“ห้าร้อยปีที่ฝนไม่เคยหยุดถามหาดิน ห้าร้อยปีที่เสียงเพลงบรรเลงไม่จบ ห้าร้อยปีที่วิญญาณสองดวงเวียนว่าย เพียงเพื่อได้ยืนอยู่ในจังหวะเดียวกัน อีกครั้ง ครั้งสุดท้าย”

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm) - 2 ความทรงจำและบาดแผลที่ฝนนำมา โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีน ,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายแฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สุสาส์นราคะ,นิยายจีน ,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายแฟนตาซี

รายละเอียด

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“ห้าร้อยปีที่ฝนไม่เคยหยุดถามหาดิน ห้าร้อยปีที่เสียงเพลงบรรเลงไม่จบ ห้าร้อยปีที่วิญญาณสองดวงเวียนว่าย เพียงเพื่อได้ยืนอยู่ในจังหวะเดียวกัน อีกครั้ง ครั้งสุดท้าย”

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (The Rainy Rhythm)

°•. เพื่อบรรเลงเพลงรักให้สลักในดวงจิตและดวงใจของเราสอง.•°

เมื่อเสียงเพลงที่บรรเลงไม่จบมาห้าร้อยปี ในที่สุดก็พบหูที่รอฟังมันอยู่

ผู่เหย่ อายุยี่สิบสองปี ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีที่ไม่มีใครอธิบายได้ เขาเล่นดนตรีได้ทุกชนิดโดยไม่เคยเรียน เห็นวิญญาณที่คนอื่นมองไม่เห็น และทุกคืนที่หลับตาลง มีเสียงเพลงที่บรรเลงไม่จบก้องอยู่ในความฝัน

เล่อหยาง อายุยี่สิบห้าปี ชายผู้ควบคุมสายฝนได้ด้วยอารมณ์ของตัวเอง มีสัญชาตญาณที่นำเขาไปหาผู่เยว่ได้เสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และเมื่อสัมผัสผิวหนังของใคร ความทรงจำของอดีตชาติก็ไหลทะลักออกมา

สองคนนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า

พวกเขาคือ วิญญาณที่ผูกพันกันมาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี ข้ามห้าชาติห้าภพ พลัดพรากกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยน้ำมือของคำสาป ของศัตรู และของคำที่ไม่เคยพูดในเวลาที่ควรพูด

และ ชาตินี้คือโอกาสสุดท้าย

“ห้าร้อยปีที่ฝนไม่เคยหยุดถามหาดิน ห้าร้อยปีที่เสียงเพลงบรรเลงไม่จบ ห้าร้อยปีที่วิญญาณสองดวงเวียนว่าย เพียงเพื่อได้ยืนอยู่ในจังหวะเดียวกัน อีกครั้ง ครั้งสุดท้าย”

แนะนำตัวละคร 5ชาติภพ

ผู่เหย่: เว่ยเฉิน // ซูหมิง // เฉินเล่อ // หลิงเยียว

เล่อหยาง: หยูเฟิง // หลานเฉา // ฝานหยู // หยูฉิน

ฉินหมิง: หลิวปาเจิน // เธอหลั่วซง // เซียนหยู // อาจารย์ลู่เฉิง

เสี่ยวปาย: เสี่ยวปาย // เสี่ยวปาย // เสี่ยวปาย // เสี่ยวปาย

มีรายตอนทั้งหมด 8 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 2 (ติดเหรียญตอนที่3)

EBOOK: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา30% 01.05-01.06)

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-1 เสียงที่ลืมไม่ได้ในฤดูวัสสานะ,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-2 ความทรงจำและบาดแผลที่ฝนนำมา,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-3 บทที่3 อสูรที่มีชีวิตด้วยบทเพลงของผู้อื่น,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-4 ศัตรูที่มาในใบหน้าธรรมดา,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-5 ฝนห้าร้อยปีกับหัวใจที่ยังไม่สิ้นรัก,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-6 ผู้ไล่ล่า500ปีคือผู้หลงทางนานที่สุด,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-7 กระจกสะท้อนสิ่งที่หัวใจไม่กล้าแลดู,จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)-8 บทสุดท้ายที่เขียนด้วยจิตวิญญาณแห่งรัก

เนื้อหา

2 ความทรงจำและบาดแผลที่ฝนนำมา

ว่ากันว่า ความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดนั้นไม่ได้อยู่ในหัว มันอยู่ในมือที่จำการสัมผัส ในหูที่จำเสียง ในหัวใจที่จำความสูญเสีย และเมื่อฝนตกในคืนที่ถูกต้อง ทุกอย่างที่ลืมในชาตินี้ กลับมาพร้อมกันในพริบตา ในแบบที่ทำให้รู้ว่า บางสิ่งนั้นไม่เคยลืมได้จริงๆ


ปัจจุบัน คืนที่สองหลังพบกัน....

