บันทึกการเดินทางของ 'จอมโจรแห่งรัตติกาล' นั้นน่าพิศวงเสมอ สุภาพบุรุษจอมโจรสุดเจ้าเล่ห์มีมากมายหลายเวอร์ชั่น แต่แท้จริงแล้วตัวตนแสนลึกลับนี้ กลับเป็นเพียงนักเดินทางหญิงเพียงสองคนเท่านั้น!?

Re-Travel - Chapter 0 Let's Travel โดย RemyGravity @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ผจญภัย,แฟนตาซี,ระทึกขวัญ,ดราม่า,สะท้อนปัญหาสังคม,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Re-Travel

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ผจญภัย,แฟนตาซี,ระทึกขวัญ,ดราม่า,สะท้อนปัญหาสังคม

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

Re-Travel โดย RemyGravity @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

บันทึกการเดินทางของ 'จอมโจรแห่งรัตติกาล' นั้นน่าพิศวงเสมอ สุภาพบุรุษจอมโจรสุดเจ้าเล่ห์มีมากมายหลายเวอร์ชั่น แต่แท้จริงแล้วตัวตนแสนลึกลับนี้ กลับเป็นเพียงนักเดินทางหญิงเพียงสองคนเท่านั้น!?

ผู้แต่ง

RemyGravity

เรื่องย่อ

 

บันทึกการเดินทางของ 'จอมโจรแห่งรัตติกาล' นั้นน่าพิศวงเสมอ คุณคงได้ยินตำนานของจอมโจรสุภาพบุรุษสุดเจ้าเล่ห์มามากมายหลากหลายรูปแบบ ทว่าแท้จริงแล้วตัวตนแสนลึกลับนี้เป็นเพียงหญิงสาวสองคน ผู้ออกเดินทางเพื่อตามหาความแปลกใหม่ของโลกใบนี้ รวมถึงช่วงชิงสมบัติด้วยวิธีการสุดพิศดารอีกด้วย

'คริสติน่า' หญิงสาวผู้มีฉากหน้าเป็นเพียงนักเดินทางธรรมดาๆ แต่กลับโบกสะบัดผ้าคลุมสีดำทะมึนยามรัตติกาลมาเยือน กับคู่หูตัวเล็ก 'อลิเซีย' เด็กสาวที่อยากจะค้นหาความหมายของคำว่า 'ชีวิต'

หากเมืองต่างๆหมายถึงสถานที่ ก็ย่อมเป็นแหล่งกบดานของมวลมนุษย์

มีความแตกต่างหลากหลาย ไม่ต่างจากใจคนที่ยากแท้จะหยั่งถึง

ความรู้สึกนึกคิดซึ่งดลบันดาลให้เกิดเรื่องราว ที่เป็นมาและเป็นไป

แม้จะเป็นจอมโจรผู้มีฝีมือเก่งกาจ ก็มีพลาดพลั้งเป็นอาจิณเมื่อเจออุปสรรคขวากหนามยากคาดเดา

นวนิยาย ไลท์โนเวล แฟนตาซีผสมผสานปรัชญา ที่ท้าให้คุณลองอ่านและโลดแล่นไปกับโลกน่าพิศวงและเต็มไปด้วยปริศนา

Trigger Warning: Abuse, Manipulate, Death, Rate 13+

 

 

 

 

Re-Travel

Genres: Adventure, Action, Mystery ,Thriller, Social Satire, Philosophy, Fantasy

Novel Author: RemyGravity

Art: @kanika481 (https://twitter.com/kanika481/) , @MEReiDa (https://twitter.com/MEReiDaSensei)

--------------

Copyright permission (Fair Use)

ผู้เขียน อนุญาตให้ Content Creator (อาทิ vtuber,caster, blogger etc) สามารถนำเนื้อหาของนิยายไปใช้ในการผลิตผลงานโดยไม่แสวงหาผลกำไรได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์อ่านนิยายเสียง, รีวิว, โปรเจ็คหนังสั้นประกอบวิชาเรียน etc ภายใต้เงื่อนไขการให้เครดิตกลับมาที่ผู้เขียนและนิยายต้นฉบับเท่านั้น

 

นอกเหนือจากการอนุญาตข้างต้น ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับล่าสุดทุกประการ

สารบัญ

Re-Travel-Intro Meet n Role,Re-Travel-Chapter 0 Let's Travel,Re-Travel-Chapter 1 มหานครแรกแห่งความลุ่มหลง (Act 1),Re-Travel-Chapter 1 มหานครแรกแห่งความลุ่มหลง (Act 2),Re-Travel-Chapter 1 มหานครแรกแห่งความลุ่มหลง (Final Act)

เนื้อหา

Chapter 0 Let's Travel

“ฉันคือใครงั้นหรือ?”

