เมื่อความรักไม่ควรถูกเปิดเผยแต่หัวใจไม่ยอมทำตามกฎเธออาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกต้องของโลกแต่เธอคือข้อยกเว้นของฉัน
หญิง-หญิง,รัก,ดราม่า,เธอคือข้อยกเว้นของฉัน,ดารินแพรวา,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
บางความผิดพลาด... ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ
แต่มาจากวินาทีที่ หัวใจตัดสินใจก่อนเหตุผล
เราต่างรู้ดีว่าเส้นนี้ไม่ควรเริ่ม ไม่ควรข้าม
และไม่ควรถูกเรียกว่า “ความรู้สึก”
แต่ในคืนที่ไม่มีใครแพ้หรือชนะ
มีความจริงเพียงข้อเดียวที่ต้องยอมรับ...
ข้อผิดพลาดที่ไม่ควรเกิด ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ห้องประชุมชั้นยี่สิบสามเงียบสนิท
เงียบจนได้ยินเสียงระบบปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวนวลสะท้อนลงบนพื้นโต๊ะกระจกยาวจนดูราวกับลานน้ำแข็งที่ไร้รอยขีดข่วน ที่หัวโต๊ะนั้น... ดาริน ธเนศวรินทร์ นั่งอยู่ในท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบ แผ่นหลังเหยียดตรง มือทั้งสองประสานกันบนโต๊ะในองศาที่ดูสง่างามและทรงอำนาจ
ชื่อของเธอถูกเอ่ยขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในคาบการประชุมนี้ พร้อมกับคำนิยามที่เปรียบเสมือนเกราะเหล็กชั้นดี
ความเชื่อถือ... ความเหมาะสม... ตัวแทนที่ไร้ที่ติขององค์กร...
ดารินกวาดสายตามองผู้ร่วมประชุมด้วยแววตาเรียบเฉย เธอไม่ได้รู้สึกภูมิใจกับคำชมเหล่านั้น มันเป็นเพียง "ผลลัพธ์" ที่เกิดจากการคำนวณอย่างแม่นยำและการขังตัวเองไว้ในกรอบมาตลอดสามสิบปี
“ถ้าไม่มีข้อท้วงติงใดๆ เราจะเดินหน้าแผนงานนี้ตามที่คุณดารินเสนอค่ะ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่เราวางไว้” เสียงของ ศิรินภา ดังขึ้นข้ามโต๊ะประชุม น้ำเสียงนั้นหนักแน่นและปิดประเด็นได้ในประโยคเดียว ราวกับประกาศิตที่ห้ามใครคัดค้าน
ดารินพยักหน้าเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะท่านประธาน ทุกขั้นตอนถูกตรวจสอบความเสี่ยงมาอย่างดีแล้ว จะไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ”
นั่นคือสิ่งที่เธอพูด... และนั่นคือสิ่งที่เธอเชื่อมาตลอด
ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย
“เดี๋ยวผมขอรับหน้าที่สรุปรายละเอียดด้านกฎหมายและข้อบังคับเพิ่มเติมให้นะครับ เพื่อให้ภาพลักษณ์องค์กรดูโปร่งใสที่สุด” วิชชา เสริมขึ้นด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับของเขา เขาเป็นคนประเภทที่ดารินอ่านออกง่ายที่สุด—คนที่ไม่เคยต่อต้านระบบ แต่ก็ไม่เคยเอาตัวเข้าแลกเพื่อใครจริงจัง
ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน... จนกระทั่งเสียงหนึ่งทำลายจังหวะที่แสนเสถียรนั้นลง
ก๊ก... ก๊ก...
ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกเบาๆ แต่มันกลับชัดเจนเกินไปในบรรยากาศที่เซตไว้ให้เงียบงัน
“ขอโทษค่ะ... ขออนุญาตนะคะ”
น้ำเสียงนั้นไม่สั่นเครือ แต่มันเต็มไปด้วยจังหวะที่ไม่ได้ถูกฝึกมาให้รับมือกับสถานการณ์แบบนี้ มันมีความเป็น "มนุษย์" มากเกินไปสำหรับห้องที่เต็มไปด้วย "หุ่นยนต์" ในชุดสูท
ดารินเงยหน้าขึ้นตามมารยาท เธอเตรียมจะแสดงสีหน้าตำหนิเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อสายตาประสานเข้ากับร่างที่ยืนอยู่ตรงประตู... คำพูดที่เตรียมไว้กลับละลายหายไปในลำคอ
ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น เธอสวมเชิ้ตสีอ่อนเรียบๆ กับกระโปรงทำงานธรรมดาที่ไม่มีแบรนด์เนมประดับพราว แฟ้มเอกสารในอ้อมกอดถูกกอดไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งเดียว
“ฉัน... เอาเอกสารสำคัญมาส่งให้ฝ่ายกฎหมายค่ะ เห็นว่าต้องใช้ด่วนในการประชุมนี้” เธอก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ลังเลและประหม่า สายตาของเธอไม่ได้มองหาความถูกต้องแบบที่ดารินเห็นมาทั้งวัน แต่มันคือสายตาที่มองหา “ที่ยืน” ในโลกที่ดูจะใหญ่เกินตัวเธอไปมาก
ศิรินภาขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ วิชชาเหลือบมองนาฬิกาข้อมืออย่างเสียจังหวะ ส่วน กฤต ที่นั่งข้างดารินเอนหลังเล็กน้อย สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความสงสัยที่ปนไปด้วยคำเตือน... เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ไม่ใช่ผิดปกติที่สถานการณ์... แต่ผิดปกติที่ "สายตา" ของดาริน
ดารินรู้สึกว่าหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะคงที่ กลับรัวแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ มันสั่นสะเทือนไปถึงปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่ ความรู้สึกนี้มันอยู่นอกเหนือการควบคุม และไม่อยู่ในแผนการที่เธอเตรียมไว้สำหรับวันนี้เลยแม้แต่น้อย
“ชื่ออะไรครับ?” ศิรินภาถามห้วนๆ น้ำเสียงเย็นชาจนน่าใจหาย
ผู้หญิงคนนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะสบตาดารินอีกครั้ง... เป็นวินาทีที่โลกของดารินเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ
“แพรวาค่ะ... ฉันชื่อแพรวา”
แค่ชื่อเดียว... แต่ดารินกลับรู้สึกเหมือนระบบที่เธอสร้างมาทั้งชีวิตเริ่มเบี้ยวไปเล็กน้อย
มันไม่ใช่การพังทลายในทันที แต่มันคือรอยร้าวเล็กๆ ที่ลึกที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ
ดารินหลบสายตาลงที่เอกสารตรงหน้า พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา แต่ในหัวกลับสลัดภาพแววตาของแพรวาไม่ได้เลย เธอรู้ดีในวินาทีนั้นเองว่า...
นี่ไม่ใช่การพบกันที่ปลอดภัย...
และเธอก็ไม่ควรจดจำชื่อนี้ได้ดีขนาดนี้เลยจริงๆ
แพรวาเพิ่งรู้ตัวว่ามือเย็นเฉียบ... ก็ตอนที่ประตูหนาหนักของห้องประชุมปิดลงด้านหลัง
เสียงล็อกเบาๆ นั้น กังวานอยู่ในความรู้สึกราวกับเป็นสัญญาณเตือนว่า เธอเพิ่งก้าวข้ามเข้าไปในเขตหวงห้ามที่คนอย่างเธอไม่ควรอยู่ตั้งแต่แรก
ทางเดินยาวของชั้นยี่สิบสามเงียบเชียบเกินไป แสงไฟสีขาวสว่างจ้าจนดูเย็นชา แพรวาก้มหน้าก้มตาเดิน เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องไปมาจนเธอต้องผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง เหมือนกลัวว่าความเงียบนี้จะอนุญาตให้ใครต่อใครได้ยินเสียงความคิดที่กำลังตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว
“ทำไมต้องเป็นห้องนั้นด้วยนะ...” เธอกระซิบพึมพำกับตัวเองด้วยความประหม่า
ทั้งที่รู้ดีว่ามันไม่ใช่ความผิดของใคร เอกสารต้องส่งด่วน เวลาไม่เคยรอใคร และเธอคือนกพิราบสื่อสารที่แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่ในหัวกลับไม่ยอมเงียบลงง่ายๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วยังคงฉายซ้ำเหมือนหนังที่กดวนลูป
ภาพของผู้หญิงที่นั่งหัวโต๊ะคนนั้น...
