ภาพที่เห็นตรงหน้า… ทำโลกทั้งใบของฉันพังลงในวินาทีนั้น และ "เมื่อความไว้ใจถูกเหยียบย่ำด้วยความทรยศจากคนที่รักที่สุดสองคน... ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ไม่ใช่การก้มหน้าร้องไห้ แต่คือการจูงมือ ‘เขา’ ชายผู้กุมอำนาจสูงสุดลุกขึ้นมาทวงคืนทุกอย่าง!"

"คืนที่ทุกอย่างพังลง" - ตอนที่ 2 ออกไปจากบ้านของฉัน โดย PangCare @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ผู้ใหญ่,ยุคปัจจุบัน,รัก,ดราม่า,แก้แค้น,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

"คืนที่ทุกอย่างพังลง"

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ผู้ใหญ่,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,แก้แค้น

รายละเอียด

"คืนที่ทุกอย่างพังลง" โดย PangCare @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ภาพที่เห็นตรงหน้า… ทำโลกทั้งใบของฉันพังลงในวินาทีนั้น และ "เมื่อความไว้ใจถูกเหยียบย่ำด้วยความทรยศจากคนที่รักที่สุดสองคน... ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ไม่ใช่การก้มหน้าร้องไห้ แต่คือการจูงมือ ‘เขา’ ชายผู้กุมอำนาจสูงสุดลุกขึ้นมาทวงคืนทุกอย่าง!"

ผู้แต่ง

PangCare

เรื่องย่อ

พิม กับ คีริน แฟนหนุ่มที่คบกันมา 5 ปี และ มินตรา เพื่อนสนิทที่เธอรักมากที่สุด เธอคิดว่าตัวเองคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก จนกระทั่งคืนนึง พิมจับได้คาหนังคาเขาว่าคีรินและมินตราแอบลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมานาน ไม่เพียงเท่านั้น คีรินยังออกปากไล่พิม ทิ้งให้เธอเตลิดออกมาพร้อมความเจ็บปวด

ในค่ำคืนที่ฝนตกหนักและมืดมนที่สุด แต่เธอได้รับการช่วยเหลือจาก อคิน นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปราณี อคินไม่ได้ช่วยเธอด้วยความสงสารเพียงอย่างเดียว แต่เขามีอดีตและผลประโยชน์บางอย่างที่ต้องการจะสะสางกับครอบครัวของคีรินเช่นกัน

เมื่อ "ความแค้น" ของคนสองคนโคจรมาเจอกัน ข้อตกลงลับจึงเกิดขึ้น... อคินเสนอตัวเป็นเกราะกำบังและมอบอำนาจให้พิมใช้แก้แค้น ส่วนพิมต้องยอมมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเขา เพื่อช่วยเขาจัดการเสี้ยนหนามทางธุรกิจซึ่งก็คือบริษัทของคีรินนั่นเอง

จากผู้หญิงที่เคยยอมคน พิมฝึกฝนตัวเองใหม่ภายใต้การเคี่ยวกรำของอคิน เธอเปลี่ยนความเจ็บปวดเป็นความเยือกเย็น ค่อยๆ วางแผนตลบหลัง ดึงลูกค้า หักหน้าและเปิดโปงความฉ้อฉลของคีรินทีละชั้น ยิ่งอดีตคนรักและเพื่อนทรยศดิ้นรนเท่าไหร่ พายุความแค้นที่พิมและอคินร่วมกันสร้างก็ยิ่งบดขยี้พวกเขาให้จมดินมากขึ้นเท่านั้น

แต่ท่ามกลางเกมกลและการล้างแค้นอันดุเดือด ความใกล้ชิดกลับทำให้หัวใจที่เคยตายด้านของพิมเริ่มสั่นคลอน และสายตาของอคินที่เคยเย็นชาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่แท้จริง... สุดท้ายแล้ว พิมจะเลือกเดินหน้าทำลายศัตรูให้สิ้นซาก หรือจะยอมปล่อยวางเพื่อเปิดรับรักแท้ครั้งใหม่ที่อยู่ตรงหน้า?

