ความแค้นที่กลายมาเป็นความรัก ความผูกพันที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจมันซักนิด ครั้งหนึ่งเขาเคยเคียดแค้นและอยากจะทำลายล้างทุกสิ่งด้วยมือของตัวเอง แต่แปลกนักครั้งนี้กลับรู้สึกรักอย่างหมดหัวใจ

รักร้ายทระนง - บทที่ 3 ความจริงอันแสนเจ็บปวด โดย สุรัตน์ติกานต์ ปิ่นแก้ว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ดราม่า,หญิง-หญิง,มาเฟียจีน ,ยูริ,ดราม่า,รัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

รักร้ายทระนง

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ดราม่า,หญิง-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

มาเฟียจีน ,ยูริ,ดราม่า,รัก

รายละเอียด

รักร้ายทระนง โดย สุรัตน์ติกานต์  ปิ่นแก้ว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ความแค้นที่กลายมาเป็นความรัก ความผูกพันที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจมันซักนิด ครั้งหนึ่งเขาเคยเคียดแค้นและอยากจะทำลายล้างทุกสิ่งด้วยมือของตัวเอง แต่แปลกนักครั้งนี้กลับรู้สึกรักอย่างหมดหัวใจ

ผู้แต่ง

สุรัตน์ติกานต์ ปิ่นแก้ว

เรื่องย่อ

สารบัญ

รักร้ายทระนง-บทนำ อารัมภบท,รักร้ายทระนง-บทที่ 1 พี. อาร์. สาว,รักร้ายทระนง-บทที่ 2 ขัดดอก (nc),รักร้ายทระนง-บทที่ 3 ความจริงอันแสนเจ็บปวด,รักร้ายทระนง-บทที่ 4 ไฟแค้นสู่ไฟแห่งความปรารถนา (nc+) ❤️🔥

เนื้อหา

บทที่ 3 ความจริงอันแสนเจ็บปวด

แสงขาวนวลจากเงาจันทร์สาดส่องลอดผ่านม่านบังตาผืนบางสีหม่น เข้ามาภายในห้องนอนแสนกว้างสบายอันหรูหร่า ซึ่งถูกตกแต่งไว้อย่างประณีตและงดงามไว้แล้วอย่างไร้ที่ติ รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์และเคร่ื่องใช้ราคาแพงหลักล้าน สะท้อนให้เห็นถึงฐานะของเจ้าของ ๆ มันได้เป็นอย่างดี... ...

  

ภายใต้แสงสีเหลืองนวลอ่อน ๆ จากโคมไฟดวงสวยภายในห้องแห่งนั้น... กานต์ชนกลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมด้วยความรู้สึกมึนงงและสับสน

หล่อนปรายตามองตนเองก็พบว่า ตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงภายในห้อง ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ ที่หล่อนไม่คุ้นเคย

หล่อนตกใจเมื่อเริ่มลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดได้

กานต์ชนกลุกออกจากเตียง หล่อนพยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อหาช่องทางหนี โดยที่ยังมิทันได้สังเกตเห็นร่างของใครคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาตรงมุมมืดภายในห้อง

"ตื่นแล้วหรือ...?"

กานต์ชนกหันขวับมาตามเสียง หลุดอุทานเมื่อจำเสียงของเขาได้

"คุณ !"

"หึ... ยังจำได้สินะ นึกว่าตกใจกลัวจนเสียสติไปแล้วเสียอีก..."

"คุณเป็นใครต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ! ที่นี่มันที่ไหนกัน ? แล้วพ่อของฉันล่ะ...คุณจับพ่อฉันไปไว้ที่ไหน ?"

หล่อนรัวคำถามใส่คนที่เอาแต่ทำหน้าตาเฉย โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรอย่างเขา ก่อนที่เขาจะตอบกลับมาด้วยซุ่มเสียงสูงต่ำคล้ายกำลังปั่นประสาทหล่อนเล่น

"นี่คุณใจเย็น ๆ ก่อนสิ โวยวายแบบนี้เดี๋ยวคนข้างนอกเค้าก็คิดว่าฉันทำอะไรคุณพอดีแหละ"

"งั้นก็บอกมาสิว่าคุณเป็นใคร แล้วพาฉันมาที่ไหน"

หลงหนี่ว์ขยับกายลุกออกจากท่านั่งไขว้ขา ก้าวเข้ามาหาหญิงสาวทีละก้าว เขาไม่ตอบหล่อนทันที แต่กลับพูดว่า

"ฉันหวังว่า เธอจะยังจำเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อนได้แม่นยำเหมือนกับตัวฉันนะ"

"เรื่องราว...? เรื่องราวอะไรของคุณ ?"

กานต์ชนกทวนคำถาม พลางก้าวถอยหลังเข้าไปชิดกับผนังห้องเมื่อร่างของคนตัวสูงขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ไร้หนทางที่จะหนี

หลงหนี่ว์ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยันผนังห้องเอาไว้เพื่อล็อคตัวของหญิงสาวเอาไว้ และค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ และเอ่ยเน้นเสียง

"เธอคงจำผู้หญิงที่ชื่อ มาตา เอนกกุญชร ได้ใช่ไหม... กานต์ชนก..."

