บันทึกการเดินทางของ 'จอมโจรแห่งรัตติกาล' นั้นน่าพิศวงเสมอ สุภาพบุรุษจอมโจรสุดเจ้าเล่ห์มีมากมายหลายเวอร์ชั่น แต่แท้จริงแล้วตัวตนแสนลึกลับนี้ กลับเป็นเพียงนักเดินทางหญิงเพียงสองคนเท่านั้น!?
ผจญภัย,แฟนตาซี,ระทึกขวัญ,ดราม่า,สะท้อนปัญหาสังคม,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Re-Travelบันทึกการเดินทางของ 'จอมโจรแห่งรัตติกาล' นั้นน่าพิศวงเสมอ สุภาพบุรุษจอมโจรสุดเจ้าเล่ห์มีมากมายหลายเวอร์ชั่น แต่แท้จริงแล้วตัวตนแสนลึกลับนี้ กลับเป็นเพียงนักเดินทางหญิงเพียงสองคนเท่านั้น!?
บันทึกการเดินทางของ 'จอมโจรแห่งรัตติกาล' นั้นน่าพิศวงเสมอ คุณคงได้ยินตำนานของจอมโจรสุภาพบุรุษสุดเจ้าเล่ห์มามากมายหลากหลายรูปแบบ ทว่าแท้จริงแล้วตัวตนแสนลึกลับนี้เป็นเพียงหญิงสาวสองคน ผู้ออกเดินทางเพื่อตามหาความแปลกใหม่ของโลกใบนี้ รวมถึงช่วงชิงสมบัติด้วยวิธีการสุดพิศดารอีกด้วย
'คริสติน่า' หญิงสาวผู้มีฉากหน้าเป็นเพียงนักเดินทางธรรมดาๆ แต่กลับโบกสะบัดผ้าคลุมสีดำทะมึนยามรัตติกาลมาเยือน กับคู่หูตัวเล็ก 'อลิเซีย' เด็กสาวที่อยากจะค้นหาความหมายของคำว่า 'ชีวิต'
หากเมืองต่างๆหมายถึงสถานที่ ก็ย่อมเป็นแหล่งกบดานของมวลมนุษย์
มีความแตกต่างหลากหลาย ไม่ต่างจากใจคนที่ยากแท้จะหยั่งถึง
ความรู้สึกนึกคิดซึ่งดลบันดาลให้เกิดเรื่องราว ที่เป็นมาและเป็นไป
แม้จะเป็นจอมโจรผู้มีฝีมือเก่งกาจ ก็มีพลาดพลั้งเป็นอาจิณเมื่อเจออุปสรรคขวากหนามยากคาดเดา
นวนิยาย ไลท์โนเวล แฟนตาซีผสมผสานปรัชญา ที่ท้าให้คุณลองอ่านและโลดแล่นไปกับโลกน่าพิศวงและเต็มไปด้วยปริศนา
Trigger Warning: Abuse, Manipulate, Death, Rate 13+
Re-Travel
Genres: Adventure, Action, Mystery ,Thriller, Social Satire, Philosophy, Fantasy
Novel Author: RemyGravity
Art: @kanika481 (https://twitter.com/kanika481/) , @MEReiDa (https://twitter.com/MEReiDaSensei)
--------------
Copyright permission (Fair Use)
ผู้เขียน อนุญาตให้ Content Creator (อาทิ vtuber,caster, blogger etc) สามารถนำเนื้อหาของนิยายไปใช้ในการผลิตผลงานโดยไม่แสวงหาผลกำไรได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์อ่านนิยายเสียง, รีวิว, โปรเจ็คหนังสั้นประกอบวิชาเรียน etc ภายใต้เงื่อนไขการให้เครดิตกลับมาที่ผู้เขียนและนิยายต้นฉบับเท่านั้น
นอกเหนือจากการอนุญาตข้างต้น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับล่าสุดทุกประการ
"เอาละ....
