ในค่ำคืนที่สายน้ำกระซิบเสียงคร่ำครวญ รอยยิ้มของ “นางพราย” ปรากฏขึ้นบนผิวน้ำทุกครั้ง ความจริงของนางพรายกำลังรอให้เขาเป็น “เหยื่อรายต่อไป”เพราะบางครั้ง… คนที่ยิ้มให้เรา อาจเป็นคนเดียวที่พรากเราไปตลอดกาล

กรีดรอยยิ้มนางพราย - ตอนที่ 3 สัมผัสบนผ้าปู โดย พิจิตร บรรจง @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ผู้ใหญ่,จิตวิทยา,ดาร์ค,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

กรีดรอยยิ้มนางพราย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ผู้ใหญ่,จิตวิทยา,ดาร์ค

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

กรีดรอยยิ้มนางพราย โดย พิจิตร บรรจง @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ในค่ำคืนที่สายน้ำกระซิบเสียงคร่ำครวญ รอยยิ้มของ “นางพราย” ปรากฏขึ้นบนผิวน้ำทุกครั้ง ความจริงของนางพรายกำลังรอให้เขาเป็น “เหยื่อรายต่อไป”เพราะบางครั้ง… คนที่ยิ้มให้เรา อาจเป็นคนเดียวที่พรากเราไปตลอดกาล

ผู้แต่ง

พิจิตร บรรจง

เรื่องย่อ

“ศจี”พรายสาวนักเรียนธรรมดาในอรัญสถานแห่งป่าหิมพานต์

วันนึงกลับต้องพบเจอกับร่างอันไร้วิญญาณของเพื่อนร่วมรุ่น ใบหน้าของศพยิ้มอย่างมีสุขร่างกายถูกฉีกเป็นชิ้นแต่มีบ้างอย่างแปลกออกไป และเหยื่อรายต่อๆไปมีของบางอย่างที่เชื่อมมาถึงตัวเธอ เธอจะต้องสืบหาตัวฆาตกรให้ได้ และบทสุดท้ายที่ทำให้เธอต้องเสียใจ

สารบัญ

กรีดรอยยิ้มนางพราย-ตอนที่1 รอยยิ้มที่ไม่ควรมี ,กรีดรอยยิ้มนางพราย-ตอนที่2 หลักฐานที่คุ้นเกินไป,กรีดรอยยิ้มนางพราย-ตอนที่ 3 สัมผัสบนผ้าปู

เนื้อหา

ตอนที่ 3 สัมผัสบนผ้าปู


     รายที่สองไม่ได้ถูกทิ้งไว้ในป่า คราวนี้ศพถูกพบในห้องพักเล็ก ๆของชายหนุ่ม

     ข่าวการพบศพครั้งที่สองกระจายไปในโรงเรียนเหมือนควันจากตะเกียง ข้อความสั้น ๆ ในหนังสือจดหมายเหตุส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว รัชช์ — หนุ่มนรสิงห์ร่างผอมแต่มีดูมีเสน่ห์ ลึกลับไม่สุงสิงกับใครผู้ที่มักชอบยืนทอดมองผืนน้ำพรายในยามเย็น — ถูกพบในห้องพักของเขาเอง บนเตียงปูผ้าลินินสีอ่อนซึ่งตอนนี้ดูเหมือนผลงานศิลป์ที่ถูกฉีกออก ร่างของรัชช์ผ่าเป็นสองส่วนระหว่างตัวครึ่งหนึ่ง: ผิวบางส่วนถูกตัดออก อวัยวะภายในหายทั้งหมด รอยรอบข้อมือเหมือนมีการกดทับเป็นวงกว้าง และรอยย่นที่บ่งชี้ว่ามีใครสักคนถูกตรึงไว้สองข้างด้วยความเต็มใจ มากกว่าจะถูกบังคับ การพบศพในเตียงของเขาทำให้หน่วยสืบต้องขยายขอบเขตการสอบสวนไปถึงคนใกล้ตัว บนผ้าปูมีรอยสัมผัส รอยที่ไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้ แต่เป็นการประทับของความใกล้ชิดอย่างร้อนแรง