“พวกเธอทุกคนรู้จักฉันดี แต่จะมีกี่คนที่เข้าใจฉันได้”

“เอาละ....เรามาเริ่มต้นกันใหม่”

 

เสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสียดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มอเตอร์ไซค์รุ่น Imz Ural สีดำขับเคลื่อนไปตามท้องถนนสีตุ่น ด้านข้างมีที่นั่งพ่วงสำหรับผู้โดยสารอีกหนึ่งท่าน แน่นอนว่ามันถูกออกแบบมาให้สามารถบรรจุสัมภาระน้ำหนักมากได้อีกด้วย

ดวงตากลมสีเขียวมรกตเหม่อมองไปยังฟากฟ้า เหนือหัวสูงขึ้นไปซึ่งเต็มไปด้วยก้อนเมฆเป็นหย่อมๆ บางก้อนเมื่อดูแล้วก็ชวนให้นึกถึงขนมปังแถวที่มักขายในร้านเบเกอรี่ตามเมืองต่างๆ เป็นรูปทรงมาตรฐานที่ใครๆ ต่างก็รู้จัก

รอบๆ เป็นพื้นที่แห้งแล้งแต่ก็ไม่ใช่ทะเลทรายเสียทีเดียว ต้นไม้เล็กใหญ่ กระจัดกระจายตัวและมีกอหญ้าขึ้นเป็นย่อมๆ สร้างความหลากหลายทางทัศนียภาพและระบบนิเวศน์ ทิวทัศน์ต่างถิ่นเต็มไปด้วยสิ่งใหม่ บ้างก็สะกดสายตาเสียจนต้องเหลี่ยวมอง ด้วยแรงขับเคลื่อนของยานพาหนะที่รวดเร็ว เส้นผมสีน้ำตาลโอ๊คปลิดปลิวไปตามแรงลมปะทะ แม้ว่าเธอจะมัดผมเรียบร้อยดีแล้วแต่ก็ยังมีบางส่วนที่โผล่พ้นหมวกกันน็อคสีขาว มันสร้างความกวนใจเล็กน้อยจนต้องถอดออกแล้ววางไว้ใกล้ตัว เพราะอย่างไรแล้วฝีมือขับขี่ของคริสติน่าก็ไม่เป็นสองรองใคร

“อากาศดีจังเลย ว่าไหม?”

คนขับเอ่ยถามผู้ร่วมทาง

“อื้อ”

เสียงหวานตอบรับอย่างร่าเริง เธอหันมองร่างสูงผู้มีผมสีดำขลับ แต่กลับถูกบดบังด้วยหมวกกันน็อคกับก็อกเกิ้ลกันลม ดวงตาสีแดงฉานเหลือบมองผู้ขานรับอยู่ชั่วครู่หนึ่งแล้วจึงกลับไปใช้สมาธิกับการเดินทาง

อลิเซียชอบการเดินทางบทถนน เพราะเธอได้ดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพโดยรอบ แต่บางครั้งพวกเธอก็ต้องใช้บอลลูนในการเดินทาง ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับภูมิประเทศและต้องมีทัศนวิสัยที่เป็นใจ การมองลงมาด้านล่างได้เห็นมุมมองไม่ต่างจากนกสยายปีก ทั้งน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยอิสระ แต่ถึงกระนั้นการเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ก็ยังสร้างความเพลิดเพลินใจให้กับเด็กสาวได้มากกว่า และอีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญไม่แพ้กันก็คืออย่างน้อยเธอก็รู้สึกว่าปลอดภัยกว่าบนอากาศ แม้ทั้งสองแบบจะไร้ซึ่งหลักประกันก็ตาม

“เมืองข้างหน้าจะเป็นยังไงเหรอคะ?”

“ไม่รู้สิ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ดีอยู่หรอก”

ว่ากันว่าตัวตนของคนร่างสูงเป็นผู้มากไปด้วยความสามารถเหนือจินตนาการ ผู้คนในยุคหลังสามารถพบเจอได้ในบันทึกต่างๆ บ้างก็ถูกบิดเบือนจนเกินจริงหลายเท่าตัว แม้ในความเป็นจริงจะเป็นที่จงเกลียดจงชังและมีประกาศจับอยู่เต็มไปทั่ว แต่หากได้รู้จักตัวตนของ 'คริสติน่า อาร์ซเน่' คนนี้แล้วละก็ สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าเธอคือความเร้นลับและเต็มไปด้วยแรงดึงดูด ราวกับถูกฉุดลงหลุมโดยหาทางขึ้นไม่ได้