เมืองฉงชิ่ง  คืนวันอาทิตย์

ฝนยังตกอยู่

เล่อหยางนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างในร้านกาแฟเล็กๆ ที่เปิดดึก มองออกไปที่ถนนที่เปียกในแสงไฟสีส้ม โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะ เปิดอยู่ที่หน้าที่เขาพิมพ์เบอร์โทรของผู่เยว่ไว้เมื่อคืนวันศุกร์ แต่ยังไม่ได้กด

เขาสั่งกาแฟมาหนึ่งแก้วตั้งนานแล้วและดื่มไปสองอึก

"ท่านนั่งมาสองชั่วโมงแล้ว"

เสียงเด็กชายจากเก้าอี้ตรงข้าม

เล่อหยางมองข้ามโต๊ะ เด็กชายในชุดโบราณที่เขาเห็นครั้งแรกเมื่อคืนวันศุกร์นั่งอยู่ตรงหน้าเขา ในร้านกาแฟที่มีลูกค้าอีกสี่คนซึ่งไม่มีใครสังเกตเห็นเด็กชายคนนั้น

เล่อหยางเรียนรู้เร็วว่าไม่ควรพูดกับสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นในที่สาธารณะ

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์

"เจ้าหนู เทอเป็นใคร"

เด็กชายมองโทรศัพท์ในมือของเขาแล้วพยักหน้าในแบบที่เข้าใจว่าต้องพูดผ่านทางไหน

"ข้าชื่อเสี่ยวปาย ผู้รักษาพันธะระหว่างท่านและผู่เยว่" เด็กชายพูดเบาๆ "ข้าอยู่กับพันธะนี้มาตั้งแต่ชาติแรก ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีที่แล้ว"

เล่อหยางพิมพ์ต่อ

"ทำไมถึงเพิ่งมาบอกตอนนี้"

"เพราะชาตินี้คือชาติที่ห้า" เสี่ยวปายพูด "และเป็นโอกาสสุดท้าย ในสี่ชาติที่ผ่านมา ข้าพยายามนำทั้งสองมาพบกัน แต่ทุกครั้งมีบางอย่างขวาง บางครั้งเป็นชะตากรรม บางครั้งเป็นคำสาป บางครั้งเป็นเพียงความกลัวของท่านทั้งสอง"

"คำสาป"

"มีผู้ที่ไม่ต้องการให้พันธะนี้สมบูรณ์" เสี่ยวปายพูดเสียงที่เบาลง "มีมาตั้งแต่ชาติแรก และยังอยู่ในชาตินี้"

เล่อหยางวางโทรศัพท์ลง มองเสี่ยวปายในแสงไฟส้มของร้านกาแฟ

"เราต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในชาติก่อนๆ" เขาพูดเสียงเงียบจนแทบไม่ได้ยิน

"ท่านจะรู้" เสี่ยวปายพูด "เมื่อท่านพร้อมรับมัน เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่รับได้ง่ายๆ"

เล่อหยางมองฝนนอกกระจก

แล้วก็กดโทรหาผู่เยว่

สามสิบนาทีต่อมา.........

ผู่เยว่เดินเข้าร้านกาแฟในเสื้อกันหนาวบาง เรายังเปียกจากที่วิ่งมาในฝน มองรอบๆ ก่อนที่สายตาจะพบเล่อหยาง

เขาเดินมานั่งตรงข้าม สั่งชาร้อน

ทั้งสองนั่งเงียบสักพัก ในแบบที่คนแปลกหน้าที่รู้สึกว่าไม่แปลกหน้านั่งเงียบ ไม่อึดอัด แต่ยังหาจุดเริ่มต้นไม่ได้

"เมื่อคืน" ผู่เยว่พูดก่อน "หลังจากแยกกัน เราฝัน"

"ฝันเรื่องอะไร?"

