เขา — ชายหนุ่มผู้ยิ้มได้กับทุกเรื่อง เธอ — หญิงสาวผู้ไม่เคยยิ้มเลยสักครั้ง เมื่อความอบอุ่นของเขาเริ่มละลายน้ำแข็งในใจเธอ เธอกลับไม่รู้เลยว่า… ความเงียบที่เขามอบให้นั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อปลอบโยน แต่อาจมีไว้ “เพื่อปกป้องเธอจากบางสิ่ง”

The Innocent Heiress (คุณหนูผู้ไร้เดียงสา) - ไอรา บทที่ 1 เสียงเปียโนในห้องเงียบ โดย athanasia(อาธานาเซีย) @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แอคชั่น,อาชญากรรม,สืบสวนสอบสวน,ชาย-หญิง,ความรัก,สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ,สืบสวน ,ปรัชญา,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

The Innocent Heiress (คุณหนูผู้ไร้เดียงสา)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แอคชั่น,อาชญากรรม,สืบสวนสอบสวน,ชาย-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ความรัก,สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ,สืบสวน ,ปรัชญา

รายละเอียด

The Innocent Heiress (คุณหนูผู้ไร้เดียงสา) โดย athanasia(อาธานาเซีย) @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เขา — ชายหนุ่มผู้ยิ้มได้กับทุกเรื่อง เธอ — หญิงสาวผู้ไม่เคยยิ้มเลยสักครั้ง เมื่อความอบอุ่นของเขาเริ่มละลายน้ำแข็งในใจเธอ เธอกลับไม่รู้เลยว่า… ความเงียบที่เขามอบให้นั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อปลอบโยน แต่อาจมีไว้ “เพื่อปกป้องเธอจากบางสิ่ง”

ผู้แต่ง

athanasia(อาธานาเซีย)

เรื่องย่อ

เมืองฮาเลนเป็นเมืองบนเนินเขาที่ฝนตกทุกวัน

ผู้หมวดหนุ่ม “โนอาร์ รีฟ” ได้มาประจำการที่บ้านเกิดในฐานะตำรวจน้ำดีอนาคตสดใส — เขาตามสืบคดีที่ดูเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยความเงียบผิดปกติของผู้คน
 

ที่นั่น เขาได้พบกับเพื่อนสมัยเด็กที่เคยย้ายออกจากเมือง “อีเลียส เคิร์น” ชายผู้มีเสน่ห์และอำนาจลึกลับในรอยยิ้ม

และหญิงสาวผู้ไม่ค่อยพูด “ไอรา เวนน์” คนทำงานร้านกาแฟที่ชอบเขียนนิยายในสมุดเก่าเล่มหนึ่ง

ในเมืองที่มีกลิ่นฝนปนกลิ่นหมึก

เสียงระฆังดังซ้ำเวลาเดิมทุกเย็น

ผู้คนเริ่มหายไปทีละคน — ไร้ร่องรอย ไร้เหตุผล

ฆาตกรต่อเนื่องที่ไร้หลักฐานเชื่อโยงทำให้รอบตัวต่างดูราวกับผู้สงสัย

ระหว่างรอยยิ้มของอีเลียสที่อ่อนโยนเกินควร

กับสายตาของไอราที่เหมือนไม่เคยมองใครจริงๆ

โนอาร์เริ่มรู้สึกว่า เมืองทั้งเมืองกำลังเขียนเรื่องราวบางอย่างขึ้นมา — และเขาอาจเป็นเพียงตัวละครอีกคนในนั้น

สารบัญ

The Innocent Heiress (คุณหนูผู้ไร้เดียงสา)-โนอาร์ บทที่ 1 ครั้งแรกเมื่อยามระฆังดังสามครั้ง,The Innocent Heiress (คุณหนูผู้ไร้เดียงสา)-อีเลียส บทที่ 1 รอยยิ้มกลางฝน,The Innocent Heiress (คุณหนูผู้ไร้เดียงสา)-ไอรา บทที่ 1 เสียงเปียโนในห้องเงียบ

เนื้อหา

ไอรา บทที่ 1 เสียงเปียโนในห้องเงียบ

ห้องเช่าชั้นสี่ของตึกเก่าที่ใกล้ถูกปิด ไม่มีสิ่งใดนอกจากกลิ่นสนิมและเสียงไฟฟ้ากระพริบของหลอดไส้ที่ทำงานไม่เต็มแรง