หล่อนเบิกตาโพลง จ้องหน้าเขาไม่กระพริบ

กานต์ชนกรู้จักผู้หญิงชื่อนี้

เมื่อสิบปีก่อน เธอคนนี้เคยทำงานเป็นเป็นเลขานุการในบริษัทของบิดา และหล่อนรู้มาจากปากของคุณย่าอีกทีว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นชู้ของบิดา ที่บิดาแอบซุกไว้ในบริษัท ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรถชน

แต่เรื่องเหบ่ามันก็นานมามากแล้ว อีกอย่างตอนนั้นหล่อนก็ยังเด็กมากเลยไม่อยากจะใส่ใจมันเสียเท่าไหร่

แต่น่าแปลกเหลือเกิน เหตุใดเขาถึงพูดชื่อนี้ขึ้นมา หรือว่าเขารู้จักกับผู้หญิงคนนี้อย่างนั้นหรือ ?

และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ 'เขารู้จักชื่อของฉันได้อย่างไรกัน ?

"คุณรู้จักคนที่ชื่อมาตา ?"

"ใช่ ฉันรู้จักเค้า รู้จักดีเลยล่ะ..."

"..."

"แล้วฉันก็รักเค้ามากด้วย..."

"..."

กานต์ชนกฟังเขาอย่างตั้งจดจ่อ ริมฝีปากสั่นแต่น้อยเพราะความใกล้ชิดระดับเผาขน 

นํ้าเสียงสั่นเครือภายใต้ความน่าเกรงขามแฝงความเย็นชา และแววตาที่แสดงออกให้เห็นซึ่งความเจ็บปวดของคนตรงหน้านั้นทำให้หล่อนรู้สึกอ่อนไหว ระคนคละเคล้าไปกับความหวาดหวั่น

"ฉันและเค้า มีความหวังอย่างแรงกล้า ว่าซักวันเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน..."

"..."

"ฉันตั้งใจเรียนจนจบ เพื่อรอให้ถึงวันที่ฉันจะได้ทำให้เค้าได้ภาคภูมิใจในสิ่งที่เค้าเฝ้ารอคอยมานาน และมีเค้าคอยอยู่ดูความสำเร็จของฉัน... ในวันที่ได้รับปริญญา เพื่อให้สมกับการที่ได้คอยเฝ้าดูแล และเฝ้าฟูมฟักรอเวลาให้ฉันได้เติบโต... มีชีวิตที่ดี และมีความสุข...."

"..."

"แต่สุดท้าย... มันก็เป็นได้แค่ความฝัน... "

"..."

"เมื่อมีพวกอ้ายอีสารเลวมาพรากเค้าไปจากฉัน !! ก็คือครอบครัวของพวกเธอยังไงล่ะ !!"

หลงหนี่ว์แผดเสียงใส่อย่างกราดเกรี้ยว

"คุณพูดอะไรของคุณ อย่ามาเพ้อเจ้อนะ !"

"เพ้อเจ้อเรอะ ! "

ฝ่ามือทั้งสองของเขาตะครุบเข้าที่ต้นแขนของกานต์ชนก พร้อมทั้งเขย่าโดยแรงและออกแรงบีบคั้นด้วยแรงโทสะ

"คุณ !"

กานต์ขนกหน้าเหยเพราะความเจ็บ

"เพ้อเจ้องั้นเหรอ ? งั้นสิ่งที่พวกเธอทำล่ะ...ยังจะเรียกมันว่าคนได้อยู่อีกหรือ ? ตอบฉันสิ...! ตอบ !!"

"ปล่อย !! ฉันเจ็บ !"

"เจ็บเหรอ...? ฮึ...! เธอยังต้องเจ็บปวดกว่านี้ และทุกข์ทรมานกว่าฉันร้อยเท่าพันทวี !"

ดุจจะลงทัณฑ์...

ร่างบางถูกเหวี่ยงลงไปบนพื้นเตียงอันเย็นเฉียบ

กานต์ชนกดิ้นรนต่อสู้ขลุกขลักไปมาอย่างไม่ยอมต่อจำนน เมื่ออีกฝ่ายทำท่าว่าจะขืนใจหล่อน ทั้งที่ต่างก็เป็นหญิงด้วยกัน

"อย่า !! อย่าทำอะไรฉัน ! ปล่อย !!"

หลงหนี่ว์ไม่ผละออกจากหล่อนง่าย ๆ ขนาดนั้น เขาใช้มือขวาออกแรงกดข้อมือของหล่อนเพื่อยึดกายเอาไว้กับเตียง ส่วนมืออีกข้างก็พยายามฉีกกระชากชุดของหล่อนออก แม้จะถูกเจ้าตัวใช้มือปัดป้องอย่างสุดกำลัง

จนในที่สุด หล่อนก็สามารถหลุดพ้นออกจากเขาได้

กานต์ชนก ผลักตัวของเขาออกห่างพร้อมกับปัดฝ่ามือเข้าใบหน้าซ้ายของเขาด้วยแรงโทโส

ฉาด...!!

"เลวทราม !"

สาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมาหล่อนยังไม่เคยบริภาษใครแรงขนาดนี้

"หึ !"

เขาหัวเราะในลำคอ

"เลวเหรอ...? ฉันยังเลวได้กว่านี้อีกนะ" 

เพี๊ยะ !!

