นิทานเรืี่องสั้น ๆ จบในตอน

เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง - เรื่องที่ 2 ระพี โดย อันยาดี @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ลึกลับ,สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ไทย,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ลึกลับ,สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง โดย อันยาดี @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

นิทานเรืี่องสั้น ๆ จบในตอน

ผู้แต่ง

อันยาดี

เรื่องย่อ

สารบัญ

เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง-เรื่องที่ 1 คนใจดี,เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง-เรื่องที่ 2 ระพี,เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง-เรื่องที่ 3 เงาในหุบเขาบ้านแม่คะนิง ต้น,เรื่องเล่า จากดอกไม้สีแดง-เรื่องที่ 3 เงาในหุบเขาบ้านแม่คะนิง จบ

เนื้อหา

เรื่องที่ 2 ระพี

กลางหุบเขาที่ป่าไม้หนาทึบล้อมรอบ มีหมู่บ้านเล็กๆ อยู่หมู่หนึ่ง ผู้คนน้อยกว่ายี่สิบครอบครัว หลังคาบ้านส่วนมากมุงจากหรือสังกะสีเก่าๆ ถนนในหมู่บ้านเป็นเพียงทางดินแดงที่คดเคี้ยว ตลอดวันแทบไม่มีผู้คนนอกเข้ามา ไม่มีใครออกไป เพราะป่ารอบด้านกว้างใหญ่จนหายลับ ไม่มีถนนสู่เมืองใหญ่เหมือนหมู่บ้านอื่น

ที่นี่มีข้อห้ามหลายอย่างที่เด็กทุกคนโตมาก็ถูกสอนเหมือนกัน
อย่าออกจากบ้านหลังพระอาทิตย์ตก
อย่าส่องไฟเข้าไปในป่าทางทิศเหนือ
และอย่าตอบรับเสียงกลองที่ดังขึ้นยามค่ำ

เด็กๆ มักถามผู้ใหญ่เสมอว่า “ทำไม” แต่ไม่มีคำอธิบายใดนอกจากสายตาเข้มงวดและเสียงปรามให้เงียบ


คืนหนึ่ง "พีระ" เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีซึ่งเพิ่งกลับจากช่วยพ่อตัดฟืน ได้ยินเสียงกลองดังมาจากทิศเหนือ

ตุบ... ตุบ... ตุบ...
จังหวะช้า หนัก และก้องกังวานราวกับตีกลองอยู่ในอก

เขาชะงักอยู่ที่หน้าบ้าน เสียงนั้นไม่ได้ดังทุกคืนหรอก แต่ทุกครั้งที่เกิดขึ้น ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านจะรีบปิดประตูหน้าต่างจนนิ่งสนิท ไม่มีแม้แสงตะเกียงเล็ดลอดออกมา พีระอดสงสัยไม่ได้ว่าใครเป็นคนตีกลอง และตีกับใครในป่าลึกมืดมิดเช่นนั้น

คืนนั้น เขาเผลอทำสิ่งที่ไม่ควรทำ...
เขาก้าวออกไปยืนกลางลานบ้าน มองไปยังป่าทึบทิศเหนือ แล้วเงี่ยหูฟัง

เสียงกลองเงียบไปชั่วขณะ... แล้วดังกลับมาอีกครั้ง
คราวนี้เร็วกว่าก่อน ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ

หัวใจเขาเต้นแรงตามจังหวะกลอง


รุ่งเช้า ชายชราประจำหมู่บ้านชื่อ "ตาเดื่อ" มองพีระด้วยแววตาไม่สบายใจ ก่อนพูดช้าๆ ว่า

“เมื่อคืน... เอ็งได้ฟังเสียงกลองใช่ไหม?”

