เมื่อความรักไม่ควรถูกเปิดเผยแต่หัวใจไม่ยอมทำตามกฎเธออาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกต้องของโลกแต่เธอคือข้อยกเว้นของฉัน

เธอคือข้อยกเว้นของฉัน - 4 EP1 — ข้อผิดพลาดที่ไม่ควรเกิด โดย เจ้าสีฟ้า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

หญิง-หญิง,รัก,ดราม่า,เธอคือข้อยกเว้นของฉัน,ดารินแพรวา,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เธอคือข้อยกเว้นของฉัน

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

หญิง-หญิง,รัก,ดราม่า

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เธอคือข้อยกเว้นของฉัน,ดารินแพรวา,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส

รายละเอียด

เธอคือข้อยกเว้นของฉัน โดย เจ้าสีฟ้า @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อความรักไม่ควรถูกเปิดเผยแต่หัวใจไม่ยอมทำตามกฎเธออาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกต้องของโลกแต่เธอคือข้อยกเว้นของฉัน

ผู้แต่ง

เจ้าสีฟ้า

เรื่องย่อ

📖 เธอคือข้อยกเว้นของฉัน


ในโลกที่ทุกอย่างถูกวัดด้วย...

ความเหมาะสม | ภาพลักษณ์ | สิ่งที่ “ควรเป็น”

ดาริน ไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองผิดพลาด

เธอใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่สังคมยอมรับ

จนกระทั่งได้พบกับผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง...

คนไม่อยู่ในแผน ไม่อยู่ในสมการ

และไม่ควรมีความหมายกับเธอเลยแม้แต่น้อย

แพรวา ไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนชีวิตใคร

เธอเพียงแค่เผลอรัก... ในวันที่ไม่ควรรู้สึกแบบนั้น

ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก

ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสายตาของผู้คน

ภายใต้ระบบและความคาดหวังที่พร้อมจะพังทุกอย่างลง

...หากความจริงถูกเปิดเผย

เมื่อความรักไม่ใช่สิ่งที่ “ถูกต้อง” แต่เป็นสิ่งเดียวที่ “จริง”

คำถามจึงไม่ใช่... จะรักกันได้ไหม?

แต่คือ... จะยอมเสียอะไรเพื่อรักษามันไว้?

เพราะในโลกที่ไม่มีพื้นที่ให้ความรู้สึกนี้

เธออาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม...

แต่เธอคือ

“ข้อยกเว้นของฉัน”

สารบัญ

เธอคือข้อยกเว้นของฉัน-1 แนะนำพอตเรื่อง"เธอคือข้อยกเว้นของฉัน",เธอคือข้อยกเว้นของฉัน-2 ข้อความเปิดโลกจักรวาล"เธอคือข้อยกเว้นของฉัน",เธอคือข้อยกเว้นของฉัน-3 บทแนะนำตัวละคร"เธอคือข้อยกเว้นของฉัน",เธอคือข้อยกเว้นของฉัน-4 EP1 — ข้อผิดพลาดที่ไม่ควรเกิด,เธอคือข้อยกเว้นของฉัน-5 EP2 — คนที่ไม่อยู่ในแผนชีวิต,เธอคือข้อยกเว้นของฉัน-6 EP3 — ระยะห่างที่ใกล้เกินไป,เธอคือข้อยกเว้นของฉัน-7 EP4 — ความรู้สึกที่ยังไม่กล้าเรียกชื่อ

เนื้อหา

4 EP1 — ข้อผิดพลาดที่ไม่ควรเกิด

บางความผิดพลาด... ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ

แต่มาจากวินาทีที่ หัวใจตัดสินใจก่อนเหตุผล

เราต่างรู้ดีว่าเส้นนี้ไม่ควรเริ่ม ไม่ควรข้าม

และไม่ควรถูกเรียกว่า “ความรู้สึก”

แต่ในคืนที่ไม่มีใครแพ้หรือชนะ

มีความจริงเพียงข้อเดียวที่ต้องยอมรับ...