ก่อนหน้านี้เด็กสาวได้แต่พำนักอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลขุนนาง ใช้ชีวิตเยี่ยงชนชั้นสูงทั่วไป ถูกประคบประหงมอย่างดีจากคนในครอบครัวราวกับไข่ในหินก็มิปาน เช่นเดียวกับจอมโจรสาวผู้ควรจะมีชีวิตที่ต้องออกเรือน เป็นธรรมเนียมปกติให้สมฐานันดรของวงศ์ตระกูล แต่เธอกลับเลือกทางเลือกที่แตกต่าง กล่าวได้ว่า หาได้น้อยยิ่งที่จะมีชนชั้นสูงผู้สามารถสละความสุขสบายเพื่อออกเดินทางตามเป้าหมายของตนเอง แต่อลิเซียก็เคารพการตัดสินใจของคู่หูตนเองเสมอและเธอเองก็ดีใจมากที่ได้รับอนุญาตให้ติดสอยห้อยตามมาด้วย

การที่เธอได้ออกมาโลดแล่นผจญภัยแบบนี้จึงเหมือนการได้ย่างก้าวเข้าไปในโลกใบใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ประสบพบเจอเรื่องยากลำบากและแปลกประหลาดเหนือความคาดคิด แต่เพราะมีคู่หูเดินทางต่างพี่สาวคนนี้ ผู้ที่เธอรู้สึกนับถือและได้รับความช่วยเหลือในหลายๆเรื่องเสมอมา การเดินทางจึงไม่ได้หนักหนาเกินความสามารถของเธอ

พอนึกอะไรสนุกๆ ได้ เจ้าตัวเล็กก็แอบหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว คิ้วเรียวสีดำเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นกิริยาเช่นนั้น ดูเหมือนว่าเจ้าตัวกำลังจินตนาการอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเมืองถัดไป ไม่ก็อาจจะคิดถึงวันเก่าๆจนเผลอแสดงอาการออกมา ถึงกระนั้นคริสติน่าก็ไม่ได้ใส่ใจนักเพราะการขับขี่นั้นต้องใช้สมาธิสูง หากประมาทแม้แต่นิดเดียวอาจจะพลาดพลั้งจนถึงแก่ชีวิตเลยก็ว่าได้

ตามท้องถนนทอดยาวสุดลูกหูลูกตา นานๆครั้งถึงจะมีรถคนอื่นแล่นสวน ป้ายบอกทางมีทั้งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ บ้างก็หักพังปะปนกันไป เมื่อเวลาล่วงเลยได้สักพักใหญ่ พวกเธอก็เดินทางใกล้ถึงที่หมาย เหลืออีกเพียงไม่กี่กิโลเมตรก่อนจะถึงเมืองด้านหน้า นับเป็นเรื่องโชคดีที่ไม่เห็นเค้าของเมฆดำเหนือหัวตลอดการเดินทาง เพราะสำหรับนักผจญภัยแล้ว ฟ้าฝนนับเป็นอุปสรรคใหญ่

ยังมีบางอย่างรอพวกเธออยู่เบื้องหน้า ....ไม่...มีอีกหลายอย่างรออยู่เบื้องหน้า...

หลายอย่างที่เกินกว่าจะนึกคิด มิอาจคาดเดา เพราะผู้คนนั้นแตกต่าง เพราะในธรรมชาตินั้นยังมีอีกนานับเกินมนุษย์จะหยั่งรู้

 

วันเวลาเปลี่ยนแปลง ฤดูกาลแปรผัน มนุษย์เองก็นับถอยหลังสู่ความตายทุกวินาที กระนั้นเวลาจึงมีค่ามหาศาล เวลาคือสิ่งที่แม้รวยล้นฟ้าก็ไม่อาจซื้อหวนคืน เมื่อคิดได้ดั่งนั้น หญิงสาวทั้งสองจึงเริ่มออกเดินทาง ออกเดินทางด้วยเจตจำนงของตนเอง ออกเดินทางเพื่อแสวงหา เพื่อการค้นพบซึ่งเรื่องแปลกใหม่ ไร้ขอบเขตไร้พรมแดน

ท้องฟ้างดงาม ตะวันลับขอบฟ้าวันแล้ววันเล่าแต่ชีวิตมนุษย์ยังคงดำเนินไป ดูเหมือนจะคล้ายคลึงทว่าช่างแตกต่าง  

โลกใบนี้ ถึงได้น่าค้นหา...แม้คำว่าปลอดภัย จะเป็นเรื่องลวงหลอกก็ตาม