“ห้าร้อยปีที่ฝนไม่เคยหยุดถามหาดิน ห้าร้อยปีที่เสียงเพลงบรรเลงไม่จบ ห้าร้อยปีที่วิญญาณสองดวงเวียนว่าย เพียงเพื่อได้ยืนอยู่ในจังหวะเดียวกัน อีกครั้ง ครั้งสุดท้าย”
รัก,แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีน ,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายแฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (Rainy Rhythm)“ห้าร้อยปีที่ฝนไม่เคยหยุดถามหาดิน ห้าร้อยปีที่เสียงเพลงบรรเลงไม่จบ ห้าร้อยปีที่วิญญาณสองดวงเวียนว่าย เพียงเพื่อได้ยืนอยู่ในจังหวะเดียวกัน อีกครั้ง ครั้งสุดท้าย”
จังหวะหัวใจแห่งวัสสานะ (The Rainy Rhythm)
°•. เพื่อบรรเลงเพลงรักให้สลักในดวงจิตและดวงใจของเราสอง.•°
เมื่อเสียงเพลงที่บรรเลงไม่จบมาห้าร้อยปี ในที่สุดก็พบหูที่รอฟังมันอยู่
ผู่เหย่ อายุยี่สิบสองปี ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีที่ไม่มีใครอธิบายได้ เขาเล่นดนตรีได้ทุกชนิดโดยไม่เคยเรียน เห็นวิญญาณที่คนอื่นมองไม่เห็น และทุกคืนที่หลับตาลง มีเสียงเพลงที่บรรเลงไม่จบก้องอยู่ในความฝัน
เล่อหยาง อายุยี่สิบห้าปี ชายผู้ควบคุมสายฝนได้ด้วยอารมณ์ของตัวเอง มีสัญชาตญาณที่นำเขาไปหาผู่เยว่ได้เสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และเมื่อสัมผัสผิวหนังของใคร ความทรงจำของอดีตชาติก็ไหลทะลักออกมา
สองคนนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า
พวกเขาคือ วิญญาณที่ผูกพันกันมาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี ข้ามห้าชาติห้าภพ พลัดพรากกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยน้ำมือของคำสาป ของศัตรู และของคำที่ไม่เคยพูดในเวลาที่ควรพูด
และ ชาตินี้คือโอกาสสุดท้าย
“ห้าร้อยปีที่ฝนไม่เคยหยุดถามหาดิน ห้าร้อยปีที่เสียงเพลงบรรเลงไม่จบ ห้าร้อยปีที่วิญญาณสองดวงเวียนว่าย เพียงเพื่อได้ยืนอยู่ในจังหวะเดียวกัน อีกครั้ง ครั้งสุดท้าย”
แนะนำตัวละคร 5ชาติภพ
ผู่เหย่: เว่ยเฉิน // ซูหมิง // เฉินเล่อ // หลิงเยียว
เล่อหยาง: หยูเฟิง // หลานเฉา // ฝานหยู // หยูฉิน
ฉินหมิง: หลิวปาเจิน // เธอหลั่วซง // เซียนหยู // อาจารย์ลู่เฉิง
เสี่ยวปาย: เสี่ยวปาย // เสี่ยวปาย // เสี่ยวปาย // เสี่ยวปาย
มีรายตอนทั้งหมด 8 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 2 (ติดเหรียญตอนที่3)
EBOOK: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา30% 01.05-01.06)
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
ว่ากันว่า เพลงที่ดีที่สุดนั้นไม่ได้แต่งขึ้น มันรอมาก่อนที่นักดนตรีจะเกิด รอในอากาศ รอในสายฝน รอในความเงียบระหว่างโน้ตสองตัว และเมื่อนักดนตรีที่ถูกต้องมาถึง เพลงนั้นก็ออกมาเอง ในแบบที่ทำให้รู้สึกว่าเคยได้ยินมาก่อน ในชีวิตที่จำไม่ได้แล้ว
ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีก่อน หุบเขาเสียงหยก........