ผู้หญิงในชุดสูทสีเข้มตัดเย็บเนี้ยบกริบ ท่วงท่านิ่งสนิทราวกับรูปสลัก และสายตาคมกริบที่ดูสงบนิ่งเหมือนผิวน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง
เธอนึกย้อนไป... ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลยสักคำ ไม่แม้แต่จะขยับหัวคิ้วแสดงความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ แต่กลับเป็นคนเดียวที่แพรวารู้สึกว่า "มองเห็น" เธอจริงๆ ไม่ใช่มองพนักงานที่เอาเอกสารมาส่ง ไม่ใช่มองคนผิดจังหวะที่น่ารำคาญ แต่เป็นการมองที่ทะลุผ่านเปลือกนอกเข้ามาจนถึงข้างใน
เป็นการมอง... ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“ใจเย็นๆ แพรวา... ก็แค่สบตาเอง” เธอสูดหายใจลึก พยายามปลอบประโลมจังหวะชีพจรที่ยังรัวไม่เลิก
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออก ตัวเลขสีแดงเปลี่ยนจาก 23 เป็น 22 แพรวาก้าวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นั้นเพียงลำพัง แต่ความรู้สึกกลับหนักอึ้งเหมือนแบกอะไรบางอย่างลงมาด้วย หัวใจของเธอไม่ยอมลดระดับความว้าวุ่นลงตามตัวเลขชั้นที่ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพสายตานิ่งๆ คู่นั้นติดอยู่ในหัวเหมือนเงา... มันไม่รุกล้ำ ไม่เร่งเร้า แต่มันไม่ยอมจากไปไหน
แพรวาพิงแผ่นหลังลงกับผนังลิฟต์ที่เย็นเยียบ เธอก้มมองแฟ้มเอกสารในมือ นิ้วเรียวเกร็งจนข้อขาวเพราะกำมันแน่นเกินไป ราวกับว่าแฟ้มเล่มนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าเธอได้ทำบางอย่างผิดพลาดไปแล้ว ทั้งที่เธอก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า... เธอผิดตรงไหน?
“คุณโอเคไหมคะ?” เสียงผู้หญิงอีกคนที่เพิ่งเดินเข้าลิฟต์มาที่ชั้นกลางทางดังขึ้น
แพรวาสะดุ้งสุดตัวจนไหล่ไหว หันไปมองตามเสียงนั้น พนักงานรุ่นพี่สาวสวยคนหนึ่งส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ สายตาดูเป็นมิตรและห่วงใย
“ค่ะ... โอเคค่ะ แค่ตื่นเต้นนิดหน่อยตอนเอาเอกสารไปส่งชั้นบนน่ะค่ะ” แพรวาตอบตามมารยาท พร้อมกับฝืนยิ้มที่เธอรู้ดีว่ามันดูแข็งกระด้างเกินไป
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล่างสุด โลกแห่งความเป็นจริงพุ่งเข้าหาเธอทันที เสียงพูดคุยจอแจ เสียงโทรศัพท์ และฝูงคนที่เดินสวนกันไปมา ทุกอย่างดูเป็นปกติ... เป็นโลกใบเดิมที่เธอคุ้นเคย
แต่แพรวากลับรู้สึกว่าตัวเองยัง "ค้าง" อยู่บนชั้นยี่สิบสาม
ยังติดอยู่ในห้องประชุมห้องนั้น... และยังหลงอยู่ในสายตาคู่ที่เธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ
เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร มีตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน หรือสำคัญกับองค์กรนี้เพียงใด แต่แพรวามีสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกให้เธอหวาดกลัว...