ยังไม่ขาดคำดีฝ่ามือบางขนาดสมส่วนกับตัวของเขาก็ฟาดเข้ามาที่มุมปากของกานต์ชนกเสียงดังสนั่นไม่แพ้กันกับเมื่อครู่ ก่อนจะคว้าร่างบางของหล่อนขึ้นมาบังคับให้รับรสจูบอันหยาบคายนั้นจากเขา

กานต์ชนกดิ้นพล่านอยู่ในอ้อมแขนของเขา พยายามเพื่อให้หลุดพ้น หล่อนเจ็บปวดจนแทบอยากจะกรีดร้อง ยามที่เขาออกแรงบดขยี้และขบกัดกลีบปากของหล่อน

"คนบ้า ! ระยำ !"

กานต์ชนกสบถด่า เมื่อเขาถอนจุมพิศออกจากริมฝีปากของหล่อน

แต่เขาไม่ปล่อยโอกาสให้หล่อนได้ตอบโต้ฝีปากใส่เขาได้นานนักหรอก

หลงหนี่ว์ขยับตัวเข้ามาทาบทับร่างอรชรของหล่อนไว้ในขณะที่พยายามพรมจูบและซุกไซร้ไปตามลำคอระหง

กานต์ชนกกระตุกดิ้นและกรีดร้องเสียงดัง น้ำตาไหลพล่านลงมาประสบกับเนื้อแก้มนวลเนียน พยายามจะพาตัวเองออกจากซาตานร้ายอย่างเขา

และจังหวะนั้น...

ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก !

สาวิตรี... แม่นมของ เฉิน หลงหนี่ว์ วัยหกสิบปี ได้ยินเสียงดังกล่าวจึงถือวิสาสะเข้ามาภายในห้อง และเอ่ยทักขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงปกติ

"คุณหลงคะ..."

และมันก็ได้ผล

หลงหนี่ว์หยุดการกระทำของตัวเอง แล้วหันใบหน้าไปทางเธอ

"อาหารว่าง ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ"

สาวิตรีเอ่ยเช่นนั้น เขาจึงขมวดคิ้วมุ่นแสดงออกจึงอาการไม่เข้าใจ และค่อย ๆ ผละออกจากกานต์ชนก

"อะไรของนม...?"

"ดูท่าว่าคุณกานต์ชนกเธอคงจะหิว เพราะตั้งแต่มายังไม่ได้ทานอะไร ดิฉันว่าให้คุณกานต์ชนกทานอะไรซักนิดนึงดีกว่านะคะ... มาค่ะเดี๋ยวดิฉันจะพาคุณไปเอง..."

ประโยคหลัง เธอหันมาบอกกานต์ชนก พร้อมกับเดินเข้ามาพยุงตัวหล่อนขึ้นมา จัดเสื้อผ้าผมเผ้าให้หล่อนใหม่ แล้วพาหล่อนออกไปยังห้องอาหารโดยมีสายตาคมคอยจ้องอยู่ตลอด ทุกอิริยาบถ จนกระทั่งร่างของคนทั้งสองจะพ้นออกไปนอกประตู

... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...



ณ ห้องอาหาร

ถ้วยซุปใบเล็กถูกนำมาวางบนโต๊ะตรงหน้าของหญิงสาวผู้กำลังนั่งตัวตรงนิ่ง ๆ บนเก้าอี้ แต่หล่อนยังไม่แตะต้องมันโดยทันทีนัก กานต์ชนกนั่งมองกิริยาของสาวิตรีที่กำลังเอ่ยบอกกับเด็กรับใช้สองคนช่วยกันจัดโต๊ะเงียบ ๆ พยายามจะจับทางของนางว่านางจะทำอะไรหล่อนหรือไม่ แต่ยิ่งดู ยิ่งพิจารณา ก็ยิ่งเห็นแต่ความอ่อนโยนและความน่าเคารพของผู้ใหญ่คนนึงที่กำลังมีต่อเด็กคนหนึ่งเท่านั้น

ไม่นานนัก นางก็นำจานขนมใบเล็กหน้าตาน่ารับประทานมาวางไว้ข้าง ๆ กับถ้วยซุปของหล่อน พร้อมทั้งเอ่ยเชื้อเชิญให้หล่อนลองชิม

"ซุปหัวหอมและขนมบะจ่าง... คุณคงจะหิวแล้วสินะคะ เพราะยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่หัวค่ำ ลองชิมดูก่อนนะคะว่าทานได้ไหม ถ้าไม่ได้ ดิฉันจะให้เด็กทำเมนูอื่นให้คุณทานแทน"

นํ้าเสียงอบอุ่นและอ่อนโยนของหญิงสูงวัยผมบ๊อบสั้นพร้อมกับรอยยิ้มละไมนั้น ทำให้หล่อนคลายความหวาดกลัวลงมาได้หน่อย ๆ

หล่อนส่งยิ้มเนือย ๆ กลับไปก่อนจะเอ่ยถามนาง

"เรื่องทั้งหมดที่เขาพูด มันหมายความว่ายังไงกันคะ ?" 

"..."

สาวิตรีชะงักงันไปเล็กน้อยแต่ก็ระบายยิ้มให้หล่อนอีกครั้งและเดินมานั่งข้าง ๆ กับหล่อน

"ผู้หญิงคนนั้นเค้าชื่อ เฉิน หลงหนี่ว์ เป็นลูกสาวคนเดียวของคุณมาตา และคุณ เฉิน ไป่หลง"

"ลูกสาวหรือคะ !"