หุบเขาเสียงหยกในยามรุ่งสาง
หมอกขาวปกคลุมสันเขาในแบบที่หมอกยามเช้าจะปกคลุมเมื่อคืนก่อนหน้ามีฝนตก ต้นไม้ในหุบเขายังเปียกชื้น หยดน้ำที่ห้อยอยู่ตามใบไม้สะท้อนแสงรุ่งสางในแบบที่บอกว่าโลกนั้นยังใหม่อยู่ในตอนเช้า ยังไม่ได้แบกภาระของวันนั้น
และในซุ้มไม้ไผ่เล็กๆ ที่ขอบหุบเขา
มีเสียงดนตรีที่ไม่ควรมีในเวลานั้น
ผู่เยว่ นั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่ริมลำธาร นิ้วของเขาวิ่งอยู่บนกู่ฉินเก่าที่ไม้เริ่มดำจากอายุการใช้งาน ดวงตาปิดลง ใบหน้าของชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ นั้นนิ่งในแบบที่นิ่งเมื่อเขาเล่นดนตรี ในแบบที่ไม่นิ่งในเวลาอื่น
แสงเงินจางๆ ออกมาจากปลายนิ้วของเขาทุกครั้งที่สัมผัสสาย ในแบบที่เขาไม่รู้ว่ามีเพราะตาปิดอยู่ แต่ผีเสื้อที่บินผ่านมานั้นหยุดนิ่งในอากาศรอบๆ เขาในแบบที่สัตว์หยุดเมื่อมีบางอย่างที่เหนือธรรมชาติเกิดขึ้น
เพลงที่เขาเล่นนั้นไม่มีชื่อ เพราะเขาไม่ได้แต่งมัน เขาแค่เล่นสิ่งที่มือของเขาจำได้ ในแบบที่มือจำสิ่งที่สมองไม่จำ
"เจ้าเล่นเพลงนั้นอีกแล้ว"
เสียงจากขอบซุ้มไม้ไผ่
ผู่เยว่ไม่หยุดเล่น แต่มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อย
"เล่อหยาง" เขาพูดโดยไม่เปิดตา "เจ้ามาเร็วกว่าปกติ"
"ฝนจะมาบ่าย" ชายที่ชื่อ เล่อหยาง เดินเข้ามาในซุ้มไม้ไผ่ด้วยก้าวที่เงียบในแบบที่เขาเดินเสมอ เงียบในแบบที่คนที่โตมากับธรรมชาติจะเดิน "รู้สึกได้ในอากาศ"
เขานั่งลงบนหินก้อนเล็กข้างๆ ผู่เยว่ มองนิ้วที่วิ่งบนสายกู่ฉินในแบบที่เขามองเสมอ ในแบบที่บอกว่าเขามองดูมาตลอดและไม่เคยเบื่อ
"เพลงนั้นมาจากไหน?" เล่อหยางถามเสียงเงียบ
"ข้าไม่รู้" ผู่เยว่พูดตรงในแบบที่เขาพูดทุกอย่าง ตรงและไม่ตกแต่ง "มันอยู่ในมือข้ามาตลอด ตั้งแต่จำความได้ ข้าเล่นมันได้ก่อนที่จะรู้จักชื่อโน้ตตัวแรก"
เล่อหยางเงียบสักพัก มองลำธารที่ไหลผ่านหิน เสียงน้ำที่ผสมกับเสียงกู่ฉินในแบบที่ธรรมชาติบางครั้งเล่นดนตรีร่วมกับคนโดยไม่ได้นัดหมาย
"ข้าได้ยินเพลงนั้นในฝัน" เล่อหยางพูดเบาๆ
ผู่เยว่หยุดเล่น เปิดตาขึ้นมองเล่อหยาง
"ฝัน?"