แสงสีส้มอ่อนสั่นไหวเหนือโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษ ฉันนั่งอยู่ตรงนั้น พยายามเขียนประโยคสุดท้ายของเรื่องที่ยังไม่มีตอนจบ

ในอาคารแห่งนี้มีเพียงห้าคนที่อาศัยอยู่ ไม่สิ—หกคน เถ้าแก่บอกว่าห้องพักชั้นสี่นี้เองก็มีอีกคนอยู่ด้วย ถึงจะไม่เคยเจอใครบนชั้นนี้เลยก็ตาม

คืนนี้อากาศชื้นกว่าปกติ ลมหายใจของฉันกลายเป็นไอขาวในห้องที่ปิดสนิท เสียงปากกาขีดเขียนเหนือกระดาษคือสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหว จนกระทั่ง—

เสียงเปียโนดังขึ้น

ตอนแรกมันเบาเหมือนเสียงคนลองคีย์อย่างเก้ๆ กังๆ คีย์ต่ำลากยาวจนรู้สึกเหมือนใครบางคนกำลังลากเงาให้ยืดยาวตามเสียง

ฉันหยุดมือ มองเพดานที่สีลอกคราบทีละชั้น

เสียงนั้นขยับเร็วขึ้น ราวกับกำลังค่อย ๆ ได้ชีวิตของตัวเอง

มันกลายเป็นทำนองที่งดงามจนฉันเผลอพยักหน้าตามโดยไม่รู้ตัว แล้วทันใดนั้น... จังหวะก็รุนแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ

เสียงคีย์กระแทกติดกันถี่รัว เหมือนคนระบายความโกรธที่สะสมมานาน

ฉันขมวดคิ้ว เผลอกัดริมฝีปากล่าง เสียงนั้นยังไม่หยุดแม้หลอดไฟจะดับลงไปช่วงหนึ่ง

เขาคือคนนั้นสินะ — เพื่อนร่วมหอที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

ฉันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้เสียงดนตรีพาไป

มันเหมือนเสียงหัวใจของใครบางคนที่กำลังพัง แต่พยายามให้ยังมีจังหวะ

 

———

วันนี้ยังคงก้าวออกจากตึกแต่เช้ามืดไม่ต่างจากวันอื่น ถนนปูด้วยอิฐเปียกน้ำค้าง เสียงเครื่องจักรจากโรงเย็บจักรดังไกล ๆ เหมือนเสียงลมหายใจของเมือง

ฉันทำงานที่นั่นมาสามสัปดาห์—โรงเย็บจักรสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้าส่งโรงแรมและครอบครัวมีฐานะ

ห้องยาวแคบ มีโต๊ะต่อกันเป็นแถว ยี่สิบเครื่องจักรตั้งชิดกันจนไหล่ชน

กลิ่นเหล็กผสมกลิ่นฝุ่นผ้าและเหงื่อของคนทำงานอบอวลอยู่ตลอดวัน

พอเสียงนกหวีดดัง เราทุกคนก็เริ่มเย็บเหมือนส่วนหนึ่งของเครื่องจักร

เท้าฉันเหยียบคันเหล็กซ้ำ ๆ จนผิวส้นเท้าแตก แต่ฉันไม่หยุด

แสงจากหลอดไฟเพิ่งติดในบางมุม เมืองเพิ่งเริ่มมีไฟฟ้าใช้ได้ไม่นาน

ผู้หญิงคนข้างๆ กระซิบคุยกันเรื่องคนงานที่ลาออกเมื่อคืน “ยัยนั่นบอกว่าวันนี้จะเล่าข่าวดีให้ฟัง แต่กลับหายหน้าไม่ยอมโพล่มา”

ฉันไม่ได้เงยหน้า อีกเสียงหนึ่งตอบเบา ๆ “ข่าวดีที่ว่า อาจหมายถึงเธอโดนไล่ออกก็ได้”

พวกเธอหัวเราะ แต่เสียงจักรกลบดเสียงหัวเราะนั้นหายไปหมด

เวลาทำงานที่นี่ไม่ต่างจากอยู่ในลำกล้องปืน—เสียงดังจนกลืนทุกความคิดของตัวเอง

และบางครั้ง ฉันสงสัยว่าฉันยังเป็นคนอยู่หรือแค่ชิ้นส่วนของเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า ‘เมืองฮาเลน’

 