      เหมือนถูกตรึงด้วยความต้องการบางอย่าง

เขาเสียชีวิตในขณะที่จังหวะของหัวใจเต้นสูงสุด

ใบหน้ายิ้มแบบสุขล้นรอยยิ้มนั้นทำให้คนพบเห็นต้องหยุดชะงัก เพราะมันไม่ใช่รอยยิ้มจากความทุกข์ หากเป็นความพึงพอใจที่ถูกแช่แข็ง

     หน่วยสืบคุณไสยเข้าตรวจทันที ห้องเล็ก ๆ ของรัชช์มีกลิ่นของยาสมุนไพรจาง ๆ ผสมกลิ่นเหงื่อและกลิ่นเทียน พวกเขาใช้ผ้าสะอาดปัดเส้นผมและฝุ่นก่อนจะเก็บตัวอย่าง 

     การตรวจพิสูจน์พบสารบางอย่างในกระแสเลือด—สารชนิดเดียวกับที่พบในที่เกิดเหตุครั้งก่อน แต่เข้มข้นกว่า และมีองค์ประกอบที่ปรับแต่งมาจากสมุนไพรพรายเฉพาะชนิดเท่านั้น นักสมุนไพรยืนยันว่าพิษนี้จะทรงพลังเฉพาะเมื่อร่างและจิตเข้าสู่สภาวะที่ “เปิด” สมบูรณ์—นั่นคือเมื่อความปรารถนาและความไว้วางใจมาบรรจบกัน

     ขณะเจ้าหน้าที่ทำงาน ศจียืนอยู่ที่ประตูห้อง แสงเทียนสาดเข้ามาจากโคมริมเตียง เธอมองร่องรอยบนผืนผ้าอย่างตั้งใจ รอยนิ้วมือจาง ๆ ที่กดลึกในเนื้อผ้า รูปแบบการสัมผัสเป็นแบบเดียวกับที่เธอเห็นภาพในหัวของตนเอง—แต่อีกครั้ง เธอผลักความคิดนั้นออกและบอกตัวเองว่าอย่าคิดไปไกล

     บนโต๊ะข้างเตียงมีสมุดเล่มบาง ๆ ปกหนังที่เปิดคาไว้ หน้าหนึ่งมีข้อความเขียนด้วยลายมือ รัชช์มักจดบันทึกสั้น ๆ เมื่อเขาคุยกับใครบางคน เขียนถึงความรู้สึกตอนอยู่กับคนที่ทำให้เขา “ถูกดึงให้เข้าไปยังสายตาคนหนึ่ง” และว่าเขาไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรเพราะ “มันสวยมากเกินกว่าจะทิ้งไป” ศจีค่อย ๆ โน้มตัวอ่านโดยไม่ตั้งใจ ข้อความสุดท้ายเขียนว่า:


“เธอทำให้ฉันลืมทุกอย่าง — ไม่รู้จะห้ามยังไง เหมือนน้ำที่ดึงให้ลงไปจนไม่อยากขึ้นมาอีก ใบหน้าเธอในความมืด สั้น ๆ แต่ชัดเจน…ฉันอยากจดจำไว้ตลอด”


ข้อความจบลงด้วยหมึกกะพริบและรอยนิ้วมือที่เบลอ เศษคำที่ตกค้างทำให้ศจีรู้สึกว่าคำพูดนั้นไม่ใช่แค่การชมเชย แต่เป็นข้อความของคนที่ยินยอมและยินดีที่จะปล่อยไปสู่ความเข้มข้นบางอย่าง รัชช์ไม่ได้ถูกจับมัดแบบคนถูกบังคับ เขาถูกนำพาตามความปรารถนา — และนั่นทำให้การตายมีความตั้งใจมากกว่าการโจมตีฉับพลัน