ข้อผิดพลาดที่ไม่ควรเกิด ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว





    ห้องประชุมชั้นยี่สิบสามเงียบสนิท

เงียบจนได้ยินเสียงระบบปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวนวลสะท้อนลงบนพื้นโต๊ะกระจกยาวจนดูราวกับลานน้ำแข็งที่ไร้รอยขีดข่วน ที่หัวโต๊ะนั้น... ดาริน ธเนศวรินทร์ นั่งอยู่ในท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบ แผ่นหลังเหยียดตรง มือทั้งสองประสานกันบนโต๊ะในองศาที่ดูสง่างามและทรงอำนาจ

ชื่อของเธอถูกเอ่ยขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในคาบการประชุมนี้ พร้อมกับคำนิยามที่เปรียบเสมือนเกราะเหล็กชั้นดี

ความเชื่อถือ... ความเหมาะสม... ตัวแทนที่ไร้ที่ติขององค์กร...

ดารินกวาดสายตามองผู้ร่วมประชุมด้วยแววตาเรียบเฉย เธอไม่ได้รู้สึกภูมิใจกับคำชมเหล่านั้น มันเป็นเพียง "ผลลัพธ์" ที่เกิดจากการคำนวณอย่างแม่นยำและการขังตัวเองไว้ในกรอบมาตลอดสามสิบปี

“ถ้าไม่มีข้อท้วงติงใดๆ เราจะเดินหน้าแผนงานนี้ตามที่คุณดารินเสนอค่ะ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่เราวางไว้” เสียงของ ศิรินภา ดังขึ้นข้ามโต๊ะประชุม น้ำเสียงนั้นหนักแน่นและปิดประเด็นได้ในประโยคเดียว ราวกับประกาศิตที่ห้ามใครคัดค้าน

ดารินพยักหน้าเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะท่านประธาน ทุกขั้นตอนถูกตรวจสอบความเสี่ยงมาอย่างดีแล้ว จะไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ”

นั่นคือสิ่งที่เธอพูด... และนั่นคือสิ่งที่เธอเชื่อมาตลอด

ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย

“เดี๋ยวผมขอรับหน้าที่สรุปรายละเอียดด้านกฎหมายและข้อบังคับเพิ่มเติมให้นะครับ เพื่อให้ภาพลักษณ์องค์กรดูโปร่งใสที่สุด” วิชชา เสริมขึ้นด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับของเขา เขาเป็นคนประเภทที่ดารินอ่านออกง่ายที่สุด—คนที่ไม่เคยต่อต้านระบบ แต่ก็ไม่เคยเอาตัวเข้าแลกเพื่อใครจริงจัง

ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน... จนกระทั่งเสียงหนึ่งทำลายจังหวะที่แสนเสถียรนั้นลง

ก๊ก... ก๊ก...

ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกเบาๆ แต่มันกลับชัดเจนเกินไปในบรรยากาศที่เซตไว้ให้เงียบงัน

“ขอโทษค่ะ... ขออนุญาตนะคะ”

น้ำเสียงนั้นไม่สั่นเครือ แต่มันเต็มไปด้วยจังหวะที่ไม่ได้ถูกฝึกมาให้รับมือกับสถานการณ์แบบนี้ มันมีความเป็น "มนุษย์" มากเกินไปสำหรับห้องที่เต็มไปด้วย "หุ่นยนต์" ในชุดสูท

ดารินเงยหน้าขึ้นตามมารยาท เธอเตรียมจะแสดงสีหน้าตำหนิเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อสายตาประสานเข้ากับร่างที่ยืนอยู่ตรงประตู... คำพูดที่เตรียมไว้กลับละลายหายไปในลำคอ

ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น เธอสวมเชิ้ตสีอ่อนเรียบๆ กับกระโปรงทำงานธรรมดาที่ไม่มีแบรนด์เนมประดับพราว แฟ้มเอกสารในอ้อมกอดถูกกอดไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งเดียว