———

เย็นวันนั้น ฝนตั้งเค้าอีกครั้งเมื่อฉันเลิกงาน

ฉันเดินผ่านตรอกที่เต็มไปด้วยควันไอน้ำจากท่อระบาย ข้างถนนมีร้านขายพายราคาถูกกับพวกเด็กชายที่ถือหนังสือพิมพ์ตะโกนข่าว

“นักเปียโนประจำโบสถ์หายตัวไป!” เสียงนั้นแทรกผ่านเสียงจักรของโรงงานที่อยู่ถัดไป

ฉันไม่สนใจ เดินต่อจนเกือบถึงหัวมุมถนนจึงได้ยินเสียงเรียก

“คุณคะ…! คุณนั่นแหละค่ะ!”

หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ชายคาร้านตัดผม สวมชุดกันเปื้อนสีขาวสะอาดผิดจากคนในย่านนี้

เธอมองฉันราวกับรออยู่ก่อนแล้ว “คุณดูมีมือที่ละเอียดดี สนใจมาทำงานร้านกาแฟไหม?”

ฉันเลิกคิ้ว “ร้านกาแฟ?”

“ใช่ค่ะ คุณนายเมเวอร์รี่เจ้าของร้านกำลังหาคนเพิ่ม เงินดีนะ สัปดาห์ละสองปอนด์”

สองปอนด์—ฉันทวนคำในใจ เท่ากับสี่สิบชิลลิงส์ มากกว่าที่ฉันได้ตอนนี้เกือบสี่เท่า

“ฉันยังทำงานอยู่อีกสองวัน จะครบสัปดาห์ถึงจะเบิกเงินได้”

หญิงคนนั้นยิ้มบาง “เวลาไม่คอยใครหรอกนะคะ อีกสองวันฉันคงได้พนักงานคนใหม่แล้ว”

คำพูดนั้นเหมือนเสียงจักรที่ดังข้างหู ฉันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ความคิดวิ่งวนในหัวเหมือนฟันเฟือง—'ร้านกาแฟ… มือสะอาด… เงินดี…’

สุดท้ายฉันพูดเพียงคำเดียว “ตกลง”

เธอยื่นกระดาษเล็กๆให้ มีที่อยู่ของร้านพิมพ์ไว้ด้วยหมึกสีซีด “มาพรุ่งนี้เช้านะคะ”

ฉันรับไว้โดยไม่พูดอะไร ฝนหยดแรกตกลงบนกระดาษพอดี

 

———

คืนนั้น ฉันกลับมาที่ห้อง แสงไฟจากโคมถนนลอดผ่านหน้าต่างกระจกฝ้าเป็นลายเส้น

ฉันวางกระดาษใบนั้นไว้บนโต๊ะ เหม่อมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนนั่งลงต่อที่โต๊ะเขียนนิยาย

มือเริ่มขยับโดยไม่คิด — ตัวอักษรเกิดขึ้นเองราวกับฉันเพียงคัดลอกบางสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้ว

ไม่นาน เสียงเปียโนก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เริ่มต้นอย่างช้า…ค่อยๆชัดขึ้น…และงดงามจนรู้สึกว่าทุกเสียงในห้องดับไปหมด

ฉันหยุดเขียน หันหน้าไปทางผนังที่แบ่งระหว่างเรา

เสียงคีย์สูงกดซ้ำๆ เหมือนเรียกชื่อใครบางคนที่ฉันยังไม่รู้จัก

จากนั้นมีเสียง เคาะโต๊ะตามจังหวะ—เบาแต่สม่ำเสมอ เหมือนเคาะจากอีกฝั่งของผนัง

ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงจริงหรือเกิดในหัว

แต่หัวใจฉันเต้นตามนั้นโดยไม่ตั้งใจ

ฉันปิดไฟ เหลือเพียงแสงจากหลอดไฟกระพริบเหนือโถงทางเดิน

เสียงดนตรียังต่อเนื่อง ฉันเอนตัวลงบนเตียง หันหน้าเข้าผนัง

หลับตาพร้อมกับคิดประโยคหนึ่งขึ้นมาในหัว

“บางที เรื่องที่ฉันเขียน…อาจกำลังถูกใครอีกคนเขียนอยู่ก่อนหน้าแล้ว”

เสียงเปียโนค่อย ๆ เบาลงจนกลายเป็นเพียงลมหายใจของเมือง และฉันหลับไปในห้วงทำนองของดนตรีที่คงจังหวะซ่อนอยู่ใต้ผิว