สารบัญ

"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 1 "คืนที่ทุกอย่างพัง","คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 2 ออกไปจากบ้านของฉัน,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 3 คืนที่ไม่มีที่ไป,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 4 ผู้ชายคนนั้นคือใคร,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 5 ฉันจะไม่กลับไปเป็นคนเดิม,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 6 โลกอีกใบของเขา,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 7 คนที่ฉันเคยรัก,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 8 เกมเริ่มต้น,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 9 “เธอไม่ใช่คนเดิม” ,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 10 “เริ่มแฉ” ,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 11 “งานเลี้ยงที่ไม่มีใครลืม” ,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 12 บทเรียนที่เขาต้องจำ,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 13 “คนที่กำลังจะพัง” ,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"- ตอนที่ 14 “หน้ากากที่หลุดออก” ,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 15 “การเปิดโปง” ,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"- ตอนที่ 16 “คนที่เริ่มคลั่ง” ,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"- ตอนที่ 17 “ความรู้สึกที่เริ่มชัด” ,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 18 "คนที่หายไป","คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 19 "ความจริงของอคิน","คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 20 "จุดจบของมินตรา","คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 21 “การพบกันครั้งสุดท้าย”,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 22 “หัวใจที่เริ่มเปิด”,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 23 “คำสารภาพ”,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 24 “ผู้หญิงที่กลับมายิ้มได้”,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 25 “ตรงจุดที่ทุกอย่างเริ่มต้น (ขอแต่งงาน)”,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 26 “วันแต่งงาน”,"คืนที่ทุกอย่างพังลง"-ตอนที่ 27 “บทส่งท้าย ณ บ้านที่มีความรัก” (ตอนจบ)

เนื้อหา

ตอนที่ 2 ออกไปจากบ้านของฉัน

พิมเดินออกมาจากบ้านได้เพียงไม่กี่ก้าว สายฝนที่เย็นยะเยือกกระทบใบหน้าของเธอ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้า

เดินตามมาจากด้านหลัง เธอไม่ต้องหันกลับไปดูก็รู้ว่าเป็นใคร

คีริน : "พิม รอเดี๋ยว"

เสียงของคีรินดังขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมมาจับแขนเธอไว้ พิมสะบัดแขนหลุดออกมาทันที ราวกับสัมผัสของเขา

เป็นสิ่งที่แสบร้อนจนทนไม่ได้

พิม : "อย่าแตะตัวฉัน" 

เธอพูดด้วยเสียงเย็นชา หันกลับมามองเขาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดินออกจากห้องนอน

คีรินยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เสื้อผ้าที่สวมใส่อย่างเร่งรีบยังดูไม่เรียบร้อยนัก ผมของเขายังคงยุ่งเหยิงจากเมื่อครู่ 

สีหน้าของเขาผสมปนเประหว่างความรู้สึกผิดกับความหงุดหงิดที่สถานการณ์กลายเป็นแบบนี้

คีริน : "เรามาคุยกันในบ้านดีกว่า" 

เขาพูด น้ำเสียงพยายามฟังดูมีเหตุผล 

คีริน : "ฝนตกหนัก เดี๋ยวเธอจะเป็นหวัด"

พิมหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

พิม : "คุณเป็นห่วงว่าฉันจะเป็นหวัดเหรอ" 

เธอถามกลับ 

พิม : "เมื่อครู่คุณเพิ่งบอกฉันว่าไม่ได้รักฉันมานานแล้ว แล้วตอนนี้คุณมาเป็นห่วงว่าฉันจะเปียกฝน?"

คีรินอึ้งไปชั่วขณะ ไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาถอนหายใจยาวก่อนจะพูดต่อ 

คีริน : "ฉันแค่...ไม่อยากให้เรื่องมันจบแบบนี้ เรายังต้องคุยกันเรื่องหลาย ๆ อย่าง เรื่องบ้าน เรื่องทรัพย์สิน 

เรื่องเอกสารการหย่า"

พิม : "เรื่องบ้าน" 

พิมพูดซ้ำคำนั้นอย่างช้า ๆ ราวกับกำลังพิจารณาความหมายของมัน

คีริน : "ใช่ เรื่องบ้าน" 

คีรินพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น ราวกับเขากำลังกลับมาควบคุมสถานการณ์ได้อีกครั้ง 

