“ห้าร้อยปีที่ฝนไม่เคยหยุดถามหาดิน ห้าร้อยปีที่เสียงเพลงบรรเลงไม่จบ ห้าร้อยปีที่วิญญาณสองดวงเวียนว่าย เพียงเพื่อได้ยืนอยู่ในจังหวะเดียวกัน อีกครั้ง ครั้งสุดท้าย”

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm) - 3 บทที่3 อสูรที่มีชีวิตด้วยบทเพลงของผู้อื่น โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีน ,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายแฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สุสาส์นราคะ,นิยายจีน ,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายแฟนตาซี

รายละเอียด

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“ห้าร้อยปีที่ฝนไม่เคยหยุดถามหาดิน ห้าร้อยปีที่เสียงเพลงบรรเลงไม่จบ ห้าร้อยปีที่วิญญาณสองดวงเวียนว่าย เพียงเพื่อได้ยืนอยู่ในจังหวะเดียวกัน อีกครั้ง ครั้งสุดท้าย”

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (The Rainy Rhythm)

°•. เพื่อบรรเลงเพลงรักให้สลักในดวงจิตและดวงใจของเราสอง.•°

เมื่อเสียงเพลงที่บรรเลงไม่จบมาห้าร้อยปี ในที่สุดก็พบหูที่รอฟังมันอยู่

ผู่เหย่ อายุยี่สิบสองปี ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีที่ไม่มีใครอธิบายได้ เขาเล่นดนตรีได้ทุกชนิดโดยไม่เคยเรียน เห็นวิญญาณที่คนอื่นมองไม่เห็น และทุกคืนที่หลับตาลง มีเสียงเพลงที่บรรเลงไม่จบก้องอยู่ในความฝัน

เล่อหยาง อายุยี่สิบห้าปี ชายผู้ควบคุมสายฝนได้ด้วยอารมณ์ของตัวเอง มีสัญชาตญาณที่นำเขาไปหาผู่เยว่ได้เสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และเมื่อสัมผัสผิวหนังของใคร ความทรงจำของอดีตชาติก็ไหลทะลักออกมา

สองคนนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า

พวกเขาคือ วิญญาณที่ผูกพันกันมาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี ข้ามห้าชาติห้าภพ พลัดพรากกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยน้ำมือของคำสาป ของศัตรู และของคำที่ไม่เคยพูดในเวลาที่ควรพูด

และ ชาตินี้คือโอกาสสุดท้าย

“ห้าร้อยปีที่ฝนไม่เคยหยุดถามหาดิน ห้าร้อยปีที่เสียงเพลงบรรเลงไม่จบ ห้าร้อยปีที่วิญญาณสองดวงเวียนว่าย เพียงเพื่อได้ยืนอยู่ในจังหวะเดียวกัน อีกครั้ง ครั้งสุดท้าย”

แนะนำตัวละคร 5ชาติภพ

ผู่เหย่: เว่ยเฉิน // ซูหมิง // เฉินเล่อ // หลิงเยียว

เล่อหยาง: หยูเฟิง // หลานเฉา // ฝานหยู // หยูฉิน

ฉินหมิง: หลิวปาเจิน // เธอหลั่วซง // เซียนหยู // อาจารย์ลู่เฉิง

เสี่ยวปาย: เสี่ยวปาย // เสี่ยวปาย // เสี่ยวปาย // เสี่ยวปาย

มีรายตอนทั้งหมด 8 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 2 (ติดเหรียญตอนที่3)

EBOOK: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา30% 01.05-01.06)

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-1 เสียงที่ลืมไม่ได้ในฤดูวัสสานะ,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-2 ความทรงจำและบาดแผลที่ฝนนำมา,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-3 บทที่3 อสูรที่มีชีวิตด้วยบทเพลงของผู้อื่น,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-4 ศัตรูที่มาในใบหน้าธรรมดา,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-5 ฝนห้าร้อยปีกับหัวใจที่ยังไม่สิ้นรัก,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-6 ผู้ไล่ล่า500ปีคือผู้หลงทางนานที่สุด,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-7 กระจกสะท้อนสิ่งที่หัวใจไม่กล้าแลดู,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-8 บทสุดท้ายที่เขียนด้วยจิตวิญญาณแห่งรัก

เนื้อหา

3 บทที่3 อสูรที่มีชีวิตด้วยบทเพลงของผู้อื่น

ว่ากันว่า ระยะทางที่เจ็บปวดที่สุดในโลก ไม่ใช่ระยะที่ไกล แต่คือระยะที่ใกล้พอที่จะได้ยินเสียงกัน

แต่ไกลพอที่จะไม่สามารถเอื้อมถึง หนึ่งก้าวที่ไม่ได้เดิน นั้นหนักกว่าพันก้าวที่เดินผิดทาง 

เพราะรู้ว่าอยู่ใกล้ แต่ก็ยังไม่ทัน


ณ ปัจจุบัน ฝันที่ไม่ยอมหาย.......