ถึงเวลาเล่นเกมแล้ว"
เทศกาลประจำปีเต็มไปด้วยซุ้มต่างๆ เพื่อแจกของหรือสินค้าทดลอง บนลานกว้างที่ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานของตนเดินเพลิดเพลิน เด็กๆ มากหน้าค่าตาพากันทยอยต่อคิวรับข้อมือกระดาษสีสันสวยงาม มีทั้งรูปแบบสีสดจนแสบตาและสีโมโนโทนอึมครึมเพื่อให้สอดคล้องกับความชอบของทุกเพศทุกวัย จึงไม่แปลกที่จะมีสีฟ้า สีขาวดำ ปะปนกันไป ซึ่งถูกใจเหล่าเจ้าตัวเล็กทั้งหลายไม่น้อย ผู้คนต่างเดินไปมาเพื่อมองหาสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะหาของรับประทานหรือช็อปปิ้งสินค้าที่ตนเองถูกอกถูกใจ ในขณะที่เวทีใหญ่ก็จวนเจียนแก่เวลาแสดงที่ทุกคนตั้งตารอคอย
ดวงตาสีขุ่นจับจ้องไปยังกลุ่มครอบครัวและนักท่องเที่ยว บนท้องถนนแสนคึกคัก นี่เข้าสู่วันที่สามแล้วที่เขากลายเป็นคนล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว หมดสิ้นทุกสิ่ง แม้กระทั่งเงินสักแดงเดียว อดีตพ่อค้าชื่อดังประจำย่านการค้านั่งคอตกตรงหัวมุมอาคารอย่างสิ้นหวัง
ในขณะเดียวกัน การแสดงที่เคยเป็นดั่งโลกทั้งใบของเขากลับทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนกับความเป็นจริง ราวกับถูกปลุกให้ตื่นจากโลกแห่งความหลงใหลสู่ความโกลาหล เมื่อม่านสีน้ำเงินเข้มถูกเปิดออกตามกำหนดเวลา เสียงฮือฮาดังขึ้น ทว่าไม่นานก็ทุ้มต่ำดั่งคลื่นเสียงดิ่งทะยานลง ผิดแผลกออกไปจากที่คาดคิด พวกเขาอุทานเสียงหลงโดยพร้อมเพรียง ทำให้แคลลัมอดไม่ได้ที่จะหันมองที่มาด้วยความสงสัย
“เอาล่ะ น่าเสียดายที่วันนี้บทละครคงผิดแปลกไปหน่อย แต่ว่าวันนี้กระผมจะให้ทุกคนได้ร่วมเป็นนักแสดงผู้มีเกียรติ”
ร่างสูงในชุดยูนิฟอร์มสีดำประดับลายขาวยืนอยู่ใจกลางเวที ใบหน้าคมคาย ไว้ผมสั้นสีดำขลับ ร่างผอมบางดูสันทัด ความสูงราว 175 เซนติเมตร หากให้นิยามถึงความรูปงามคงยากจะหาคำใดทัดเทียม
ผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นตาเดียวกัน คาดเดาไปต่างๆนานาว่าเป็นการแสดงพิเศษจากทางหน่วยงานและอาจจะมีเซอร์ไพรส์อะไรให้ตื่นตาตื่นใจ
“สุภาพบุรุษและสภาพสตรีทั้งหลาย กระผมขอแนะนำตัว อย่างเป็นทางการอีกครั้ง....”
มือเรียวบางในถุงมือสีขาวยกจับปีกหมวกทรงสูงสีดำขลับ มันถูกประดับด้วยขนนกและอัญมณีสีชมพูเข้ม สะท้อนแสงงดงามจากดวงไฟสปอตไลต์ ระยิบระยับแวววาวไม่ต่างจากดวงตากลมโตของเด็กใสซื่อตรงขอบเวทีที่กำลังสนอกสนใจบุรุษปริศนาผู้นี้
“จอมโจรรัตติกาล หรือพวกคุณรู้จักกันดีในชื่อ Phantom thief” ทันทีที่กล่าวจบ ฉากผ้าสีน้ำตาลอ่อนด้านหลังก็ร่วงหล่นลงกองกับพื้น เผยให้เห็นบางสิ่งที่ทำให้หมู่มวลชนถึงกับส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด”
กรงขังขนาดใหญ่ที่ปกติแล้วจะพบเห็นได้ตามคณะละครสัตว์ปรากฏเบื้องหน้า ทว่ามันกลับขังนักแสดงสาวดาวรุ่งพุ่งแรงซึ่งถูกมัดมือมัดขาพร้อมผ้าปิดปากแน่น ร่างของเธอถูกขังไว้ในฝั่งซ้าย ส่วนอีกฝั่งหนึ่งกลับเป็นเด็กหญิงขอทานซึ่งมีผ้าพันแผลเต็มร่างกาย
“เรามาเข้าเรื่องกันนะครับ” จอมโจรกล่าวขัดจังหวะ “ค่ำคืนนี้พวกคุณจะได้เล่นเป็นนักประมูล และเป็นการแสดงที่จริงจังซะด้วยสิ ตั้งใจทำงานให้มากๆ นะครับ”
“คุณตำรวจจจจจจจจจจจจจจจ” เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาอย่างแตกตื่น ใบหน้าคมคายเผยรอยยิ้มขึ้นมา
“โอ๊ะ โอ๋ว ไม่มีใครมาช่วยหรอก ตำรวจพวกนั้นถูกรมควันตายยกสถานีไปหมดแล้ว...ละมั้ง”
ร่างสูงโปร่งยักไหล่อย่างไม่ทุกข๋ร้อน เขาชี้ไปทางเด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางลานโล่งหน้าเวที
“ในข้อมือที่บุตรหลานของท่านได้สวมใส่ หากท่านใดคิดจะหนีไปง่ายๆ ผมจะสาธิตผลลัพธ์ให้ดูครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ราวกับซุกซ่อนกลอุบายไว้ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาคำนวนอย่างดี
เป๊าะ!