พีระสะดุ้ง ไม่ทันตอบ ตาเดื่อก็พูดต่อ

“อย่าไปสนใจมัน อย่าจ้องไปทางนั้น ไม่อย่างนั้นมันจะรู้ว่าเอ็งกำลังฟังอยู่”


พีระถามกลับเสียงสั่น “มัน... คืออะไร”

แต่ตาเดื่อส่ายหน้า ไม่ตอบ ราวกับแม้แต่จะพูดถึงก็เป็นสิ่งต้องห้าม


คืนนั้น เสียงกลองกลับมาดังอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าที่เคย พีระนอนดิ้นพลิกไปมาบนเสื่อ ฟังเสียงกลองที่ดังรัวเหมือนเรียกหาใครสักคน เขาตัดสินใจแอบออกจากบ้าน

หมู่บ้านเงียบสนิท ไม่มีแสงไฟสักดวง เขาเดินไปทางป่าทิศเหนือ ไฟฉายเล็กในมือส่องไปข้างหน้า

เสียงกลองดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับอยู่ไม่ไกลเกินเนินดิน

เมื่อก้าวเข้าไปลึก พีระก็เห็น คนจำนวนหนึ่งยืนล้อมวงอยู่กลางป่า ทุกคนใส่เสื้อผ้าเก่าเหมือนหลุดมาจากอีกยุค และที่น่าขนลุกที่สุดคือใบหน้าของพวกเขา... ซีดเผือด เหมือนศพไร้เลือด

ตรงกลางวง มี กลองใบใหญ่ผืนหนังกวาง เสียงดังออกมาเอง ทั้งที่ไม่มีใครตีกลองนั้นเลย

พีระยืนนิ่ง ร่างกายเย็นวาบไปทั้งตัว

ทันใดนั้น คนหนึ่งในวงหันหน้ามาช้าๆ มองตรงมาที่เขา—
นัยน์ตาว่างเปล่า แต่ปากยิ้มกว้างจนถึงแก้ม

เสียงกลองหยุดลงกะทันหัน

คนเหล่านั้นเริ่มก้าวออกจากวง ลากเท้าเข้ามาหาเขาทีละก้าว ทีละก้าว...

พีระวิ่งสุดแรง เสียงฝีเท้าลากกับใบไม้แห้งไล่หลังมา เสียงกลองกลับดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังก้องอยู่ในหัวเขาเอง จังหวะกลองไม่สอดคล้องกับหัวใจ หากแต่เป็นหัวใจเขาที่ถูกบังคับให้เต้นตาม

ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ!!!

จนกระทั่งเขาสะดุดล้มหน้าคะมำตรงทางเข้าหมู่บ้าน พอเงยหน้าขึ้น คนเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว ทิ้งไว้เพียงเสียงก้องของกลองที่ค่อยๆ จางหาย


รุ่งเช้า ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมารวมตัวกัน ตาเดื่อเดินมาหาเขา สีหน้าหนักใจ

“มันเห็นเอ็งแล้ว...”

“อะไรเห็น?” พีระถามเสียงสั่น

ตาเดื่อตอบสั้นๆ ว่า

“คนกลอง”



ไม่มีใครพูดต่อ ทุกสายตาหนักอึ้งเหมือนรับรู้ชะตาที่หลีกไม่พ้น

คืนนั้น พีระนั่งอยู่ในบ้าน ล็อกประตูหน้าต่างแน่น เสียงกลองกลับมาดังอีกครั้ง คราวนี้ดังก้องอยู่หน้าบ้านของเขาเอง

เขาปิดหู แต่ก็ยังได้ยินจังหวะนั้นอยู่ในอก
เขากรีดร้อง แต่เสียงกลองกลบทุกอย่าง

ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินสติทั้งหมด เขาได้ยินเสียงกระซิบใกล้หูว่า—

“ถึงตาเจ้าแล้ว...”


เช้าวันต่อมา บ้านของพีระเงียบงัน ประตูยังปิด แต่ไม่มีใครตอบรับเสียงเรียกจากภายนอก เมื่อผู้ใหญ่พังประตูเข้าไป พบเพียงห้องว่างเปล่า เสื่อยังปูอยู่ ของใช้ยังเหมือนเดิม แต่ พีระหายไป

และกลองใบใหญ่ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ถูกวางไว้กลางบ้านนั้น...


---