นครฉงชิ่ง  รุ่งเช้าวันพุธ

ผู่เยว่ตื่นขึ้นในเวลาตีสี่

ไม่ใช่ตื่นเพราะเสียงอะไร แต่ตื่นในแบบที่คนตื่นเมื่อฝันบางอย่างที่ไม่ยอมให้นอนต่อ ผ้าปูที่นอนยับในแบบที่บอกว่าเขาพลิกตัวตลอดคืน เหงื่อบางๆ บนหน้าผากแม้อากาศในห้องจะไม่ได้ร้อน

เขานอนมองเพดานในความมืดที่มีแค่แสงไฟถนนกรองผ่านผ้าม่านบางๆ

ฝันที่ตื่นมาจากนั้นยังชัดเจน ชัดกว่าฝันปกติในแบบที่บอกว่ามันไม่ใช่ฝัน

ในฝัน ชาติที่สาม........

ตลาดเมืองใหญ่ในยามเย็น เสียงพ่อค้าแม่ค้า เสียงล้อเกวียน กลิ่นอาหารปิ้งย่าง และในฝูงชนที่เดินผ่านกันไปมา

เขาวิ่ง

วิ่งในแบบที่ฝันบางครั้งทำให้วิ่งได้โดยไม่รู้สึกเหนื่อย แต่ก็ไม่เคยถึงปลายทาง เขาวิ่งตามเสียงดนตรีที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่งในตลาด เสียงที่เขารู้จักดีกว่าชื่อตัวเอง

เสียงของเพลงที่ไม่มีชื่อ

"เขาอยู่ที่นั่น" มีเสียงบอก เสียงเด็กชายที่เขารู้จักในฝัน "เร็วเข้า"

เขาวิ่งเร็วขึ้น ฝูงชนหนาขึ้น ทุกคนที่เดินสวนทางเหมือนกับไม่เห็นเขา ผ่านทะลุในแบบที่ฝันบางครั้งให้ผ่านทะลุสิ่งที่ควรเป็นอุปสรรค

เสียงดนตรีใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น

เขาเลี้ยวซ้ายที่ปลายซอย

ซอยว่าง

เสียงดนตรีหายไปพร้อมกับลม

ตรงปลายซอยนั้น มีผ้าพันชิ้นหนึ่งตกอยู่บนพื้น เป็นผ้าที่ใช้พันกู่ฉิน ยังอุ่นอยู่ราวกับเพิ่งถูกวางลงเมื่อกี้

เขาหยิบผ้านั้นขึ้นมา

และในพริบตาที่สัมผัส ความทรงจำออกมา ความทรงจำของชายที่เดินออกไปจากซอยนั้นเมื่อเพิ่งกี้ ชายที่เล่นดนตรีและไม่รู้ว่ามีคนตามหาเขาอยู่ ชายที่เขาพลาดไปเพียงหนึ่งก้าว

ผู่เยว่ลุกขึ้นนั่ง มองมือของตัวเอง

ยังรู้สึกได้ถึงผ้าที่ไม่มีอยู่จริงในมือ

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เวลาตีสี่สิบเอ็ดนาที เขาเปิดแชทของเล่อหยาง พิมพ์แล้วลบ พิมพ์แล้วลบ สี่ครั้ง

ในที่สุดก็พิมพ์เพียงว่า

"ฝันถึงตลาด ฝันว่าพลาดกันหนึ่งก้าว"

ส่งไป

ไม่คาดหวังคำตอบในเวลาตีสี่

แต่โทรศัพท์สั่นทันที

"เราตื่นอยู่ เราเห็นฝันเดียวกัน"

โบราณ ชาติที่สาม ตลาดใหญ่และเสียงที่พลาดกัน......

สองร้อยปีหลังชาติที่สอง เมืองท่าทางทิศตะวันออก ฤดูใบไม้ร่วง

ในชาติที่สาม วิญญาณของผู่เยว่เกิดมาเป็น ซูหมิง นักดนตรีเร่ร่อน เดินทางจากเมืองหนึ่งสู่เมืองหนึ่ง เล่นดนตรีในตลาดเพื่อแลกอาหารและที่พัก

วิญญาณของเล่อหยางเกิดมาเป็น หลานเฉา พ่อค้าผ้าหนุ่มที่เดินทางตามเส้นทางการค้า

ทั้งสองเกือบพบกันหลายครั้งในปีนั้น

ครั้งแรกที่เมืองท่าทางเหนือ ซูหมิงเล่นดนตรีที่ตลาดในวันที่หลานเฉาออกจากเมืองนั้นไปก่อนรุ่งสาง

ครั้งที่สองที่หมู่บ้านบนภูเขา ซูหมิงพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมเดียวกับที่หลานเฉาเพิ่งจากไปเมื่อวันก่อน

ครั้งที่สามที่เมืองใหญ่กลางแผ่นดิน ซูหมิงเล่นดนตรีในตลาดฝั่งตะวันออก หลานเฉาเดินผ่านตลาดฝั่งตะวันตก ห่างกันแค่สองซอย

ได้ยินเสียงดนตรีในแบบที่คุ้นเคย

แต่มีคนมาชวนคุยการค้าก่อนที่เขาจะตามไป

เสี่ยวปายในชาติที่สาม.........

เสี่ยวปายล่องลอยอยู่ระหว่างทั้งสอง มองดูวิญญาณทั้งสองเดินสวนกันในแผ่นดินกว้าง ใจของเขาที่เป็นผู้รักษาพันธะมาห้าชาติแน่นด้วยความหนักใจ

เขาพยายามนำทาง เขาพยายามส่งสัญญาณ แต่ในชาตินี้พลังเวทย์ของพันธะนั้นบางกว่าชาติก่อน บางเพราะหลิวปาเจินดูดซับไปส่วนหนึ่งในชาติแรกและยังไม่ได้คืน

"หนึ่งก้าว" เสี่ยวปายพูดในความว่างเปล่า "แค่หนึ่งก้าวก็พอ"

แต่หนึ่งก้าวนั้นไม่มาถึง

ตลาดใหญ่ วันที่ใกล้ที่สุด.......