แต่ทุกอย่างในห้องกลับส่งสัญญาณบางอย่างที่คุ้นเคย—เสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเมื่อคิดถึงการสัมผัส


นักคุณไสยถามศจีเรื่องกลิ่น เธอยืนยันว่ามีกลิ่นพรายชนิดหนึ่งปะปนอยู่ แต่มันมีการปรับสภาพ — เหมือนผสมกับยาสมุนไพรเพื่อให้ทำงานผ่านการสัมผัส ผู้นำการตรวจชี้ว่า รูปแบบการปล่อยสารต้องอาศัยความใกล้ชิดที่สูง และต้องรู้จังหวะของหัวใจ ความอบอุ่นของผิว และการตอบสนองทางเสียงที่บ่งบอกว่านาทีใดควรเร่งหรือชะลอ การพูดนี้ทำให้เส้นเอ็นในคอของศจีตึง เธอรู้สึกว่ามีคนกำลังอ่านชั้นความทรงจำของเธอด้วยสายตาที่เฉียบคม


บนพื้นใกล้รองเท้าของรัชช์พบเศษผ้าแปลก ๆ เศษหนึ่งติดกับปุ่มเสื้อคลุมข้างเตียง มีเส้นใยที่เมื่อเจ้าหน้าใช้คุณไสยแยกออกมาปรากฏว่ามีร่องรอยสารบางอย่างจาง ๆ เคลือบอยู่ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่พบในศพของคีรา—แต่ในรูปแบบเบาบางกว่า นั้นชี้ว่ามีใครสักคนอาจมาลงมือเงียบๆและใช้ความรู้เชิงทดลองในการจัดวางเหตุการณ์ให้เหมือนความรักที่สมบูรณ์แบบ


รัชช์ไม่ได้ทิ้งเบาะแสมากในชีวิตจริง แต่สมุดจดเล่มเล็ก ๆ บอกบางอย่างที่ภาพถ่ายหรือพยานปากเปล่าไม่อาจให้ได้ — เขาจดวันที่และช่วงเวลาไว้เป็นบ่อยครั้ง และมีการจดเวลาที่คาดว่าจะเกิด “ความใกล้ชิด” แต่หน้าหนึ่งมีช่องว่างอย่างจงใจ เวลาว่างนั้นคือ “03:14” ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เทียบเวลาการเข้าออกของผู้คนในเส้นทางก็พบว่ามีคนผ่านในช่วงใกล้เคียงกัน — นั่นคือรัชช์และหญิงสาวปริศนา


ศจีหยิบสมุดขึ้นมาดูใกล้ ๆ เธอเห็นรอยปากกาเขียนซ้ำเป็นวงกว้างที่มุมหน้า — สัญลักษณ์ที่เธอเคยเห็นในบันทึกการทดลองของตัวเอง เป็นสัญลักษณ์เรียบง่ายที่บ่งบอกถึงรอบการปล่อยสารเมื่อหัวใจถึงระดับหนึ่ง สัญลักษณ์นั้นไม่ใช่สัญลักษณ์สาธารณะ แต่เป็นตัวแทนการทำงานที่เธอและอาจารย์ทดลองใช้เพื่อศึกษาการตอบสนองของพรายต่อกลิ่นและสัมผัส เธอช็อกจนแทบวางสมุดไม่ลง


“คุณมีอะไรจะบอกเราไหม ศจี?” นักวิทยพรายถาม น้ำเสียงไม่ตัดสินแต่เต็มไปด้วยความสงสัย เธอพยายามอธิบายความรู้สึกที่มาพร้อมภาพแวบ ๆ ที่เธอเห็น แต่คำพูดของเธอฟังดูเหมือนเรื่องเล่า เธอไม่อยากยอมรับว่าบางส่วนของคำตอบอาจชี้มาที่ตัวเธอเอง แต่เมื่อเธอเล่าไปถึงสัญลักษณ์รอบการปล่อยสาร ใบหน้าของนักวิทยพรายเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้น พวกเขาเริ่มจับประเด็นที่ว่าฆาตกรต้องมีความรู้เชิงเทคนิคและความเข้าใจด้านอารมณ์ในระดับสูง