ทันทีที่ดีดนิ้ว ก็เกิดเสียงดังกังวานไปทั่วบริเวณ เด็กสาวผมสีน้ำตาลยาว สวมหมวกปีกกว้างและอยู่ในชุดเดรสสีชมพูอ่อนผู้ยืนอยู่คนเดียวในตำแหน่งที่ผู้คนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน จู่ๆก็ลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอย่างน่าเวทนาโดยไม่ทราบสาเหตุ
“อั๊ก...อร๊ากกกก”
แว่วเสียงกรีดร้องดังระงม เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือทั้งยังทุบพื้นด้วยความทรมาน มือนิ้วและเท้าบิดเร้าจนผิดรูปร่าง ความโกลาหลได้มาเยือน ผู้คนต่างตีวงกว้างถอยออกห่างจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างขวัญหนีดีฝ่อ ไร้สติหรือแม้จะอาจหาญเข้าช่วย ในขณะที่เด็กๆ บางส่วนพยายามจะดึงข้อมือซึ่งได้รับออกด้วยความหวาดผวา
ทว่าก็ไม่เป็นผล...
“เสียใจด้วยนะครับ ที่นี่...คงจะไม่มีทางหนีจริงๆ และสำหรับผู้ที่ไม่มีบุตรหลาน หากท่านคิดจะหนี ก็จะมีชะตากรรมไม่ต่างกันครับ โปรดระวังเด็กข้างๆ ของท่านไว้ให้ดี เพราะอาจจะ บึ้ม! แล้วตายมากกว่าหนึ่งก็ได้นะครับ”
คนรูปงามแต่แฝงความชั่วร้ายทำท่าครุ่นคิด ตรงกันข้ามกับน้ำเสียงยียวนและใจความของประโยค
ชายหนุ่มและหญิงสาวผู้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเด็กตัวเล็กต่างพากันเปลี่ยนท่าที จากความลำพองใจที่ตนเองอาจจะรอดพ้นก็กลายเป็น หวาดระแวงร่างเล็กใกล้ตัว บ้างก็สิ้นสติจนใช้กำลังแก้ปัญหา บ้างก็หวาดวิตกเกินกว่าเหตุ หลอมรวมเป็นความตื่นตูมจนวุ่นวาย
“ถอยไปไกลๆ เลยนะไอ้เด็กบ้า!”
"โอ้ย!"
“แกทำอะไรลูกฉันหะ!”
ท่ามกลางความตึงเครียด ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลงพร้อมเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาตบมือสองสามครั้งพลางหันไปมองอดีตพ่อค้าซึ่งกำลังนั่งตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
“เอาละๆ กติกาก็ง่ายมาก ฟังให้ชัดๆ นะครับ”
มือซึ่งสวมใส่ถุงมือสีขาวค่อยๆ ชูนิ้วชี้ขึ้นแล้วค่อยไล่ตามจำนวนข้อของกติกาที่ตั้งไว้ เริ่มจากนิ้วที่หนึ่งซึ่งเป็นนิ้วชี้
“ข้อแรก พวกคุณต้องเข้าร่วมการประมูลนี้ โดยพวกคุณมีสิทธิ์ยกมือประมูลเพียงแค่คนละครั้ง และท่านสามารถเลือกได้เพียงคนเดียวว่าจะเป็นไมย่าหรือทิฟา”
“ข้อสอง หากท่านใดไม่เข้าร่วมการประมูล ท่านก็จะตาย และหากท่านไม่มีเงินจ่ายตามยอดที่ท่านยกมือ ท่านก็จะตาย”
จอมโจรปัดมือเป็นท่าทางเสริมเมื่อเขาเน้นหนักคำว่า ‘ตาย’ สร้างแรงกดดันได้ทวีคูณ บัดนี้ใบหน้าชาวเมืองเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ความหวาดกลัวเข้าครอบงำ สิ่งที่ได้ยินนั้นดูโหดร้ายจนไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง พวกเขานึกอยากประท้วง ต่อต้าน แต่ก็ต้องจำนนต่อเล่ห์กลที่ไร้ทางต่อกร
“ข้อสาม ไม่ว่าจะปิดยอดที่เท่าไรก็ตาม ผู้ชนะการประมูลก็จะได้คนที่ท่านยกมือเสนอไปครอบครองอย่างสมอุรา และยอดประมูลจะถูกปิดเมื่อไม่มีคนเสนอเพิ่มเติมภายใน 1 นาที”
พูดอธิบายพลางหันหน้าไปมองนักแสดงสาวที่เริ่มดิ้นรน ราวกับจะแสดงการต่อต้านต่อสิ่งที่เธอได้ยิน ใบหน้าชุ่มเหงื่อภายใต้ผ้าปิดปาก แม้จะไม่ได้เห็นรูปหน้าอย่างชัดเจนแต่เมื่อมองประกอบกับดวงตาเบิกโพลงที่เริ่มมีน้ำตาคลอกับร่างกายที่สั่นเทิ่มก็ยิ่งดูน่าเวทนาขึ้นไปอีก
ในขณะที่เด็กสาวเริ่มสะอึกสะอื้นออกมาแต่ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาขัดขืนใดๆ คล้ายกับว่าเธอคุ้นชินต่อการกดขี่ข่มเหง ยอมจำนนต่อชะตากรรมของตน
ภาพเบื้องหน้าอดีตพ่อค้าหน้าเลือด ‘แคลลัม’ คือฝันร้ายที่มิอาจลืมตาตื่น ความเดือดดาล แค้นเคืองแผดเผาร่างกาย เขาผุดลุกขึ้นยืนทั้งกำมือแน่น กัดฟันกรอดจนเสียงฟันกระทบกันชัดเจน
“แกทำอะไรลูกสาวฉัน!!”