ซูหมิงเล่นดนตรีที่มุมตลาด แสงเงินออกมาจากปลายนิ้วในแบบที่ผู้คนที่ผ่านไปมาหยุดมองโดยไม่รู้ว่าทำไม

หลานเฉาเดินผ่านซอยข้างๆ สองก้าว สามก้าว

หยุด

ได้ยินเสียงดนตรีที่ดังมาจากซอยถัดไป เสียงที่ทำให้หัวใจของเขาขยับในแบบที่ไม่มีเหตุผล

เขาหันศีรษะไปทางเสียง

และในพริบตานั้น คนรับใช้ วิ่งมาจากด้านหลัง

"นางจ้าง! พ่อค้าจากเมืองใต้รอท่านที่โรงเตี๊ยมแล้ว บอกว่าถ้าไม่รีบจะขายผ้าไหมให้คนอื่น"

หลานเฉามองซอยที่เสียงดนตรีมาจาก

มองไม่เห็นอะไรนอกจากปลายซอยที่แคบ

"ไปก่อน" คนรับใช้พูดเร่ง

หลานเฉาหันหลังไปกับคนรับใช้

เสียงดนตรีในซอยถัดไปหายไปในเสียงตลาด

ซุ้มเล็กๆ ในตลาด ยามเย็น.........

ซูหมิงเก็บกู่ฉินในผ้าพัน มองฟ้าที่เปลี่ยนสีในตอนเย็น

เขารู้สึกอะไรบางอย่างตลอดวันนั้น รู้สึกว่ามีบางคนที่ใกล้ ในแบบที่ใกล้กว่าระยะทางจะวัดได้ แต่ก็ยังไม่ถึง

"ยังไม่ถึงอีกครั้ง" เสี่ยวปายนั่งข้างๆ เขาพูดเสียงเบา

"ท่านรู้ว่าข้ารู้สึกอะไรหรือเปล่า?" ซูหมิงถาม

"รู้" เสี่ยวปายพูดตรง "ท่านรู้สึกว่าเขาอยู่ใกล้"

"เขาคือใคร?"

"คนที่ท่านตามหาและตามหาท่านในเวลาเดียวกัน" เสี่ยวปายพูด "แต่วันนี้พลาดกันอีกครั้ง"

"กี่ครั้งแล้ว?" ซูหมิงถาม เสียงนั้นไม่ได้โกรธ แค่เหนื่อย

"สามชาติ" เสี่ยวปายพูดเบา

"และชาตินี้?"

"ยังไม่จบ" เสี่ยวปายพูด "ตราบใดที่ท่านยังมีลมหายใจในชาตินี้ ยังมีโอกาส"

ซูหมิงมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีม่วง

"ข้าต้องทำอะไรบ้าง?"

"เดินทาง" เสี่ยวปายพูด "ไปทางทิศตะวันตก สี่วัน ที่เมืองน้ำนิ่ง"

เมืองน้ำนิ่ง สี่วันต่อมา...

ซูหมิงมาถึงเมืองน้ำนิ่งในตอนเย็น เมืองเล็กที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ น้ำในทะเลสาบนิ่งจนสะท้อนท้องฟ้าในแบบที่ทำให้ไม่รู้ว่าอยู่ใต้ฟ้าหรืออยู่บนฟ้า

ที่โรงเตี๊ยมริมน้ำ เขาเล่นดนตรีเพื่อแลกที่พัก

และในคืนนั้น หลานเฉาซึ่งเดินทางมาถึงเมืองน้ำนิ่งเพื่อซื้อผ้าจากช่างทอในเมือง เดินผ่านโรงเตี๊ยม

ได้ยินเสียงดนตรีจากในโรงเตี๊ยม

หยุด

เปิดประตูเข้าไป

และเห็นชายหนุ่มนั่งเล่นกู่ฉินในแสงโคมของโรงเตี๊ยม แสงเงินจางๆ รอบปลายนิ้ว ในแบบที่หลานเฉาไม่เคยเห็นมาก่อน

ซูหมิงเล่นจบบทหนึ่ง เงยหน้าขึ้น

ทั้งสองมองกันในแสงโคม

ในพริบตานั้น บางอย่างในทั้งสองจำกัน ในแบบที่ลึกกว่าการจำหน้า

"ท่านมาถึงแล้ว" ซูหมิงพูดเสียงเบา ในแบบที่พูดกับคนที่รอมานาน

"ข้าได้ยินเสียงดนตรีของท่านมาตลอดปี" หลานเฉาพูดเสียงที่ยังสับสนอยู่เล็กน้อย "แต่ไม่เคยพบตัว"

"แต่ตอนนี้พบแล้ว" ซูหมิงพูด

"ตอนนี้พบแล้ว" หลานเฉาพูดซ้ำ

เมืองน้ำนิ่ง สามวันที่สั้นที่สุด........

