นิทานเรืี่องสั้น ๆ จบในตอน

เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง - เรื่องที่ 3 เงาในหุบเขาบ้านแม่คะนิง ต้น โดย อันยาดี @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ลึกลับ,สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ไทย,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ลึกลับ,สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง โดย อันยาดี @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

นิทานเรืี่องสั้น ๆ จบในตอน

ผู้แต่ง

อันยาดี

เรื่องย่อ

สารบัญ

เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง-เรื่องที่ 1 คนใจดี,เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง-เรื่องที่ 2 ระพี,เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง-เรื่องที่ 3 เงาในหุบเขาบ้านแม่คะนิง ต้น,เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง-เรื่องที่ 3 เงาในหุบเขาบ้านแม่คะนิง จบ

เนื้อหา

เรื่องที่ 3 เงาในหุบเขาบ้านแม่คะนิง ต้น

บ้านแม่คะนิง เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาอันห่างไกล ทางเข้าเดียวคือถนนลูกรังที่คดเคี้ยวเลียบผา ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ไม่มีไฟฟ้าจากส่วนกลาง มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้ และความเงียบที่หนักอึ้งราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
ฉันชื่อ นิธิ เป็นนักมานุษยวิทยาที่หลงใหลในตำนานพื้นบ้าน และได้เดินทางมาที่นี่เพื่อศึกษาเรื่องเล่าของชาวบ้านเกี่ยวกับ "ป่าต้องห้าม" ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ป่าที่ว่ากันว่ามีสิ่งเร้นลับเฝ้าอยู่ และไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้าไปเกินขอบเขตที่กำหนด
ฉันมาถึงในฤดูฝน ท้องฟ้ามืดครึ้มตลอดเวลา และไอหมอกหนาจัดจนมองเห็นอะไรไม่ชัดเจนนัก ฉันได้รับการต้อนรับอย่างเย็นชาจาก ผู้ใหญ่บุญ ผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนที่มีดวงตาที่เหนื่อยล้าและดูหวาดระแวงตลอดเวลา
"มาทำไมกันล่ะหนุ่ม?" ผู้ใหญ่บุญถามเสียงเรียบ ขณะที่ฉันนั่งจิบน้ำชาขม ๆ อยู่ในบ้านไม้เก่า ๆ ของเขา "ที่นี่ไม่มีอะไรให้ศึกษาหรอก มีแต่คนแก่ ๆ กับป่าทึบ ๆ"
"ผมสนใจเรื่องเล่าโบราณครับ โดยเฉพาะเรื่องของป่าตะวันตกนั่น" ฉันตอบอย่างสุภาพ พยายามซ่อนความตื่นเต้น
ทันทีที่ฉันเอ่ยถึง "ป่าตะวันตก" ใบหน้าของผู้ใหญ่บุญก็แข็งทื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
"ฉันบอกแล้วว่าไม่มีอะไรที่นั่น! อย่าไปสนใจมันเลย อยู่ที่นี่ก็อย่าออกไปไหนตอนกลางคืน มันอันตราย"

ฉันพักอยู่ที่บ้านของ ป้านวล หญิงชราใจดีที่มีรอยยิ้มอบอุ่น แต่ในดวงตาของเธอมีความกลัวซ่อนอยู่เสมอ แม้จะพยายามเป็นมิตร แต่ชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็ปฏิบัติต่อฉันเหมือนคนแปลกปลอมที่นำพาเรื่องไม่ดีเข้ามา ทุกคนหลีกเลี่ยงที่จะสบตา และบทสนทนาจะจบลงอย่างรวดเร็วเมื่อฉันพยายามถามเรื่องป่าต้องห้าม
สิ่งที่ผิดปกติที่สุดของบ้านแม่คะนิงคือ ความเงียบ มันไม่ใช่ความเงียบสงบตามธรรมชาติของชนบท แต่เป็นความเงียบที่เหมือนถูกบีบคั้น ไม่มีเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีแม้แต่เสียงสุนัขเห่าหอนในยามค่ำคืน
ตลอดสองสัปดาห์แรก ฉันพยายามรวบรวมข้อมูล แต่ก็ได้เพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวที่ไม่ปะติดปะต่อ พวกเขาเล่าถึง "เงา" ที่จะออกมาในคืนเดือนมืด เงาที่ไม่ได้มีรูปร่างชัดเจน แต่เป็นเพียงการบิดเบือนของอากาศที่นำมาซึ่งความหายนะ ใครก็ตามที่ถูก "เงา" สัมผัส จะค่อย ๆ "เลือนหายไป" อย่างช้า ๆ ไม่ได้ตาย แต่ก็ไม่เป็นเหมือนเดิม
คืนหนึ่ง ฉันได้ยินเสียงสะอื้นแผ่วเบามาจากบ้านข้าง ๆ ซึ่งเป็นบ้านของ ลุงคำ ชายชราที่สูญเสียลูกชายไปเมื่อหลายปีก่อน ฉันเดินไปที่หน้าต่างของป้านวลและมองออกไป เห็นร่างของลุงคำนั่งอยู่หน้าบ้าน ก้มหน้าลงกับพื้น และไหล่ของเขาสั่นเทา
ฉันตัดสินใจเดินออกไปหาลุงคำ
"ลุงครับ...มีอะไรให้ผมช่วยไหม?" ฉันถามอย่างระมัดระวัง
ลุงคำเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำและว่างเปล่าเหมือนคนไร้วิญญาณ เขามองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"ไอ้ทัด..." เขาเอ่ยชื่อลูกชายออกมา "มันยังอยู่ที่นี่...มันยังไม่ไปไหน..."
"อยู่ที่ไหนครับลุง?"
ลุงคำไม่ได้ตอบ แต่ชี้มือที่สั่นเทาไปทาง ป่าตะวันตก
"มันไม่ใช่ป่าต้องห้ามหรอกหนุ่ม" ลุงคำกระซิบเสียงแหบพร่า "มันคือ ที่กักเก็บ...ที่กักเก็บพวกที่ถูกเงาเอาไป...ผู้ใหญ่บุญ...ทุกคนในหมู่บ้านนี้...พวกเขารู้...แต่พูดไม่ได้...เพราะถ้าพูด...เงาจะมาเอาไปอีก"