"ฝันว่าอยู่ในหุบเขา มีลำธาร มีไม้ไผ่ และมีฝนตก" ผู่เยว่พูดช้าๆ ในแบบที่คนพูดเมื่อพวกเขาพูดสิ่งที่ฟังดูแปลก "มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ในฝน มองหาบางอย่าง และในฝันนั้นเรารู้ว่าเขามองหาเรา"

เล่อหยางนิ่ง

"ชายในฝันนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร?" เขาถาม

"เราไม่เห็นหน้า" ผู่เยว่พูด "แต่รู้จักคนๆนั้น ในแบบที่ลึกกว่าการมองเห็น"

เล่อหยางยื่นมือข้ามโต๊ะช้าๆ ไม่รีบ ให้ผู่เยว่มีเวลา

"ขอสัมผัสมือเธอได้ไหม?" เขาถามตรง "เราสามารถเห็นบางอย่างจากการสัมผัส บางอย่างที่อาจอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น"

ผู่เยว่มองมือที่ยื่นออกมา มองในแบบที่คนมองเมื่อพวกเขาตัดสินใจว่าจะไว้ใจหรือไม่

แล้วก็วางมือลงในมือของเล่อหยาง

ในพริบตาที่สัมผัสกัน

เล่อหยางเห็นบางอย่าง

ไม่ใช่ภาพที่ชัดเจนในแบบภาพยนตร์ แต่เป็นความรู้สึก เป็นอารมณ์ เป็นชิ้นส่วนของสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติก่อนที่ยังค้างอยู่ในพลังเวทย์ของผู่เยว่

ความโศกเศร้า ความสูญเสีย เสียงดนตรีที่หยุดกลางคัน และเสียงฝนที่ตกในคืนที่บางอย่างจบลงก่อนที่ควรจะจบ

เขาปล่อยมือออกช้าๆ

"เธอผ่านอะไรมาหลายชาติมาก" เขาพูดเสียงเบา

ผู่เยว่มองเขา

"เธอเห็นบางอย่าง" เขาพูดแบบค่อนข้างแน่ใจ

"เห็นความเจ็บปวดที่สะสมมา" เล่อหยางพูดตรง "และเราคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เธอต้องรู้ว่าความเจ็บปวดนั้นมาจากไหน"

ฝนนอกกระจกหนักขึ้นเล็กน้อย ในแบบที่ฝนหนักขึ้นเมื่อบางอย่างในเล่อหยางรู้สึกอะไรบางอย่าง

เสี่ยวปายที่นั่งอยู่มุมร้านพยักหน้า

ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีก่อน ชาติที่หนึ่ง..........

ในหุบเขาที่ดนตรีเกิดก่อนคน

หุบเขาเสียงหยก ฤดูหนาว

ในปีที่ผู่เยว่และเล่อหยางพบกัน ทั้งสองอายุยี่สิบสองและยี่สิบห้าตามลำดับ เติบโตในหมู่บ้านสองแห่งที่อยู่คนละฝั่งของลำธารในหุบเขาเดียวกัน ห่างกันแค่ระยะข้ามลำธาร แต่ไม่เคยพูดคุยกันก่อนวันที่ผู่เยว่เล่นดนตรีในซุ้มไม้ไผ่และเล่อหยางได้ยิน

หลังวันนั้น พวกเขาพบกันทุกเช้าที่ซุ้มไม้ไผ่

ผู่เยว่เล่น เล่อหยางฟัง บางครั้งพูดคุย บางครั้งแค่อยู่ด้วยกัน ในแบบที่สองคนที่รู้จักกันมาตลอดจะอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ต้องการเหตุผล

สิ่งที่ไม่ได้พูดออกมานั้นมีอยู่ในอากาศระหว่างพวกเขาตลอดเวลา หนักพอที่จะรู้สึกได้ แต่ทั้งสองไม่พูดถึงมัน เพราะในหมู่บ้านที่หุบเขาสงบนั้น บางสิ่งไม่มีคำพูดให้

จนกระทั่งคืนหนึ่งในฤดูหนาว

ริมลำธาร คืนที่ดาวเต็มฟ้า.......

"เล่อหยาง" ผู่เยว่พูดโดยไม่หยุดเล่น เสียงดนตรีออกมาเบาๆ ในอากาศหนาว "เจ้าฝันถึงอะไรในคืนที่ฝนตก?"

เล่อหยางนั่งอยู่ข้างๆ มองดาวในน้ำที่ไหลผ่านหิน

"ฝันถึงเพลงนี้" เขาพูดเสียงเบา "และฝันถึงคนที่เล่นมัน"

"ใคร?"