สามวันในเมืองน้ำนิ่งนั้น ทั้งสองอยู่ด้วยกันในแบบที่สองคนที่รอกันมานานอยู่ด้วยกัน ไม่มีเวลาเสีย ทุกชั่วโมงมีความหมาย

ซูหมิงเล่นดนตรีให้หลานเฉาฟังทุกเช้าริมทะเลสาบ หลานเฉาเล่าเรื่องการเดินทางให้ซูหมิงฟัง ทั้งสองพูดถึงสิ่งที่ไม่ได้พูดในชาติก่อนๆ พูดในแบบที่รู้สึกว่าต้องพูดในตอนนี้เพราะเวลานั้นไม่แน่นอน

"ข้าฝันเรื่องท่านมานานแล้ว" หลานเฉาพูดในเช้าวันที่สอง

"ฝันว่าอะไร?"

"ฝันว่าเราเคยพบกันในหุบเขา มีดนตรีและฝน และข้ายืนอยู่ในฝนและไม่อยากออกไป"

ซูหมิงมองทะเลสาบที่นิ่ง

"ข้าก็ฝัน" เขาพูด "ฝันว่ามีชายยืนอยู่ในฝน รอข้าในแบบที่รอมานานมาก"

"และท่านรู้จักชายในฝันนั้นไหม?"

"รู้จักในแบบที่ลึกกว่าชาตินี้" ซูหมิงพูด มองหลานเฉา

ทะเลสาบน้ำนิ่งสะท้อนท้องฟ้าในเช้านั้น ในแบบที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างฟ้าจริงกับฟ้าในน้ำ

วันที่สี่ สิ่งที่ขวาง.........

หลิวปาเจินมาถึงเมืองน้ำนิ่งในคืนวันที่สาม

ในชาติที่สาม เขาเกิดในร่างของ เธอหลั่วซง พ่อค้าสงครามที่ขายอาวุธให้ทั้งสองฝ่าย ร่างกายที่แก่กว่าในชาติแรกมาก แต่พลังเวทย์ในนั้นเดิม มืดและดูดซับในแบบที่เสี่ยวปายรู้จักดี

เขาพบซูหมิงคนเดียวที่ริมทะเลสาบตอนเย็น ในวันที่หลานเฉาออกไปตลาดซื้อผ้า

"นักดนตรีเร่ร่อน" เธอหลั่วซงพูดเสียงที่ดูเป็นมิตร "ข้าได้ยินชื่อท่านมาตลอดทาง บอกว่าเล่นดนตรีได้งดงามเป็นพิเศษ"

"ท่านต้องการอะไร?" ซูหมิงถามตรง เพราะเสี่ยวปายเตือนเขาไว้แล้วว่าจะมีคนมา

"ต้องการได้ยินท่านเล่น" เธอหลั่วซงพูด "แค่นั้น"

"ข้าไม่เล่นให้คนที่มีพลังเวทย์มืด" ซูหมิงพูดตรง

เธอหลั่วซงยิ้ม ไม่ใช่รอยยิ้มที่อบอุ่น

"ท่านรู้จักพลังเวทย์" เขาพูด "น่าสนใจ ในชาติแรกท่านไม่รู้"

ซูหมิงหยุดนิ่ง

"ท่านรู้เรื่องชาติแรก" เขาพูดเสียงเงียบ

"ข้ารู้ทุกชาติ" เธอหลั่วซงพูดเสียงเรียบ "เพราะข้าอยู่ในทุกชาติ"

"เจ้าคือใคร?"

เธอหลั่วซงไม่ตอบ แต่ยกมือขึ้น และในฝ่ามือของเขา มีแสงสีดำวนอยู่ในแบบที่ซูหมิงจำได้จากความทรงจำที่ไม่ใช่ความทรงจำของชาตินี้

"ท่านคือคนที่ดูดซับพลังเวทย์จากข้าในชาติแรก" ซูหมิงพูดเสียงเย็นลง

"ข้าแค่ยืมบางส่วน" เธอหลั่วซงพูด "และในชาตินี้ ข้าต้องการคืน"

"คืน?"

"หรือพูดให้ถูกกว่านั้น" เขาพูด "ข้าต้องการส่วนที่เหลือ"

ก่อนที่ซูหมิงจะตอบ หลานเฉาเดินกลับมาจากตลาด เห็นซูหมิงและชายแก่ยืนอยู่ด้วยกัน

"มีปัญหาหรือเปล่า?" เขาถาม

เธอหลั่วซงมองหลานเฉา มองในแบบที่ประเมิน

"ไม่มีปัญหา" เขาพูด ยิ้มอีกครั้งแล้วหันไปเดิน "คืนนี้ข้าจะรอ ท่านจะตัดสินใจเองในที่สุด"

เขาเดินออกไปในแสงเย็น

คืนนั้น ริมทะเลสาบ....

ซูหมิงเล่าทุกอย่างให้หลานเฉาฟัง รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติแรก รวมถึงเสี่ยวปายที่เขาเห็นมาตลอด รวมถึงความรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่ใช่ชีวิตแรกและคนข้างหน้าเขาไม่ใช่คนแปลกหน้า

หลานเฉาฟังทั้งหมดโดยไม่ขัด

"ข้าเชื่อท่าน" เขาพูดเมื่อซูหมิงเล่าจบ

"เพราะ?"

"เพราะข้ารู้สึกสิ่งที่ท่านพูดมาตลอด" หลานเฉาพูดตรง "รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ค้างอยู่ มีบางคนที่รอ และตอนนี้รู้แล้วว่ารอใคร"

"และชายที่มาหาข้าตอนเย็น?"