เพราะถ้าการพบกันครั้งหน้าเกิดขึ้นอีก มันจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
และหัวใจของเธอก็ไม่ควรเต้นแรงเพราะคนแปลกหน้า... ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแบบนี้ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่แยกออกที่ชั้นล่างสุด โลกแห่งความเป็นจริงพุ่งเข้าหาแพรวาทันทีราวกับคลื่นยักษ์ เสียงพูดคุยจอแจของผู้คนที่เร่งรีบ เสียงโทรศัพท์ที่ดังระงม และฝูงพนักงานที่เดินสวนกันไปมาจนดูวุ่นวาย ทุกอย่างดูเป็นปกติ... มันคือโลกใบเดิมที่เธอคุ้นเคยและใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน
แต่แพรวากลับรู้สึกว่าตัวเองยัง "ค้าง" อยู่บนชั้นยี่สิบสาม
เธอยังติดอยู่ในห้องประชุมห้องนั้น... ติดอยู่ในบรรยากาศที่เย็นเยียบแต่กลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด และที่สำคัญที่สุด เธอยังหลงอยู่ในสายตาคู่ที่เธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ
แพรวากระชับแฟ้มในมือแน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร มีตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน หรือสำคัญกับองค์กรนี้เพียงใด แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอกำลังร้องเตือนด้วยความหวาดกลัว...
เพราะถ้าการพบกันครั้งหน้าเกิดขึ้นอีก มันจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และหัวใจของเธอก็ไม่ควรเต้นแรงเพราะคนแปลกหน้า... ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแบบนี้
[ ขยายเนื้อหา: ความลับในความเงียบ ]
แพรวาเดินก้มหน้าก้มตาผ่านล็อบบี้ พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับฝูงชน แต่ภาพใบหน้าเรียบเฉยทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจของ ‘ผู้หญิงคนนั้น’ ยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่เลิก จนกระทั่งแรงตบเบาๆ ที่ไหล่ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว
“แพร! เป็นอะไร เดินใจลอยจนจะชนถังขยะอยู่แล้ว” มินตรา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในออฟฟิศนี้ทักขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ป... เปล่ามิน แค่ตื่นเต้นนิดหน่อย พอดีเพิ่งขึ้นไปส่งเอกสารชั้นยี่สิบสามมา” แพรวาตอบ พยายามปรับเสียงให้ปกติที่สุด
มินตราเลิกคิ้วมองอย่างจับผิด “ชั้นยี่สิบสาม? ห้องประชุมใหญ่เหรอ? แหม... ได้เจอ ‘เจ้าหญิงน้ำแข็ง’ ของบริษัทหรือเปล่าล่ะ”
แพรวานิ่งไป “ใครคือเจ้าหญิงน้ำแข็ง?”
“ก็คุณ ดาริน ธเนศวรินทร์ ไง ผู้บริหารสายเป๊ะที่ใครๆ ก็เกรงใจน่ะ” มินตราลดเสียงลง “เขาว่ากันว่าคุณดารินน่ะไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเลยนะ ชีวิตเขามีแต่ไม้บรรทัดมาวัดทุกย่างก้าว ใครเข้าไปขัดจังหวะตอนเขากำลังประชุมเนี่ย... เตรียมใจไว้ได้เลย”
คำบอกเล่าของมินตราทำให้แพรวารู้สึกหนาวสั่นอย่างบอกไม่ถูก ดาริน... ชื่อนี้ก้องอยู่ในหัวเธอราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ
“เขา... ดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?” แพรวาถามเบาๆ
“ไม่ได้น่ากลัวแบบดุด่านะ แต่น่ากลัวแบบ... เงียบจนเราทำตัวไม่ถูกน่ะสิ” มินตราหัวเราะ “แต่ช่างเถอะ ระดับเราน่ะคงไม่ได้เจอเขาบ่อยๆ หรอก แพรไปหาอะไรกินกันดีกว่า”
แพรวาพยักหน้าตามเพื่อนไป แต่ในใจกลับโต้แย้งคำพูดนั้น ถ้าไม่ได้เจอเขาบ่อยๆ แล้วทำไมความรู้สึกมันถึงรุนแรงขนาดนี้ล่ะ?