"ทุกคืน ตั้งแต่เด็ก" เล่อหยางพูด ไม่หันมามองเขา ยังมองลำธารอยู่ "ฝันว่าอยู่ในที่ที่ไม่รู้จัก มีฝนตก และมีเสียงเพลงนี้มาจากที่ไหนสักแห่ง ข้าตามเสียงเพลงนั้นในฝันทุกคืน แต่ไม่เคยพบแหล่งที่มา"
เขาหันมามองผู่เยว่ในที่สุด
"จนกระทั่งวันที่ข้าได้ยินเจ้าเล่น"
หุบเขาเสียงหยกเงียบลงในแบบที่เงียบเมื่อบางอย่างสำคัญเพิ่งถูกพูดออกมา
ผู่เยว่มองเล่อหยาง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มีแสงบางอย่างอยู่ในนั้นที่เขาไม่มีชื่อเรียก
"ห้าปีที่เราอยู่ในหุบเขาเดียวกัน" เขาพูดเสียงเบา "เจ้าไม่เคยบอกข้าเรื่องนี้"
"ข้าไม่แน่ใจว่าจะบอกอย่างไรโดยไม่ฟังดูบ้า" เล่อหยางพูดเสียงเรียบ แต่มีบางอย่างในน้ำเสียงที่บอกว่าเขาพูดสิ่งที่หนักกว่าที่เขาแสดง
ผู่เยว่หยิบกู่ฉินขึ้นมาอีกครั้ง เล่นโน้ตสามตัวแรกของเพลงที่ไม่มีชื่อ
ในพริบตาที่เสียงออกมา
เล่อหยางปิดตาลง และในอากาศรอบๆ ตัวเขา ความชื้นที่สะสมจากคืนที่ผ่านมาเริ่มรวมตัวกัน ไม่ใช่ฝน แต่เป็นละอองน้ำเล็กๆ ที่ล้อมรอบเขาในแบบที่บอกว่ามีบางอย่างในตัวเขาที่ตอบสนองต่อเพลงนั้น
"เจ้าทำอยู่" ผู่เยว่พูดเบาๆ ไม่หยุดเล่น
"ข้าไม่ได้ตั้งใจ" เล่อหยางเปิดตา มองละอองน้ำรอบตัวด้วยสีหน้าที่เคยชินแต่ยังรู้สึกอยู่ "มันเกิดขึ้นเองเมื่อข้าได้ยินเพลงนั้น"
"เหมือนกัน" ผู่เยว่พูด ชี้ที่มือของตัวเอง
แสงเงินที่ปลายนิ้วนั้นชัดขึ้นในตอนนี้ ในแสงรุ่งสาวที่กรองผ่านใบไม้ไผ่ มองเห็นได้ชัดเจน
ทั้งสองมองที่ปลายนิ้วและละอองน้ำพร้อมกัน แล้วก็มองกัน
และในหุบเขาเสียงหยกในยามรุ่งสาวที่หมอกยังไม่จาง มีบางอย่างที่เกิดขึ้นในพริบตานั้น บางอย่างที่ทั้งสองไม่มีชื่อเรียกในตอนนั้น แต่รู้จักในแบบที่ลึกกว่าความรู้จัก
ในคืนที่ฝนมา และสิ่งที่ตามมากับฝน
บ่ายของวันเดียวกัน
เล่อหยางพูดถูก ฝนมาในบ่าย และมาในแบบที่ฝนในหุบเขาจะมา ไม่มีคำเตือน ไม่มีฟ้าร้องก่อน แค่ท้องฟ้าเปลี่ยนสีในพริบตาแล้วฝนก็ตกลงมาหนัก
ผู่เยว่วิ่งกลับมาที่กระท่อมเล็กๆ ที่เขาอาศัยอยู่คนเดียวมาสามปีแล้ว กู่ฉินอยู่ในมือ ผ้าพันรอบมันเพื่อกันฝน
เขาเปิดประตูกระท่อมเข้าไปในแบบที่คนเปิดประตูบ้านตัวเองในแบบเคยชิน แต่สิ่งที่อยู่ในกระท่อมนั้น
ทำให้เขาหยุดนิ่ง
มีหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่ที่มุมกระท่อม ในชุดที่ขาวเกินกว่าจะสวมได้โดยไม่เปียกหลังจากเดินในฝน แต่ชุดของเขานั้นแห้งสนิท ผิวที่ขาวในแบบที่ขาวเกินปกติ และดวงตาที่มองเขาในแบบที่รู้จักเขามานานกว่าที่เขาจำได้
"ท่านเป็นใคร?" ผู่เยว่ถามเสียงเงียบ