เสียงทุ้มตวาดดังลั่นดึงดูดความสนใจของชาวเมืองได้เพียงชั่วครู่ แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับบุคคลเบื้องบนเวทีเสียมากกว่า
“ทำอะไร? ไม่ได้ทำอะไรนี่”
มือที่เคยว่างเปล่า ในชั่วพริบตาเดียวก็มีกระดาษสีขาวสองแผ่นปรากฏขึ้นราวกับใช้เวทมนตร์
“ในนี้มีสัญญาตกลงปลงใจเข้าร่วมเกมในฐานะ ‘สินค้า’ ของสองคนนี้อยู่”
“.....ไม่...ไม่มีทาง...แกนะแก!! แกบังคับลูกสาวฉัน!...”
แคลลัมกระแทกเสียงแผดกร้าว ดวงตาของเขาตอนนี้แดงก่ำไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เอ้อ ใช่ๆ ข้อสี่ สินค้าตัวไหนที่ยอดน้อยกว่าอีกฝ่าย ก็จะต้อง ‘ตาย’ และคนไหนที่ประมูลไว้เป็นรองยอดที่ชนะการประมูล อย่างเช่น คนที่ประมูลไว้ที่ 99 เหรียญ แต่ผู้ชนะการประมูลกลับเป็นคนที่เสนอ 100 เหรียญ คนที่เสนอไว้ที่ 99 ก็จะต้อง ‘ตาย’ โดยไม่สนใจว่ายอดรอง จะตกเป็นของสินค้าตัวไหน และถ้าหากเล่นตุกติกละก็ คงไม่ต้องบอกนะครับว่าจะเป็นเช่นไร”
“กฎบ้าอะไรของแก!” หญิงสาวตะโกนประท้วง เสียงไม่พอใจต่างๆ พากันดังไล่หลัง แต่ว่าเธอก็ต้องชะงักงันเมื่อมีดเล่มบางถูกปาเข้าปักชายกระโปรงยาวของเธอเสียแทน
“ฮึก....”
“ไม่เอาน่า เกมนี้ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นสักหน่อย เนอะ”
จอมโจรรูปงามส่งยิ้มหวานให้กับหมู่มวลชนซึ่งส่งสายตาเคียดแค้น
“เอาล่ะ เริ่มได้แล้ว...”
พลุลูกหนึ่งถูกจุดขึ้นเหนือหัวดั่งสัญญาณเริ่มเกมสุดหรรษา มันมีสีส้มคล้ายดอกไม้งดงามทว่ากลับดูเป็นสิ่งน่ากลัวสำหรับผู้ร่วมงานในขณะนี้
“ไมย่า 10 เหรียญค่ะ!”
หญิงสาวคนหนึ่งยกมือขึ้นทันควันในขณะที่คนอื่นๆ ซึ่งเริ่มได้สติก็หันมาทยอยเล่นตามเกมเพื่อเอาตัวรอด เมื่อไม้เท้าในมือของจอมโจรชี้มาที่เธอ พร้อมรอยยิ้มเหยียดกว้าง ลูกสาวของเธอก็สามารถคลายข้อมือออกได้อย่างง่ายดาย สร้างกำลังใจให้กับผู้เล่นคนอื่นๆเข้าร่วมเพื่อหวังปลดเปลื้องพันธนาการ
“ไมย่า 100!”
“ไมย่า 150! ค่ะ!”
ผู้คนต่างแย่งกันเสนอราคาอย่างบ้าคลั่งสลับกับบางส่วนที่ทำสีหน้าโล่งใจเมื่อตนเองและคนสำคัญได้รับอิสระจากเกมมรณะ ในขณะที่ทิฟานั้นยังคงไม่มีใครให้ความสนใจแม้แต่คนเดียว เพราะกลัวจะตกเป็นเป้านิ่งแห่งความตาย แม้ยอดของไมย่าจะสูงขึ้นเป็นลำดับขั้นขนาดไหนก็ตาม แต่หลายคนก็พยายามกัดฟันสู้เพราะมันเสี่ยงน้อยกว่าเดิมพันกับทิฟา เพราะไมย่ามีค่านิยมสูง อาจจะเข้าตามหาเศรษฐีที่ยอดเกินเอื้อมเมื่อไรก็ได้ นึกรักตัวกลัวตายโดยไม่สนทรัพย์สินเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีแดงฉานชำเลืองมองเด็กสาวผู้ไร้แววตา ไร้ซึ่งการขัดขืนหรือแสดงออกถึงความอาลัยใดๆ
พวกมหาเศรษฐีเบื้องหลังต่างยิ้มเยาะ แววตาคมคายของจอมโจรดูออกว่ามันเป็นไปตามกลอุบาย
‘เป็นไปได้ว่ายอดต่อไป จะเป็นยอดของไมย่าที่สูงจนคนปกติไม่อาจเอื้อม และจบลงที่เสี่ยงดวงกับทิฟาแทน แต่ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไรกันเล่า?’