ตอนทีมตรวจค้นเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของรัชช์ พวกเขาพบเศษผ้าสีเข้มพับไว้อย่างเรียบร้อยในลิ้นชักซึ่งไม่เข้ากับนิสัยของเขา ข้างในมีขวดแก้วเล็ก ๆ ที่มีสารสีอำพันจาง ๆ มีกลิ่นหอมคล้ายสมุนไพร แต่เมื่อตรวจสอบ พบสารที่บ่งบอกว่ามันสามารถกระตุ้นจังหวะหัวใจและความไว้วางใจได้ชั่วคราว นี่ไม่ใช่ยาปลุกใจให้เสื่อมสติ แต่เป็นสารที่เชื่อมจิตใจคนในระดับลึกจนทำให้พวกเขายินยอมง่ายขึ้น


ในระหว่างการตรวจ ศจีเห็นภาพแวบหนึ่ง — เงามืดที่โน้มตัวเหนือรัชช์ มือของเงานั้นวางแบบนุ่มนวลแต่มั่นคง เสียงกระซิบไม่ใช่คำพูด แต่เป็นการปรับจังหวะลมหายใจ ภาพนั้นสั้นและจบลงด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า เหมือนภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายด้วยฟิล์มเก่า เธอถอนหายใจและพยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในสมุดของตนเอง แต่เมื่อเธอพยายามจดลง ปากกากับมือกลับสั่นจนเส้นกลายเป็นฟันปลา


ก่อนออกจากห้อง ศจีหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่ตกอยู่ใต้เตียงของรัชช์ขึ้นมาดู มันมีกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ และมีเส้นผมสีดำพันอยู่หนึ่งเส้น เธออ้าปากเพราะเส้นผมนั้นมีความเงาและความหนาที่คุ้นเคยจนแทบจะเหมือนของตนเอง เธอเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อตนเองไว้เงียบ ๆ โดยไม่ให้ใครเห็น แล้วเดินออกมาด้วยอาการหัวหนัก เมื่ออยู่ข้างนอกบรรยากาศเย็นและเงียบ ความลับบางอย่างชัดขึ้นอีกนิด—แต่ก็ยังไม่พอที่จะบอกใคร


คืนนี้เธอนอนคิด เธอพยายามเชื่อมต่อช่องว่างในความจำด้วยการอ่านซ้ำ ๆ ในสมุดของเธอข้อความที่ค่อย ๆ อ่านมีข้อความอื่นนอกจากเนื้อหาที่เธอเขียนเอง เป็นเหมือนเพลงเศร้า เธอรู้สึกว่ามีคนกำลังแต่งบทเพลงนั้นให้จบทั้งหมด แต่ใครคือผู้แต่ง เธอยังตอบไม่ได้ สิ่งที่แน่นอนคือเรื่องราวกำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่มีแบบแผน และความรู้สึกว่าตัวตนของเธอเองอาจไม่ปลอดภัย


เมื่อรุ่งเช้าคืนนั้น เธอเปิดสมุดบันทึกของตัวเองอีกครั้ง เขียนบันทึกถึงเหตุการณ์และสิ่งที่เธอเห็น แต่บันทึกก็มีช่องว่างบางแห่งที่หายไปเหมือนเคย และเมื่อเธอจ้องไปที่รอยปากกาที่ขาด ผิวหนังที่หลังคอของเธอก็รู้สึกเหมือนมีใครแตะเบา ๆ เสียงหัวเราะแผ่วผ่านความมืด และศจีรู้ทันทีว่า เธอต้องลงไปลึกกว่านี้—และการค้นหาอาจพาเธอไปพบกับสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างของตัวเอง