ความแค้นที่กลายมาเป็นความรัก ความผูกพันที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจมันซักนิด ครั้งหนึ่งเขาเคยเคียดแค้นและอยากจะทำลายล้างทุกสิ่งด้วยมือของตัวเอง แต่แปลกนักครั้งนี้กลับรู้สึกรักอย่างหมดหัวใจ

รักร้ายทระนง - บทนำ อารัมภบท โดย สุรัตน์ติกานต์ ปิ่นแก้ว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ดราม่า,หญิง-หญิง,มาเฟียจีน ,ยูริ,ดราม่า,รัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

รักร้ายทระนง

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ดราม่า,หญิง-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

มาเฟียจีน ,ยูริ,ดราม่า,รัก

รายละเอียด

รักร้ายทระนง โดย สุรัตน์ติกานต์  ปิ่นแก้ว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ความแค้นที่กลายมาเป็นความรัก ความผูกพันที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจมันซักนิด ครั้งหนึ่งเขาเคยเคียดแค้นและอยากจะทำลายล้างทุกสิ่งด้วยมือของตัวเอง แต่แปลกนักครั้งนี้กลับรู้สึกรักอย่างหมดหัวใจ

ผู้แต่ง

สุรัตน์ติกานต์ ปิ่นแก้ว

เรื่องย่อ

สารบัญ

รักร้ายทระนง-บทนำ อารัมภบท,รักร้ายทระนง-บทที่ 1 พี. อาร์. สาว,รักร้ายทระนง-บทที่ 2 ขัดดอก (nc),รักร้ายทระนง-บทที่ 3 ความจริงอันแสนเจ็บปวด,รักร้ายทระนง-บทที่ 4 ไฟแค้นสู่ไฟแห่งความปรารถนา (nc+) ❤️🔥

เนื้อหา

บทนำ อารัมภบท

"อะไรนะคะพ่อ...! ห้าสิบล้าน !! "

กานต์ชนกร้องอุทาน นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ความรู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดออกจากร่างจนหมด เธอต้องใช้มือยันโต๊ะไว้เพื่อไม่ให้ทรุด ห้าสิบล้าน... ตัวเลขนั้นกัดกินสมองเธอจนพร่าเลือน...

"ใช่... พ่อเป็นหนี้คุณเอห้าสิบล้านบาท... และเขาก็ต้องการเงินทั้งหมดคืนตอนนี้..."   

ผู้เป็นพ่อยอมรับสารภาพแต่โดยดีทำเอาหญิงสาวอึ้งอ้าปากค้างแทบจะพูดอะไรไม่ออก

"ดะ-ได้ยังไงกันคะ ? พ่อไปเป็นหนี้เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ? " 

หล่อนถามเร็วปรื๋อ

"คือ.. พะพ่อ..."

"อย่าบอกนะว่าพ่อไปเล่นพนันมาอีกแล้วอ่ะ ! " 

หล่อนดักคอ จนอีกฝ่ายตกตะลึงพูดอะไรไม่ออก เพราะสิ่งที่ลูกสาวพูดมานั้นมันก็คือเรื่องจริง...

ฉัตรชัย กิตติวรนันท์... ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นนักธุรกิจผู้รํ่ารวยและมีชื่อเสียงในแวดวงการนักธุรกิจด้วยกันเอง... แต่ก็ต้องมาล้มละลาย เพราะภาวะเศรฐกิจตกตํ่าและนิสัยติดการพนันของเขา... จนต้องมากลายเป็นคนที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวเช่นนี้ ถึง "ห้าสิบล้านบาท...!"

ฉัตรชัยกอดแขนลูกสาวคนเดียวของเขาพร้อมกับขอร้องส่งสายตาอ้อนวอนเพื่อให้หล่อนเห็นใจ

"กานต์ กานต์ต้องช่วยพ่อนะลูก พ่อไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว ช่วยพ่อด้วยนะ... นะลูก"

"แล้วพ่อจะให้กานต์ช่วยยังไงคะ เงินตั้งห้าสิบล้าน ! ใครจะไปหาได้เล่า ? "

"แต่ถ้ากานต์ไม่ช่วยพ่อ พ่อต้องตายแน่ ๆ " 

ฉัตรชัยอ้างเอ่ย

"นะกานต์... ช่วยพ่อด้วยนะลูก พ่อขอร้องล่ะ พ่อไม่เหลือใครแล้วนอกจากลูกสาวคนเดียวของพ่อเท่านั้น ช่วยพ่อหน่อยนะลูกนะ..."