แต่ยังไม่ทันได้วิเคราะห์ใดๆเพิ่มเติมมือหนาหยาบกร้านของแคลลัมยกขึ้นเหนือหัว ทันทีที่ไม้เท้ายาวถูกหันปลายไปหาตัวเขา เสียงทุ้มต่ำก็เปล่งออกมา
“ทิฟา...10 เหรียญ”
“หืม แน่ใจนะ? อะ ทิฟา 10 เหรียญ”
แคลลัมพยักหน้า เป็นการยืนยันต่อการเดิมพันเพราะอย่างน้อยชาวเมืองคนอื่นก็จะไม่กลายเป็นเหยื่อของผู้แพ้ประมูลด้วยยอดรอง จอมโจรหัวเราะชอบใจในลำคอ เขานึกชื่นชมความเสียสละของคนเป็นพ่อที่อยากตายตกไปพร้อมกับลูกสาว แม้จะทำหน้าที่ได้ห่วยบรมเสมอมา
เขามองไปรอบเวทีพลางยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นเหนือหัว...
เป๊าะ!
ทันทีที่เสียงดีดนิ้วสงบลง ร่างที่เคยเปอะเปื้อนมอมแมมของทิฟาก็กลายเป็นร่างสะอาดสะอ้านไร้มลทินใดๆ เสื้อผ้าขาดๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเดรสสั้นสีขาวงดงามซึ่งถูกออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ ดูภายนอกคงราคาแพงไม่หยอก ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มไปด้วยคราบน้ำตา ตอนนี้กลับถูกประดับประดาด้วยเครื่องสำอางชั้นสูง
“เผื่อท่านใดในนี้ชอบความสดใหม่ กระผมขอการันตีเลยว่าพวกท่านจะไม่ผิดหวังครับ” ประโยคสองแง่สองง่ามถูกเปล่งออกมาตรงๆ ไม่นานก็มีเสียงชายหนุ่มบางส่วนยกมือขึ้นด้วยน้ำเสียงหื่นกระหาย
“ฮึ้ย ทิฟา 500 เหรียญ!”
“เฮ้ยๆ น้อยไปเปล่า ฉันให้ 1000 เหรียญเลย”
แคลลัมทรุดลงกับพื้นเมื่อทุกสิ่งกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เขาหันมองลูกสาวเพียงคนเดียวที่นั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอีกครั้งหนึ่ง...แต่เป็นความหวาดกลัวรูปแบบใหม่ที่เขาไม่คาดฝัน
“แกนะแกกกกกกกกก หยุดนะแกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
เขารีบรุดหน้าฝ่าดงผู้คนอย่างขาดสติเพื่อให้ตนเองไปถึงใจกลางเวที โดยไร้ซึ่งการต้านทาน ตัวเขาทรุดลงอีกครั้งเมื่อมีดสั้นสีเงินถูกปาเข้าปักขาทั้งสองข้างของเขาอย่างพอดิบพอดี จนต้องหลุดร้องเสียงหลงโอดโอย
“ใจเย็นๆ สิ อย่าทำอะไรนอกกติกาดีกว่านะ อืม คนต่อไป ให้เท่าไรดี” จอมโจรยังคงดำเนินการประมูลต่อไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน ในขณะที่มีคนบาดเจ็บหรือล้มตายอยู่เบื้องหน้าเพราะทำผิดกติกาหรือคิดจะหนี และถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นผู้คนก็ยังไม่ให้ความสนใจที่จะหยิบยื่นมือเข้าไปช่วยแต่อย่างใด
นั่นอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เมื่อพวกเขากำลังหวาดระแวงกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพราะทุกครั้งที่จอมโจรบันลือโลกผู้อยู่เบื้องหน้าคนนี้ขยับตัวแม้แต่นิดเดียว ก็สร้างความรู้สึกเสียววูบไปถึงแก่นกระดูกได้
ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยว่าผู้คุมเกมกำลังต้องการอะไร? ‘พวกเขาเพียงแค่สนใจแต่เรื่องของตนเองเท่านั้นเอง’
ทว่า จู่ๆศพของเด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลผู้สวมใส่หมวกทรงปีกกว้างผู้ล้มลงเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาก็หายลับไปจากที่เกิดเหตุ และแน่นอนว่าไม่มีคนใดให้ความสนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นกัน ราวกับข้อเท็จจริงเหล่านี้ไม่มีตัวตนยามที่ต้องตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด
ด้านข้างกรงขังขนาดใหญ่ มีเสียงฝีเท้าย่างก้าวเบาๆดังขึ้น ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงเบื้องหน้านักแสดงสาวเลื่องชื่อลือนาม ผู้ถูกจองจำราวกับนกน้อย
“เอ้า พี่สาวคะร้องไห้ขนาดนั้นเดี๋ยวก็ไม่สวยหรอก” อลิเซียเริ่มบทสนทนากับผู้มีท่าทีหวาดกลัวจนตัวสั่น เธอดูหวาดระแวงเสียจนไม่กล้าแม้จะหันมาสบตา
“พี่ไม่ดีใจเหรอคะ? ตอนนี้ค่าตัวของพี่พุ่งสูงมากๆ เลย แรงสนับสนุนขนาดนั้นน่ะ”
เธอยื่นหน้าผ่านกรงขังเข้าไปกระซิบใกล้ๆ พร้อมส่งรอยยิ้มฉีกกว้างจนตาหยี สร้างความตื่นกลัวแก่ไมย่าจนต้องดิ้นพล่าน
“อื้อออออออ อือ ....อื้อ”
ในตอนแรกเริ่มดูเหมือนว่าบรรดาหญิงสาวจะผู้เป็นฝ่ายยกมือเสนอราคาเป็นส่วนใหญ่ เนื่องมาจากพันธะและสัญชาตญานที่ต้องการจะเอาตัวรอดพร้อมกับลูกๆและครอบครัวเป็นปัจจัยหลัก จนเมื่อเวลาล่วงเลยไป มันกลับกลายเป็นทะเลเดือดของเหล่าชายฉกรรจ์หื่นกระหายผู้ไม่ได้มีพันธะใดๆ ให้ต้องกังวล อย่างลูกเล็กเด็กแดงซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขที่จอมโจรหยิบยื่นให้ในคราแรก และหากพิจารณาดีๆ แล้วพวกเขายังพอมีทางรอดหากไม่เข้าร่วมการประมูลมากกว่าเหล่าคนมีครอบครัว พวกเขาแทบไม่มีอะไรให้เสียสละหรือเดิมพัน ในสายตาล้วนมีแต่ความสนุกรออยู่เบื้องหน้า
เพราะหญิงสาว ผู้เป็นดั่ง ‘สินค้า’ ณ บนเวทีช่างยวนยั่วและหอมหวาน ราวกับว่าพวกเขาได้หลงลืมกติกาซึ่งมี ‘ความตายเข้ามาเกี่ยวข้องโดยชัดเจน’
“ฮะๆ นายไหวนี่ ไม่เสนอเพิ่มล่ะ? ไมย่าคนนั้นเชียวนะ”
ชายหนุ่มกอดอกพร้อมพูดจายียวนชวนตีกับเพื่อนคนข้างกาย
“แต่ว่ายัยเด็กที่ชื่อทิฟานั่น...ไม่เลวนะ...”
อีกฝ่ายเลียลิมฝีปากก่อนพูดต่อบางอย่าง
“เด็กสาวมันหวานกว่าไม่ใช่รึไงกัน?”
“ฮ่าๆๆ เชื่อเขาเลยนะนาย”
“เฮ้ยๆ แต่ไมย่าก็คุ้มเสี่ยงนะ อย่าหาว่าไม่เตือน”
ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ที่กลุ่มผู้คนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสังคมการพนัน ชาวเมืองที่มากันเป็นครอบครัวเริ่มทยอยหนีออกจากบริเวณเวที ความสะอิดสะเอียนน่ารังเกียจเริ่มแทรกซึมงานเทศกาลราวกับเป็นการละเล่นพิเรนทร์ในยามปกติ
“พี่สาวรู้ไหมคะ ถ้าปกติคุณแคลลัมคนนั้นก็คงจะเสนอชื่อพี่สาวแบบทุ่มไม่อั้นเหมือนกันนะคะ”
มือเล็กเอื้อมลอดผ่านช่องว่างระหว่างกรงขัง เธอค่อยๆ เปิดผ้าปิดปากของนักแสดงสาวให้คลายออกแล้วตกลงบนบริเวณลำคอ
“ไอ้สารเลว!”
เธอสบถเสียงดังทันทีที่ริมฝีปากได้รับอิสระ
“หนูนึกว่าพี่จะชอบซะอีก เงินเยอะๆ หอมๆ คนรักมากมาย รักจนไม่คิดชีวิต รักจนยอมเสี่ยง ลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้นนี่น่ะ”
“ไม่ใช่รักแบบนั้น!”
ดวงตากลมโตสีเขียวจับจ้องไปยังผู้ดำเนินรายการ....ใช่ มันสมควรจะเรียกแบบนั้น เมื่อผู้ชมต่างให้ความร่วมมือด้วยตนเองเสียแทน
“ตอนนี้ยังไงไมย่าก็นำนี่นะ คนสุดท้ายแล้วใช่ไหมครับ? พอดีว่ากระผมความจำเป็นเลิศด้วยสิ”
เสียงยียวนของร่างสูงยังคงเปล่งออกมาสบายๆ เขาใช้นิ้วชี้จ่อขมับตัวเองเป็นท่าทางประกอบ
“เฮ้ยๆ เลือกดีๆ นะเว้ย”
“ฮ่าๆ บ้านหมอนี่มันรวยสุดๆ เลยหนิหว่า ใช้ 7 ชั่วโคตรก็ไม่หมด”
“ถ้านายได้ไมย่ามา อย่าลืมเรียกพวกเราไปแจมนะ ฮ่าๆๆๆ”
เหล่าชายฉกรรจ์เริ่มส่งเสียเชียร์ บ้างก็ก่อตั้งวงพนันกลายๆ คล้ายกับเป็นเรื่องสนุก
“เดี๋ยวก่อนค่ะ....”