"เราจะจัดการด้วยกัน" หลานเฉาพูดเสียงที่มั่นคง "ไม่มีการตัดสินใจคนเดียวอีกต่อไป สัญญาในชาติที่สองว่าจะไม่ตัดสินใจแทนกัน ข้าจำได้แม้ไม่รู้ว่าจำมาจากไหน"

ซูหมิงมองหลานเฉาในแสงจันทร์ที่สะท้อนจากทะเลสาบ

"ท่านจำได้?"

"รู้สึก" หลานเฉาแก้ "ไม่แน่ใจว่าจำหรือรู้สึก แต่มันอยู่ในตัวข้า"

รุ่งเช้า การต่อสู้ครั้งแรก..........

เธอหลั่วซงมารอที่ประตูโรงเตี๊ยมในรุ่งสาง

"ตัดสินใจแล้วหรือยัง?" เขาถามเสียงเรียบ

"ตัดสินแล้ว" ซูหมิงพูด หลานเฉายืนข้างๆ "ข้าจะไม่ให้สิ่งที่ท่านต้องการ"

เธอหลั่วซงมองทั้งสองในแสงรุ่งสาว สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน

"น่าเสียดาย" เขาพูด ยกมือขึ้น

พลังเวทย์สีดำออกมาจากฝ่ามือในแบบที่ออกมาเมื่อเขาต้องการดูดซับ มุ่งตรงมาที่ซูหมิง

หลานเฉาก้าวมาขวาง พลังเวทย์ความชื้นออกมาจากตัวเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ออกมาในแบบที่ออกเมื่อบางอย่างในตัวเขาตอบสนองต่ออันตราย

พลังเวทย์สีดำปะทะกับความชื้น เสียงที่ไม่ใช่เสียงปกติในอากาศรุ่งสาง

เธอหลั่วซงถอยสองก้าว มองหลานเฉา

"วิญญาณฝน" เขาพูดเสียงที่เปลี่ยนไป ในนั้นมีบางอย่างที่ไม่ใช่แค่การประเมิน แต่เป็นบางอย่างที่เก่ากว่า "ข้าลืมไปว่าท่านมีพลังเวทย์นั้น"

"ออกไปจากที่นี่" หลานเฉาพูดเสียงนิ่ง

เธอหลั่วซงมองทั้งสองอีกครั้ง แล้วก็หันไป

"ชาตินี้ข้าแพ้" เขาพูดเดินออกไป "แต่ยังมีชาติต่อไป และข้าจะมาในแบบที่ท่านไม่คาดคิด"

เขาเดินออกไปในแสงรุ่งสาง

ในอากาศที่ยังมีความชื้นค้างอยู่จากที่หลานเฉาปล่อยออกมา

แต่ชาติที่สามก็ยังไม่สมบูรณ์...

เพราะเธอหลั่วซงไม่ได้แค่จากไป

สิ่งที่เขาทำก่อนจากคือเสกคำสาปเล็กๆ ที่ไม่ได้กั้นทั้งสองออกจากกัน แต่กั้นพลังเวทย์พันธะ ทำให้พลังเวทย์ที่ร้อยระหว่างทั้งสองนั้นบางลงอีกชั้น

และในปีนั้น โรคระบาดที่แล่นมาตามเส้นทางการค้าคร่าชีวิตหลายคนในเมืองน้ำนิ่ง

ซูหมิงไม่ป่วย แต่หลานเฉาป่วย

และครั้งนี้ หลานเฉาจากไปก่อน

ในคืนสุดท้ายนั้น เขาจับมือซูหมิง ความชื้นในอากาศออกมาบางๆ รอบพวกเขา

"ข้าจะรออยู่ที่ไหนบางแห่ง" หลานเฉาพูดเสียงที่อ่อน "ท่านจะตามมาได้เสมอ"

"ข้าจะตาม" ซูหมิงพูด "ในทุกชาติ ไม่มีครั้งไหนที่จะหยุด"

"สัญญา?"

"สัญญา"

ฝนตกในคืนนั้น หนักที่สุดในรอบปี

ณ ปัจจุบัน เช้าวันพฤหัสบดี...........

นครฉงชิ่ง  คาเฟ่ข้างสถานีรถไฟฟ้า

ผู่เยว่และเล่อหยางนั่งอยู่ด้วยกันในตอนเช้า หลังจากที่ผู่เยว่ส่งข้อความตีสี่และเล่อหยางนัดพบในเช้า

"ชาติที่สาม" เล่อหยางพูด มองกาแฟในมือ "เราเห็นผ่านความทรงจำที่สัมผัสได้จากเธอ บางส่วน"

"เราฝันเห็นชัดมากคืนนี้" ผู่เยว่พูด "ชัดกว่าทุกครั้ง เหมือนบางสิ่งในตัวเราพยายามบอกบางอย่างให้เร็วขึ้น"

"หรือมีบางอย่างที่ทำให้บางสิ่งในตัวท่านตื่นตัวขึ้น" เสี่ยวปายที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างๆ พูดเสียงเบาที่มีแค่สองคนได้ยิน

เล่อหยางหยิบโทรศัพท์ขึ้นพิมพ์ส่งให้ผู่เยว่

"เสี่ยวปายบอกว่ามีบางอย่างทำให้ความทรงจำในชาติก่อนตื่นตัวขึ้น"