"เจ้า" เล่อหยางพูดตรงในแบบที่เขาพูดทุกอย่าง ไม่อ้อม ไม่ตกแต่ง "แต่ไม่ใช่เจ้าในชาตินี้ เป็นเจ้าในแบบที่ต่างออกไป ในที่ที่ไม่ใช่ที่นี่ ในเวลาที่ไม่ใช่ตอนนี้"

ผู่เยว่หยุดเล่น หันมามองเขา

"ข้าก็ฝันแบบนั้น" เขาพูดเสียงเบา "ฝันถึงชายในสายฝน ชายที่ข้ารู้จักในแบบที่ลึกกว่าชาตินี้"

ลำธารไหลผ่านหินในความเงียบ

"ท่านคิดว่าเราเคยพบกันมาก่อนชาตินี้?" ผู่เยว่ถาม

"ข้าคิดว่า" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ "เราพบกันมาตลอดและสูญเสียกันมาตลอด และชาตินี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง"

แสงเงินออกมาจากกู่ฉินในมือของผู่เยว่โดยที่เขาไม่ได้เล่น ออกมาเพราะบางอย่างในตัวเขารับรู้สิ่งที่เล่อหยางพูด

"อีกครั้งหนึ่งในแบบไหน?" เขาถาม

"ข้าไม่รู้" เล่อหยางพูดตรง "แต่ตอนนี้ที่รู้คือข้าไม่ต้องการสูญเสียอีกครั้ง"

ดาวในน้ำสั่นเมื่อลมผ่าน ในอากาศหนาวของคืนนั้น บางอย่างที่ไม่มีชื่อเรียกในหุบเขาสงบนั้นเริ่มต้นขึ้น

สี่เดือนต่อมา ฤดูใบไม้ผลิ......

ทุกอย่างดีในแบบที่ดีได้ เช้าที่ซุ้มไม้ไผ่ ดนตรีที่เล่นสองคน เล่อหยางที่เรียนรู้ว่าเสียงดนตรีนั้นทำให้ฝนในพื้นที่เบาลงหรือหนักขึ้น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู่เยว่เล่น ผู่เยว่ที่เรียนรู้ว่าในวันที่เล่อหยางเป็นห่วง ความชื้นในอากาศจะเพิ่มขึ้นและบางครั้งฝนจะตกโดยไม่มีเหตุผล

ทั้งสองไม่ได้พูดตรงๆ ว่าสิ่งที่มีอยู่ระหว่างพวกเขาคืออะไร แต่ทั้งสองรู้ว่ามีอยู่

จนกระทั่งวันที่ หลิวปาเจิน มาถึงหุบเขา

ผู้มาเยือนจากเมือง......

หลิวปาเจินไม่ใช่คนในหุบเขา เขามาจากเมืองใหญ่ทางทิศตะวันออก ชายอายุสามสิบต้นๆ ที่รูปร่างสง่างามในแบบที่คนเมืองจะสง่า เสื้อผ้าที่ดีกว่าชาวหุบเขา และดวงตาที่มองทุกอย่างในแบบที่ประเมินมูลค่า

เขาบอกว่ามาพักผ่อน มาหนีความวุ่นวายของเมือง

แต่เสี่ยวปายที่มองเห็นเขาเท่านั้นรู้ว่าไม่ใช่

เสี่ยวปายมาหาผู่เยว่ในคืนแรกที่หลิวปาเจินมาถึง

"ระวังชายที่มาจากเมือง" เสี่ยวปายพูดเสียงเตือน

"เพราะอะไร?" ผู่เยว่ถาม

"เพราะพลังเวทย์ของเขานั้นไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา" เสี่ยวปายพูด "มีบางอย่างที่มืดในนั้น บางอย่างที่ต้องการบางสิ่งจากท่าน"

"ต้องการอะไรจากข้า?"

"เพลงที่ท่านเล่น" เสี่ยวปายพูด "พลังเวทย์ในเพลงนั้นมีค่ามากสำหรับคนบางประเภท ค่ามากพอที่จะทำทุกอย่างเพื่อได้มา"

ผู่เยว่นอนมองเพดานกระท่อมในความมืด

"ข้าจะบอกเล่อหยาง"

"อย่า" เสี่ยวปายพูดทันที

"ทำไม?"

"เพราะถ้าเขารู้ เขาจะพยายามปกป้องท่าน และพลังของเขานั้นยังไม่แข็งแกร่งพอในชาตินี้ เขาจะได้รับบาดเจ็บ"

ผู่เยว่เงียบ

"แล้วข้าต้องทำอะไร?" เขาถาม

เสี่ยวปายไม่ตอบ เพราะเสี่ยวปายรู้ว่าคำตอบที่จะตามมานั้นคือจุดเริ่มต้นของการสูญเสียในชาติแรก

สามสิบวันต่อมา.......