หญิงสาวปรายตามองผู้เป็นบิดาสีหน้าเอือมระอาหน่อย ๆ และมีความรู้สึกที่ยังลังเลใจอยู่ไม่น้อย เงินจำนวนนั้น ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ ที่จะหามาได้ง่าย ๆ 

ลำพังเงินเดือนพนักงานบริษัทต๊อกต๋อยอย่างหล่อนตอนนี้ รวมกันทั้งชาติยังไม่พอเลย... อีกอย่างอย่าว่าแต่จะใช้หนี้เลย จะกินจะใช้จ่ายให้พ้นได้แต่ละเดือนก็ยังลำบาก...   

แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นบิดาของหล่อน...

เธอเกลียดความเห็นแก่ตัวของเขา แต่ สายเลือด ที่ไหลเวียนในกายก็ไม่อนุญาตให้ทอดทิ้ง หล่อนกล้ำกลืน ความสมเพชตัวเอง ลงไป... เพราะรู้ดีว่า หน้าที่ลูก นั้นหนีไม่พ้น

กานต์ชนกนิ่งงัน... นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มปรายมองความเห็นแก่ตัวในดวงตาของบิดา เธอรู้สึกถึง ความร้าวฉานในส่วนลึกของหัวใจ 'ก็ได้ค่ะ...' เสียงของเธอแหบพร่า ราวกับยอมรับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกหนี

"ก็ได้ค่ะ... กานต์จะช่วยพ่อ"

ได้ยินคำตอบของลูกสาว สีหน้าของผู้เป็นบิดาก็ยิ้มระรื่นออกมาทันที และโอบกอดหล่อนไว้อย่างคนที่ดีอกดีใจจนเนื้อเต้น

"ขอบใจมากนะลูก พ่อรักลูกที่สุดเลย"

กานต์ชนก กลํ้ากลืนความรู้สึกบางอย่าง อย่างยากลำบากเหลือเกิน เงินจำนวนตั้งมากมาย แล้วหล่อนจะไปหามาจากที่ไหน...

หล่อนคิดไม่ตก และกลัดกลุ้มใจเป็นอย่างมาก...

นี่หล่อนควรจะหาทางออกจากปัญหานี้อย่างไรดี...

.... .... .... ... .... ... .... .... .... .... ..... ....



หญิงสาวก้าวเดินไปยังเบื้องหน้าในอาการคอตก สายตาของหล่อนจับจ้องอยู่ที่ฝีเท้าพลางครุ่นคิดอยู่แต่สิ่งที่กำลังทำให้หมกมุ่นเป็นกังวลใจ...

ในหัวของกานต์ชนกนั้นมีแต่คำถามมากมาย ที่กำลังก่อกวนจิตใจให้พะว้าพะวังไม่เลิกราเสียที กับสิ่งซึ่งกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

เธอคิดถูกแล้วหรือ ?

ที่จะต้องเอาตัวเองไปแบกรับปัญหาอันหนักอึ้งเหล่านั้นทั้งที่มันไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองก่อขึ้น ?

ทำถูกแล้วหรือ ที่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นหลอกใช้หล่อนให้แก้ไขปัญหานี้แทนตัวเขาเอง ยอมให้เขาใช้คำว่า 'พ่อ' มาบงการชีวิตของเธอ โดยที่ตัวเขานั้นไม่ต้องพยายามทำอะไรแม้แต่น้อย เท่ากับว่าเขาอยู่เฉย ๆ อย่างไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ แต่ตัวเธอกลับต้องมาลำบากเหน็ดเหนื่อย และวิ่งเต้นหาทางออกแบบชลมุนเพื่อให้เขาพ้นภัยอยู่เช่นนี้...

เธอทำถูกแล้วหรือกานต์ชนก ?

หญิงสาวกระซิบถามหัวใจแผ่วเบา แต่ก็ไม่อาจได้คำตอบกลับมา...

สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ตัวของหล่อนเลย...

