พรจากพระเจ้า หรือ คำสาปที่พันทนาการไว้

Death time ย้อนเวลาชีวิต พลิกวิกฤตความตาย - เวลา 2 ช่วยให้ได้ โดย MS shadow @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ข้ามเวลา,แฟนตาซี,ไทย,อื่นๆ,ชาย-หญิง,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Death time ย้อนเวลาชีวิต พลิกวิกฤตความตาย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ข้ามเวลา,แฟนตาซี,ไทย,อื่นๆ,ชาย-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี

รายละเอียด

Death time ย้อนเวลาชีวิต พลิกวิกฤตความตาย โดย MS shadow @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

พรจากพระเจ้า หรือ คำสาปที่พันทนาการไว้

ผู้แต่ง

MS shadow

เรื่องย่อ

นาฬิกาชีวิตที่เธอเห็น กลับเป็นคำสาปที่นำชีวิตของเธอไปสู่จุดจบที่น่าสังเวชใจ แต่เบื้องบนกลับรู้สึกสงสารเธอ จึงนำพาเธอกลับไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง โอกาสที่สองที่ได้รับจะสามารถดึงชีวิตเธอกลับมาได้ไหม

สารบัญ

Death time ย้อนเวลาชีวิต พลิกวิกฤตความตาย-เวลา 1 กลับสู่จุดเริ่มต้น,Death time ย้อนเวลาชีวิต พลิกวิกฤตความตาย-เวลา 2 ช่วยให้ได้,Death time ย้อนเวลาชีวิต พลิกวิกฤตความตาย-เวลา 3 ผลที่ตามมา,Death time ย้อนเวลาชีวิต พลิกวิกฤตความตาย-เวลา 4 ลางร้ายมาเยือน,Death time ย้อนเวลาชีวิต พลิกวิกฤตความตาย-เวลา 5 ภารกิจที่ต้องรับ

เนื้อหา

เวลา 2 ช่วยให้ได้

หลังจากช็อก เธอรีบวิ่งไปที่กระจกเพื่อตรวจเช็คร่างกายตนเอง เมื่อมองตัวเองในวัย 13 ปีอีกครั้ง เธอก็ต้องตกใจ เพราะในชาติก่อน ร่างกายของเธอซูบผอม ตาโหล ขอบตาดำสนิท ใบหน้าขาวซีด และไร้เรี่ยวแรง แต่ตอนนี้ ร่างกายยังคงงดงาม ใบหน้าอวบอิ่ม ตากลมโต จมูกกลมมนน่ารัก ปากเรียวเล็ก รูปร่างเอวบาง ร่างเล็ก แต่ไม่ซูบผอมจนเกินไป เมื่อเห็นรูปร่างตัวเองตอนนี้เธอก็ยิ้มให้กับความเมตตาของใครสักคน

เมื่อเธอคิดถึงเหตุผล ลิลลี่จึงพยายามหาสาเหตุต่างๆ ว่าทำไมเธอถึงย้อนกลับมาอดีตอีกครั้ง เป็นเพราะเบื้องบนสงสารฉัน หรือ ต้องการให้โอกาสการมีชีวิตฉันเพื่อแก้ไขเรื่องในอดีต ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เธอรู้สึกขอบคุณนะที่ให้โอกาสเธออีกครั้ง เธอสาบานกับตัวเอง

     “ครั้งนี้ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับคนอื่นอีกแล้ว จุบจบอนาถจะไม่เกิดขึ้นอีก”

เธอนอนหลับไปอีกครั้งบนเตียง เธอหลับนานเท่าไหร่ไม่ทราบ จนกระทั่งเธอตื่นขึ้นมาก็พบกับคุณหมอและพยาบาลมาสอบถามอาการ

      “ตื่นแล้วเหรอครับ รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ มีอาการมึนหัว วิงเวียน หรืออาการอะไรที่ไม่สบายตัวไหมครับ”

ลิลลี่จบตัวเองรอบๆ มองตรวจความเรียบร้อย เธอส่ายหัว

       “ไม่มีนะคะ”

คุณหมอเริ่มตรวจหัวใจ ทดสอบสายตา วัดไข้ แล้วตรวจสอบร่างกายโดยรวม

       “ผมตรวจสอบอาการดูแล้ว ไม่มีความผิดปกติอะไรนะครับ ถ้าไม่มีอาการอะไรพักคืนนี้ พรุ่งนี้ก็กลับได้ครับ”

หลังจากคุณหมอกล่าวจบ ก็สั่งพยาบาลให้จัดเตรียม แล้วออกเดินออกจากห้องไป หลังจากนั้นคุณแม่ก็กลับเข้ามาในห้อง

        “หมอว่ายังไงบ้างลูก ไม่มีความผิดปกติใช่ไหม”

        “ไม่มีอะไรนะคะ หมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ”

หลังลิลลี่กล่าวจบ แม่ก็ออกไปคุยโทรศัพท์เพื่อแจ้งพ่อ เรื่องให้มารับลิลลี่กลับพรุ่งนี้ โดยที่วันนี้แม่จะเป็นคนเฝ้าเอง หลังจากแม่ทำธุระอะไรจบ ก็กลับมมานอน