กานต์ชนกหลุดอุทาน

"ใช่ค่ะ และเรื่องที่เขาพูดกับคุณทั้งหมด มันก็คือเรื่องจริง ซึ่งล้วนแล้วแต่ออกมาจากความคั่งแค้นภายในใจของเค้าทั้งสิ้น"

"คุณกำลังจะบอกว่า ที่เค้าจับฉันมาก็เพราะเพื่ออยากจะแก้แค้นให้คุณน้ามาตา อย่างนั้นหรือคะ ?"

แม่นมยิ้ม นึกชื่นชมในความฉลาดของหล่อน

"ถูกต้องแล้วค่ะ แสดงว่าคุณเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเค้าต้องการแก้แค้นครอบครัวของคุณเพราะอะไร"

ใบหน้าของกานต์ชนกสงบลง และกำลังครุ่นคิดบางอย่างแบบชั่งใจ

"เท่าที่การต์รู้ คุณน้ามาตาเคยทำงานเป็นพนักงานในบริษัทของคุณพ่อ ไม่นานก็มีข่าวลือว่าคุณน้ามาตากับคุณพ่อแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน และวันนั้นเค้าก็เกิดถูกรถชนจนเสียชีวิต กานต์รู้เท่านั้นค่ะ แต่สิ่งที่ เฉิน หลงหนี่ว์ พูดเมื่อกี้ มันทำให้กานต์รู้สึกไม่เข้าใจ..."

"..."

สาวิตรีนั่งฟังด้วยกิริยาสงบ

"ดูเหมือนว่า เค้าจะเคียดแค้น และชิงชังครอบครัวของกานต์มาก... ฟังจากคำพูด ราวกับว่าครอบครัวของกานต์ไปฆ่าแม่ของเค้าอย่างไงอย่างงั้น"

"งั้นดิฉันขอถามคุณหน่อยได้ไหมคะ ว่าใครเป็นคนเล่าเรื่องของคุณมาตาให้ฟัง ?"

"คุณย่าค่ะ คุณย่าเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้กานต์ฟังเองค่ะ"

หล่อนบอกออกไปโดยไม่ลังเล

"แล้วคุณรู้หรือไม่ ว่าใครคือคนที่ขับรถชนคุณมาตา"

กานต์ชนกสั่นหน้า

"คนที่ขับรถชนคุณมาตาก็คือคุณฉัตรชัย พ่อของคุณค่ะ"

"อะไรนะคะ พ่อของกานต์น่ะหรือคะ ? "

กานต์ชนกหลุดอุทานเป็นครั้งที่สอง

"มะ-ไม่จริงอ่ะ"

"จริงสิคะ ดิฉันยืนยันได้ว่าสิ่งที่ดิฉันพูดนั้นคือความจริง... คุณพ่อของคุณคือคนที่ขับรถชนคุณมาตาจนกระทั่งเธอเสียชีวิต และก่อนหน้านั้นเธอก็ถูกผู้คนกล่าวหาว่าเป็นชู้กับพ่อของคุณ..."

"ถูกกล่าวหา ?"

หล่อนทวนคำถาม

"ค่ะ คุณจันทราแม่ของคุณและคุณรินลณีบุกเข้าไปทำร้ายคุณมาตาถึงบ้านพัก คุณมาตาพยายามหลบหนีเพื่อเอาตัวรอดแต่ก็ถูกรถของคุณฉัตรชัยชนเสียก่อน มิหนำซ้ำตอนนั้นคุณฉัตรชัยก็ยังตกอยู่ในอาการมึนเมาอีกต่างหาก"

กานต์ชนกหน้าซีดเผือดเมื่อได้ฟังคำบอกเล่านั้น

"แถมกฎหมายก็ยังเอาผิดพ่อของคุณไม่ได้เพราะพ่อของคุณนั้นใช้เงินปิดคดีเพื่อให้ตนเองพ้นผิด... คุณไป่หลงพ่อของคุณหลงหนี่่ว์เสียใจหนักมากจนกระทั่งตรอมใจตายตามคุณมาตาไป คุณหลงหนี่ว์จึงได้แค้นครอบครัวของคุณมากและหาทางแก้แค้นให้สำเร็จ"

กานต์ชนกแทบหน้ามืด เมื่อรู้ความจริงจากปากของสาวิตรี

ที่ผ่านมา หล่อนคิดว่าการตายของมาตาเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น ไม่คิดว่ามารดากับป้าของตนจะเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้มาตาต้องมาตายเช่นนี้

ใบหน้าของกานต์ชนกสลดวูบลง สีหน้าซีดเซียวและริมฝีปากแห้งผากสั่นระริกราวกับคนที่กำลังนึกประหวั่น ขอบตาร้อนผ่าวพร้อมกับมีม่านน้ำใส ๆ เอ่อออกมาเคล้าดวงตาทั้งสองข้างบาง ๆ

ภาพใบหน้าของหล่อนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของหญิงวัยกลางวัยอย่างสาวิตรี ทำให้นางเกิดความรู้สึกเวทนายิ่ง หล่อนคงจะตกใจไม่น้อยที่เพิ่งจะได้รับรู้ความจริงทั้งหมดเมื่อตอนนี้เองสินะ... เพราะตามจริงแล้วถ้าย้อนเวลากลับไปกานต์ชนกก็เพิ่งจะมีอายุแค่สิบสี่ปีเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่ากานต์ชนกไม่ได้รับรู้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเหตุการณ์ครั้งนั้นเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ว่าทำไมหลงหนี่ว์ถึงได้อยากจะเอาความแค้นมาลงกับหล่อนนัก

นางรู้สึกว่า มันไม่ยุติธรรมเลยที่เขาจะทำแบบนั้นกับหล่อน กานต์ชนกมีฐานะเป็นบุตรสาวของฉัตรชัยก็จริง แต่เรื่องทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้เกี่ยวพันอะไรกับหล่อนเลยซักนิดเดียว

"กานต์..."