ผู่เยว่อ่านแล้วมองเสี่ยวปาย แม้เขาจะมองไม่เห็นเสี่ยวปายชัดเจนเหมือนเล่อหยาง แต่รู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ที่เก้าอี้นั้น

"บางอย่างคืออะไร?" ผู่เยว่ถามตรงไปที่เก้าอี้นั้น

เสี่ยวปายมองเล่อหยาง รอให้แปลผ่านโทรศัพท์

เล่อหยางพิมพ์

"หลิวปาเจินอยู่ในเมืองนี้ เสี่ยวปายรู้สึกได้เมื่อคืน"

ผู่เยว่นิ่งสักพัก

"ใครคือหลิวปาเจิน?" เขาถามเสียงเงียบ แม้จะรู้สึกว่าเขารู้คำตอบอยู่แล้วในระดับที่ลึกกว่าการถาม

เสี่ยวปายเล่า ความจริงที่รอห้าร้อยปี......

เสี่ยวปายพูด เล่อหยางแปลผ่านโทรศัพท์ให้ผู่เยว่อ่าน

"หลิวปาเจินไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เขาเป็น อสูรผู้รวบรวม สิ่งที่มีชีวิตมาห้าร้อยกว่าปีด้วยพลังเวทย์ที่ดูดซับมาจากวิญญาณอื่น"

"อสูรที่มีชีวิตด้วยพลังเวทย์ของผู้อื่น" ผู่เยว่พูดซ้ำ

"พลังเวทย์ในเสียงดนตรีของท่านนั้นพิเศษกว่าพลังเวทย์อื่นที่เขาเคยพบ มันเป็นพลังเวทย์ของวิญญาณที่ผูกพันกันข้ามชาติ พลังเวทย์ที่มีทั้งความรักความเจ็บปวดและความพยายามของหลายชาติรวมอยู่ในนั้น ถ้าเขาได้พลังเวทย์นั้นครบ เขาจะอยู่ได้อีกห้าร้อยปี"

"ครบ แปลว่าเขาได้ไปบางส่วนแล้ว"

"ในชาติแรก เขาดูดซับพลังเวทย์พันธะส่วนหนึ่งออกไป นั้นคือสาเหตุที่แต่ละชาติพบกันได้ยากขึ้น และในชาติที่สาม เขาเสกคำสาปเพิ่มอีกชั้น"

"แล้วชาติที่สี่?" ผู่เยว่ถาม

เสี่ยวปายเงียบสักพัก

เล่อหยางมองเสี่ยวปาย ในดวงตาเด็กชายมีบางอย่างที่บอกว่าชาติที่สี่นั้นยังหนักกว่าที่เล่า

"ชาติที่สี่นั้นเจ็บปวดที่สุด" เสี่ยวปายพูดเสียงเบา "เพราะในชาตินั้น เขาไม่ได้แค่ขัดขวาง เขาใช้วิธีที่โหดร้ายกว่า"

อดีต ชาติที่สี่ เมืองดนตรีและกับดักที่วางไว้.......

หนึ่งร้อยห้าสิบปีหลังชาติที่สาม เมืองดนตรี เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องนักดนตรีที่ดีที่สุดในแผ่นดิน

ในชาติที่สี่ วิญญาณของผู่เยว่เกิดมาเป็น เฉินเล่อ นักดนตรีชื่อดังในเมืองดนตรี เล่นได้ทุกเครื่องดนตรี แต่ขึ้นชื่อที่สุดกับกู่เจิงที่เสียงออกมาเป็นแสงเงินเสมอ

วิญญาณของเล่อหยางเกิดมาเป็น ฝานหยู นักเดินทางที่มาถึงเมืองดนตรีตามเสียงที่เขาได้ยินในฝัน

ทั้งสองพบกันในวันแรกที่ฝานหยูมาถึงเมือง

เฉินเล่อเล่นดนตรีในลานกลางเมือง ฝานหยูได้ยินเสียงและเดินตามมา

และในครั้งนี้ ทั้งสองรู้จักกันเร็วกว่าทุกชาติที่ผ่านมา รู้จักในแบบที่บอกว่าพันธะที่สะสมมาสี่ชาตินั้นแข็งแกร่งพอที่จะข้ามความไม่รู้จักของชาตินี้

"ท่านตามเสียงมา" เฉินเล่อพูดเมื่อเล่นจบ มองฝานหยูที่ยืนอยู่ขอบลาน

"ข้าตามมาจากที่ไกลมาก" ฝานหยูพูด "ได้ยินเสียงในฝันมาตลอดปี จนต้องออกมาตามหา"

"และพบแล้ว"

"พบแล้ว"

แต่ในชาติที่สี่ หลิวปาเจินมาในร่างของ อาจารย์เซียนหยู นักดนตรีผู้อาวุโสที่เป็นที่เคารพในเมืองดนตรี

เขาไม่โจมตีตรงๆ ในชาตินี้

เขาใช้ความไว้วางใจ

วัดดนตรีนอกเมือง ฤดูหนาว........