เช้าวันต่อมา

ลิลลี่และแม่เตรียมตัวเก็บของกลับบ้านรอคุณพ่อมารับ ไม่นานคุณพ่อก็มาถึง พ่อเขาจัดการเอกสารแล้วขึ้นมารับลิลลี่และคุณแม่ข้างบน

         “กลับบ้านกันเถอะลูก”

         “ค่ะพ่อ”

หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินออกจากโรงพยาบาลไป เมื่อกลับถึงบ้าน เธอพบว่าที่บ้านกำลังจัดกระเป๋าเตรียมจะไปต่างจังหวัด เธอเห็นข้าวของกระจัดกระจาย ความทรงจำในชาติก่อนก็กลับมา

        “ดีใจไหมลูก พรุ่งนี้จะไปเที่ยวกันแล้วนะ” แม่จับแขนด้วยแววตาสสดใส

ในวันที่ออกเดินทางฉันเห็นสิ่งผิดปกติบนศีรษะของพ่อแม่และพี่ชายของเธอ เธอรีบบอกทุกคน แต่กลับไม่มีใครเชื่อ คิดว่าเป็นผลข้างเคียงจากอุบัติเหตุ สุดท้ายเธอต้องสูญเสียทุกคนไป เธอจึงเริ่มตระหนักว่า นาฬิกาบนศีรษะทุกคนจะขึ้นก็ต่อเมื่อใกล้สิ้นอายุ หลังจากนั้นจึงพยายามช่วยคนให้ได้มากที่สุด ท้ายที่สุดชีวิตของเธอก็ต้องมาจบโดนคนก่นด่า สาปแช่ง ตายไปก็ไม่สงบ

        “ชาตินี้สัญญาเลยว่า ฉันจะช่วยแค่ครอบครัวฉันเท่านั้น จะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องไม่เป็นเรื่องของคนอื่นอีก และจะมีชีวิตดีๆสดใสแบบคนอื่น”

ลิลลี่พยายามคิดหาข้ออ้างให้ครอบครัวของเธอไม่ต้องไปพบกับเหตุการณ์น่าเศร้าอีก เธอแกล้งตัวร้อน ปวดหัว ปวดท้อง หรือป่วยเป็นอะไรก็ได้เพื่อให้ครอบครัวต้องวันไป หรือ ยกเลิกไปเลย หลังจากเตรียมการอะไรเสร็จสิ้น เธอรีบเดินโซซัดโซเซลงจากบนห้อง แล้วเดินไปหาพ่อกับแม่

        “พ่อคะ แม่คะ หนูรู้สึกปวดหัว พรุ่งนี้คงไปไม่ได้แล้ว ที่จะไปเที่ยวพรุ่งนี้เลื่อนไปก่อนได้ไหมคะ”

         “ก็ได้จ้ะลูก งั้นเลื่อนไปจนกว่าลูกจะหายนะ”

         “เย่ ขอบคุณนะคะพ่อ” เธอเผลอกระโดดเล็กน้อย ก่อนรีบเก็บอาการทั้งหมดแล้วขขึ้นห้องไป

เมื่อลิลลี่ขึ้นไปแล้ว ทั้งสองก็คุยกันเรื่องที่พัก จะเอาไงต่อดี เพราะมันไม่สามารถยกเลิกได้แล้ว จนแม่ปิ๊งไอเดีย         ลองไปถามญาติดูไหม เผื่อมีใครจะไป ทั้งสองเริ่มโทรหาญาติ

       “มีใครต้องการที่พักไหม”

ทั้งสองพยายามโทรหาทุกคน แต่กลับไม่มีใครสะดวกไปเลย จนแม่ลองไปถามคนข้างบ้าน และโชคดี คนข้างบ้านเขาต้องการไปที่แห่งนี้พอดี แม่เลยนำตั๋วที่จองไปให้กับเธอ แล้วเธอก็จ่ายที่พักมาให้ ตอนแรกแม่กะจะไม่รับ แต่อีกฝ่ายคะยั้นคะยอหนัก แม่จึงรับกลับมา แม่ยื่นเงินคืนให้พ่อ

วันที่ต้องเดนทาง 

        “พี่ชาย ตื่นเต้นใหญ่” พ่อแม่ตบไหล่ปลอบ

        “วันนี้เลื่อนไปก่อนนะลูก น้องของลูกไม่ค่อยสบาย อยากให้น้องพักเยอะๆ แล้ววันหลังค่อยไปเที่ยวกันใหม่นะคะ”

พี่ชาย พยายามเข้าใจ แต่ก็แอบน้อยใจเล็กน้อย แล้วเดินคอตกเข้าบ้านไป เขาสวนกลับลิลลี่มองด้วยสายตา หงุดหงิด ผิดกับเธอที่มองบนศีรษะของทุกคน ไม่เห็นนาฬิกาแล้ว เธอก็ยิ้มออกมา “เย่ ทุกคนปลอดภัยแล้ว”