เด็กใหม่ฝึกเขียน ไม่มีย่อหน้า ไม่มีเว้นวรรค เอาแค่อ่านออก มีคำผิดบ้าง แล้วแต่อารมและทรงผม
ผจญภัย,แฟนตาซี,แอคชั่น,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ตอนที่ 1:
เสียงนกเขาร้องก้องก่อนรุ่งอรุณ แสงแดดยังไม่ทันลอดผ่านยอดไม้ ความมืดปกคลุมหุบเขาแห่งนี้...
"ตื่นได้แล้วไอ้หนู! จะนอนถึงไหนกันวะ!"
เสียงตะโกนดังลั่นกระทบผนังกระท่อมไม้ไผ่เล็กๆ พิชัยยุทธ์ ลุกขึ้นพลางขยี้ตา น้ำตาค้างที่หางตาเพราะเพิ่งได้นอนไม่กี่ชั่วโมง เขาเพิ่งอายุสิบสองปี... แต่ชีวิตของเด็กหนุ่มไม่ได้เริ่มที่โรงเรียนเหมือนคนอื่น
"ครับ... ตื่นแล้วครับนายหัวหน้า"
เขารีบสวมเสื้อผ้าผืนเก่าที่ซ่อมต่อกันหลายรอบ รัดเอวด้วยผ้าสีซีด แล้วเดินออกสู่แสงแรกของวัน ที่เทือกเขาแห่งนี้ ผู้คนต่างรู้จักกันดีว่า — ที่นี่คือแหล่งเศษอุกกาบาต
กาลก่อนโลกเปลี่ยนไป อุกกาบาตขนาดมหึมาตกกระทบแผ่นดิน พลังจากฟากฟ้าแทรกซึมลงสู่แผ่นดิน ทำให้สัตว์ป่าแปรสภาพ มนุษย์ก็เริ่มมีผู้ที่ได้รับพลังพิเศษ เรียกกันว่า 'ยอดมนุษย์' กำเนิดสำนักวิชาการต่อสู้มากมาย แต่สำหรับพิชัยยุทธ์... เรื่องพวกนี้ไกลเกินเอื้อมถึง
เขาเดินเท้าออกจากหมู่บ้านร่วมกับคณะคนงานอีกหลายสิบคน มุ่งสู่หน้าผาที่ขุดเป็นทางยาวไกล กว่าจะถึงที่ทำงานแสงแดดก็สูงพ้นยอดไม้แล้ว
"จำไว้นะ! เศษอุกกาบาตแบ่งเป็นหลายระดับ" เสียงหัวหน้างานตะโกนบอกก่อนเริ่มงาน "เกรดดี — เกรดซี ขึ้นไป สัมผัสแล้วได้อายุยืนยาว ร่างกายไม่แก่เฒ่า ยังมีพลังวิเศษอีกสารพัด แต่ที่พวกเจ้าจะเจอ... คือเกรดดี"
คนงานทั้งหลายพากันถอนหายใจ
"เกรดดี ต้องรวบรวมกันเป็นล้านก้อน ถึงจะหลอมรวมได้เป็นเกรดซีหนึ่งก้อน!" หัวหน้างานกล่าวต่อ "แต่ถ้าเจอสักก้อน... เงินที่ได้ก็พอกินอยู่ได้เดือนหนึ่ง"
พิชัยยุทธ์ถือจอบเล็กๆ ที่หยิบยืมมา ก้มหน้าขุดดินท่ามกลางแสงแดดเผาผิว ใบหน้าเปื้อนฝุ่นเหงื่อไหลเป็นทาง เขารู้ว่าที่บ้านมีพ่อป่วยติดเตียง แม่ต้องออกไปแลกผักแลกข้าวแทบตาย ถ้าเขาไม่ทำ... ไม่มีใครทำแทน
'ขอให้เจอสักก้อนเถอะ...' เขาขอในใจ 'ขอให้ได้เงินกลับไปให้แม่'
ทุกวันทำแบบเดิม ขุด — แยก — ทิ้ง สิ่งที่เป็นเพียงเศษหินทั่วไป พอใกล้ค่ำมืด ความหวังก็ค่อยๆ มอดลงทุกที
"วันนี้ก็ไม่มีอีกแล้วสินะ..." เขาพลางพูดคนเดียว มือถูหินก้อนหนึ่งที่ดูต่างจากก้อนอื่นเล็กน้อย แสงเงินวาบวบเล็กน้อยเมื่อสะท้อนแสงอาทิตย์ตก
ใจเขาสั่นระรัว... ไม่ใช่หินธรรมดา
เขาค่อยๆ เก็บมันใส่ผ้าพันมือ ห่ออย่างระมัดระวัง หัวใจเต้นแรง 'เกรดดี... อย่างน้อยก็เจอแล้ว!'