คีริน : "เรามาคุยกันในบ้านดีกว่า ข้างนอกฝนตกหนักแบบนี้ไม่เหมาะจะคุยเรื่องสำคัญ"

เขาพยายามจะจับแขนเธออีกครั้งเพื่อพาเธอกลับเข้าไปในบ้าน แต่พิมถอยหนีทันที

พิม : "ฉันจะไม่กลับเข้าไปในบ้านหลังนั้นอีกจนกว่ามินตราจะออกไปจากที่นั่น" 

เธอประกาศด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คีรินมองไปที่ประตูบ้านที่เปิดอยู่ ที่ซึ่งมินตรายืนอยู่ตรงกรอบประตู 

มองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าอึดอัดใจ เขาหันกลับมามองพิมอีกครั้ง ดูเหมือนกำลังคิดหาวิธีแก้ปัญหา

ที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขาเอง

คีริน : "งั้นเดี๋ยวฉันบอกให้มินตรากลับไปก่อน" 

เขาพูดในที่สุด 

คีริน : "แล้วเรามาคุยกันในบ้าน"

พิมมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อ เธอไม่อยากเชื่อว่าเขายังคิดจะแก้ปัญหาแบบนี้ ราวกับการไล่มินตรากลับบ้าน

จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติได้

พิม : "คุณคิดว่าแค่ให้มินตรากลับบ้านไปก่อน แล้วทุกอย่างจะโอเคงั้นเหรอ" 

เธอถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นด้วยความโกรธที่กลับมาอีกครั้ง 

พิม : "คุณคิดว่าฉันจะลืมสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ได้ง่าย ๆ แบบนั้นเหรอ"

คีริน : "ฉันไม่ได้บอกว่าให้ลืม" 

คีรินพูดอย่างรีบร้อน 

คีริน : "ฉันแค่อยากให้เราคุยกันอย่างมีสติ ไม่ใช่มายืนเถียงกันกลางฝนแบบนี้"

พิมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอมองไปที่บ้านหลังนั้น บ้านที่เธอเคยเรียกว่าบ้านของตัวเองมาห้าปี บ้านที่มีความทรงจำ

มากมาย ทั้งดีและร้าย เธอรู้สึกเหมือนมีสองความคิดกำลังต่อสู้กันอยู่ในใจ ส่วนหนึ่งอยากจะเข้าไปคุยกัน

ให้ทุกอย่างจบลงอย่างมีเหตุผล อีกส่วนหนึ่งอยากจะวิ่งหนีให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจ 

พิม : "ได้ ฉันจะเข้าไปคุย แต่ต้องไม่มีมินตราอยู่ในบ้าน"

คีรินพยักหน้า แล้วหันไปบอกมินตราให้กลับบ้านก่อน มินตรามองมาที่พิมด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก 

ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าและเดินออกจากบ้านไปโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม พิมมองตามเธอไปด้วยความรู้สึก

ที่ปนเประหว่างความโกรธและความเจ็บปวด นี่คือเพื่อนที่เธอรู้จักมานานกว่าสิบปี เพื่อนที่เธอเคยคิดว่า

จะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดชีวิต ตอนนี้กลับเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะกล่าวคำขอโทษอย่างจริงใจ

เมื่อมินตราเดินออกไปแล้ว คีรินก็เชิญพิมกลับเข้าไปในบ้าน พิมเดินตามเขาเข้าไปอย่างช้า ๆ ร่างกายที่เปียกปอน

จากสายฝนทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่น แต่ความหนาวเย็นในใจของเธอนั้นรุนแรงยิ่งกว่า

พวกเขานั่งลงที่โซฟาในห้องรับแขก ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงตกกระทบหลังคาบ้าน

ดังก้องอยู่ ในที่สุดคีรินก็เอ่ยขึ้นก่อน

คีริน : "พิม ฉันขอโทษที่เธอต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้"

พิม : "คุณขอโทษที่ฉันเจอเรื่องแบบนี้ หรือขอโทษที่ทำเรื่องแบบนี้" 

พิมถามกลับ น้ำเสียงเย็นชา คีรินอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบ 

คีริน : "ทั้งสองอย่าง"

พิม : "งั้นคุณพูดออกมาให้ชัดเจนสิ" 