กานต์ชนกพยายามเอื้อนเอ่ยออกมา แต่ก็เพียงส่งเสียงอ้อมแอ้มเท่านั้น ด้วยความเจ็บปวดและความรู้สึกนับร้อยนับพันดั่งหนามแหลมแล่นเข้ามาทิ่มแทงหัวใจดวงน้อย ๆ ของหล่อน ทุกคำพูดถูกความรู้สึกกลืนกินไปตีบตันอยู่ที่ลำคอจนหมดสิ้น

หล่อนพูดไม่ออก...

แต่ฝ่ามือของสาวิตรีกลับเขยื้อนขึ้นมาสัมผัสหลังมือของหล่อนอย่างแผ่วเบา พร้อมทั้งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

"คุณหลง... เค้ารักพ่อและแม่ของเขามาก การที่เขาสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักทั้งสองคนในเวลาพร้อมกันจึงทำให้เค้าเจ็บปวด... ทานเสียหน่อยนะคะ เดี๋ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย ดิฉันจะออกไปเตรียมห้องพักสำหรับคุณไว้ให้หากขาดเหลือหรือว่าคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมบอกดิฉันหรือเด็กรับใช้คนใดในบ้านก็ได้ค่ะ เด็กรับใช้พวกนี้พูดไทยกันได้ทุกคน..."

"ขอบคุณค่ะ"

กานต์ชนกกล่าวออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ และรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อย ๆ ว่าอย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็ดีกับหล่อนและยิ่งไปกว่านั้นหล่อนก็เบาใจไปกว่าครึ่ง ที่จะได้ไม่ต้องอยู่ห้องเดียวกันกับผู้หญิงนิสัยเสียที่ชื่อ เฉิน หลงหนี่ว์

... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... 



สาวิตรีปล่อยให้หญิงสาวรับประทานอาหารอย่างเงียบ ๆ และเลื่องออกไปจัดแจงหัองพักตามที่ได้บอกกับหล่อนเอาไว้

พอเสร็จกิจก็รีบกลับลงมา เพื่อจะรีบกลับมาทำหน้าทีี่ดูแลกานต์ชนกต่อ แต่เมื่อนางเดินผ่านห้องของหลงหนี่ว์ ซึ่งบานประตูถูกแง้มไว้ นางตั้งใจมองบานประตูนิ่ง หยั่งความรู้สึกบางอย่าง นางรู้ว่าหลงหนี่ว์ยังอยู่ในนั้น จึงตัดสินใจเปิดประตูพาตัวเองเข้ามาภายในห้อง...

ร่างระหงซึ่งนั่งเหยียดยาวอยู่บนเตียงกระตุกใบหน้ามาทางประตูทันทีที่เห็นร่างของใครคนหนึ่งเดินเข้ามา แต่พอเห็นว่าเป็นแม่นมของตนก็นิ่งเฉยเสียและดึงใบหน้าของตนกลับ...

"คุณหลง... ดิฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยจะได้ไหมคะ ?"

สาวิตรีเอ่ย น้ำเสียงอ่อนโยน

หลงหนี่ว์มาพร้อมกับถาม

"มีอะไรหรือคะ"

สตรีวัยกลางคนก้าวเข้าหยุดยืนข้าง ๆ เขา

"คุณหลงทำแบบนี้ทำไมคะ ?"

หลงหนี่ว์จ้องใบหน้ามีอายุของนางและแสร้งถามออกไป

"ทำอะไรเหรอคะ ?"

"คุณหลง... เรื่องราวในอดีตทั้งหมดนั้นน่ะ คุณกานต์ชนกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้อะไรอะไรด้วยเลย ดิฉันไม่เห็นด้วยที่คุณหลงจะนำความแค้นทั้งหมดมาลงที่ตัวเธอแบบนั้น"

"อะไรคือไม่เกี่ยวข้อง ?"

หลงหนี่ว์ถาม

"กานต์ชนกก็คือคนของกิตติวรนันท์ และเป็นลูกสาวของฉัตรขัย คนที่ฆ่าแม่ของหลง... เหล่าพงศ์พันธุ์เดียวกันทำไมจะไม่เกี่ยว"

"ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณนะคะ..."

"..."

"แต่ดิฉันก็อยากจะให้คุณแยกแยะ ถึงความเป็นจริงบางอย่าง... คุณกานต์ชนกเป็นลูกสาวก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเธอจะเหมือนกับพ่อของเธอที่ไหน เธอไม่ใช่คนที่ลงมือฆ่าคุณมาตานี่คะ"

"ใช่ค่ะ..."