[ อีกมุมหนึ่ง: โลกที่สั่นคลอนของดาริน ]
บนชั้นยี่สิบสาม ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาขรึม ดาริน กำลังยืนทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ภาพการจราจรที่ติดขัดเบื้องล่างดูไม่ต่างจากความสับสนที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจเธอ
“ดาริน... คุณฟังอยู่หรือเปล่า?” เสียงของ ลลิตา เพื่อนร่วมงานและคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดดังขึ้นจากโซฟารับแขก
ดารินหันกลับมาด้วยสีหน้านิ่งสนิท “ฟังอยู่ ลลิตา คุณกำลังพูดเรื่องงบประมาณไตรมาสหน้า”
“ฉันกำลังพูดเรื่องพนักงานเด็กใหม่ที่กล้าดียังไงเข้ามาขัดจังหวะประชุมต่างหาก” ลลิตายิ้มหยัน “คุณปล่อยผ่านไปได้ยังไง ปกติคุณต้องเรียกฝ่ายบุคคลมาจัดการแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“มันเป็นแค่เรื่องผิดพลาดทางเทคนิค ลลิตา อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่” ดารินตอบพลางนั่งลงที่โต๊ะทำงาน
“เรื่องใหญ่หรือไม่ใหญ่ อยู่ที่ว่า ‘สายตา’ ของคุณมองเขายังไงต่างหาก” ลลิตาทิ้งท้ายด้วยประโยคที่มีนัยแอบแฝง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ดารินพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่ออยู่ลำพัง เธอเปิดแฟ้มเอกสารที่เด็กสาวคนนั้นนำมาวางไว้... ‘แพรวา’ ชื่อที่เขียนอยู่บนใบนำส่งเอกสารทำให้ดารินต้องหยุดปลายนิ้วลง
เธอไม่ควรจำชื่อนี้ได้ เธอไม่ควรสงสัยว่าคนชื่อแพรวาทำงานอยู่แผนกไหน และเธอยิ่งไม่ควรยอมรับว่ารอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าซื่อๆ นั้น... กำลังสั่นคลอนโลกที่สมบูรณ์แบบของเธอให้เอียงกะเท่เล่
[ บทสรุป: การเริ่มต้นของข้อผิดพลาด ]
เย็นวันนั้น แพรวายืนรอรถเมล์ท่ามกลางฝนที่เริ่มโปรยปราย เธอเงยหน้ามองยอดตึกสูงที่ยังคงเปิดไฟสว่างจ้า โดยเฉพาะชั้นยี่สิบสาม
เธอบอกตัวเองว่านี่เป็นเพียงความตื่นเต้นของพนักงานใหม่ที่ได้เจอผู้บริหารระดับสูง
แต่ความจริงที่ติดค้างอยู่ในใจคือ... เธออยากให้การเจอกันครั้งหน้าเกิดขึ้นจริงๆ
แม้มันจะหมายถึงการก้าวเข้าไปในเขตอันตราย
แม้มันจะหมายถึงการยอมรับว่าโลกใบเดิมของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
เพราะข้อยกเว้นที่สวยงามที่สุด... มักจะเริ่มต้นจากข้อผิดพลาดที่ไม่ตั้งใจเสมอ
สวัสดีครับนักอ่านทุกคน 🤍 EP1 ตอนนี้อาจจะยังไม่ได้หวาน ยังไม่มีคำว่ารัก และยังไม่มีฉากที่ต้องกรี๊ดหรือใจสั่นแรง ๆ เพราะตอนแรกของ "เธอคือข้อยกเว้นของฉัน" ไรเตอร์อยากพาทุกคนไปรู้จักกับ “จังหวะแรกของการเจอกัน” มากกว่าการรีบพาไปตกหลุมรักครับ
ดารินกับแพรวาในตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะรู้สึกอะไร แต่ถ้านักอ่านเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลก ๆ นิ่ง ๆ แล้วเหมือนมีอะไรค้างอยู่ในใจ นั่นแปลว่าเราเริ่มเดินมาถูกทางแล้วครับ 😊 เรื่องนี้เป็นแนวรักที่ไม่ตั้งใจ ไม่ควรเกิด และไม่ปลอดภัยตั้งแต่แรก ดังนั้นช่วงต้นอาจจะค่อย ๆ เดิน และค่อย ๆ บีบหัวใจทีละนิด
ขอบคุณมาก ๆ ที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณที่ให้เวลากับความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ยังไม่มีชื่อในตอนนี้ ถ้ายังอยากไปต่อกับเราใน EP2 รับรองว่าคุณจะได้เห็นด้านที่ไม่เป็นทางการของดาริน และหัวใจของแพรวาที่เริ่มจะไม่ค่อยเชื่อฟังเหตุผลเท่าเดิมแล้ว 🤍 เจอกันตอนหน้านะครับ
✍️ ไรเตอร์