เสียงเล็กแว่วดังมาจากด้านหลังเวที โดยที่ทิฟาที่ถูกปลดพันธนาการเช่นกันก็เตรียมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“ถ้าหากหนูจะต้องตายอยู่แล้ว หนูก็หวังจะได้ช่วยให้ความสุขของคุณพ่อได้คงอยู่ต่อไปค่ะ”
เด็กสาวหันไปส่งยิ้มให้คุณพ่อที่ถูกคนบริเวณนั้นช่วยประคองและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ โชคดีที่แผลนั่นไม่ลึกมากพอที่จะเป็นอันตราย แต่นั่นก็เป็นหลักฐานชัดเจนว่าแม้ในหมู่ดงคนร้ายหรือผู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็ยังพอมีแสงสว่างเล็กน้อยหลงเหลือบ้าง
“ทิฟา... ไม่นะ! ลูกจะทำอะไรน่ะ? ไอ้ผู้หญิงแบบนั้นพ่อไม่ได้ต้องการอีกแล้ว”
เขาทำได้แต่ส่งเสียงกู่ตะโกนลั่นอย่างเจ็บปวด
“คุณจอมโจร ก่อนที่คุณคนนั้นจะเสนอราคา ได้โปรดให้หนูได้เสนอก่อนได้ไหมคะ? เพราะไม่ได้ห้ามสินค้าเสนอตัว แต่เงื่อนไขเพียงแค่เป็นผู้คนในงานนี้ ฉะนั้น....”
เธอส่งสายตาอ้อนวอนให้กับสุภาพบุรุษในชุดผ้าคลุมยาว ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่พยักหน้าอนุญาตเพื่อรอดูสิ่งที่เด็กสาวจะกระทำต่อไป
“ให้หนูเป็นคนเสนอราคาให้กับคุณไมย่า หลังจากนั้นก็ให้คุณคนนั้นเป็นคนปิดราคาค่ะ..”
“เอางั้นเหรอ อืม ลำบากใจเลย สินค้ามาเสียสละตัวเองเนี่ย ฟังดูเสียของ...”
จอมโจรหนุ่มเริ่มเกาหลังคอเมื่อพบเจอสถานการณ์ยากลำบาก “แต่ว่าเพื่อไม่ให้ผิดกติกา จะเอาแบบนั้นก็ได้ครับคุณหนู หวังว่าคงจะมีจ่ายนะ..”
จอมโจรชำเลืองมองเลขบนกระดาน ที่ขึ้นสูงถึง 5 หลัก โดยที่มีมูลค่าค่อนข้างสูสีกัน
“ทิฟา!! ทิฟา!” แคลลัมหลุดร้องชื่อลูกสาวอย่างบ้าคลั่ง เขาเริ่มแสดงอาการทุรนทุรายอีกครั้งหนึ่ง
“ฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถ้าแบบนั้น เกมนี้ฉันก็ชนะแล้ว”
ไมย่าหัวเราะดังลั่นราวกับเป็นผู้ครอบครองชัยชนะ ใบหน้าสิ้นหวังหวาดกลัวความตายเริ่มกลับมามีสีสันแห่งความหวัง
“ถ้าหากพวกเราสามารถเสนอได้ละก็ ฉันจะเป็นคนปิดเกมนี้เอง ฉันขอเสนอซื้อตัวเองด้วยเงินร้อยล้าน! ไม่สนหรอกว่าใครจะตาย ขอแค่ตัวฉันรอดก็เพียงพอแล้ว! แล้วฉันไม่ได้ยินยอมจะถูกใครซื้อไปนะ อย่ามาพูดบ้าๆ...”
เรียวคิ้วบางได้รูปของจอมโจรหนุ่มเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ แต่แล้วรอยยิ้มเจ่าเล่ห์ก็กลับมาแต่งแต้มอีกครั้ง
“คิดใหม่ได้นะ....”
เขากล่าวพูดเบาๆ
“ยัยบ้า! แกคิดจะเอาตัวรอดด้วยเงินสนับสนุนของพวกเราเหรอ!”
“ใช่! พวกเราอุตส่าห์แข่งกันเสนอเงินมากมายขนาดนั้นเชียวนะ พวกเราเป็นแฟนคลับเธอ เธอคิดจะหักหลังหรือไงกัน?”