คำพูดของลุงคำสร้างความสับสนอย่างมากให้กับฉัน คืนนั้นฉันนอนไม่หลับ ฉันเฝ้าคิดถึงเรื่องที่ลุงคำบอก และเรื่องที่ผู้ใหญ่บุญดูหวาดกลัวเป็นพิเศษ
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตัดสินใจไปหาผู้ใหญ่บุญที่บ้านอีกครั้ง ฉันต้องการคำตอบที่ชัดเจน
"ผู้ใหญ่ครับ" ฉันเริ่มต้นอย่างจริงจัง "ลุงคำเล่าให้ผมฟังเรื่องลูกชายของเขา เรื่องเงา...ผมรู้ว่ามีบางอย่างที่พวกคุณปิดบังผมอยู่"
ผู้ใหญ่บุญมองฉันด้วยสีหน้าผิดหวัง เหมือนฉันได้ทำลายความพยายามทั้งหมดของเขาในการรักษาสมดุลอันเปราะบางของหมู่บ้านนี้
"นายไม่ควรมาที่นี่เลยนะนิธิ..." ผู้ใหญ่บุญถอนหายใจยาว "เรื่องนี้...มันเป็นเรื่องของคนในหมู่บ้าน...ไม่ใช่ของคนนอก"
เขาเล่าว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน หมู่บ้านแม่คะนิงเคยเป็นหมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์และมีความสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนแปลกหน้าเข้ามาในป่าตะวันตกเพื่อหาแร่ พวกเขาทำลายสิ่งปลูกสร้างโบราณบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในถ้ำลึก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ "เงา"
"เงาไม่ได้อยากได้ชีวิต" ผู้ใหญ่บุญอธิบาย "มันอยากได้ ความทรงจำ และ ความรู้สึก มันจะเอาส่วนที่ดีที่สุดของคน ๆ นั้นไป...เหลือทิ้งไว้เพียงร่างที่ว่างเปล่า...ค่อย ๆ เลือนหายไปจากความเป็นจริง"
"แล้วทำไมพวกคุณถึงไม่อพยพออกไป?" ฉันถาม
"เราพยายามแล้ว" ผู้ใหญ่บุญตอบอย่างปวดร้าว "ใครก็ตามที่พยายามจะออกจากขอบเขตของหุบเขา...ก็จะถูกเงาดึงกลับมา...ลูกสาวของฉัน...นางพยายามหนี...วันรุ่งขึ้น...ฉันพบเธอนั่งอยู่หน้าบ้าน...จำอะไรไม่ได้เลย...เหมือนตุ๊กตาที่ไร้วิญญาณ"
เขาหยิบผ้าห่อหนึ่งออกมาจากหิ้ง มันเป็นรูปถ่ายเก่า ๆ ของครอบครัว ผู้ใหญ่บุญชี้ไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งในภาพ...ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าที่สวยงาม แต่ในดวงตาของเธอมีบางอย่างที่คุ้นเคยอย่างน่าขนลุก...ฉันมองกลับไปที่ผู้ใหญ่บุญ...เขาคือลุงคำในวัยหนุ่ม!
"รูปนี้..." ฉันพูดไม่ออก
"นี่ไม่ใช่รูปฉันกับครอบครัว..." ผู้ใหญ่บุญกระซิบเสียงแผ่ว "นี่คือรูปของ ผู้ใหญ่บุญคนก่อน...ฉันเป็นแค่ ร่าง ที่เขาเหลือไว้...ฉันจำไม่ได้ว่าฉันชื่ออะไรจริงๆ...ฉันเป็นใคร...รู้แค่ว่าฉันต้องทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่บุญ...ดูแลหมู่บ้านนี้...รักษากฎ...ไม่ให้ใครพูดถึง ความจริง"