พอเลิกงาน เขาเดินมุ่งหน้าสู่ที่พักคนงานเพื่อนำส่งให้นายจ้าง... แต่ก่อนถึงถนนคับแคบที่มืดสนิท เสียงหัวเราะหยาบคายดังขึ้นจากมุมมืด
"เฮ้ย! เด็กน้อย... มีของดีติดตัวมาด้วยสินะ"
ชายสามคนก้าวออกมาขวางหน้า หน้าปิดผ้าปิดตา มือถือไม้เท้า
"ส่งเศษอุกกาบาตมาให้พวกเราซะดีๆ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว" คนหัวหน้าของกลุ่มขู่เสียงดัง
"ไม่ได้... เป็นของผม!" พิชัยยุทธ์กอดก้อนหินแน่น ร่างกายสั่นเทา แต่ก้าวถอยหลังไม่ได้
"ดื้อรั้น!"
ชายคนหนึ่งพรวงเข้ามาถีบเตะ พิชัยยุทธ์พลิกหลบไปได้หวุดหวิด แต่อีกคนก็เข้ามาจากด้านหลัง ชนเขาล้มลงกับพื้น... สามคนรุมล้อม เขาต่อสู้เต็มที่แต่เพียงมือเปล่า แม้จะมีความมุ่งมั่น แต่กำลังกายของเด็กสิบสองปีสู้คนโตสามคนไม่ได้
"ปล่อยผม
เขาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ แต่เสียงดังกลบเสียงร้องของเขา ไม่มีใครมา...
ในที่สุด เขาถูกกระชากมือที่ห่อของออก แรงชักฉุดทำให้เขาล้มลง ก้อนหินหลุดจากมือ ตกอยู่ในมือคนปล้นอย่างง่ายดาย
"ขอบใจนะเด็กน้อย" พวกเขาหัวเราะเยาะ ก่อนจะหันหลังรีบหนีหายไปกับความมืด
พิชัยยุทธ์นั่งกับพื้น มือทั้งสองกำแน่น ร่างกายช้ำระบาย แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือในใจ... เขาพยายามเต็มที่แล้ว ทำไมยังไม่พออีก
เขาลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เดินโซเซกลับสู่ที่พักคนงาน มุ่งหน้าไปหาหัวหน้างานเพื่อขอความเป็นธรรม
"ถูกปล้นเหรอ...?" หัวหน้างานถอนหายใจเมื่อฟังจบ "เจ้าหนู... ไม่มีพยาน ไม่มีหลักฐาน ใครจะไปจับได้ล่ะ ที่นี่มืดมิด คนก็โกงกัน ปล้นกันเป็นเรื่องปกติ"
"แล้ว... ผมจะทำยังไงดีครับ" พิชัยยุทธ์ถามเสียงสั่น "เงินที่จะส่งให้แม่... ไม่มีแล้ว"
หัวหน้างานจ้องมองเด็กหนุ่มครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
"ฟังนะ... ถ้าเจ้าอยากปกป้องสิ่งที่หามาได้ อย่าเพียงแค่ขุดหาแร่ให้คนอื่น สิ่งที่เจ้าขาดไม่ใช่แค่เงิน... แต่คือความสามารถป้องกันตัวเอง"
เขาพักเสียงแล้วกล่าวต่อ
"มีหลายสำนักเปิดรับลูกศิษย์ที่เมืองหลวง ใครมีพลังก็เข้าได้... หรือแม้ไม่มี ถ้าขยันก็ฝึกฝนได้ เจ้าอยากเป็นแค่คนขุดแร่ไปตลอดชีวิต หรืออยากจะยืนบนจุดที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องเจ้าได้อีก?"
พิชัยยุทธ์เงยหน้าขึ้น... นัยน์ตาที่เคยหม่นหมองเปล่งแสงวาบขึ้น
"สำนัก... ที่เมืองหลวงเหรอครับ"
"ใช่" หัวหน้างานพยักหน้า "พรุ่งนี้ก็สิ้นเดือนแล้ว เจ้าจะกลับบ้านไปหาแม่ก่อนก็ได้ ไตร่ตรองดูให้ดี... ว่าชีวิตที่เหลือจะเดินไปทางไหน"
คืนนั้น พิชัยยุทธ์นอนคิดไม่หลับ มือจับเงินก้อนน้อยที่เหลืออยู่เพียงนิดเดียว นึกถึงหน้าแม่... นึกถึงความยากจน... นึกถึงคำพูดของหัวหน้างาน
'อยากเป็นคนที่ใครก็ไม่กล้าทำร้าย... อยากเป็นคนที่ปกป้องคนที่รักได้'
เขาหลับตาลงพร้อมกับตั้งมั่นในใจ — ถ้าพรุ่งนี้ต้องเดินทาง... เขาจะไม่เพียงแค่กลับบ้านเท่านั้น เขาจะออกเดินทางเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตและความฝันของตนเองให้ได้