หลิวปาเจินพบผู่เยว่ที่ซุ้มไม้ไผ่ในเช้าที่เล่อหยางไม่ได้มา

"ท่านเล่นดนตรีได้งดงามมาก" หลิวปาเจินพูดเสียงที่ฟังดูเป็นมิตร "พลังเวทย์ในเสียงดนตรีของท่านนั้นหายากมาก ข้าไม่เคยพบในที่อื่น"

"ท่านรู้เรื่องพลังเวทย์?" ผู่เยว่ถามเสียงเงียบ

"รู้มากกว่านั้น" หลิวปาเจินพูด ยิ้มในแบบที่ยิ้มเมื่อคนที่ถูกทดสอบผ่านการทดสอบ "ข้าเป็นผู้รวบรวมพลังเวทย์ ทำมาหลายร้อยปี และพลังเวทย์ในเสียงดนตรีของท่านนั้นคือสิ่งที่ข้าต้องการมากที่สุด"

"รวบรวมอย่างไร?"

หลิวปาเจินยกมือขึ้น ในฝ่ามือของเขามีสิ่งที่ดูเหมือนหมึกสีดำวนอยู่

"ดูดซับ" เขาพูดเสียงเรียบ "ง่ายๆ ไม่เจ็บปวด ท่านเพียงเล่นเพลงสักครั้ง และข้าจะนำพลังเวทย์ส่วนหนึ่งออกไป ท่านยังเล่นได้อยู่ แค่ไม่มีแสงเงินอีกต่อไป"

"และถ้าข้าไม่ยอม?"

หลิวปาเจินมองไปที่ทิศที่หมู่บ้านของเล่อหยางอยู่

"ข้าไม่ได้บังคับ" เขาพูดเสียงเบา "ข้าแค่บอกว่าพลังเวทย์แบบนี้นั้นดึงดูดสิ่งที่อันตราย และคนที่อยู่ใกล้แหล่งพลังเวทย์นั้นอาจเป็นเป้าหมาย"

ภัยคุกคามที่ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นในแบบที่หนักกว่าการขู่ตรงๆ

ผู่เยว่มองกู่ฉินในมือของเขา มองแสงเงินจางๆ ที่ยังออกมาแม้ไม่ได้เล่น

นึกถึงเสี่ยวปายที่บอกว่าเล่อหยางยังไม่แข็งแกร่งพอ

คืนนั้น......

ผู่เยว่ตัดสินใจคนเดียว ในแบบที่คนที่รักคนอื่นมากกว่าตัวเองตัดสินใจ ในแบบที่เสี่ยวปายรู้ว่าจะเกิดขึ้นแต่หยุดไม่ได้

เขาไปหาหลิวปาเจินคนเดียว ในคืนที่ฝนตกเบาๆ

และเล่นเพลงที่ไม่มีชื่อให้หลิวปาเจินฟัง

ในพริบตาที่เสียงแรกออกมา หลิวปาเจินยกมือขึ้น ดูดซับแสงเงินที่ออกมาจากปลายนิ้วของผู่เยว่เข้าไปในฝ่ามือ

กระบวนการนั้นใช้เวลาไม่นาน

แต่สิ่งที่หลิวปาเจินไม่บอก และสิ่งที่ผู่เยว่ไม่รู้ คือพลังเวทย์ในเสียงดนตรีของเขานั้นไม่ใช่แค่พลังเวทย์ดนตรีธรรมดา มันคือส่วนหนึ่งของพันธะ เป็นพลังเวทย์ที่ร้อยเขาไว้กับเล่อหยางข้ามภพชาติ

เมื่อหลิวปาเจินดูดซับมันออกไป ด้ายที่ร้อยระหว่างสองคนนั้นขาด

ไม่ถาวร แต่ขาดพอที่จะทำให้ชาตินั้นไม่สมบูรณ์

สามสิบวันหลังจากนั้น......

ผู่เยว่ยังเล่นดนตรีได้ แต่แสงเงินหายไป และเล่อหยางไม่รู้สึกถึงสิ่งที่เขาเคยรู้สึกเมื่อได้ยินเพลงนั้น พันธะที่บางๆ ยังอยู่แต่เหมือนเสียงที่ดังผ่านกำแพงหนา ได้ยินแต่ไม่ชัด

เล่อหยางรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนไป แต่ไม่รู้ว่าอะไร

ผู่เยว่ไม่บอก เพราะรู้สึกผิดที่ตัดสินใจเองโดยไม่ถาม

ทั้งสองห่างกันทีละน้อย ในแบบที่ห่างเมื่อมีบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมาสะสมอยู่ระหว่างกัน