"คนที่รู้จักท่านมาก่อนที่ท่านจะเกิด" หญิงชราพูดเสียงที่เบาแต่ดัง ในแบบที่เสียงดังเมื่อมีน้ำหนักอยู่ในนั้น
ผู่เยว่ยืนอยู่ที่ประตู ฝนตกอยู่ข้างหลัง
"ท่านเล่นเพลงอีกครั้งในเช้านี้" หญิงชราพูดต่อ ไม่ตอบคำถามของเขา "ห้าร้อยปีมาแล้วที่เพลงนั้นไม่ได้ถูกร้อง"
"ห้าร้อยปี" ผู่เยว่พูดซ้ำ
"ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี" หญิงชราแก้ "นับแม่นยำ"
นางยืนขึ้น และผู่เยว่เห็นในพริบตานั้นว่าเท้าของนางไม่แตะพื้น
"ท่านเป็นวิญญาณ" เขาพูดในแบบที่ตกใจไปด้วยส่วนหนึ่ง
"ข้าเป็นผู้รักษาพันธะ" หญิงชราพูด "และพันธะระหว่างท่านกับชายที่ควบคุมฝนได้นั้น ยังไม่สมบูรณ์ในชาตินี้ เหมือนกับที่ยังไม่สมบูรณ์ในทุกชาติที่ผ่านมา"
ฝนนอกกระท่อมหนักขึ้น
"ชาติที่ผ่านมา" ผู่เยว่พูดซ้ำ เสียงเบาลง "ข้าเวียนว่ายมาแล้ว?"
"ห้าชาติ" หญิงชราพูด "และในทุกชาติ ท่านและเขาพบกัน รักกัน และสูญเสียกันในแบบที่ต่างออกไป ชาติแรก ท่านตายเพราะโรค ชาติที่สองเขาตายเพราะสงคราม ชาติที่สาม ทั้งสองพลาดกันโดยหนึ่งก้าว ชาติที่สี่ คำสาปของผู้ร้ายตัดสองคนออกจากกัน และชาตินี้—"
นางหยุด
"ชาตินี้คือโอกาสสุดท้าย" นางพูดเสียงเงียบ
หยดน้ำตกลงบนหลังคากระท่อม หนักและสม่ำเสมอในแบบที่ฝนในหุบเขาจะตก
"โอกาสสุดท้ายในแบบไหน?" ผู่เยว่ถาม
"ถ้าชาตินี้ไม่สมบูรณ์ พันธะจะตัดขาด วิญญาณของท่านและเขาจะไม่พบกันอีก ไม่ใช่ในอีกชาติหนึ่ง ไม่ใช่ในอีกห้าร้อยปี แต่ตลอดกาล"
เล่อหยางวิ่งมาที่กระท่อมของผู่เยว่ในตอนค่ำ เปียกจากฝนทั้งตัวในแบบที่บอกว่าเขาวิ่งมาตลอดทาง
"มีบางอย่างที่ข้าต้องบอกท่าน" เขาพูดเมื่อผู่เยว่เปิดประตู เสียงเร่งในแบบที่ไม่เคยเร่ง
"ข้าก็มีบางอย่างที่ต้องบอก" ผู่เยว่พูด เปิดประตูให้กว้างขึ้น
เล่อหยางเดินเข้ามาในกระท่อม มองรอบๆ ในแบบที่ค้นหาบางอย่าง
"มีคนอยู่ในนี้" เขาพูด ไม่ใช่คำถาม
"มี" ผู่เยว่พูด "แต่จากไปแล้ว หลังจากบอกสิ่งที่ต้องบอก"
เล่อหยางมองเขา ในดวงตาของเขามีบางอย่างที่ผู่เยว่ไม่เคยเห็นมาก่อน บางอย่างที่หนักและเก่าในแบบที่ไม่ใช่ดวงตาของชายอายุยี่สิบห้า
"ข้าจำบางอย่างได้" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ "เมื่อฝนตกในบ่ายนี้ ข้าจำบางอย่างได้ ภาพที่ไม่ใช่ของชาตินี้ ชายที่เล่นดนตรีริมแม่น้ำ เสียงเพลงที่ข้ารู้จัก และข้ายืนอยู่ในฝนและเรียกชื่อที่ไม่ใช่ชื่อในชาตินี้"
เขาหยุด
"เจ้าชื่ออะไรในชาติก่อน?" เขาถาม
ผู่เยว่มองเขาสักพัก
"ข้าไม่รู้" เขาพูดตรง "แต่วิญญาณที่มาหาข้าบอกว่าพันธะระหว่างเราสองคนนั้นเก่ากว่าห้าร้อยปี"
"ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี" เล่อหยางพูดทันที
ผู่เยว่หยุดนิ่ง
"เจ้ารู้ตัวเลขนั้น" เขาพูด
"ข้าจำได้เมื่อกี้" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ "ในแบบที่นึกออกโดยไม่รู้ว่ารู้มาจากไหน"
ฝนนอกกระท่อมเบาลงเล็กน้อย ในแบบที่ฝนเบาลงเมื่อบางอย่างในอากาศปรับตัว
ผู่เยว่หยิบกู่ฉินขึ้นมา ไม่พูดอะไร เล่นโน้ตสามตัวแรกของเพลงที่ไม่มีชื่อ
และในพริบตาที่เสียงออกมา เล่อหยางปิดตาลง
ในอากาศของกระท่อมเล็กๆ ความชื้นรวมตัวกัน ออกมาเป็นรูปร่างที่ไม่ใช่ละอองน้ำปกติ แต่เป็นรูปร่างที่ชัดเจนกว่า เป็นเส้นสายที่วิ่งระหว่างผู่เยว่และเล่อหยาง ในแบบที่มองเห็นได้ในช่วงสั้นๆ ก่อนจะจางออกไป
ทั้งสองเห็นมันพร้อมกัน
"เจ้าเห็นไหม?" ผู่เยว่ถาม
"เห็น" เล่อหยางพูดเปิดตา เสียงนั้นเงียบในแบบที่คนพูดเมื่อพวกเขาเพิ่งพบบางอย่างที่ใหญ่กว่าที่คาด
ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีต่อมา ณ เมือง ฉงชิ่ง.........
ปัจจุบัน คืนวันศุกร์
เสียงฝนบนกระจกคอนโดชั้นสิบสอง
ผู่เยว่ นั่งอยู่หน้าเปียโนเก่าที่ครอบครัวทิ้งไว้เมื่อสิบปีก่อน ไม่มีใครในบ้านสอนเขาเล่น ไม่มีใครรู้ว่าเขาเล่นได้ ในโรงเรียนเขาเป็นแค่นักศึกษาสถาปัตย์ปีสอง ที่พ้นออกจากหอพักมาเช่าคอนโดถูกๆ คนเดียว เพราะเขาต้องการความเงียบในตอนกลางคืน
เงียบเพื่อเล่นดนตรี
เล่นเพลงที่เขาไม่รู้ว่าเรียนมาจากไหน แต่มือจำได้ทุกโน้ต
แสงเงินจางๆ ออกมาจากปลายนิ้วที่วิ่งบนคีย์เปียโน ในแบบที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาเล่นจริงๆ ไม่ใช่เล่นเพื่อฝึก แต่เล่นเพราะต้องการ เขาไม่รู้ว่าแสงนั้นมีอยู่เพราะมันปรากฏอยู่ข้างหน้าเขาและเขาชินกับมันเสียจนไม่เห็นอีกต่อไป
ฝนนอกกระจกหนักขึ้น
และในกระจกที่เปียกฝนนั้น ผู่เยว่มองเห็นสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่
เงาของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หลังเขา ในห้องที่เขารู้ว่าว่างเปล่า
เขาหยุดเล่นในพริบตา หันกลับ
ไม่มีใคร
แต่กลิ่นของฝนในห้องนั้นหนักกว่าปกติ ในแบบที่บอกว่ามีบางอย่างที่มาพร้อมฝนเมื่อกี้
เขาหันกลับมามองกระจก
เงานั้นไม่อยู่แล้ว
ผู่เยว่นั่งอยู่กับกระจกฝนและห้องที่ว่างเปล่าสักพัก แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดโน้ตที่เขาพยายามจดเพลงนั้นมาหลายปีแล้ว เพลงที่ไม่มีชื่อที่มือของเขาจำได้ แต่สมองไม่รู้ว่ามาจากไหน
พิมพ์ลงไปสั้นๆ