อาจารย์เซียนหยูมาหาเฉินเล่อในฐานะที่ปรึกษา เสนอที่จะช่วยให้เฉินเล่อเล่นดนตรีได้ดีขึ้น ดีพอที่จะแสดงในพระราชวัง

เฉินเล่อไม่รู้สึกอะไรผิดปกติในอาจารย์เซียนหยู เพราะในชาตินี้ร่างนี้ยังไม่จำในแบบที่ซูหมิงจำในชาติที่สาม

เขาตอบรับคำเสนอ

แต่เสี่ยวปายรู้ทันที

"ท่านเชื่ออาจารย์คนนั้นไม่ได้" เสี่ยวปายมาบอกเฉินเล่อในคืนนั้น

"ท่านคือใคร?" เฉินเล่อถาม ในชาตินี้เขาไม่คุ้นเคยกับเสี่ยวปาย

"ข้าคือผู้รักษาพันธะ" เสี่ยวปายพูด "และอาจารย์ที่มาหาท่านนั้นไม่ใช่อาจารย์ธรรมดา เขาต้องการพลังเวทย์ในดนตรีของท่าน"

"ทำไมท่านถึงรู้?"

"เพราะข้าเห็นเขามาสี่ชาติแล้ว" เสี่ยวปายพูดตรง

เฉินเล่อมองเด็กชายที่ลอยอยู่ในอากาศหน้าเขา ในดวงตาเล็กๆ นั้นมีบางอย่างที่หนักกว่าอายุที่เห็น

"ข้าต้องบอกชายที่มาจากที่ไกล" เฉินเล่อพูด

"ใช่" เสี่ยวปายพูด "และข้าต้องการให้ท่านรู้บางอย่างก่อน บางอย่างเกี่ยวกับพลังเวทย์ที่ท่านมี และเกี่ยวกับคนที่มาตามหาท่าน"

และในคืนนั้น เสี่ยวปายเล่าทุกอย่างให้เฉินเล่อฟัง ทั้งสี่ชาติที่ผ่านมา ทั้งพันธะ ทั้งหลิวปาเจิน

เฉินเล่อฟังในความเงียบ

"แล้วชายที่มาตามหาข้า คือวิญญาณฝน?"

"ใช่"

"และเราเวียนว่ายมาสี่ชาติแล้วโดยไม่สมบูรณ์"

"ใช่"

"ชาตินี้จะสมบูรณ์ได้ไหม?"

เสี่ยวปายเงียบ นานกว่าที่ควร

"ถ้าหลิวปาเจินไม่สำเร็จ" เขาพูดในที่สุด "มีโอกาส"

แต่หลิวปาเจินเก่งกว่าที่คิด.......

ในชาติที่สี่ เขาไม่ได้ดูดซับพลังเวทย์ตรงๆ

เขาสอนดนตรี และในบทเรียนแต่ละบท เขาค่อยๆ ดูดซับทีละน้อย ทีละนิด ในแบบที่ช้าพอที่เฉินเล่อไม่รู้สึก

และในวันที่เฉินเล่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พลังเวทย์พันธะที่เหลืออยู่นั้นเหลือน้อยมาก

ฝานหยูมาช่วยทันเวลาพอที่จะหยุดกระบวนการ แต่ไม่ทันพอที่จะคืนสิ่งที่หายไปแล้ว

การต่อสู้ในวัดดนตรีนอกเมืองในคืนนั้นรุนแรงที่สุดในทุกชาติที่ผ่านมา ฝานหยูและเฉินเล่อต่อสู้ด้วยกัน พลังเวทย์ฝนของฝานหยูปะทะกับพลังเวทย์ดูดซับของหลิวปาเจิน

หลิวปาเจินถอยออกไปในที่สุด แต่ไม่ก่อนที่จะเสกคำสาปที่สาม

คำสาปที่ทำให้พลังเวทย์พันธะที่เหลืออยู่นั้นหดตัวลงเหลือน้อยมาก น้อยจนในชาติที่ห้า ถ้าทั้งสองไม่พบกันในเวลาที่ถูกต้อง พันธะจะขาดถาวร

แต่ในชาติที่สี่ ทั้งสองอยู่ด้วยกันจนจบชีวิต อยู่ด้วยกันในเมืองดนตรีจนแก่ และนั้นคือชาติแรกที่ใกล้สมบูรณ์ที่สุด

ยังไม่สมบูรณ์ เพราะพลังเวทย์พันธะที่หลิวปาเจินดึงออกไปนั้นยังไม่ได้คืน แต่ใกล้ที่สุด

ปัจจุบัน สิ่งที่ต้องทำในชาตินี้........

ฉงชิ่ง  คาเฟ่ข้างสถานีรถไฟฟ้า

เล่อหยางแปลทุกอย่างที่เสี่ยวปายเล่าส่งให้ผู่เยว่อ่านทีละข้อความ

ผู่เยว่อ่านอย่างเงียบ อ่านในแบบที่คนอ่านเมื่อพวกเขาอ่านสิ่งที่สำคัญมาก

เมื่ออ่านจบ เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ มองออกไปที่ถนนนอกกระจก ฝนที่ยังตกอยู่บางๆ

"ห้าชาติ" เขาพูดเสียงเงียบ "สี่ชาติที่ผ่านมาเราสู้กับสิ่งเดิมในรูปแบบต่างๆ และยังไม่สมบูรณ์"

"ชาตินี้ต่างออกไป" เล่อหยางพูด

"ต่างอย่างไร?"