พิม : "คุณเสียใจที่ทำสิ่งที่ทำลงไปจริง ๆ หรือคุณแค่เสียใจที่ถูกจับได้"

คำถามนั้นทำให้คีรินนิ่งเงียบไปนาน เขาไม่สามารถตอบได้ทันที ซึ่งความเงียบนั้นเองก็เป็นคำตอบที่ชัดเจน

พอแล้วสำหรับพิม

พิม : "ฉันเข้าใจแล้ว" 

เธอพูด เสียงของเธอเริ่มสงบลงอย่างน่าประหลาด 

พิม : "คุณแค่เสียใจที่ถูกจับได้ ถ้าฉันไม่กลับบ้านเร็ววันนี้ ป่านนี้คุณคงยังคงหลอกฉันต่อไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม"

คีรินไม่ตอบ แต่สีหน้าของเขาบ่งบอกความจริงได้ชัดเจนกว่าคำพูดใด ๆ

พิมถอนหายใจยาว เธอรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต ความเหนื่อยล้านั้นไม่ใช่แค่ทางร่างกาย

จากการที่เพิ่งเดินท่ามกลางสายฝน แต่เป็นความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่สะสมมาจากการค้นพบความจริง

อันโหดร้ายในคืนนี้

พิม : "เอาล่ะ" 

เธอพูดในที่สุด 

พิม : "มาคุยเรื่องที่คุณอยากคุยกันเถอะ เรื่องบ้าน เรื่องทรัพย์สิน เรื่องการหย่า พูดมาให้หมดเลย"

คีรินมองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยกับความเปลี่ยนแปลงในน้ำเสียงของเธอ จากที่เคยเต็มไปด้วย

ความโกรธและความเจ็บปวด กลับกลายเป็นความเรียบเฉยที่น่ากลัวยิ่งกว่า

คีริน : "เรื่องบ้าน" 

เขาเริ่มพูด น้ำเสียงเริ่มกลับมามั่นคง 

คีริน : "บ้านหลังนี้เป็นชื่อฉันคนเดียว เธอก็รู้ดีอยู่แล้ว"

พิมรู้สึกเหมือนมีดอีกเล่มถูกแทงเข้าไปในใจของเธอ เธอรู้เรื่องนี้อยู่แล้วจริง ๆ เพราะตอนที่พวกเขาซื้อบ้านหลังนี้

เมื่อสี่ปีก่อน คีรินเป็นคนออกเงินดาวน์ส่วนใหญ่ และเขาใส่ชื่อตัวเองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว 

โดยให้เหตุผลว่าเรื่องภาษีและการวางแผนทางการเงินจะง่ายกว่า ตอนนั้นพิมไม่ได้คิดอะไรมาก 

เพราะเธอเชื่อใจเขาอย่างเต็มที่ ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเรื่องนี้จะกลายเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้ายเธอ

พิม : "ฉันรู้" 

เธอตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

คีริน : "งั้นเธอก็เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าเธอไม่มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้" 

คีรินพูดต่อ น้ำเสียงของเขาเริ่มมีความเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับเขากำลังพูดคุยเรื่องธุรกิจกับคนแปลกหน้า 

ไม่ใช่กับภรรยาที่อยู่ด้วยกันมาห้าปี

พิมมองหน้าเขา พยายามค้นหาร่องรอยของความรู้สึกผิดหรือความเห็นอกเห็นใจในดวงตาคู่นั้น 

แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ราวกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอไม่ใช่คีรินที่เธอเคยรัก แต่เป็นคนแปลกหน้า

ที่สวมหน้ากากของคีรินอยู่

พิม : "แล้วเรื่องเงินที่ฉันช่วยผ่อนบ้านมาตลอดสี่ปีล่ะ" 

เธอถาม พยายามควบคุมเสียงให้มั่นคง 

พิม : "เรื่องเงินที่ฉันใช้ตกแต่งบ้าน เรื่องเวลาที่ฉันทุ่มเทให้กับบ้านหลังนี้ล่ะ"

คีริน : "เธอก็อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้มาตลอดสี่ปีเหมือนกัน" 

คีรินตอบ น้ำเสียงเริ่มมีความหงุดหงิดปนอยู่ 

คีริน :  "ถือว่าแลกเปลี่ยนกันไป"

พิมรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอีกครั้ง เธอไม่อยากเชื่อว่าชายที่เธอเคยรักที่สุดในชีวิตกำลังพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเช่นนี้

 ราวกับความสัมพันธ์ห้าปีของพวกเขาเป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจที่ตอนนี้ถึงเวลาต้องยกเลิกสัญญา

พิม : "คุณกำลังพูดว่าฉันเป็นเหมือนผู้เช่าห้องในบ้านหลังนี้งั้นเหรอ" 

เธอถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นด้วยความโกรธที่กลับมาอีกครั้ง

คีริน : "ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น" 

คีรินพูดอย่างรีบร้อน แต่น้ำเสียงของเขาไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเขากำลังปฏิเสธความหมายนั้นจริง ๆ

พิม : "แล้วคุณหมายความว่ายังไง" พิมถามกลับ

คีรินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ 

คีริน : "ฉันแค่พยายามจะบอกว่า...เรื่องบ้านมันชัดเจนอยู่แล้วตามกฎหมาย ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็น

ที่ต้องมาทะเลาะกันให้มากไปกว่านี้"

พิม : "งั้นเรื่องอะไรที่ควรจะเป็นประเด็นล่ะ" 

พิมถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่น 

พิม : "เรื่องที่คุณนอกใจฉันมาสองปีน่ะเหรอ หรือเรื่องที่คุณกำลังพยายามจะทิ้งฉันออกจากบ้าน

โดยไม่ได้อะไรเลยน่ะเหรอ"

คีรินถอนหายใจยาวอีกครั้ง ราวกับเบื่อหน่ายที่ต้องมาเผชิญกับอารมณ์ของพิม 

คีริน : "ฟังนะ พิม ฉันรู้ว่าเรื่องนี้มันยากสำหรับเธอ แต่ฉันก็ไม่อยากให้เรื่องมันยืดเยื้อไปมากกว่านี้ 

เรามาจบมันให้เร็วที่สุดดีกว่าไหม"

พิม : "จบให้เร็วที่สุด" 

พิมพูดซ้ำคำนั้น เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ไม่มีความสุขใด ๆ หลุดออกมาจากปากของเธอ 

พิม : "คุณอยากให้ฉันออกจากชีวิตคุณให้เร็วที่สุด เพื่อที่คุณจะได้ไปมีความสุขกับมินตราต่อได้อย่างสบายใจ

ใช่ไหม"

คีรินไม่ตอบ แต่ความเงียบของเขาก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนพออีกครั้ง

พิมนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองไปรอบ ๆ ห้องรับแขก มองไปที่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่เธอเลือกซื้อด้วยความรัก

และความหวัง มองไปที่ภาพถ่ายครอบครัวที่แขวนอยู่บนผนัง ภาพที่ตอนนี้ดูเหมือนเป็นเพียงภาพลวงตา

ที่หลอกลวงเธอมาตลอด

พิม : "ได้" 

เธอพูดในที่สุด เสียงของเธอเรียบเฉยอย่างน่ากลัว 

พิม : "ฉันจะออกไปจากที่นี่ ฉันจะไม่ขอสิทธิ์อะไรในบ้านหลังนี้ทั้งนั้น แต่ฉันมีคำถามหนึ่งที่อยากรู้"

คีริน : "อะไร" คีรินถาม

พิม : "ทำไมคุณถึงแต่งงานกับฉัน" 

เธอถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัยที่แท้จริง 

พิม : "ถ้าคุณไม่ได้รักฉันจริง ๆ ทำไมคุณถึงขอฉันแต่งงาน ทำไมคุณถึงยืนอยู่หน้าแท่นพิธีแล้วสัญญา

ว่าจะรักฉันไปตลอดชีวิต"

คีรินนิ่งเงียบไปนาน ราวกับกำลังค้นหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด ในที่สุดเขาก็พูดออกมา 

คีริน : "ตอนนั้นฉันรักเธอจริง ๆ นะ พิม เธอเป็นผู้หญิงที่ดี เป็นคนที่ครอบครัวฉันชอบ เป็นคนที่ทำให้ฉันรู้สึก

สบายใจ"

พิม : "แต่" 