"ฝนคืนนี้หนัก และเห็นบางอย่างในกระจกที่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร"
แล้วก็ลบมัน
ใครจะอ่านก็ไม่เข้าใจ
เล่อหยาง ขับรถกลับจากงานในคืนที่ฝนตกหนักที่สุดในรอบเดือน ปัดน้ำฝนทำงานอยู่ในระดับสูงสุดแต่ก็ยังมองถนนข้างหน้าไม่ชัด
เขาอายุยี่สิบห้า ทำงานในบริษัทอุตุนิยมวิทยาเอกชน ได้งานนี้เพราะสัญชาตญาณพยากรณ์อากาศของเขานั้นแม่นกว่าโมเดลคอมพิวเตอร์ในหลายกรณี สิ่งที่เขาไม่บอกในที่ทำงานคือสัญชาตญาณนั้นไม่ใช่แค่การอ่านข้อมูล มันคือการรู้สึกอากาศในแบบที่เขาไม่สามารถอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ได้
และในคืนที่ฝนตกหนักเป็นพิเศษ
เขามักฝันถึงเพลงที่ไม่มีชื่อ
โทรศัพท์บนที่วางข้างคนขับสั่นขึ้น แอปพลิเคชันที่เขาตั้งไว้เพื่อติดตามสภาพอากาศแสดงค่าผิดปกติ ไม่ใช่ค่าผิดปกติในแบบพายุหรือน้ำท่วม แต่เป็นค่าผิดปกติที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ความชื้นในบริเวณหนึ่งของเมืองสูงกว่าปกติในแบบที่ไม่ควรเป็น ในแบบที่บอกว่ามีบางอย่างที่ไม่ใช่สภาพอากาศปกติกำลังเกิดขึ้น
และสัญชาตญาณของเขาบอกว่าต้องไปที่นั่น
ไม่ใช่เพราะเป็นหน้าที่ของนักอุตุนิยมวิทยา แต่เพราะมีบางอย่างที่เก่ากว่าเหตุผลบอกว่าต้องไป
เขาเปลี่ยนเลนขับไปในทิศที่โทรศัพท์ชี้ ในแบบที่เขาทำโดยไม่ตั้งคำถาม ในคืนที่ฝนตกหนักและสัญชาตญาณนั้นดังกว่าปกติ
ห้องคอนโดชั้นสิบสอง
ผู่เยว่กลับมานั่งที่เปียโนอีกครั้ง ไม่รู้ว่าทำไม ในวันที่มีสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในกระจก ปกติเขาจะหยุดเล่นและไปนอน แต่คืนนี้มือของเขาต้องการเล่น
เล่นเพลงที่ไม่มีชื่อ
แสงเงินออกมาจากปลายนิ้ว สว่างกว่าปกติ ในแบบที่สว่างขึ้นตามความรู้สึกที่เขารู้สึก
และในครั้งนี้ เขาเห็นมันเอง
เห็นแสงเงินที่ปลายนิ้วตัวเอง เห็นอย่างชัดเจนในแบบที่ไม่เคยชัดมาก่อน
"เล่นดีนะ"
เสียงจากมุมห้อง
ผู่เยว่หยุดเล่นในพริบตา หันไปมองมุมห้อง
มีเด็กชายนั่งอยู่ในมุมห้อง อายุไม่เกินสิบขวบ ในชุดที่ไม่ใช่ชุดของยุคนี้ และในแสงของห้องที่ผู่เยว่มองเห็นได้ชัดเจน เท้าของเด็กนั้นไม่แตะพื้น
ผู่เยว่มองเด็กสักพัก ไม่ตกใจในแบบที่ควรตกใจ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นบางอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น เพียงแต่ปกติมันไม่พูดกับเขา
"ต้องการอะไร?" เขาถามเสียงเงียบ
"บอกให้ท่านรู้ว่าคืนนี้ฝนตกเพราะเขามา" เด็กชายพูดเสียงที่เบาในแบบที่เสียงวิญญาณจะเบา "และท่านต้องออกไปพบเขา"
"ใคร?"