เมื่อก่อน หล่อนมีอิสระในชีวิต และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกับความเป็นอยู่ที่เลือกเองในแบบของหล่อนถึงแม้จะไม่มีมารดาอยู่กับหล่อนแล้วก็ตาม แต่เมื่อคุณย่าของหล่อนเสีย หล่อนจึงต้องย้ายมาอาศัยกับบิดาในคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของเขา ต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับเหล่าอนุภรรยาทั้งหลายของบิดา หล่อนยอมรับตรง ๆ ว่าตลอดระยะเวลาที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์แห่งนั้น หล่อนอึดอัด และรู้สึกไม่ค่อยดีนักในยามที่ถูกสายตาหลายคู่ของบรรดาภรรยาน้อยของบิดาเพ่งมองจับจ้องมาที่ตัวหล่อน...   

สายตาเหล่านั้นที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง... และเต็มไปด้วยไฟริษยา...

หล่อนเบื่อหน่ายความกระหายอยากในลาภยศอำนาจและการแย่งชิงกันเพื่อให้ตนเป็นที่หนึ่งของอนุภรรยาเหล่านั้น จนแทบไม่อยากเห็นมันอีกต่อไป...

หลายครั้งที่หล่อนพยายามจะออกไปใช้ชีวิตด้วยตนเองในโลกภายนอกเหมือนอย่างที่เคย แต่ก็ถูกบิดาห้ามเอาไว้โดยอ้างว่า ลูกก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและแม่ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นในเมื่อใครคนใดคนหนึ่งยังอยู่ แล้วมันมีเหตุผลอะไรที่ลูกสาวของพ่อจะต้องออกไปใช้ชีวิตตามลำพังคนเดียวข้างนอกด้วยเล่า ? ด้วยคำพูดนี้ของบิดาหล่อนจึงตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ จนกระทั่งมาเกิดเหตุวิกฤตการณ์เศรษฐกิจตกต่ำ บริษัทของบิดาได้รับผลกระทบจากตรงนี้โดยตรงและขาดทุนจนแทบไม่มีเงินหมุนเวียนภายในบริษัท เขาจึงตัดสินใจกู้้เงินจากนายเอซึ่งเป็นเสี่ยเจ้าของบ่อนพนันและพนันออนไลน์รายใหญ่ของไทยที่บิดาเองก็เป็นลูกค้าขาประจำอยู่ก่อนแล้ว และกู้เงินในจำนวนมากถึงห้าสิบล้านบาท เพียงเพราะหวังว่ามันจะช่วยให้เขาสามารถประคับประคองสถานะของบริษัทให้รอดพ้นระยะเศรษฐกิจตกต่ำนี้ไปได้ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่คิดกลับไม่เป็นอย่างที่หวัง...

ภาวะขาดทุนเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นจนบริษัทต้องปิดตัวลงอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นบิดาก็ถูกศาลตัดสินฟ้องล้มละลายเนื่องจากไม่สามารถนำเงินมาคืนให้นายเอได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในใบสัญญา... เขาไม่มีเงิน แทบสิ้นเนื้อประดาตัวและกลายมาเป็นคนเร่ร่อนอยู่ในสลัมป์อันสกปรกอย่างที่เป็นทุกวันนี้...

และในยามนี้ มีแค่กานต์ชนกคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยเขาได้...

หญิงสาวระบายลมหายใจหนัก ๆ รู้สึกอึดอัดใจอย่างไรบอกไม่ถูก...

ชีวิตที่เคยมีความสุข หล่อนไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาตกอยู่ในความลำบากเช่นนี้

แต่ในขณะนั้นเอง พลันสายตาของหล่อนก็เหลือบไปเห็นไปปลิวใบหนึ่งตกอยู่ที่พื้นใกล้ ๆ กับเท้าขวา

หล่อนหยิบมันขึ้นมาพลิกหน้าอ่านโดยเร็วด้วยความสนใจเมื่อเห็นคำว่า 

'รับสมัครพนักงานพาทไทม์ ชั่วคราว (เด็กดริ้งค์หรือ พี. อาร์.) อย่างเร่งด่วนหลายอัตรา

คุณสมบัติ

ดื่มเป็น

คุยเก่ง

อัธยาศัยดี

อายุไม่เกินสามสิบปี

ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา'



"โรส เดอะ บาร์ เหรอ ?" 

กานต์ชนกเอ่ยอย่างสนใจ

" เอ... หรือว่าเราจะลองไปสมัครดี..."