พิมพูดต่อประโยคที่เขายังไม่ได้พูด

คีริน : "แต่มันไม่ใช่ความรักแบบที่ทำให้หัวใจเต้นแรง" 

คีรินพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มมีความจริงใจมากขึ้น ราวกับในที่สุดเขาก็ยอมเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริง 

คีริน : "มันเป็นความรักแบบที่มั่นคง แบบที่ปลอดภัย แต่พอเวลาผ่านไป ฉันเริ่มรู้สึกว่ามันขาดอะไรบางอย่าง"

พิม : "แล้วมินตราให้สิ่งที่ขาดหายไปนั้นกับคุณได้งั้นเหรอ" 

คีริน : "ใช่" คีรินตอบอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งคำตอบนั้นทำให้พิมรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าคำโกหกใด ๆ 

"เธอทำให้ฉันรู้สึกมีชีวิตชีวา ทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง"

พิมรู้สึกน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความเจ็บปวดที่ผสมกับความรู้สึกไร้ค่า 

เธอใช้เวลาห้าปีพยายามเป็นภรรยาที่ดี พยายามทำให้ชีวิตคู่ของพวกเขามีความสุข แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมา

คือการถูกเปรียบเทียบว่าเธอ "มั่นคง" และ "ปลอดภัย" แต่ไม่น่าตื่นเต้นพอสำหรับสามีของตัวเอง

พิม : "ฉันเข้าใจแล้ว" 

เธอพูดในที่สุด เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่ยังคงพยายามควบคุมตัวเองให้มั่นคง 

พิม : "ฉันจะไปเก็บของแล้วออกจากที่นี่คืนนี้เลย"

คีริน: "คืนนี้เลยเหรอ" 

คีรินถาม ดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อยกับความรวดเร็วของการตัดสินใจนั้น 

คีริน : "ฝนตกหนักแบบนี้ เธอจะไปไหน"

พิม : "ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องเป็นห่วง" 

พิมตอบ เธอลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องนอน

เมื่อเข้าไปในห้อง เธอรู้สึกถึงกลิ่นน้ำหอมของมินตราที่ยังคงติดอยู่ในอากาศ กลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้ 

เธอเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเริ่มหยิบเสื้อผ้าออกมาใส่กระเป๋าเดินทางอย่างรวดเร็ว มือของเธอสั่นเล็กน้อย

แต่เธอพยายามควบคุมตัวเองให้ทำงานต่อไป

ขณะที่เธอกำลังเก็บของ คีรินเดินเข้ามาในห้องและยืนอยู่ตรงประตู มองดูเธอเก็บของด้วยสีหน้าที่ยากจะอ่านออก

คีริน : "เธอไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนี้ก็ได้นะ" เขาพูด 

คีริน : "เราค่อย ๆ จัดการเรื่องต่าง ๆ ทีหลังก็ได้ เธอจะพักที่นี่จนกว่าจะหาที่อยู่ใหม่ได้ก็ได้"

พิมหยุดมือที่กำลังเก็บของ หันไปมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ 

พิม : "คุณคิดว่าฉันจะอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปได้เหรอ หลังจากที่เห็นสิ่งที่ฉันเห็นเมื่อครู่ หลังจากที่รู้ว่า..

คุณกับมินตรามีอะไรกันมาสองปีในห้องนี้"

คีรินไม่ตอบ เขาแค่มองเธอด้วยสีหน้าที่ผสมปนเประหว่างความรู้สึกผิดกับความอึดอัดใจ

พิมกลับไปเก็บของต่อ เธอหยิบเสื้อผ้าที่จำเป็นออกมาใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจว่าจะเก็บได้เป็นระเบียบ

หรือไม่ เธอแค่อยากออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อเก็บของเสร็จ เธอปิดกระเป๋าแล้วยกขึ้นมา คีรินยังคงยืนอยู่ตรงประตู ดูเหมือนจะอยากพูดอะไรบางอย่าง

แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร

คีริน : "เธอจะไปที่ไหน" 

เขาถามอีกครั้ง

พิม : "ฉันบอกแล้วว่าไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องเป็นห่วง" 

พิมตอบ เธอเดินผ่านเขาไปโดยไม่สบตา มุ่งหน้าไปที่บันได แต่ก่อนที่เธอจะเดินลงบันได คีรินก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง 