“ฉัน... เอาเอกสารสำคัญมาส่งให้ฝ่ายกฎหมายค่ะ เห็นว่าต้องใช้ด่วนในการประชุมนี้” เธอก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ลังเลและประหม่า สายตาของเธอไม่ได้มองหาความถูกต้องแบบที่ดารินเห็นมาทั้งวัน แต่มันคือสายตาที่มองหา “ที่ยืน” ในโลกที่ดูจะใหญ่เกินตัวเธอไปมาก

ศิรินภาขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ วิชชาเหลือบมองนาฬิกาข้อมืออย่างเสียจังหวะ ส่วน กฤต ที่นั่งข้างดารินเอนหลังเล็กน้อย สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความสงสัยที่ปนไปด้วยคำเตือน... เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

ไม่ใช่ผิดปกติที่สถานการณ์... แต่ผิดปกติที่ "สายตา" ของดาริน

ดารินรู้สึกว่าหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะคงที่ กลับรัวแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ มันสั่นสะเทือนไปถึงปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่ ความรู้สึกนี้มันอยู่นอกเหนือการควบคุม และไม่อยู่ในแผนการที่เธอเตรียมไว้สำหรับวันนี้เลยแม้แต่น้อย

“ชื่ออะไรครับ?” ศิรินภาถามห้วนๆ น้ำเสียงเย็นชาจนน่าใจหาย

ผู้หญิงคนนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะสบตาดารินอีกครั้ง... เป็นวินาทีที่โลกของดารินเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ

“แพรวาค่ะ... ฉันชื่อแพรวา”

แค่ชื่อเดียว... แต่ดารินกลับรู้สึกเหมือนระบบที่เธอสร้างมาทั้งชีวิตเริ่มเบี้ยวไปเล็กน้อย

มันไม่ใช่การพังทลายในทันที แต่มันคือรอยร้าวเล็กๆ ที่ลึกที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ

ดารินหลบสายตาลงที่เอกสารตรงหน้า พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา แต่ในหัวกลับสลัดภาพแววตาของแพรวาไม่ได้เลย เธอรู้ดีในวินาทีนั้นเองว่า...

นี่ไม่ใช่การพบกันที่ปลอดภัย...

และเธอก็ไม่ควรจดจำชื่อนี้ได้ดีขนาดนี้เลยจริงๆ

แพรวาเพิ่งรู้ตัวว่ามือเย็นเฉียบ... ก็ตอนที่ประตูหนาหนักของห้องประชุมปิดลงด้านหลัง

เสียงล็อกเบาๆ นั้น กังวานอยู่ในความรู้สึกราวกับเป็นสัญญาณเตือนว่า เธอเพิ่งก้าวข้ามเข้าไปในเขตหวงห้ามที่คนอย่างเธอไม่ควรอยู่ตั้งแต่แรก

ทางเดินยาวของชั้นยี่สิบสามเงียบเชียบเกินไป แสงไฟสีขาวสว่างจ้าจนดูเย็นชา แพรวาก้มหน้าก้มตาเดิน เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องไปมาจนเธอต้องผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง เหมือนกลัวว่าความเงียบนี้จะอนุญาตให้ใครต่อใครได้ยินเสียงความคิดที่กำลังตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว

“ทำไมต้องเป็นห้องนั้นด้วยนะ...” เธอกระซิบพึมพำกับตัวเองด้วยความประหม่า

ทั้งที่รู้ดีว่ามันไม่ใช่ความผิดของใคร เอกสารต้องส่งด่วน เวลาไม่เคยรอใคร และเธอคือนกพิราบสื่อสารที่แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่ในหัวกลับไม่ยอมเงียบลงง่ายๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วยังคงฉายซ้ำเหมือนหนังที่กดวนลูป

ภาพของผู้หญิงที่นั่งหัวโต๊ะคนนั้น...