เสี่ยวปายพูด เล่อหยางพิมพ์

"ต่างเพราะในชาตินี้ พันธะที่เหลืออยู่นั้นน้อยที่สุด แต่ท่านทั้งสองรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แล้วว่าศัตรูคือใคร และรู้แล้วว่าต้องทำอะไร ในชาติก่อนๆ ท่านสู้โดยไม่รู้ว่าสู้กับอะไร ชาตินี้รู้"

"และสิ่งที่ต้องทำคืออะไร?" ผู่เยว่ถาม

"สองสิ่ง สิ่งแรก หยุดหลิวปาเจินไม่ให้ดูดซับพลังเวทย์พันธะที่เหลืออยู่ สิ่งที่สอง คืนพลังเวทย์พันธะที่เขาดูดซับไปในสี่ชาติที่ผ่านมา"

"คืนได้อย่างไร?" เล่อหยางถามเสี่ยวปายโดยตรง

เสี่ยวปายเงียบอยู่นาน

"เราไม่รู้ทั้งหมด" เขาพูดในที่สุด "แต่รู้ว่าพลังเวทย์พันธะนั้นออกมาจากสองสิ่ง จากเสียงดนตรีของผู่เยว่ และจากพลังเวทย์ฝนของเล่อหยาง สองสิ่งนั้นเมื่อทำงานร่วมกัน จะสร้างพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งพอที่จะดึงสิ่งที่หายไปกลับมา"

"ทำงานร่วมกันในแบบไหน?" ผู่เยว่ถาม

เสี่ยวปายมองทั้งสองในแบบที่เขามองเมื่อเขาจะพูดสิ่งที่สำคัญ

"เล่นดนตรีในฝน" เขาพูดเสียงเบา "เล่นเพลงที่ไม่มีชื่อ ในฝนจริงๆ ไม่ใช่ในอาคาร ในที่โล่ง ในเวลาที่ทั้งคู่พร้อม และในขณะที่เล่น เล่อหยางต้องปล่อยพลังเวทย์ฝนออกมาเต็มที่ ไม่กักไว้"

"แค่นั้น?"

"แค่นั้น" เสี่ยวปายพูด "แต่หลิวปาเจินรู้เรื่องนี้ด้วย และเขาจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น"

เล่อหยางวางโทรศัพท์ลง มองผู่เยว่

"เธอพร้อมไหม?" เขาถาม

ผู่เยว่มองเล่อหยาง ในดวงตาที่มีความทรงจำสี่ชาติสะสมอยู่

"เราพร้อมมาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีแล้ว" เขาพูดเสียงเบาและตรง

ฝนนอกกระจกหนักขึ้นเล็กน้อย

และในหน้าต่างของร้านกาแฟที่ตกแต่งด้วยเครื่องแก้ว เงาหนึ่งยืนอยู่ข้างนอก มองเข้ามาในร้าน

เงาของชายในชุดดีที่เสี่ยวปายจำได้จากทุกชาติ

ตาของเงานั้นพบกับดวงตาของผู่เยว่ แค่วินาทีเดียวก่อนจะหันออกไปในสายฝน

ผู่เยว่รู้สึกบางอย่างที่ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นการจำ การจำที่ลึกกว่าชาตินี้

"เขาอยู่นอกร้าน" ผู่เยว่พูดเสียงเงียบ

เล่อหยางหันไปมองหน้าต่าง ไม่เห็นเงานั้นแล้ว แต่รู้สึกถึงความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้นจากตัวเขาเองในแบบที่เกิดขึ้นเมื่อเขารู้สึกอันตราย

"เราต้องเตรียมตัว" เขาพูดเสียงนิ่ง

"เตรียมตัวอย่างไร?"

เสี่ยวปายพูดเสียงเบาให้เล่อหยางฟัง

"ต้องหาสถานที่ ต้องหาคืนที่ฝนตกหนักพอ และต้องทำก่อนที่หลิวปาเจินจะดูดซับพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ออกไป"

"เหลือเวลาเท่าไหร่?"

เสี่ยวปายมองมือของผู่เยว่ ในแสงของร้านกาแฟ แสงเงินบางๆ ออกมาจากปลายนิ้วโดยไม่มีเปียโนอยู่ใกล้ๆ ออกมาในแบบที่ออกเมื่อพลังเวทย์พันธะตอบสนองต่อบางอย่าง

"พลังเวทย์พันธะที่เหลือนั้น" เสี่ยวปายพูดเสียงที่เบาและหนักพร้อมกัน "เหลืออยู่ราวๆ สามสัปดาห์ก่อนที่มันจะบางพอที่หลิวปาเจินจะดูดซับได้โดยไม่ต้องให้ผู่เยว่เล่นดนตรีให้ฟัง"

"สามสัปดาห์" เล่อหยางพูดซ้ำ

"สามสัปดาห์"


"ชาติที่สามที่พลาดกันหนึ่งก้าว และอสูรที่มีชีวิตด้วยเพลงของผู้อื่น" หนึ่งก้าวนั้นไม่ใช่ระยะทาง มันคือสิ่งที่ไม่ได้ทำในเวลาที่ควรทำ และอสุรที่มีชีวิตด้วยเพลงของผู้อื่นนั้น ไม่ได้น่ากลัวเพราะแข็งแกร่ง แต่เพราะรู้ว่าเพลงใดมีค่า และรอจนกว่าจะได้มัน ด้วยความอดทนที่ห้าร้อยปียังไม่หมด

..สุสาส์นราคะ..