คำพูดที่ทำให้พิมหยุดชะงักไปทั้งตัว

คีริน : "บ้านหลังนี้เป็นชื่อฉันคนเดียว" 

เขาพูดซ้ำ น้ำเสียงเย็นชากว่าเดิม 

คีริน : "เธอไม่มีสิทธิ์อะไรเลย พิม"

พิมหันกลับมามองเขา ความเจ็บปวดที่เธอรู้สึกในตอนนั้นไม่ได้มาจากเนื้อหาของคำพูด เพราะเธอรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว 

แต่มาจากน้ำเสียงที่เขาใช้พูด น้ำเสียงที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินจากเขามาก่อน 

ราวกับเขากำลังพูดกับคนแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาในบ้าน ไม่ใช่กับภรรยาที่อยู่ด้วยกันมาห้าปี

พิม : "ฉันรู้" 

เธอตอบ พยายามควบคุมเสียงให้มั่นคง แม้ว่าภายในใจของเธอกำลังแตกสลายลงไปอีกครั้ง

เธอเดินลงบันไดต่อไป มุ่งหน้าไปที่ประตูหน้าบ้าน แต่คีรินยังคงเดินตามเธอมา ราวกับยังมีอะไรบางอย่าง

ที่เขาอยากพูดให้ชัดเจน เมื่อพิมเดินมาถึงห้องรับแขก เธอหยุดชะงักไปเมื่อเห็นว่ามินตรากลับเข้ามาในบ้าน

อีกครั้ง ยืนอยู่ใกล้ประตูหน้าบ้าน ดูเหมือนกำลังรอบางอย่างอยู่

พิม : "มินตรา" 

พิมพูดชื่อนั้นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ 

พิม : "ทำไมแกถึงกลับมาอีก"

มินตรา : "ฉันแค่ลืมกระเป๋าไว้" 

มินตราตอบ เธอเดินไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะข้างโซฟา แต่พิมสังเกตเห็นว่าสายตาของเธอเหลือบมอง

ไปที่คีรินอยู่ตลอดเวลา ราวกับกำลังส่งสัญญาณบางอย่างให้กัน พิมรู้สึกโกรธขึ้นมาอีกครั้ง เธอมองไปที่มินตรา 

นั่งอยู่กอดอกในตอนนี้ มองมาที่เธอด้วยสายตาที่เหนือกว่า ราวกับมินตราเป็นผู้ชนะในสถานการณ์นี้ 

ในขณะที่พิมเป็นเพียงผู้แพ้ที่ต้องออกจากบ้านไปอย่างน่าอนาถ

มินตรา : "พิม...อย่าทำให้มันยากเลยนะ" 

มินตราพูด น้ำเสียงของเธอพยายามฟังดูอ่อนโยน แต่คำพูดที่ตามมากลับโหดร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ

มินตรา : "แกก็รู้...ว่าเขาเลือกใคร"

คำพูดนั้นเหมือนมีดอีกเล่มที่ถูกแทงลงกลางใจพิม เธอมองไปที่มินตรา แล้วมองไปที่คีริน ทั้งสองคนที่ยืน

อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ ราวกับเป็นทีมเดียวกันที่ร่วมมือกันทำลายชีวิตของเธอ

พิม : "เขาเลือกแกเหรอ" 

พิมถามด้วยเสียงสั่นเครือ 

พิม : "หรือเขาแค่อยากได้ทั้งสองอย่าง อยากได้ฉันเป็นภรรยาที่คอยดูแลบ้าน แล้วอยากได้แกเป็นคนที่มาเติมเต็ม

ความตื่นเต้นที่เขาขาดหายไป"

มินตราเงียบไป ไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ เพราะสิ่งที่พิมพูดนั้นใกล้เคียงกับความจริงมากเกินไป

พิมกำมือแน่น ความโกรธ ความเจ็บปวด และความรู้สึกไร้ค่าทั้งหมดที่สะสมมาตลอดคืนนี้ผสมปนเปกัน

จนเธอแทบจะทนไม่ไหว แต่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจว่าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้นต่อไป

พิม : "ได้..." 