พึมพำกับตนเองและกำลังคิดอย่างชั่งใจ

ตอนนี้ตัวเธอกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินเป็นอย่างมาก คิดว่างานในตำแหน่งนี้คงจะได้เงินเยอะพอสมควร นี่เป็นเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้หล่อนสามารถหาเงินมาช่วยบิดาของหล่อนได้   

ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องอับอายเพราะนี่เป็นการทำเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว...

ถ้าหล่อนไม่ทำ นั่นแปลว่าชีวิตของบิดาก็เสี่ยงอยู่บนเส้นด้ายเติมที...!

ลอบถอนใจเบา ๆ พลางเงยหน้ามองออกไปยังความมืดขมุกขมัวเบื้องหน้า...

ดวงตาไหวกระตุกวาบรู้สึกหมองหม่นภายในใจ เมื่อนึกสมเพชชีวิตของตน... ...

.... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...





ร่างผึ่งผายสง่างามในชุดสูทสีดำสนิทก้าวผ่านกลุ่มบอดิ้การ์ดหน้าตึกเข้ามาด้วยสีหน้าขรึมเข้ม

ใบหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้าไร้หนวดเคราดูหล่อคมคายไม่แพ้รูปร่าง... ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากใหญ่หนารับรูป เรียกได้ว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามแห่งมณฑลกวางตุงที่บรรดาแก๊งมาเฟียในจีนต่างต้องรู้จัก เขาคือ 'เหล่าไท่' มือขวาคนสนิทของ 'เฉิน หลงหนี่ว์' หรือนายหญิงหลงหนี่ว์ มาเฟียใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

"ขออนุญาตครับนายหญิง..."

"เชิญ !" 

เสียงกังวานตอบกลับมาเพียงสั้น ๆ ทั้งที่ยังไม่หันหลังกลับมาแม้แต่จะปรายตามองเลยสักนิด

"เรื่องที่นายหญิงให้ผมไปจัดการนั้นเรียบร้อยแล้วครับ..."

"ดี... แล้วเรื่องของฉัตรชัยที่ให้ไปตามสืบล่ะ เป็นไงบ้าง ?"

มือขวาผลุบเปลือกตาลงตํ่าพลางก้มศีรษะน้อย ๆ

"ครับ... ดูเหมือนว่าตอนนี้ตัวเขาจะเป็นหนี้สินท่วมหัวจนบริษัทล้มละลายไปแล้วล่ะครับ และยิ่งไปกว่านั้นตัวเขาเองยังเป็นหนี้เจ้าของบ่อนพนันออนไลน์อย่างนายเออีกด้วยตั้งหลายสิบล้านบาท สิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องไปอาศัยอยู่ในสลัมป์แถวย่านคลองเตย..."

"หึ ! ช่างน่าสมเพชเหลือเกินนะ... จากนักธุรกิจผู้รํ่ารวย ต้องกลายมาเป็นยาจกแทบไม่มีที่อยู่แบบนี้... แต่สมแล้วล่ะ นิสัยติดเล่นการพนันจนผีพนันเข้าสิงแบบนั้น... ส่วนลูกสาวก็คงใช้ชีวิตสุขสบายบนกองเงินกองทองที่คุณย่าเขาทิ้งไว้ให้ไม่เป็นเดือดเป็นร้อนเหมือนอย่างที่เคยสินะ..."   

เอ่ยเสียงตํ่าแกมเยาะเย้ย

แค่เหล่าไท่กลับสั่นหน้าเบา ๆ เอ่ยว่า 

"ไม่ใช่อย่างที่นายหญิงคิดครับ..."

คื้วคมขมวดย่นกับคำพูดนั้นหันมาจ้องหน้าคนตรงข้ามด้วยความสนเท่ห์

  "หมายความว่ายังไง ?"

ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนกล่าวว่า

"นายฉัตรชัยคิดจะใช้กานต์ชนกเป็นเครื่องมือลบล้างหนี้สิน..."

"..." 

หลงหนี่ว์นิ่งเงียบไปอึดใจ

ไม่เห็นนายสาวว่าอะไร เขาจึงพูดต่อ

"นายนั่นไม่มีปัญญาที่จะชดใช้เงินก้อนนั้นให้กับนายเอได้ เพราะตัวเขาเองอยู่ในสถานะล้มละลาย แต่จะยกลูกสาวคนเดียวให้เพื่อขัดดอกแทนครับ"

"..." 