และในฤดูหนาวของปีนั้น ผู่เยว่ล้มป่วยด้วยโรคที่หมอในหมู่บ้านรักษาไม่ได้

หลิวปาเจินหายไปจากหุบเขาก่อนที่ผู่เยว่จะล้มป่วย

เล่อหยางนั่งอยู่ข้างๆ ผู่เยว่จนถึงวันสุดท้าย ในคืนที่ฝนตกหนักที่สุดในรอบปี

"ข้าต้องการบอกท่านบางอย่าง" ผู่เยว่พูดเสียงที่อ่อนลง

"พูดสิ"

"ข้าทำบางอย่างที่ควรบอกท่านก่อน" ผู่เยว่พูด เสียงนั้นเหนื่อยและเสียใจ "แต่ทำไปเพราะกลัวว่าท่านจะได้รับบาดเจ็บ"

"ข้ารู้" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ "ข้ารู้ว่าท่านทำอะไร ไม่รู้ทุกอย่าง แต่รู้ว่าท่านทำเพื่อข้า"

"แล้วเจ้าโกรธไหม?"

"ข้าโกรธ" เล่อหยางพูดตรง "โกรธที่เจ้าตัดสินใจแทนข้าโดยไม่ถาม โกรธที่เจ้าคิดว่าข้าอ่อนแอพอที่ต้องได้รับการปกป้องโดยไม่รู้ตัว"

เขาหยุด มองมือผู่เยว่

"แต่ข้าไม่โกรธเรื่องที่เจ้าทำ เพราะข้ารู้ว่าทำไม"

"ทำไมถึงไม่บอกว่ารู้?"

"เพราะข้ารอให้เจ้าบอกเอง" เล่อหยางพูดเสียงที่มีบางอย่างเจ็บปวดในนั้น "แต่รอไม่ทัน"

ฝนนอกกระท่อมหนักขึ้นในแบบที่ฝนหนักเมื่อบางอย่างในเล่อหยางแตกออก

"ชาติหน้า" ผู่เยว่พูดเสียงแผ่วเบา "ข้าจะบอกทุกอย่างก่อนที่มันจะสายเกินไป"

"และข้าจะไม่รอ" เล่อหยางพูด "ข้าจะตามหาเจ้าก่อน ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน"

"สัญญา?"

"สัญญา"

ฝนตกตลอดคืน

และในรุ่งเช้า ผู่เยว่ไม่ตื่นขึ้นมาอีก

ปัจจุบัน ร้านกาแฟ........

เล่อหยางเปิดตาขึ้น

เขาไม่รู้ว่าปิดตาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ภาพที่เขาเห็นในการสัมผัสมือของผู่เยว่นั้นยังชัดเจนในความทรงจำ

ผู่เยว่มองเขา

"เธอเห็นบางอย่าง" เขาพูด

"เราเห็นชาติแรก" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ "เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น"

"และ?"

"และเราต้องการบอกเธอว่า" เล่อหยางพูดตรงในแบบที่ตรงเสมอ "ในชาติแรกนั้น เราบอกว่าจะตามหาเธอก่อน ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน และเราทำตามนั้นมาทุกชาติ"

ผู่เยว่นิ่ง

"เธอจำได้?" เขาถามเสียงเบา

"เราจำได้เมื่อสัมผัสเธอ" เล่อหยางพูด "ความทรงจำของเธอนั้นส่งผ่านมาให้เราเห็น"

ผู่เยว่มองชาในมือ ไอน้ำร้อนขึ้นมาในแสงไฟส้มของร้านกาแฟ

"เราเจ็บปวดหลายชาติมาก" เขาพูดเสียงเบามากจนแทบไม่ได้ยิน "เราไม่รู้ว่าเจ็บจากอะไร แต่รู้สึกมาตลอดว่ามีบางอย่างที่ยังไม่เสร็จ บางอย่างที่ยังค้างอยู่"

"ค้างอยู่" เล่อหยางพูดซ้ำ "เพราะเราไม่เคยพูดทุกอย่างที่ควรพูดให้ครบ ไม่มีชาติไหนที่ครบ"

ผู่เยว่มองเธอ ดวงตาที่มีบางอย่างที่เก่ากว่าอายุยี่สิบสองปี

"ชาตินี้" เขาพูดเสียงเบา "เธอต้องการพูดอะไรบ้าง?"