“ที่แท้ก็หลอกกันนิเอง ไม่น่ารักเลยนะผู้หญิงคนนี้เนี่ย”
“เธอจะปล่อยให้เพื่อนพวกเราตายงั้นรึ! เฮ้ยๆ”
เสียงประท้วงยังคงดังเซ็งแซ่ต่อไป แสดงออกถึงความไม่พอใจกับผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งตัว รวมถึงบางส่วนที่เริ่มปาข้าวของขึ้นบนเวทีเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
และกลุ่มเพื่อนของเจ้าของบาร์ผู้เสนอราคาคนสุดท้ายที่จะต้องตกเป็นเหยื่อของกติกาแสนโหดเหี้ยมเช่นเดียวกัน เพราะในตอนแรกทิฟาตั้งใจจะเป็นยอดรองเพื่อปลิดชีวิตตนเอง แล้วให้ไมย่ารอดภายใต้การถูกซื้อตัว แต่กลายเสนอครั้งสุดท้ายของไมย่า ทำให้เกมพลิกแพลงราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ
“งั้น ในเมื่อจะเอาแบบนี้”
จอมโจรยกปืนลูกโม่สีดำขึ้น เขาจ่อยิงไปที่ทิฟาแล้วลั่นไกอย่างเลือดเย็น
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
ไม่เพียงแต่ไมย่าที่ส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น ทว่าผู้คนที่ยังอยู่ในบริเวณเดียวกันก็หวาดผวากับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่แพ้กัน กระทั่งแคลลัมที่ตื่นตกใจจนขาดสติแทบจะในทันที ร่างสูงใหญ่ฟุบลงกับพื้น ทิ้งไว้เพียงความวุ่นวายรอบกาย
“ถ้าเอาแบบนั้น ก็ขอรับเงินทั้งหมดไปแล้วกันนะ คุณผู้หญิง...แต่ว่า จะหาใหม่เอง ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนเก่าแล้วนะ ถือว่าเป็นคำเตือนของกระผมแล้วกัน”
ร่างสูงดีดนิ้วครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างจะสลายหายไปดั่งเวทมนตร์ ท่ามกลางความสับสนมีเศษกระดาษที่เป็นบันทึกกิจกรรมช่อโกงของไมย่าบินว่อนไปทั่ว ประจวบกับตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทัน
"ขอความร่วมมือด้วยครับ เดินเรียงแถวออกทางด้านซ้ายนะครับ..."
"มาเร็วลูก" หญิงสาวประคองลูกเล็ก เดินตามการชี้นำของเจ้าหน้าที่ไปด้วยสีหน้าอิดโรย
"พวกเราคุมพื้นที่ไว้แล้ว...จัดการกับศพ...เฮ้ย!"
เจ้าหน้าคนหนึ่งอุทานด้วยความตกใจ เมื่อร่างที่จมกองเลือดของทิฟากลับฟื้นขึ้นมาราวกับปาฏิหาริย์
“นี่หนู....”
ตำรวจหนุ่มรีบเข้าประคองร่างเล็กอย่างระมัดระวัง เธอจับบริเวณหน้าผากที่ควรจะเป็นจุดที่ถูกลูกกระสุนยิง แต่กลับพบว่าเลือดต่างๆ นั่นเป็นเพียงแค่สีเท่านั้น
“หมอนั่นเป็นผู้ชาย เป็นผู้ชายไม่ผิดแน่ กับเด็กอีกคน เด็กนั้น..........เด็กนั้น....” นักแสดงสาวเริ่มเฟ้นหาคำพูดอธิบายแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่แล้วก็ต้องเงียบปากไป เมื่อพยายามจะนึกลักษณะท่าทางของผู้สนทนาเมื่อไม่นานมานี้
เพราะนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกราวกับเสียความทรงจำหรือถูกสะกดจิต
ข่าวเกี่ยวกับเทศกาลสีเลือดถูกประโคมเลื่องลือไม่หยุดหย่อน มันถูกแพร่สะพัดออกไปปากต่อปากราวกับเป็นเทศกาลสยองขวัญที่ต้องถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ บ้างก็ใส่สีตีไข่ให้เด็กสาวผู้รับเคราะห์กรรมเสียชีวิตจริงๆ บ้างก็ใส่ความให้เกิดการประท้วงทางการเมือง
ทว่ามีเพียงสองพ่อลูกที่ใช้เงินบางส่วนจากพี่สาวใจดีในวันนั้นในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ พวกเขาตัดสินใจที่จะออกไปใช้ชีวิตเงียบๆ ต่างเมือง
ในขณะที่นักแสดงสาวต้องตกอับเพราะกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ และคดีช่อโกงที่ต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาล ข่าวฉาวของการล่อลวงผู้มีอิทธิพลเพื่อให้ได้ทรัพย์สินเองก็รั่วไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ถึงแม้ว่าจะมีบางส่วนที่เข้าใจเหตุผลและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทว่าบุคคลที่อยู่บนแสงอย่างเช่นเธอเองก็ต้องยอมรับผลการตัดสินทางสังคมเช่นกัน
"นี่คือการพิพากษ์ทัณฑ์จากพระเจ้าสินะ"
อลิเซียพูดขึ้น ทั้งยังดื่มนมจากขวดแก้ว
"สำหรับพระเจ้า มนุษย์ไม่มีสิทธิ์พิพากษาหรือตัดสินความผิดบาปหรอก"
"ว้า ยากจัง"
เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวไปตามแรงลมปะทะ มอเตอร์ไซค์คันเดิมยังคงแล่นไปตามท้องถนนทอดยาวราวกับไม่รู้จุดสิ้นสุด นิ้วเรียวทั้งห้ากางออกเหนือศีรษะ ดวงตากลมโตมองลอดผ่านช่องว่างจับจ้องเมฆปุกปุยและแผ่นฟ้าสีคราม สูงขึ้นไปบนท้องฟ้านภาลัย นกสองตัวได้กางปีกออกบินเช่นเดียวกัน
-TBC-
Next Chapter -ฤดูกาลแห่งชีวิต-