เด็กชายชี้ไปที่หน้าต่างที่มีฝนตกอยู่
"คนที่ท่านรู้จักมาตลอดห้าร้อยปีที่ผ่านมา"
ผู่เยว่มองหน้าต่างที่มีฝนตก มองฝนที่ตกหนักในคืนนี้ในแบบที่ต่างจากฝนปกติ ในแบบที่เขาไม่มีคำอธิบายแต่รู้สึกได้
แล้วก็หยิบเสื้อกันฝนจากตะขอข้างประตู สวมใส่
เปิดประตูออกไปในฝน
โดยไม่รู้ว่ากำลังเดินเข้าไปสู่บางอย่างที่รอมาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี
ถนนหน้าคอนโด........
เล่อหยางจอดรถข้างทางในแบบที่ไม่รู้ว่าทำไม รู้แค่ว่าต้องจอดที่นี่
เขาลงจากรถในฝน ไม่มีร่ม ไม่มีเสื้อกันฝน เพราะเขาไม่เคยเปียกจากฝนในแบบที่คนปกติเปียก ฝนรอบๆ เขานั้นเบาลงในแบบที่เบาเมื่อบางอย่างในตัวเขาบอกให้เบา
เขายืนอยู่หน้าอาคารคอนโดเก่า มองขึ้นไปที่ชั้นต่างๆ ไม่รู้ว่ารออะไร แต่สัญชาตญาณที่เก่ากว่าชาตินี้บอกว่ารอที่นี่
ประตูอาคารเปิดออก
ชายหนุ่มในเสื้อกันฝนสีกรมท่าเดินออกมา หยุดนิ่งเมื่อเห็นเขา
ทั้งสองมองกัน ในฝนที่ตกระหว่างพวกเขา ในแสงไฟถนนที่กรองผ่านเม็ดฝน
เล่อหยางไม่รู้ชื่อชายคนนี้
แต่รู้จักเขา ในแบบที่ลึกกว่าชื่อ
และในอากาศระหว่างทั้งสอง ความชื้นจากฝนรวมตัวกันในแบบที่เล่อหยางไม่ได้ตั้งใจทำ รวมตัวและออกมาเป็นรูปทรงบางอย่างที่มองเห็นได้สักวินาทีก่อนจะจางออกไปพร้อมกับสายฝน
รูปทรงของเส้นสายที่ร้อยระหว่างสองคน
เหมือนกับที่เขาเคยเห็นในห้าชาติที่ผ่านมา แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็น
ผู่เยว่มองเส้นสายนั้นหายไปในฝน แล้วก็มองชายที่ยืนอยู่หน้าอาคารของเขาในสายฝน
"เธอกำลังรอบางอย่างอยู่ที่นี่?" เขาถาม
"อื้อม แต่ไม่รู้ว่ารออะไร" เล่อหยางพูดตรง "แต่รู้ว่าต้องรอที่นี่"
"เราก็ไม่รู้ว่าออกมาทำไม" ผู่เยว่พูด "แต่มีบางอย่างบอกว่าต้องออกมา"
ทั้งสองยืนอยู่ในฝนในแสงไฟถนน สองคนแปลกหน้าที่ไม่แปลกหน้า
แล้วก็มีเสียงดนตรีดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง เบาและไกลในแบบที่ดนตรีดังเมื่อลมพัดมันมาจากระยะห่าง เพลงที่ทั้งสองรู้จัก
เพลงที่ไม่มีชื่อ
ที่รอห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีมาแล้วที่จะได้เล่นจบ
"เสียงที่ลืมไม่ได้ในฝนที่จำไม่ได้" เพราะฝนนั้นตกซ้ำ แต่เสียงในฝนนั้นไม่ซ้ำ มันรอจนกว่าจะมีคนสองคนที่ถูกต้อง ยืนในฝนเดียวกันในเวลาเดียวกัน และในคืนนั้น ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีของการรอ เริ่มจบลงแล้ว
..สุสาส์นราคะ..