เธอพูดทั้งที่เสียงสั่น แต่มีความมุ่งมั่นแฝงอยู่ในนั้น 

พิม : "ฉันจะไป"

เธอเดินออกจากห้องนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย เพราะเธอรู้ว่าถ้าหันไป เธอคงพังมากกว่านี้ เธอเดินผ่าน

คีรินและมินตราไปโดยไม่สบตา มุ่งหน้าไปที่ประตูหน้าบ้าน เมื่อเดินมาถึงประตู เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง 

มือที่จับลูกบิดประตูสั่นเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนช่วงเวลานี้เป็นเหมือนเส้นแบ่งระหว่างชีวิตเก่าและชีวิตใหม่ของเธอ

ชีวิตเก่าที่เธอเคยเชื่อว่ามีความสุข และชีวิตใหม่ที่เธอไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

แต่ก่อนที่เธอจะก้าวออกจากบ้าน เสียงของคีรินก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบดขยี้

อีกครั้งหนึ่ง…

คีริน : "อย่าคิดจะกลับมาอีก"

พิมยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้คำพูดนั้นซึมซาบเข้าไปในใจของเธอ ห้าปีที่เธออยู่ในบ้านหลังนี้ 

ห้าปีที่เธอเรียกที่นี่ว่าบ้าน ตอนนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่เธอไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาอีกแล้ว

เธอไม่หันกลับไปตอบอะไร เพียงแค่เปิดประตูออกไปท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำอยู่ 

ปล่อยให้ประตูปิดลงข้างหลังเธอด้วยเสียงดังก้อง เป็นเสียงที่ราวกับประกาศการสิ้นสุดของบทหนึ่ง

ในชีวิตของเธออย่างเป็นทางการ เมื่อก้าวออกมาข้างนอก พิมยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งท่ามกลางสายฝน 

เธอมองย้อนกลับไปที่บ้านหลังนั้นเป็นครั้งสุดท้าย เห็นแสงไฟที่ยังคงสว่างอยู่ในห้องรับแขก เห็นเงาของคีริน

และมินตราที่ยืนอยู่ใกล้กัน เธอหันหลังให้กับภาพนั้น แล้วเริ่มเดินออกไป ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน 

มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าและความเจ็บปวดที่ยังคงบีบรัดอยู่ในอกของเธอ

กระเป๋าเดินทางใบเดียวที่เธอถืออยู่ในมือ บรรจุทุกสิ่งที่เธอมีเหลืออยู่ในตอนนี้ ไม่มีบ้าน ไม่มีที่พึ่งพิง 

มีเพียงตัวเธอเองที่ต้องเผชิญหน้ากับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในคืนเดียว เธอเดินไปตามถนนที่มืด

และเปียกชื้น ผ่านบ้านหลังอื่น ๆ ที่มีแสงไฟอบอุ่นส่องออกมาจากหน้าต่าง ครอบครัวที่กำลังใช้เวลาร่วมกัน

อย่างมีความสุขในคืนวันธรรมดา ภาพเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งขึ้นไปอีก

เธอไม่รู้ว่าเธอจะไปที่ไหนต่อ ไม่รู้ว่าคืนนี้เธอจะนอนที่ไหน ทุกอย่างที่เธอเคยวางแผนไว้สำหรับชีวิต ทุกความฝัน

ที่เธอเคยมีเกี่ยวกับอนาคตกับคีริน ตอนนี้กลับพังทลายลงจนหมดสิ้น

เธอเดินต่อไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำไม่หยุด ปล่อยให้น้ำฝนซึมเข้าไปในเสื้อผ้าและร่างกาย

ของเธอจนเปียกโชก แต่เธอไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว เพราะความเจ็บปวดทางกายนั้นไม่อาจเทียบได้กับความเจ็บปวด

ที่กำลังกัดกินหัวใจของเธออยู่ในตอนนี้

คืนนี้เป็นคืนที่พิมสูญเสียทุกสิ่งที่เธอเคยมี สามี บ้าน เพื่อนสนิท และความเชื่อมั่นในตัวเองที่เธอเคยมี 

แต่ในความมืดมิดของคืนนี้ เธอยังไม่รู้เลยว่ากำลังมีบางสิ่งบางอย่างรอเธออยู่ข้างหน้า สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต

ของเธอไปในทิศทางที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน