ผมขอให้เขาจำเอาไว้ว่า ผมรักเขาไม่มากพอ... เพื่อสักวันเขานั้นจะได้มีหนทางเป็นของตัวเอง
ชาย-ชาย,ดราม่า,ครอบครัว,จิตวิทยา,ดาร์ค,เจ็บ,แยกย้ายกันไปเติบโต,ไม่สมหวัง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ผมจำได้ดีว่าจุดเริ่มต้นความฉิบหายในชีวิต มันมาจากความ 'อวดรวย' โง่ๆ ของผมเอง
วันนั้น... ที่ผับไอ้เจอาร์ แฟนนางแบบของมันแผดเสียงด่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งลั่นห้องวีไอพี แค่เพราะเด็กคนนั้น—ที่รับหน้าที่หิ้วข้าวของพะรุงพะรังเดินตามหลังเธอมา—ดันเผลอทำกระเป๋าแบรนด์เนมใบละแสนหลุดมือร่วงลงพื้น เสียงด่าทอเหยียดหยามดังข่มเสียงเบสของเพลงในผับ ผมเห็นหน้าตาตื่นกลัวของเด็กนั่น สลับกับรำคาญเสียงแหลมๆ ของยัยนางแบบจนทนไม่ไหว เลยตัดสินใจควักแบล็คการ์ดในกระเป๋าสตางค์โยนข้ามโต๊ะไปเพื่อตัดปัญหา แล้วอาสาขับรถไปส่งเด็กถือของคนนั้นที่บ้านเอง
นั่นแหละครับที่ทำให้ผมได้รู้จักชื่อของเธอ... 'ปอ'
รถสปอร์ตของผมจอดเทียบหน้าสลัมแออัดที่ทางเข้าแคบจนรถแทบจะสวนกันไม่ได้ ภาพที่เห็นทำเอาผมอึ้งไปพักใหญ่ ปออาศัยอยู่ในดงสังกะสีผุพัง ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อหาเงินมารักษาแม่ที่ป่วยติดเตียงอยู่บนฟูกเก่าๆ
จากความสงสารในวันนั้น มันค่อยๆ ก่อตัวกลายเป็นความผูกพัน ผมแอบใช้อำนาจลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล ทำเรื่องย้ายแม่ของปอไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในเครือของพ่อ จ่ายค่ารักษาและดูแลพวกเธออย่างเงียบๆ
เรามีความสุขกันมาก ปอทำให้ผมรู้จักโลกใบใหม่ โลกที่ผมได้นั่งกินข้าวแกงริมทางมื้อละสี่สิบ โลกที่ผมได้ยิ้มกว้างๆ หัวเราะเสียงดังๆ โดยไม่ต้องคอยระแวงว่าจะมีใครแอบถ่ายรูปไปฟ้องพ่อ ไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์ทายาทตระกูลดัง เราประคับประคองความลับที่แสนหอมหวานนี้มาได้เกือบสองปีเต็ม...
จนกระทั่งผมขึ้นปี 3... ความลับที่ผมซ่อนไว้ก็แตกเข้าหูพ่อจนได้
ผมจำภาพที่พ่อสั่งคนไปหิ้วตัวปอมาที่ห้องประชุมวีไอพีของโรงพยาบาลได้ติดตา ปึกเงินสดหลักล้านถูกพ่อปาอัดใส่หน้าเธอจนแบงก์พันปลิวว่อนเกลื่อนพื้น แบงก์ใบหนึ่งร่วงลงมาแนบติดกับปลายรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ของเธอ... แต่ปอไม่ได้ก้มลงไปมองมันเลยสักนิด เธอยืนกำมือแน่น กัดริมฝีปากจนห้อเลือด
พ่อด่าทอเหยียดหยามว่าเธอเป็นได้แค่ลูกจ้างชั้นต่ำ เป็นแค่เด็กทำงานกลางคืนที่ไม่มีวันคู่ควรจะได้เป็นสะใภ้ตระกูลเรา วินาทีนั้นผมพุ่งเข้าไปกางปีกป้องเธอไว้ข้างหลัง แต่คำขู่ของพ่อที่เด็ดขาดและเลือดเย็นว่า 'จะสั่งย้ายแม่ของปอออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ และห้ามโรงพยาบาลไหนรับรักษา' ทำให้ผมต้องกัดฟันก้มหน้ายอมแพ้
คืนนั้น... ผมตัดสินใจทำเรื่องบ้าบิ่นที่สุดในชีวิต ผมจับเข่าคุยกับปอแล้วพากันหนีออกจากกรงทอง ผมให้ปอไปทำเรื่องย้ายแม่เธอไปโรงพยาบาลรัฐแห่งอื่น ส่วนผมยอมทิ้งบัตรเครดิตทุกใบ ทิ้งกุญแจรถสปอร์ต ทิ้งนามสกุล หอบเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าไม่กี่ชุดออกมาเช่าหอพักเล็กๆ โทรมๆ อยู่กับเธอ โดยหวังพึ่งแค่เงินปันผลจากโกดัง Y//TSD และธุรกิจที่หุ้นทำกับพวกไอ้กาย
แต่สวรรค์แม่งก็ไม่ได้เข้าข้างคนสู้ชีวิตเสมอไป... ไม่นานหลังจากนั้น โรคร้ายก็พรากแม่ของปอไปอยู่ดี
ผมโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าผมแม่งโคตรห่วย ที่ดูแลครอบครัวของคนรักเอาไว้ไม่ได้ ผมเริ่มโหมทำงานหนักเหมือนคนบ้า วิ่งรอกดูบัญชีโกดัง วิ่งดีลชิปปิ้งนำเข้าของจากต่างประเทศ สลับกับเรียนหนังสือจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพื่อหาเงินมาชดเชยความสูญเสียให้เธอ... เท่าที่เด็กผู้ชายอายุยี่สิบเอ็ดคนหนึ่งจะทำได้
ผมคิดแค่ว่า... ขอแค่มีปอ ขอแค่เธอยังอยู่ข้างผม ผมก็ไม่ต้องกลับไปง้อครอบครัวบัดซบนั่นอีก
แต่ผมประเมินอำนาจของนามสกุล 'มงคลวชิรวิชญ์' ต่ำเกินไป...
วันหนึ่งในช่วงปลายปี 3 เทอม 1 ขณะที่ผมกำลังเดินออกจากคณะ ชายชุดดำสี่คนก็เข้ามาดักล้อม ล็อกแขนผมไพล่หลัง ยัดใส่รถตู้ทึบ แล้วลากตัวผมกลับมาโยนทิ้งลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบกลางคฤหาสน์หลังเดิมที่ผมคุ้นเคย
"คิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วรึไง! ถึงได้ทิ้งอนาคตไปขลุกอยู่กับเด็กสลัมพรรค์นั้น!"
เสียงตวาดก้องของพ่อดังกังวานไปทั่วโถงบ้าน ผมค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิด ความอดทนที่ถูกกดทับมาทั้งชีวิตมันขาดผึงลงในวินาทีนั้น
"ปอเขาไม่ได้ผิดอะไร! พ่ออย่าเอาบรรทัดฐานความเห็นแก่ตัวของพ่อ มาตัดสินคนอื่นได้ไหม!" ผมตะโกนสวนกลับไปสุดเสียง แววตาแข็งกร้าวไม่ยอมจำนนอีกต่อไป
"มันสอนแก... ให้แข็งข้อกับฉันขนาดนี้เชียวเหรอ นับวันแกมันยิ่งต่ำตมลงทุกวันเลยนะธาม!" พ่อชี้หน้าด่าผมด้วยแววตาขยะแขยง
"ต่ำเหรอ... หึ! พ่อไปส่องกระจกถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าคนที่ต่ำจริงๆ มันคือใคร! และผมพูดตรงนี้เลยนะ ว่าที่ผมมันต่ำก็เพราะได้เลือดพ่อมา ไม่ใช่เพราะปอ!"
"ธาม... หยุดนะลูก อย่าเถียงพ่อแบบนั้น" แม่รีบถลันเข้ามาห้ามพร้อมกับน้ำตา
"แม่ก็พอเหมือนกัน! นี่เหรอที่แม่เคยสอนผม... ว่าถ้าคิดจะรัก ก็ต้องทนเรียนรู้ความเจ็บปวดไปควบคู่กัน ถ้าผมเป็นแม่ ผมจะไม่ยอมให้คนบ้าอำนาจแบบเขามาทำให้ตัวเองเจ็บหรอก คนที่ยอมทนแบบนั้นแม่งก็มีแต่ควายเท่านั้นแหละ!"
"ถ้าความคิดแกมันตื้นเขินแค่นี้ ก็ไสหัวออกไปจากบ้านฉันซะ!" พ่อตวาดลั่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัด "ไปใช้ชีวิตเพ้อฝันของแกให้พอ แล้วอย่าคลานกลับมาขอส่วนบุญที่นี่อีก! จำใส่หัวไว้... อย่าซมซานกลับมาให้ฉันเห็นหน้า คนอย่างแกมันต้องหมดตัวให้เข็ด ถึงจะสำนึกได้ว่า 'รักโง่ๆ' มันกินแทนข้าวไม่ได้!"
"ผมไม่กลับมาให้พ่อเห็นหน้าแน่!"
"ดี! งั้นก็ไปถอดนามสกุลของฉันออกซะ แกไม่เหมาะสมที่จะใช้มัน! วันไหนที่แกโซซัดโซเซกลับมา วันนั้นเตรียมชดใช้ทุกอย่างที่ฉันเสียไปให้คุ้มก็แล้วกัน!"
"อย่าไปนะธาม... เชื่อแม่... อย่าไปลูก!" แม่ที่ยืนร้องไห้อยู่ข้างหลังพยายามจะถลันเข้ามาจับแขนผม แต่กลับถูกพ่อกระชากตัวรั้งเอาไว้แรงๆ
ผมมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยดวงตาที่พร่ามัว ค่อยๆ ยกมือขึ้นไหว้ลาแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินตากฝนพ้นประตูรั้วบ้านหลังใหญ่เบ้อเริ่มออกมา โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
ตอนนั้นผมเปียกปอนไปทั้งตัว ในกระเป๋ากางเกงมีแค่โทรศัพท์เครื่องเดียวกับกุญแจห้องเช่าโง่ๆ แต่เชื่อไหมครับ... ผมกลับยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า ผมรู้สึกโล่งเตียนไปหมด เหมือนโซ่ตรวนเส้นหนาที่ล่ามคอผมมาสิบกว่าปีเพิ่งถูกปลดออก
ผมรีบสับตีนแตกวิ่งฝ่าสายฝนกลับไปที่หอพัก อยากจะรีบไปกอดปอให้แน่นที่สุด อยากไปบอกเธอว่าตอนนี้ผมเป็นแค่ 'ธาม' ผู้ชายธรรมดาๆ ที่พร้อมจะใช้ชีวิตสร้างครอบครัวไปกับเธอแล้ว
...แต่ทว่า...
ใครจะคิดว่าหลังจากผมเปิดประตูห้องเข้าไปด้วยสภาพเปียกมะลอกมะแหลก แล้วบอกเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยรอยยิ้ม... ปอจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
รอยยิ้มดีใจของเธอที่ผมคาดหวังมันเจื่อนลง แววตาที่เคยสุกใสมันวูบไหวคล้ายกับคนกำลังใจสลาย ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกจากฝ่ามือผมช้าๆ
เธอไม่พูดอะไร แต่นับจากวันนั้น เธอก็กลายเป็นคนละคน แบบที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน
จากที่เคยชวนไปกินข้าวแกงใต้หอพักได้เหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอก็บ่นว่าร้อน ชวนไปดูหนัง เธอก็บอกว่าอึดอัดรำคาญ แม้แต่ห้องแคบๆ ที่เราเคยนอนกอดกัน เธอก็บอกให้ผมไปนอนบ้านเพื่อนก่อน ด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า... 'อยากมีพื้นที่ส่วนตัว'
ตอนนั้นผมหน้ามืดตามัว ยอมทนเจ็บปวดทีละนิด หวังแค่ให้เธอยังคงรักผม แม้จะเป็นแค่เศษเสี้ยวที่เธอพอจะเจียดให้ได้ก็ตาม...