รับฟังด้วยท่าทีสงบ พลางคิดในใจ

'ขัดดอกเรอะ ! นี่สิ้นไร้ไม้ตอกจนถึงขั้นขายลูกสาวเพื่อใช้หนี้เลยหรือ ? อิแบบนี้คงไม่หลงเหลือความเป็นพ่อแล้วกระมัง...'

"หึ ๆ " 

หัวเราะตํ่า ๆ ในลำคอ และบอกว่า 

"คงจะสนุกหน้าดูเลยทีเดียวนะ... คนบ้ากามอย่างนายเอคงชอบไม่น้อย" 

จบประโยค ร่างสูงก็ผุดลุกขึ้นแล้วคว้าเสื้อสูทสีดำมาคลุมไหล่ ก่อนจะก้าวออกจากห้องนี้ไป...

หลงหนี่ว์เกลียดและประณามคนประเภทเป็นที่สุด

พวกเห็นแก่ตัว พอถูกผีพนันเข้าสิงจนเป็นหนี้ท่วมหัวก็ใช้ลูกเมียเป็นเครื่องมือชดใช้หนี้สินแทน...

นับจากวันที่ตัวเองได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียแทนบิดาจนถึงวันนี้ มันทำให้ต้องพบเจอกับเรื่องพวกนี้อยู่โดยตลอดจนตัวเองเริ่มมีความรู้สึกเชิงลบกับผู้คนเหล่านั้น...

ลูกเมียหรือแม้แต่พ่อแม่ที่ไม่รู้เรื่องอิโหน่อิเหน่อะไรด้วยกลับต้องมารับผลจากการกระทำของอีกฝ่าย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ผิด

บุญคุณและค่านํ้านมจึงถูกยกขึ้นมากล่าวอ้างเพื่อผูกมัดให้อีกฝ่ายยอมทำตามความต้องการของตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และผลที่ตามมาก็คือผู้หญิงเหล่านั้นต้องมากลายเป็นโสเภณีขายตัวเพื่อชดใช้หนี้สินดังกล่าวที่ไม่ได้เป็นคนก่อ ส่วนคนที่ก่อร่างสร้างหนี้ขึ้นมาก็นั่งกระดิกตีนสบายใจเฉิ่ม...! ความทุกข์โศกดั่งตายทั้งเป็นจึงตกมาเป็นของผู้หญิงเหล่านั้นแทน 

ก็เพราะความเห็นแก่ตัวทั้งสิ้น !

ยิ่งพวกติดยาติดเหล่ายิ่งแล้วใหญ่ บางคนถึงขั้นฆ่าลูกเพื่อตัดเอาอวัยวะไปขาย บ้างก็ฆ่าพ่อแม่ตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน เป็นเช่นนี้รํ่าไป...

หลงหนี่ว์จึงมีทัศนคติที่ไม่ดีกับผู้คนเหล่านี้เสียเท่าไหร่... ถึงขั้นเกลียดเข้ากระดูกดำเลยก็ว่าได้... ซํ้ายังแอบสงสารเวทนาพวกผู้หญิงเหล่านั้น เธอโกรธเกลียดจนแทบอยากจะฆ่าพวกอมนุษย์ปีศาจพวกนั้นทิ้งเสียด้วยซํ้าไป

"เฮอ...!"   

ผ่อนระบายลมหายใจช้า ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มกลางห้องนอนของตน แล้วเอนตัวพิงพนักด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าและอยากจะพักผ่อนหลังจากที่นั่งทำงานมาทั้งวัน

พลันใจก็หวนคิดถึงเรื่องราวบางอย่างในอดีต ซึ่งแล้วมาเนิ่นนาน...

ในสวนอันร่มรื่นซึ่งถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าพฤกษานานาพรรณ...

กลิ่นหอมเย็นอ่อน ๆ จากดอกลีลาวดีสีสวยส่งกลิ่นรัญจวนเย้ายวนมาตามลม คละเคล้ากับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้ากับภาพบรรยากาศของครอบครัวอันแสนอบอุ่น

คิดถึงรสหวานหอมละมุมของขนมดอกลำดวนฝีมือมารดา ที่จะได้กินทุกครั้งเมื่อตนได้ไปบ้านคุณยายที่เมืองไทย

ภาพความอบอุ่นเหล่านั้น หลงหนี่ว์ยังจำได้ไม่เคยลืม ไม่ว่าเวลาจะผันผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม...    

ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะไม่ได้อยู่กับเธอแล้ว แต่ภาพความทรงจำจะยังคงอยู่กับเธอตลอดไป...

ภาพความทรงจำที่อบอุ่นและแสนจะเจ็บปวด... ซึ่งเป็นตราบาปฝั่งใจไม่เคยลบลืม...



เมื่อสิบปีก่อนนั้น มารดาของเขาทำงานเป็นเลขานุการให้กับนายฉัตรชัยที่บริษัท แต่ต่อมากลับถูกเพื่อนร่วมงานใส่ร้ายว่าเธอลอบเล่นชู้กับฉัตรชัย รินลณีซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการและเป็นพี่สาวของจันทราภรรยาของฉัตรชัย พร้อมด้วยตัวของจันทราเอง ได้บุกเข้ามาทำร้ายมารดาถึงบ้านพัก 

มารดาของเขาพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอดแต่ขณะนั้นรถของฉัตรชัยได้พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงและเจ้าตัวก็ตกอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก จนสุดท้ายมารดาก็ถูกรถของฉัตรชัยชนจนเสียชีวิต !

ไม่มีใครรู้เลยว่ามารดาของเขาที่จริงแล้วเป็นภรรยาของ เฉิน ไป่หลง นักธุรกิจและมาเฟียใหญ่ของจีน...

มารดาเลือกที่จะปิดบังความจริง และเลือกมาใช้ชีวิตกับคุณยายที่ไทย โดยเหตุผลเพียงข้อเดียวก็คือ มารดาไม่สามารถทิ้งคุณยายให้อยู่ที่นั่นตามลำพังได้ เพราะคุณยายคือแม่ผู้บังเกิดเกล้าและเป็นคนที่มารดาเทิดทูนอย่างสุดชีวิต...

เมื่อข่าวนี้รู้ไปถึงไป่หลงผู้บิดา... เขาเสียใจหนักมากจนกระทั่งตรอมใจ และเลือกที่จะตายตามหญิงคนรักอย่างมารดาไปในที่สุด...

หลงหนี่ว์แค้นคนพวกนั้นมาก มากจนแทบอยากจะฆ่าพวกมันให้ตายด้วยน้ำมือตัวเองทีละคน อย่างที่พวกมันทำไว้กับมารดาและบิดาของเขา...

และกานต์ชนกลูกสาวคนเดียวของฉัตรชัย ก็คือเป้าหมายของเขา... 

ฝ่ามือเอื้อมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาต่อสายไปยังสาย ๆ หนึ่ง

เขารอปลายสายอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อน จนกระทั่งมีสัญญาณตอบกลับเป็นสำเนียงทุ้มของชายคนหนึ่งที่เขาคุ้นเคยดี แล้วจึงบรรจงกรอกเสียงกังวานมีอำนาจลงไป

"ตงหยวน... ฉันมีงานให้นายทำ..." 

... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...







ร่างระหงในชุดสูทสีดำสนิทที่ใคร ๆ เห็นแล้วเป็นต้องมีอาการกริ่งเกรงใจทุกครั้งที่พบเห็นก้าวเข้ามาภายในสถานเริงรมย์อันเลื่องชื่อแห่งหนึ่งในย่านกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักของบรรดานักท่องราตรีทั้งหลายทั้งไทยและต่างประเทศ เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่หลังไหลผลัดกันเข้ามาใช้บริการไม่ซํ้าหน้า...