เขาตอบเสียงเรียบ

"เธอไม่ได้เป็นคนฆ่าแม่ของหลง... แต่เธอเป็นลูกสาวของฆาตกรที่ฆ่าแม่ของหลง จันทรา รินลณี และไอ้ขั่วฉัตรชัย พวกมันคือฆาตกร... พวกมันอำมหิต ไร้หัวใจ ลูกสาวก็คงไม่ต่างกัน คงเสแสร้ง มารยาร้อยเล่ห์เหมือนแม่ของมัน"

สาวิตรีส่ายหน้าช้า ๆ กับคำพูดนั้น

"แล้วคุณหลง จะทำร้ายผู้หญิงบริสุทธิ์อย่างคุณกานต์ชนกได้ลงคอเลยหรือคะ ดิฉันว่าคุณหลงเลิกล้มความคิดนี้เสียเถอะ ปบ่อยวางความแค้นในอดีตไปเสียแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนะคะ"

"ไม่ ! " เขาค้านเสียงแข็ง

"เธอจะต้องชดใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ครอบครัวของเธอทำไว้กับแม่และพ่อของหลง...!"

"แต่คุณหลงก็เห็นแล้วนี่คะ ว่าชีวิตตอนนี้ของฉัตรขัยเป็นยังไง เขาล้มละลายจนสิ้นเนื้อประดาตัว แทบไม่มีที่อยู่จนต้องไปอยู่ในสลัมป์แบบนั้นแล้ว มันยังไม่สาแก่ใจคุณอีกหรือ"

"หึ...! กะอีแค่ล้มละลาย มันยังไม่ทำให้หลงสะใจหรอก"

"คุณหลง..."

"หลงจะใช้กานต์ชนกเป็นเครื่องมือ... หลงจะทำให้ฉัตรชัยเจ็บปวด และอับอายจนต้องแทรกแผ่นดินหนีและต้องมากกว่านี้ เขาจะต้องทุกข์ทรมานกว่าหลงร้อยเท่าพันเท่า !"

.... ... ... ... .... ... ..... ... ... .... .. ... .... .... ...







หน้าตาของอาหารน่ารับประทานทุกอย่าง แต่รสชาดมิสู้จะถูกปากหล่อนเสียเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะความต่างสถานที่และความต่างถิ่นต่างแดนก็เป็นได้

กานต์ชนกวางช้อนลงแต่เพียงเท่านั้น และก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่สาวิตรีกลับเข้ามาพอดี

"อิ่มแล้วหรือคะ ? "

นางถามขึ้น

หล่อนจึงพยักหน้าและตอบกลับไป

"ค่ะ... กานต์...ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่"

"ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะเป็นคนพาคุณขึ้นไปพักผ่อนบนห้องเสียก่อน ดูท่าคุณคงจะเหนื่อยอ่อนเพลียมาทั้งวันแล้ว มาค่ะ..."

เอ่ยอย่างนั้นแล้ว จึงเข้ามาโอบประคองร่างของหล่อนขึ้นไปบนห้องรับรองที่นางได้สั่งเด็กรับใช้ให้จัดเตรียมไว้ให้

กานต์ชนกก้าวเดินมาพร้อมกับสาวิตรีโดยไม่ลังเล

ห้องที่นางจัดให้นั้นเป็นห้องกว้างและถูกจัดแต่งไว้ได้สวยงาม เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องรวมถึงผ้าม่านคลุมโทนด้วยสีชมพูหวานแหววน่ารักนั่นทำให้กานต์ชนกออกจะทึ่ง

"ชอบไหมคะ ดิฉันให้เด็กรับใช้จัดเตรียมห้องนี้ไว้ให้คุณเป็นอย่างดีเลย แต่ถ้ายังไม่ถูกใจจะเปลี่ยนห้องก็ได้นะคะ"

"มะ-ไม่เป็นไรค่ะ ห้องนี้ถูกตกแต่งมาอย่างดีแถมยังน่ารักมากเลยค่ะ กานต์ชอบมาก ๆ เลย ขอบคุณนะคะ"

หล่อนตอบอย่างนึกเกรงใจ

"ดีใจที่คุณชอบนะคะ และยังต้องการอะไรอีกไหมคะ ?"

"ไม่ต้องแล้วค่ะ ขอบคุณมาก ๆ อีกครั้งนะคะ"

"ค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันก็คงต้องขอตัวก่อนหากขาดเหลือหรือว่าอยากได้อะไรเพิ่มเติมสามารถเรียกดิฉันได้ตลอด ส่วนเสื้อผ้าอยู่ในตู้นะคะ พักผ่อนตามสบายเลยค่ะ"

กานต์ชนกปรายตามองไปยังตู้เสื้อผ้าสีลูกพีทที่ตั้งอยู่มุมห้อง ก่อนหันมากล่าวขอบคุณอีกครั้ง

"ขอบคุณค่ะ"

สาวิตรีไม่ได้เอ่ยว่าอะไรกับหล่อนอีก

เมื่อประตูถูกปิดลง

กานต์ชนกทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มสีอ่อนอันแสนสบายช้า ๆ พงแบ้วพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสำรวจ

แต่ก็ต้องถอนหายใจออกมาข้า ๆ ระคนกับความหนักอึ้งในใจ

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น...

จากความเห็นแก่ตัวของบิดา กลายมาเป็นปมแค้นของหลงหนี่ว์ที่คอยอาฆาตพยาบาทจนต้องมาตามล้างแค้นคืนเช่นนี้

ถ้าจะว่าไป มันก็น่าสงสารหลงหนี่ว์อยู่เหมือนกันที่ต้องมาสูญเสียแม่และพ่อในเวลาเดียวกัน ซํ้ายังไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมายให้แก่ผู้ตายอีก มารดาของเขาจึงถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงแพศเป็นชู้กับสามีขาวบ้าน ถึงแม้ว่านางจะตายไปแล้วก็ตาม แต่...

