและตนเอง จากนั้นก็จัดการบีบคอให้สิ้นใจตายไปในที่สุดแล้วนำร่างไปไว้ที่แถวต้นหนาม
“สมน้ำหน้า ช่วยไม่ได้ อยากรู้เรื่องก็ตายไปซะ” อชราหัวเราะ
“เอาล่ะแยกย้ายดีกว่า เดี๋ยวแม่บ้านสงสัย” อารีย์พูด
แล้วก็เดินออกมาจากห้องประตูสีน้ำเงินครามแบบที่ไม่ให้ใครรู้ แล้วเดินไปยังตึกทิศใต้ซึ่งเป็นที่อยู่ของคุณรำเพย
“ต๊าย ตาย คุณรำเพยสวัสดีค่ะ ไม่ได้มาเยี่ยมมาเยือนหลายวัน สบายดีหรือคะ” อารีย์บอกคุณรำเพย
‘คิดว่าฉันดูพวกแกไม่ออกเหรออีสองตัวนี่ แกคงจะอยากได้สมบัติของฉันมากสินะ ฉันไม่ให้หรอก’ รำเพยในวัยแปดสิบปีนึกอยู่ในใจก่อนจะปริปากพูดออกมา “สบายดี นี่ลูกสาวฉันล่ะ”
“อ้าวคุณรำมะนาไม่ได้อยู่ที่ตึกนี้หรือคะ”
“ไม่หรอกแม่อารีย์”
‘มึงเจอกูแน่’ อชรานึกในใจแล้วก็เดินกลับตัวคฤหาสน์หลังใหญ่แต่เหมือนว่าจะมีผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ลิบลับอยู่ที่ต้นไม้กำลังชี้หน้าอยู่เป็นเงาสีดำ ๆ
“ใครน่ะ” อชราอุทานออกมา
“ไม่ใช่วิญญาณใครหรอก” เสียงนี้มาจากข้างหลังของอชรา
“เฮ้ย บังเกิดเกล้า ฉันตกใจหมด”
“จะตกใจทำไม นี่ฉันจะบอกไว้นะว่าอะไรที่หล่อนทำไว้มันจะหายไป”
“อะไร ฉันทำอะไรไม่ทราบ”
“ก็มนต์บังตาคนในคฤหาสน์ ที่หล่อนใช้กับตึกทิศใต้นี้ มันเสื่อมแล้วรู้ไหม”
“ฉันไม่เชื่อ”
“แล้วถ้ามันไม่เสื่อม นางพวกนั้นจะมองเห็นตึกนี้เหรอ ฉันไปละจะไปทำความสะอาด”
อชรากำมือไว้แน่นร่างกายสั่นสะเทือนแล้วมองไปยังอารีย์
“อารีย์”
“อะไร”
“มนต์บังตาของฉันมันเสื่อมแล้ว”
“ว้าย ตายจริง แกรีบทำให้ตึกทิศใต้มองไม่เห็นเร็ว ๆ สิ”
อชราเริ่มร่ายคาถาและแล้วตึกนี้ก็ทำให้มองไม่เห็น แต่สิ่งที่อชรากับอารีย์ไม่ทราบก็คือมีสายตาของทั้งห้าคนกำลังมองมาจากหน้าต่างของห้องนอน พออชรากับอารีย์มองมาที่ห้องนี้ ทั้งหมดก็รีบก้มลงมา
“อีชราภาพมันร้ายนักนะ” มังคุดบอก
“มันชื่ออชรานะแก” เจ๊แกบอก
“ว้าย ข่าวด่วนจ้ะ”
“อะไรอีลูกเดือย” ขนันขานรับ
“มีคนตายในคฤหาสน์นี้”
“อีสัตว์ พูดห่าอะไรบ้า ๆ” เล็บมือนางตะโกนด่า
“ไม่เชื่อลงไปดูสิ”
กลุ่มนี้รีบวิ่งแจ้นลงบันไดไม่กลัวสะดุดแล้วก็เห็นคนมุงดูอยู่ต้นหนามจึงอยากดูด้วย
“ออกหน่อยค่ะ” ตุ๊กตาบอกคนมุง
“ใครอะ” สยุมพรอุทาน
ก่อนที่จะมีบุคคลยกร่างของชายหนุ่มผู้นั้นไปที่รถโรงพยาบาล แล้วก็มีคนในคฤหาสน์หลายคนยกข้าวของ สัมภาระ ออกจากห้องเตรียมหนีไปจากคฤหาสน์นี้
“ฉันไม่อยู่ละ คนตายเป็นเบือ”
“อยู่ไปก่อนนะคะ” อารีย์บอก
“ถ้าฉันเจอภูตผีปีศาจอีกละก็ ฉันจะเก็บของออกไปแน่”
“คุณอารีย์ คุณไม่คิดจะจัดการเรื่องคนตายเหรอ” ขนันบอกอารีย์
“ใช่” ทั้งห้าคนในกลุ่มพูดออกมาพร้อมกัน
“ก็หาหมอผีอยู่นะคะ” อารีย์ตอบโต้
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะหาหมอผีเอง เพื่อคนในคฤหาสน์จะไม่ต้องเจอผี” เล็บมือนางพูดอย่างมั่นใจ
“อีนี่ช่างกล้าเนอะ” ตุ๊กตาบอก
“อ้าวอีตุ๊กตา กูอุตส่าห์ช่วยนะ นี่กูรู้จักหมอผีอยู่คนหนึ่งเดี๋ยวจะเชิญมา”
“เชิญมาวันไหน” มังคุดบอก
“สักวันหนึ่ง”
“อีสัตว์ งั้นก็ทนอยู่ไปเถอะแค่ผีไม่ใช่แม่ซะหน่อย แค่เราไม่รู้จักมัน มันก็ไม่ทำอะไรเรา” มังคุดด่าไปเลยไม่สนใจใครทั้งสิ้น
“เออ ไปเรากลับห้อง”
หลังจากปิดประตูห้องดังปั้ง ลูกเดือยก็ถามป้าเล็บมือนางขึ้น “ป้าจะไปหาหมอผีจากไหนอีก”
“เออน่ะ เชื่อฉันสิฉันรู้จัก”
“ช่างมันไปก่อนได้ไหม กูขอนินทาอีอชราก่อน”
“ทำไมล่ะเจ๊” ตุ๊กตาบอก
“ก็พวกมึงไม่เห็นเหรอ อีอชรามันมีมนต์บังตาเหมือนที่คุณบังเกิดเกล้าบอกไว้ มันใช้มนต์นี้ได้ยังไงวะ หรือว่ามันใช้ฆ่าผู้ชายคนนั้นที่เขายกออกไป”
“จะบ้าเหรอ อชรามันจะไปเรียนมนต์บังตาจากไหน ฉันเรียนหนังสือตั้งแต่อนุบาลจนจบมหา’ลัยละ ไม่เคยเห็นหลักสูตรนี้นะ” เล็บมือนางไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร
“อีเล็บมือนาง!” เจ๊ตะโกนเรียกสติพร้อมเบ้ปาก
“มันไม่ใช่เหรอ”
“อีห่า ใช่ที่ไหนล่ะ กูว่ามันใช้คาถาอาคมขลังมาจากอาจารย์สำนักมนต์ดำ”
“พวกเจ๊ ๆ ก็สรรหาใส่ไฟให้อชรา เขาเป็นผู้ดูแลนะ เดี๋ยวเขาก็ไล่เราออกหรอก” สยุมพรบอกทุกคน
“โอ๊ยเลิกพูดเรื่องไสยศาสตร์ มนต์ดำแล้วก็เรื่องคนตายได้ละ ฉันกลัวผีพวกแกไม่เห็นเหรอจะเย็นอยู่ละ มาพูดเรื่องพวกนี้เดี๋ยวก็มีใครสักคนในกลุ่มพวกเราตายห่าสักวัน” มังคุดเบื่อหน่ายทุกคนที่พูดมาแต่ละอย่าง
“แล้วหมอผีล่ะ” ลูกเดือยถามซ้ำย้ำทวนแต่เรื่องของหมอผี
“อีนี่ก็ถามแต่หมอผี ผัวมึงเป็นหมอผีเหรออีดอก” เล็บมือนางโมโหโกรธาเคืองลูกเดือยแล้วเดินออกไปจากห้อง
“จะสำรวจคฤหาสน์นี่ไหมเจ๊” มังคุดถาม
“อยากสำรวจอยู่ เมื่อวานจะสำรวจก็ไม่สำเร็จ ไปอีกวันก็ได้นะ”
เปิดประตูออกมามองทางซ้ายมองทางขวาก็เห็นขาคนถูกลากเข้าไปในห้อง คนที่ลากนั้นไม่เห็นเลย แต่คนที่ถูกลากคือคนที่เตรียมของจะย้ายหนีออกจากคฤหาสน์รำเพยหลังนี้ จึงทำให้พวกแก๊งมาลาทองคำรู้สึกกลัววิญญาณขึ้นมาจริง ๆ สรุปคือข่าวลือว่ามีผีก็มีผีจริง ๆ เพียงแต่ว่ากลุ่มนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเจอเจ้าที่จริงจัง
“สาธุ ช่วยลูกช้างด้วยเถิด อย่าให้มีภยันตรายอะไรมายุ่งเลย สาธุ”
“ทำอะไรลูกเดือย”
“ไหว้พระสิมังคุด”
เสียงเท้าเหยียบย่ำพื้นดังมาจากข้างหลัง แก๊งนี้จึงหันกลับไปแล้วก็มีสิ่งหนึ่งพุ่งเข้ามาใกล้ นั่นก็คือผีที่ตายมานานแล้ว
“มึงตายแน่อีกะเทย” วิญญาณตนนั้นบีบคอเจ๊ขนัน ซึ่งปรากฏตัวขึ้นในร่างสีดำ
“พวกกูไม่ใช่กะเทย ผู้หญิงแต่เกิดจ้า”
“โกหก”
“เจ๊ พวกฉันไปก่อนนะ” แล้วทั้งหมดก็วิ่งหนีไปหาเล็บมือนาง
“อีผีบ้า มึงบีบคอกู มึงต้องการอะไร”
“มึงออกไปจากห้องที่มึงอยู่เดี๋ยวนี้”
“อีควาย เอาสมองส่วนไหนมาคิด”
“มึงอยู่ห้องของกู กูตายที่ห้องนี้”
“เรื่องของมึงสิ กูไม่รู้จักมึง มึงจะมาหลอกกูทำไม”
“ยุ่ง”
ขณะเดียวกันนี้เล็บมือนางและคนอื่น ๆ กำลังเดินมาพร้อมกับหมอผี
“มึงเร็ว ๆ สิ” ลูกเดือยบอก
“เออ” เล็บมือนางตอบ
“นั่นค่ะ คนที่อยู่ตรงระเบียงอยู่ด่าผีอยู่”
“เออ แม่เล็บมือนาง”
หมอผีเดินเหมือนลอยแล้วชี้หน้าไปที่วิญญาณตนนั้นแล้วจัดการทำที่แบ่งคนกับผีแล้วเอาสายสิญจน์พันไว้รอบ แล้วก็สวดมนต์ใส่
“สวดเหี้ยอะไรเนี่ย มึงเอามาจากเขมรเหรอ หรือว่าพม่า” มังคุดถาม
“ไม่ใช่ คนไทยนี่แหละ”
“กรี๊ด——” แล้ววิญญาณก็เลิกบีบคอเจ๊แก เจ๊ขนันจึงมาหาเพื่อน
“มึงต้องการอะไร” หมอผีถาม
“กูต้องการที่อยู่ของกู”
“งั้นมึงก็มาอยู่ในหม้อซะอีเวร” หมอผีร่ายมนต์สะกดใส่ผี ทำให้ผีถูกดึงลงมาในหม้อดินเผานี้แล้วเอาผ้ายันต์ปิดไว้และพันสายสิญจน์
“ฉันไปแล้วนะ จะไปป่าช้า”
“ค่ะ แม่หมอ” เล็บมือนางตอบหมอผี
“หมอผีแกชื่ออะไร” ลูกเดือยถาม
“ชื่อว่า แม่เจ้าชนะวิญญาณ”
“กูเกือบตาย” เจ๊ขนันบอก
“กูไม่ได้เอามาช่วยมึงนะ จะเอามาช่วยคนอื่น”
“อีเล็บมือนาง อีสัตว์”
“เออ ๆ พอเถอะ ไปหาอารีย์กัน” มังคุดบอกแก๊งตัวเองแล้วก็พากันเดินไปหาอารีย์ที่ชั้นล่างของคฤหาสน์
“ปราบผีแล้วนะคะคุณอารีย์”
“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่เขาคือใครคะ”
“แม่เจ้าชนะวิญญาณค่ะ”
‘ตายละ อชราต้องรู้เรื่องหมอผีนี่ให้ได้เด็ดขาด’ อารีย์นึกในใจก่อนจะไปทำงานของตน
*****