เล่อหยางนิ่งสักพัก มองฝนนอกกระจก

"ทุกอย่าง" เขาพูด "เราต้องการพูดทุกอย่างที่ไม่เคยพูดมาห้าชาติ และเราต้องการให้เธอพูดทุกอย่างที่ไม่เคยพูดด้วย ก่อนที่บางอย่างจะขวางกันอีกครั้ง"

ผู่เยว่มองเขานาน

แล้วก็พยักหน้าช้าๆ ในแบบที่รับสิ่งที่สำคัญ

มุมร้าน เสี่ยวปาย.....

เสี่ยวปายมองทั้งสองจากมุมร้าน ในดวงตาเล็กๆ ของเด็กชายที่อยู่กับพันธะนี้มาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีมีบางอย่างที่เบาขึ้นเล็กน้อย

แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เพราะเสี่ยวปายรู้ว่าหลิวปาเจินนั้นกลับมาในชาตินี้ด้วย

และครั้งนี้มันมาพร้อมกับสิ่งที่เตรียมมาห้าร้อยปี

โบราณ ชาติที่สอง เสียงกลองและสนามรบ.......

บันทึกย่อจากผู้รักษาพันธะ ชาติที่สอง เจ็ดสิบปีหลังชาติแรก

ในชาติที่สอง วิญญาณของผู่เยว่เกิดมาเป็น เว่ยเฉิน นักดนตรีในค่ายทหาร

วิญญาณของเล่อหยางเกิดมาเป็น หยูเฟิง แม่ทัพหน้าอ่อน

พวกเขาพบกันในค่ายทหารที่ชายแดน หยูเฟิงได้ยินเว่ยเฉินเล่นกลองในคืนก่อนการรบ ในเสียงกลองนั้นมีบางอย่างที่หยูเฟิงจำได้จากชาติก่อน จำในแบบที่ลึกกว่าความทรงจำ

พวกเขามีเวลาน้อยมาก ค่ายทหารในช่วงสงครามนั้นไม่ใช่ที่ที่บางอย่างเติบโตได้ง่าย แต่บางอย่างก็เติบโตได้ในเวลาน้อย เพราะรู้ว่าเวลานั้นน้อย

ก่อนการรบครั้งใหญ่ หยูเฟิงหาเว่ยเฉิน

"ข้าต้องบอกเจ้าบางอย่าง" เขาพูด

"บอก" เว่ยเฉินพูด

"ข้าเคยรู้จักเจ้ามาก่อน ในชาติก่อน ในหุบเขาที่มีดนตรีและฝน"

เว่ยเฉินมองเขา

"ข้าก็จำได้" เขาพูดเสียงเบา "จำในแบบที่จำโดยไม่รู้ว่าจำจากไหน"

"ชาติที่แล้วข้าบอกว่าจะตามหาเจ้าก่อน" หยูเฟิงพูด "และข้าตามหามาจนพบ"

"แล้วตอนนี้เจ้าต้องการบอกอะไร?"

"ต้องการบอกว่า" หยูเฟิงพูดตรง "ไม่ว่าชาตินี้จะจบอย่างไร ข้าจะตามหาเจ้าอีกครั้ง ในทุกชาติ ในทุกรูปร่าง จนกว่าจะสมบูรณ์"

เว่ยเฉินนิ่งสักพัก

"ข้าจะรอ" เขาพูดในที่สุด "และในชาตินี้ ข้าสัญญาว่าจะไม่ตัดสินใจแทนท่านโดยไม่ถาม"

"สัญญา?"

"สัญญา"

ในการรบครั้งนั้น หยูเฟิงนำทัพเอาชนะได้ แต่บาดเจ็บหนักและไม่รอดมาถึงฤดูหนาว

เว่ยเฉินเล่นกลองในคืนสุดท้ายของหยูเฟิง เพลงที่ไม่มีชื่อที่มือของเขาจำได้

และในฝ่ามือของหยูเฟิงที่จับมือเว่ยเฉิน มีความชื้นบางๆ ออกมา ในแบบที่ฝนออกมาเมื่อบางอย่างในตัวเขาไม่สามารถกักไว้ได้อีกต่อไป

ณ ปัจจุบัน สัปดาห์แรก....

เมืองฉงชิ่ง  สัปดาห์ต่อมา

ผู่เยว่และเล่อหยางพบกันทุกวันในสัปดาห์นั้น ไม่ใช่เพราะนัดกัน แต่เพราะบางอย่างในทั้งสองนั้นดึงให้มาพบกัน

วันแรกที่ร้านกาแฟ วันที่สองที่สวนสาธารณะ วันที่สามที่ร้านอาหาร ทุกครั้งมีเรื่องคุย มีเรื่องเล่า มีความทรงจำที่เล่อหยางเห็นเมื่อสัมผัสและผู่เยว่รู้สึกเมื่อเล่าออกมา

ในวันที่สี่ ผู่เยว่พาเล่อหยางไปที่คอนโดเพื่อเล่นเปียโนให้ฟัง

ห้องคอนโดชั้นสิบสอง......