จริงอยู่ที่หลงหนี่ว์นั้นน่าสงสาร แต่การกระทำของเขาที่พยายามลากหล่อนเข้ามาเกี่ยวข้อง และพยายามเอาความแค้นที่มีอยู่มาลงกับตัวหล่อน มันเป็นสิ่งที่กานต์ชนกรู้สึกไม่ชอบใจเป็นที่สุด

ทำไม ต้องมาลงเอากับฉัน...?

ฉันรู้เรื่องอะไรด้วย...?

นี่ถ้าเขาอยู่ตรงหน้าหล่อนนะ หล่อนคงจะเอาเล็บไปตะกุยหน้าเขาเสียให้ลายพร้อยไปเลย !

'ฮึ ! คิดแล้วก็หมั่นไส้นัก !'

กานต์ชนกลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อดูสิ่งที่อยู่ในนั้นเผื่อว่าจะมีอะไรที่ตนพอจะใส่ได้บ้าง ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อห้องน้ำภายในห้องนั้น ได้ถูกตกแต่งให้สวยงามไม่แพ้กันกับภายในห้องนอนนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีชมพูอ่อนหวานคุมโทนลงมาตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ยันพรมเช็ดเท้าหน้าประตู

หลงหนี่ว์นี่นอกจะเป็นคนเย็นชาแล้ว ยังเป็นคนที่มีความอ่อนโยน อ่อนหวานซ่อนอยู่ในมุมลึก ๆ สินะ... ช่างเป็นเรื่องที่แปลกไม่น้อยเลย

กานต์ชนกใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก เธอหยิบไดเป่าผมขึ้นมาบรรจงเป่าผมของตนให้แห้งสนิทก่อนที่จะเตรียมตัวเข้านอนในคืนนั้น

กุกกัก !

เสียงประหลาดที่ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกแง้มเปิดออก

กานต์ชนกหันขวับไปในทันที ดวงตาเบิกโพลงวาวโรจน์นั้นแสดงถึงอาการไม่พอใจเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาถึงในที่ส่วนตัวของตนเช่นนี้

"หลงหนี่ว์...! คุณเข้ามาทำอะไรในห้องของฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้นะ !"

"เธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน !"

กานต์ชนกอึ้ง จ้องหน้าเขาตาแข็งกร้าว

"บ้านหลังนี้เป็นของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะเข้าออกตอนไหนก็ได้หรือไปที่ไหนก็ได้ตามที่ใจต้องการ แล้วเธอล่ะเป็นใครถึงจะมาใช้อภิสิทธิ์ในบ้านของฉัน ?"

"ยะ-อย่าเข้ามานะ...!"

กานต์ชนกร้องบอกเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ

"ทำไม...? กลัวฉันนักหรือไง ? เก่งนักนี่..."

หลงหนี่ว์รั้งเอวบางของเจ้าหล่อนเข้ามาในอ้อมแขน

"คุณจะทำอะไรอ่ะ ปล่อยนะ !"

"เฮอะ ! ฉันซื้อเธอมา..."

" ? "

หล่อนฉงนกับคำพูดของเขา

"เพราะฉะนั้นก็ช่วยทำตัวให้มันกับสมราคาค่าตัวของเธอหน่อยเซ่ ! ที่ฉันต้องยอมเสียเงินตั้งมากมายเพื่อจะได้ตัวเธอครอบครอง !"

"หมายความว่ายังไง ? คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ ?"

หลงหนี่ว์ยกยิ้มขึ้นมุมปาก

"ก็เรื่องหนี้สินห้าสิบล้านบาท ของพ่อเธอยังไงล่ะ... พ่อของเธอยอมยกเธอให้ฉันเพื่อแลกกับเงินหกสิบล้านที่ฉันเอาไปเสนอให้เค้าถึงที่"

"..."

"เค้าคงจะเห็นแก่เงินก้้อนที่ได้มาแบบฟรี ๆ โดยที่ตนไม่ต้องพยายามทำอะไรให้มันมากมั้ง ไหนจะได้นำมาใช้หนี้ได้อย่างรวดเร็ว แถมยังเหลือเงินอีกตั้งมากมายไว้ใช้จ่ายโดยไม่ลำบากขัดสนจนตายอีกด้วย ส่วนคนอื่นจะเป็นอย่างไรนั้นช่างหัวมัน ขอแค่ฉันมีชีวิตที่สุขสบายก็พอ"

"ไม่จริง"

กานต์ชนกไม่ยอมรับความจริงเหล่านั้น

"อ้อ... และพ่อของเธอก็ยังบอกกับฉันอีกว่า ลูกสาวของเค้าเนี่ยไม่เคยผ่านมือใครมาก่อนด้วยนะ... แต่มันก็น่าโมโหนายเอนัก ทั้ง ๆ ที่ฉันก็ให้เงินเค้าไปแล้วแท้ ๆ กลับไม่ทำตามสัญญา ถ้าหากฉันฉันไปช้ากว่านี้...มีหวังฉันคงต้องอดเป็นคนแรกของเธอแน่ ๆ "

"บ้า ! คุณมันน่าขยะแขยงที่สุด !"