เขานั่งลงบนโซฟาตัวยาวในมุม ๆ หนึ่งซึ่งเป็นจุดมืดโดยมีบอดี้การ์ดคนสนิทยืนคุ้มกันอยู่เบื้องหลัง เขาเลื่อนสายตามองไปยังผู้คนหลายต่อหลายคนที่กำลังเขย่ากายวาดลีลาลวดลายบนฟลอร์ท่ามกลางกลุ่มแสงไฟหลากสีอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ดูพวกนั้นจะมีความสุขมากที่ได้มาปลดปล่อยตัวตนของตัวเองออกมาอย่างมีอิสระซึ่งไร้ขอบเขตบังคับใด ๆ เมื่อย่างกรายเข้ามาในสถานที่แบบนี้ ที่นี่เปรียบดั่งสถานที่อีกมิติหนึ่งที่แตกต่างจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิงของผู้คนทั้งหลายที่เฝ้าแสวงหาความสุข ซึ่งอยากจะสลัดความทุกข์และความหนักอึ้งทั้งหลายทิ้งไว้กับโลกภายนอก แล้วมาสนุกสนานกับบทเพลง และนักท่องกลางคืนคนอื่น ๆ เพื่อให้ลืมและคลายความทุกข์ที่สั่งสมมา...

แต่ไม่ใช่กับเขา...!

เขามาที่นี่เพียงเพราะจุดประสงค์และเหตุผลบางอย่างเท่านั้น...

"รับเครื่องดื่มอะไรเป็นพิเศษไหมครับ..."

สายตาคมไหวตวัดตามเสียงของบริกรหนุ่ม พลางตอบเสียงเรียบ ๆ

"ขอนํ้าเปล่า..."

" ? "

บริกรหนุ่มออกจะทึ่งกับคำตอบของเขา เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครสั่งนำเปล่าดื่มกันในผับ บาร์ หรือร้านเหล้าที่ไหนเลย สำหรับตัวของบริกรคนนี้แล้ว ผู้หญิงคนนี้จึงถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกสำหรับเขา

"เอ่อ... ได้ครับ... ซักครู่นะครับ..."

หนุ่มบริกรกำลังจะผละออกไปเตรียมเครื่องดื่มตามที่เธอต้องการแต่...

"เดี๋ยวก่อน !"

"ครับ..."

ชายหนุ่มรีบถอยกลับมาทันที

"ที่นี่มีพาทเนอร์ไหม...? นั่งอยู่แบบนี้แล้วมันเหงา ๆ ยังไงไม่รู้ อยากมีเพื่อนคุย..." 

บริกรหนุ่มขมวดคิ้วตอบว่า

"ถ้าคุณหมายถึงบาร์โฮส ตอนนี้ก็ยังมีว่างอยู่สองคนครับ ไม่ทราบคุณใจจะรับกี่คน-"

ชายหนุ่มยังพูดยังไม่ทันจบ เธอก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงให้หยุดเสียก่อน

"เปล่า... ฉันไม่ได้ต้องการบาร์โฮส..."

" ? "

"ฉันหมายถึง พี.อาร์."

'อะไร... นี่เธอชอบผู้หญิงหรอกหรือ ?'

คิดในใจแบบนึกเสียดายกราย ๆ ผู้หญิงที่มีรูปร่างสมส่วนสง่างามดั่งเทพธิดาอย่างเธอ น่าจะได้คู่กับผู้ชายในลักษณะเดียวกันมากกว่า... แต่จะว่าไปแล้ว... ลักษณะท่าทางของเธอมันก็บ่งบอกชัดเจนตั้งแต่ทีแรกแล้วนี่นะว่ามีรสนิยมในเรื่องหัวใจแบบไหน...

บริกรหนุ่มระบายยิ้มบาง ๆ และเอ่ยตอบ

"ถ้าเป็น พี.อาร์. ผมมีน้องใหม่มาแนะนำครับ... คนนี้หน้าตาสะสวยไม่ใช่เล่น เพิ่งมาทำงานวันนี้วันแรกเลย สนใจไหมครับ"

ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า นึกกระหยิ่มอยู่ลึก ๆ ในใจพร้อมกับความมุ่งหวังบางอย่าง

"อืม..."

"งั้นซักครู่นะครับ..."

หนุ่มบริกรผละออกไปด้วยความรีบเร่ง เพื่อจัดแจงตามที่เธอต้องการ

หลงหนี่ว์รู้ว่ากานต์ชนกอยู่ที่นี่... จึงได้มาหาหล่อน... เพื่อที่จะได้ทำตามแผนการที่ตนได้วางเอาไว้ตั้งแต่ต้นให้สำเร็จ...

เพียงแค่รอเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น เกมการแก้แค้นของเธอก็จะได้เริ่มขึ้น และทำหน้าที่ของมันอย่างแยบยล... ... ...