เล่อหยางนั่งอยู่ที่โซฟาเก่า มองผู่เยว่นั่งหน้าเปียโน

"เพลงที่ไม่มีชื่อ?" เขาถาม

"ใช่" ผู่เยว่พูด

เขาวางนิ้วลงบนคีย์

แสงเงินออกมาในพริบตา

และในห้องนั้น ความชื้นจากอากาศรวมตัวกันรอบเล่อหยางในแบบที่เขาไม่ได้ตั้งใจทำ รวมตัวในแบบที่ตอบสนองต่อเสียงดนตรีในแบบที่ลึกกว่าการรับรู้ทางหู

แสงเงินและละอองน้ำล้อมรอบทั้งสองในห้องที่เล็กในแบบที่สวยและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

ผู่เยว่เล่นจนจบเพลง

ห้องเงียบ

"ทุกครั้งที่เราเล่นเพลงนี้" ผู่เยว่พูดเสียงเบา ไม่หันมามองเล่อหยาง "เรารู้สึกว่ามีบางคนที่ควรได้ยินมัน คนที่เพลงนี้เขียนขึ้นเพื่อ"

"เขียนขึ้นเพื่อใคร?" เล่อหยางถาม

ผู่เยว่หันมามองเธอ

"เราไม่รู้ชื่อ" เขาพูด "แต่รู้จักในแบบที่ลึกกว่าชื่อ"

เล่อหยางยืนขึ้นเดินมาหยุดข้างเปียโน มองผู่เยว่ในแสงของห้องที่มีแค่โคมไฟดวงเดียว

"เราต้องการบอกสิ่งที่ไม่ได้บอกมาห้าชาติ" เขาพูดเสียงเงียบ

"บอก"

"ทุกชาติที่ผ่านมา เราตามหาเธอและพบ แต่เราสูญเสียกันทุกครั้งก่อนที่จะพูดสิ่งที่ควรพูด ครั้งนี้เราต้องการพูดก่อน ก่อนที่อะไรจะขวาง"

ผู่เยว่มองเธอ

"พูด"

"เรารู้จักเธอมาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี" เล่อหยางพูด "และในทุกชาติที่ผ่านมา สิ่งที่แน่ใจที่สุดคือเราต้องการอยู่ข้างๆ เธอ ไม่ใช่เพราะชะตากำหนด ไม่ใช่เพราะพันธะ แต่เพราะเลือกเช่นนั้นเสมอ"

ห้องเงียบ

ผู่เยว่มองเขานาน อ่านทุกอย่างที่อ่านได้ในใบหน้าของชายที่เขารู้จักมาห้าร้อยปี

"เราก็เลือก" เขาพูดในที่สุด เสียงเบาและตรง "ในทุกชาติ แม้จะไม่จำ แต่เลือกเสมอ"

ฝนเริ่มตกนอกกระจก

ไม่หนัก แค่เบาๆ ในแบบที่ฝนตกเมื่อบางอย่างดีเกิดขึ้น

มุมห้อง.........

เสี่ยวปายมองทั้งสองจากมุมห้องด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าในร้านกาแฟ

แต่ยังมีบางอย่างในดวงตาของเขาที่ยังกังวลอยู่

เพราะในคืนนั้นขณะที่ทั้งสองนั่งคุยกันและฝนตกเบาๆ นอกกระจก

มีเงาหนึ่งยืนอยู่นอกอาคาร มองขึ้นมาที่ชั้นสิบสอง

เงาที่มีพลังเวทย์เดียวกับหลิวปาเจินที่เสี่ยวปายรู้จักมาห้าร้อยปี


"ความทรงจำที่ฝนนำมา และบาดแผลที่ห้าชาติทิ้งไว้" เพราะฝนนั้นชำระได้ทุกอย่าง แต่บาดแผลที่ลึกที่สุดนั้นไม่ได้อยู่บนผิว มันอยู่ในสิ่งที่ไม่ได้พูด ในสิ่งที่ไม่ได้ทำ และในการสูญเสียที่ซ้ำมาจนชินแต่ไม่หาย แต่ฝนที่ตกในคืนที่ถูกต้อง ก็ชำระได้แม้แต่บาดแผลที่ห้าร้อยปียังไม่หาย ถ้ามีคนสองคนยืนในฝนเดียวกัน และยอมให้มันชำระ

..สุสาส์นราคะ..