หล่อนบริภาษเขาอย่างเจ็บแสบ

นํ้าเสียงของหล่อนสั่รเครือดั่งคนที่ดวงใจแตกสลาย หล่อนไม่คิดว่าบิดาจะกล้าทำกับหล่อนได้ถึงเพียงนี้

"ขยะแขยงเหรอ ฮึ...! แต่พอเป็นนายเอนี่นอนอ้าขารอเค้าเลยนะ"

"หยุดคำพูดจากปากเน่า ๆ ของคุณเดี๋ยวนะ ! บอกฉันมามาเดี๋ยวนี้นะว่าคุณเอาตัวพ่อของฉันไปไว้ที่ไหน !"

หล่อนเอ่ยเสียงแข็งกร้าว

"พ่อของเธอน่ะเหรอ... เค้าก็สบายดีไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร เผลอ ๆ มีความสุขเสียด้วยซ้ำไป...ที่ได้ขายลูกสาวคนเดียวอย่างเธอให้ฉันแทนนายเอ"

"ไม่จริง !"

"หึ ! ยอมรับความจริงเสียทีเถอะ คนเห็นแก่ตัวอย่างฉัตรชัยน่ะ ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของใครนอกจากตัวเองหรอก... ขนาดลูกสาวตัวเองแท้ ๆ ยังปล่อยให้มาลำบากหาเงินใช้หนี้กองโตได้โดยไม่แยแส... มันไม่เคยมีพ่อแม่คนไหนจะให้ลูกมาแบกรับภาระหนี้สินที่ตัวของลูกเองไม่ได้เป็นคนก่อแบบนี้หรอกน่า"

"..."

"เห็นได้ชัดเลย ว่าเค้าไม่เคยรักเธอเลยแม้แต่น้อย เค้าไม่เคยห่วงเธอเลยว่าจะรู้สึกอย่างไร เค้านึกถึงแต่คัวของเค้าเองทั้งนั้น ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้วเธอยังจะเรียกเค้าว่าพ่ออีกหรือกานต์ชนก ?"

"หยุดพูดได้แล้ว !"

"..."

เสียงแหบแผ่วนั้นทำให้เขาหยุดนิ่ง จ้องใบหน้าของสาวน้อยไม่ยอมละสายตา

ดวงตาคู่นั้นดวงกํ่าคละเคล้าไปด้วยหยาดนํ้าตาและแข็งกระด้าง ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวนั้นเจ็บปวดเพียงใด

"แค่รู้ว่าเค้าปลอดภัย ฉันก็ดีใจแล้ว"

"อย่ามาทำตัวเป็นแม่นางเอกละครน้ำเน่าให้มันมากนักเลยน่า... เธอเองก็ไม่ต่างไปจากเค้าเช่นกันนั่นล่ะ เรื่องความเห็นแก่ตัวกับเรื่องตํ่า ๆ ทั้งหลาย ตระกูลของพวกเธอคงจะทำกันบ่อยจนเกิดเป็นเคยชินขึ้นมาแล้วสินะ ไม่งั้นคงไม่ตกทอดมาจนถึงรุ่นสู่รุ่นแบบนี้หรอกใช่ไหม ?"

กานต์ชนกหน้าแดง ความร้อนพุ่งพล่านอยู่บริเวณใบหน้าเมื่อถูกเขาสบประมาทและพาดพิงไปถึงวงศ์ตระกูล

"คุณไม่มีสิทธิ์มาว่าคนอื่นแบบนี้ !"

"ยอมรับความจริงไม่ได้อย่างงั้นเหรอ...ห้ะ !"

"ออกไปจากห้องของฉันฉันเดี๋ยวนี้ ฉันอยากอยู่คนเดียว !"

หล่อนไล่เขานํ้าเสียงเด็ด

แต่เขาไม่ไปง่าย ๆ ขนาดนั้น เพราะยังไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ จุดประสงค์ที่เขาพาเธอมาที่นี่ยังไงล่ะ

"นี่กล้าไล่ฉันเลยเหรอ ? ฮึ ! เธอมันก็แค่คนปากเก่งแต่ไม่มีทางสู้ อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอนะ"

"ปล่อย !"

หล่อนพยามแกะมือเจาออกเมื่อรู้สึกว่าถูกแรงบีบหนักขึ้นเรื่อย ๆ

"ฉันเป็นประมุขของตระกูลเฉิน เมื่อเธอมาอยู่ที่นี่เธอจะต้องฟังฉันและทำตามที่คำสั่งฉันเท่านั้น"

"ไม่ !"

หล่อนสวนขึ้นทันควัน

"ฉันไม่สนหรอกว่าคุณจะใหญ่มาจากที่ไหน ถ้าคุณหวังจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือการแก้แค้นของคุณล่ะ ฝันไปเสียเถอะ !"

กรี๊ด !!

ร่างของกานต์ชนกปลิวไปตามแรงแหว่งของเขา

หน้าท้องของหล่อนปะทะเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง กานต์ชนกเจ็บจุกจนแทบล้มทั้งยืน แต่ก็ถูกหลงหนี่ว์คว้าตัวไปแล้วลากลงมายังเตียงกว้าง

"เก่งนักนี่ ! แล้วมาดูกันว่าอย่างอื่นจะเก่งได้เท่ากับปากหรือเปล่า !"

"อย่า- !"