ผู้หญิงในชุดสูทสีเข้มตัดเย็บเนี้ยบกริบ ท่วงท่านิ่งสนิทราวกับรูปสลัก และสายตาคมกริบที่ดูสงบนิ่งเหมือนผิวน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง

เธอนึกย้อนไป... ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลยสักคำ ไม่แม้แต่จะขยับหัวคิ้วแสดงความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ แต่กลับเป็นคนเดียวที่แพรวารู้สึกว่า "มองเห็น" เธอจริงๆ ไม่ใช่มองพนักงานที่เอาเอกสารมาส่ง ไม่ใช่มองคนผิดจังหวะที่น่ารำคาญ แต่เป็นการมองที่ทะลุผ่านเปลือกนอกเข้ามาจนถึงข้างใน

เป็นการมอง... ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

“ใจเย็นๆ แพรวา... ก็แค่สบตาเอง” เธอสูดหายใจลึก พยายามปลอบประโลมจังหวะชีพจรที่ยังรัวไม่เลิก

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออก ตัวเลขสีแดงเปลี่ยนจาก 23 เป็น 22 แพรวาก้าวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นั้นเพียงลำพัง แต่ความรู้สึกกลับหนักอึ้งเหมือนแบกอะไรบางอย่างลงมาด้วย หัวใจของเธอไม่ยอมลดระดับความว้าวุ่นลงตามตัวเลขชั้นที่ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว

ภาพสายตานิ่งๆ คู่นั้นติดอยู่ในหัวเหมือนเงา... มันไม่รุกล้ำ ไม่เร่งเร้า แต่มันไม่ยอมจากไปไหน

แพรวาพิงแผ่นหลังลงกับผนังลิฟต์ที่เย็นเยียบ เธอก้มมองแฟ้มเอกสารในมือ นิ้วเรียวเกร็งจนข้อขาวเพราะกำมันแน่นเกินไป ราวกับว่าแฟ้มเล่มนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าเธอได้ทำบางอย่างผิดพลาดไปแล้ว ทั้งที่เธอก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า... เธอผิดตรงไหน?

“คุณโอเคไหมคะ?” เสียงผู้หญิงอีกคนที่เพิ่งเดินเข้าลิฟต์มาที่ชั้นกลางทางดังขึ้น

แพรวาสะดุ้งสุดตัวจนไหล่ไหว หันไปมองตามเสียงนั้น พนักงานรุ่นพี่สาวสวยคนหนึ่งส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ สายตาดูเป็นมิตรและห่วงใย

“ค่ะ... โอเคค่ะ แค่ตื่นเต้นนิดหน่อยตอนเอาเอกสารไปส่งชั้นบนน่ะค่ะ” แพรวาตอบตามมารยาท พร้อมกับฝืนยิ้มที่เธอรู้ดีว่ามันดูแข็งกระด้างเกินไป

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล่างสุด โลกแห่งความเป็นจริงพุ่งเข้าหาเธอทันที เสียงพูดคุยจอแจ เสียงโทรศัพท์ และฝูงคนที่เดินสวนกันไปมา ทุกอย่างดูเป็นปกติ... เป็นโลกใบเดิมที่เธอคุ้นเคย

แต่แพรวากลับรู้สึกว่าตัวเองยัง "ค้าง" อยู่บนชั้นยี่สิบสาม

ยังติดอยู่ในห้องประชุมห้องนั้น... และยังหลงอยู่ในสายตาคู่ที่เธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ

เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร มีตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน หรือสำคัญกับองค์กรนี้เพียงใด แต่แพรวามีสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกให้เธอหวาดกลัว...

เพราะถ้าการพบกันครั้งหน้าเกิดขึ้นอีก มันจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

และหัวใจของเธอก็ไม่ควรเต้นแรงเพราะคนแปลกหน้า... ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแบบนี้ติ๊ง!

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่แยกออกที่ชั้นล่างสุด โลกแห่งความเป็นจริงพุ่งเข้าหาแพรวาทันทีราวกับคลื่นยักษ์ เสียงพูดคุยจอแจของผู้คนที่เร่งรีบ เสียงโทรศัพท์ที่ดังระงม และฝูงพนักงานที่เดินสวนกันไปมาจนดูวุ่นวาย ทุกอย่างดูเป็นปกติ... มันคือโลกใบเดิมที่เธอคุ้นเคยและใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน

แต่แพรวากลับรู้สึกว่าตัวเองยัง "ค้าง" อยู่บนชั้นยี่สิบสาม

เธอยังติดอยู่ในห้องประชุมห้องนั้น... ติดอยู่ในบรรยากาศที่เย็นเยียบแต่กลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด และที่สำคัญที่สุด เธอยังหลงอยู่ในสายตาคู่ที่เธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ

แพรวากระชับแฟ้มในมือแน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร มีตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน หรือสำคัญกับองค์กรนี้เพียงใด แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอกำลังร้องเตือนด้วยความหวาดกลัว...

เพราะถ้าการพบกันครั้งหน้าเกิดขึ้นอีก มันจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และหัวใจของเธอก็ไม่ควรเต้นแรงเพราะคนแปลกหน้า... ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแบบนี้

[ ขยายเนื้อหา: ความลับในความเงียบ ]

แพรวาเดินก้มหน้าก้มตาผ่านล็อบบี้ พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับฝูงชน แต่ภาพใบหน้าเรียบเฉยทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจของ ‘ผู้หญิงคนนั้น’ ยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่เลิก จนกระทั่งแรงตบเบาๆ ที่ไหล่ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว

“แพร! เป็นอะไร เดินใจลอยจนจะชนถังขยะอยู่แล้ว” มินตรา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในออฟฟิศนี้ทักขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“ป... เปล่ามิน แค่ตื่นเต้นนิดหน่อย พอดีเพิ่งขึ้นไปส่งเอกสารชั้นยี่สิบสามมา” แพรวาตอบ พยายามปรับเสียงให้ปกติที่สุด

มินตราเลิกคิ้วมองอย่างจับผิด “ชั้นยี่สิบสาม? ห้องประชุมใหญ่เหรอ? แหม... ได้เจอ ‘เจ้าหญิงน้ำแข็ง’ ของบริษัทหรือเปล่าล่ะ”

แพรวานิ่งไป “ใครคือเจ้าหญิงน้ำแข็ง?”

“ก็คุณ ดาริน ธเนศวรินทร์ ไง ผู้บริหารสายเป๊ะที่ใครๆ ก็เกรงใจน่ะ” มินตราลดเสียงลง “เขาว่ากันว่าคุณดารินน่ะไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเลยนะ ชีวิตเขามีแต่ไม้บรรทัดมาวัดทุกย่างก้าว ใครเข้าไปขัดจังหวะตอนเขากำลังประชุมเนี่ย... เตรียมใจไว้ได้เลย”

คำบอกเล่าของมินตราทำให้แพรวารู้สึกหนาวสั่นอย่างบอกไม่ถูก ดาริน... ชื่อนี้ก้องอยู่ในหัวเธอราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ

“เขา... ดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?” แพรวาถามเบาๆ

“ไม่ได้น่ากลัวแบบดุด่านะ แต่น่ากลัวแบบ... เงียบจนเราทำตัวไม่ถูกน่ะสิ” มินตราหัวเราะ “แต่ช่างเถอะ ระดับเราน่ะคงไม่ได้เจอเขาบ่อยๆ หรอก แพรไปหาอะไรกินกันดีกว่า”

แพรวาพยักหน้าตามเพื่อนไป แต่ในใจกลับโต้แย้งคำพูดนั้น ถ้าไม่ได้เจอเขาบ่อยๆ แล้วทำไมความรู้สึกมันถึงรุนแรงขนาดนี้ล่ะ?

[ อีกมุมหนึ่ง: โลกที่สั่นคลอนของดาริน ]

บนชั้นยี่สิบสาม ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาขรึม ดาริน กำลังยืนทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ภาพการจราจรที่ติดขัดเบื้องล่างดูไม่ต่างจากความสับสนที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจเธอ

“ดาริน... คุณฟังอยู่หรือเปล่า?” เสียงของ ลลิตา เพื่อนร่วมงานและคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดดังขึ้นจากโซฟารับแขก

ดารินหันกลับมาด้วยสีหน้านิ่งสนิท “ฟังอยู่ ลลิตา คุณกำลังพูดเรื่องงบประมาณไตรมาสหน้า”

“ฉันกำลังพูดเรื่องพนักงานเด็กใหม่ที่กล้าดียังไงเข้ามาขัดจังหวะประชุมต่างหาก” ลลิตายิ้มหยัน “คุณปล่อยผ่านไปได้ยังไง ปกติคุณต้องเรียกฝ่ายบุคคลมาจัดการแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“มันเป็นแค่เรื่องผิดพลาดทางเทคนิค ลลิตา อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่” ดารินตอบพลางนั่งลงที่โต๊ะทำงาน

“เรื่องใหญ่หรือไม่ใหญ่ อยู่ที่ว่า ‘สายตา’ ของคุณมองเขายังไงต่างหาก” ลลิตาทิ้งท้ายด้วยประโยคที่มีนัยแอบแฝง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ดารินพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่ออยู่ลำพัง เธอเปิดแฟ้มเอกสารที่เด็กสาวคนนั้นนำมาวางไว้... ‘แพรวา’ ชื่อที่เขียนอยู่บนใบนำส่งเอกสารทำให้ดารินต้องหยุดปลายนิ้วลง

เธอไม่ควรจำชื่อนี้ได้ เธอไม่ควรสงสัยว่าคนชื่อแพรวาทำงานอยู่แผนกไหน และเธอยิ่งไม่ควรยอมรับว่ารอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าซื่อๆ นั้น... กำลังสั่นคลอนโลกที่สมบูรณ์แบบของเธอให้เอียงกะเท่เล่

[ บทสรุป: การเริ่มต้นของข้อผิดพลาด ]

เย็นวันนั้น แพรวายืนรอรถเมล์ท่ามกลางฝนที่เริ่มโปรยปราย เธอเงยหน้ามองยอดตึกสูงที่ยังคงเปิดไฟสว่างจ้า โดยเฉพาะชั้นยี่สิบสาม

เธอบอกตัวเองว่านี่เป็นเพียงความตื่นเต้นของพนักงานใหม่ที่ได้เจอผู้บริหารระดับสูง

แต่ความจริงที่ติดค้างอยู่ในใจคือ... เธออยากให้การเจอกันครั้งหน้าเกิดขึ้นจริงๆ

แม้มันจะหมายถึงการก้าวเข้าไปในเขตอันตราย

แม้มันจะหมายถึงการยอมรับว่าโลกใบเดิมของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

เพราะข้อยกเว้นที่สวยงามที่สุด... มักจะเริ่มต้นจากข้อผิดพลาดที่ไม่ตั้งใจเสมอ









สวัสดีครับนักอ่านทุกคน 🤍 EP1 ตอนนี้อาจจะยังไม่ได้หวาน ยังไม่มีคำว่ารัก และยังไม่มีฉากที่ต้องกรี๊ดหรือใจสั่นแรง ๆ เพราะตอนแรกของ "เธอคือข้อยกเว้นของฉัน" ไรเตอร์อยากพาทุกคนไปรู้จักกับ “จังหวะแรกของการเจอกัน” มากกว่าการรีบพาไปตกหลุมรักครับ

ดารินกับแพรวาในตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะรู้สึกอะไร แต่ถ้านักอ่านเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลก ๆ นิ่ง ๆ แล้วเหมือนมีอะไรค้างอยู่ในใจ นั่นแปลว่าเราเริ่มเดินมาถูกทางแล้วครับ 😊 เรื่องนี้เป็นแนวรักที่ไม่ตั้งใจ ไม่ควรเกิด และไม่ปลอดภัยตั้งแต่แรก ดังนั้นช่วงต้นอาจจะค่อย ๆ เดิน และค่อย ๆ บีบหัวใจทีละนิด

ขอบคุณมาก ๆ ที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณที่ให้เวลากับความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ยังไม่มีชื่อในตอนนี้ ถ้ายังอยากไปต่อกับเราใน EP2 รับรองว่าคุณจะได้เห็นด้านที่ไม่เป็นทางการของดาริน และหัวใจของแพรวาที่เริ่มจะไม่ค่อยเชื่อฟังเหตุผลเท่าเดิมแล้ว 🤍 เจอกันตอนหน้านะครับ

✍️ ไรเตอร์