อุบัติเหตุพรากความทรงจำของเธอไป... แต่"หัวใจ" กลับไม่เคยลืม เมื่อโชคชะตาพาให้พบกันอีกครั้ง และเขายังคงมีคำถามที่เธอไม่เคยได้ยิน "เธอยังรักฉันอยู่ไหม แม้จะจำฉันไม่ได้เลย" กลิ่นกาแฟที่คุ้นเคยจะสามารถปลุกความรักที่เคยหลับใหลให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้งได้หรือไม่...
รัก,หญิง-หญิง,ไทย,ตลก,ยุคปัจจุบัน,พล็อตสร้างกระแส,รักข้างเดียว,รักโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว 🌥️🌠อุบัติเหตุพรากความทรงจำของเธอไป... แต่"หัวใจ" กลับไม่เคยลืม เมื่อโชคชะตาพาให้พบกันอีกครั้ง และเขายังคงมีคำถามที่เธอไม่เคยได้ยิน "เธอยังรักฉันอยู่ไหม แม้จะจำฉันไม่ได้เลย" กลิ่นกาแฟที่คุ้นเคยจะสามารถปลุกความรักที่เคยหลับใหลให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้งได้หรือไม่...
"พิมดาว" แอร์โฮสเตสสาวผู้มีรอยยิ้มสดใส แต่เบื้องหลังนั้นคือช่องว่างในความทรงจำที่เธอไม่อาจเติมเต็มจากอุบัติเหตุในวัยรุ่นทำให้เธอสูญเสียความทรงจำระยะสั้นและลืมเลือนความรักครั้งสำคัญกับ "ฟ้าใส" หญิงสาวที่เคยเป็นทุกอย่างของเธอเมื่อครั้งเรียนอยู่ต่างประเทศ
"ฟ้าใส" เลือกเดินจากไปในวันที่หัวใจแตกสลาย เพราะปัญหาครอบครัวและธุรกิจกาแฟของทางบ้านบีบให้เธอต้องตัดสินใจจากลา แม้เธอจะจำเขาไม่ได้ แต่เขาไม่เคยลืมเธอ
หลายปีผ่านไป.... โชคชะตานำพาให้ทั้งสองกลับมาเจอกันอีกครั้งบนเที่ยวบินเดียวกัน
"ฟ้าใส" ตัดสินใจทำทุกวิถีทางเพื่อฟื้นคืนความรักที่เคยหายไป แม้เธอจะจำเขาไม่ได้เลยก็ตาม
"ความรักครั้งใหม่" ที่เริ่มต้นจากความทรงจำที่หายไป จะสามารถกลับมาเบ่นบานได้อีกครั้งหรือไม่... เมื่อหัวใจยังจำ แม้สมองจะลืมเลือน 🧠🩷
EP.3 โรงคั่วกาแฟแห่งโชคชะตากับคนแปลกหน้าที่คุ้นเคย ☕🍃
เรือนกระจกใสตั้งอยู่กลางสวนเขียวชอุ่ม ราวกับหลบซ่อนตัวอยู่ในโลกอีกใบที่เงียบสงบ เถาวัลย์เลื้อยพันตามโครงเหล็กอย่างอ่อนโยน ใบไม้สีเขียวสดไหวตามแรงลมที่พัดผ่าน แสงแดดส่องลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ เกิดเป็นลวดลายแสงเงาที่พลิ้วไหวบนพื้นดิน
ภายในเรือนกระจก กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟที่กำลังคั่วลอยคลุ้งทั่วบริเวณ เครื่องคั่วกาแฟขนาดกลางสามเครื่องตั้งเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ เสียงเครื่องคั่วดังเป็นจังหวะ คล้ายเสียงลมหายใจของสถานที่แห่งนี้ พิมดาวยังคงยืนอยู่ข้างหน้าประตูทางเข้าบานใหญ่ สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ทั้งสงบ ทั้งตื่นเต้น และเต็มไปด้วยความคาดหวัง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นกาแฟผสมกลิ่นใบไม้สดชื่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในละครฉากหนึ่ง
เสียงโลหะกระทบกันดังแว่วขึ้น เสียงนั้นไม่ดังมากนัก แต่ก็พอจะทำให้พิมดาวสะดุ้งเล็กน้อย เธอชะโงกศีรษะมองผ่านไอน้ำร้อนที่ลอยขึ้นจากเครื่องคั่ว และในจังหวะนั้นเอง ราวกับฉากในภาพยนตร์ที่ถูกจัดวางไว้อย่างพอดิบพอดี ร่างอันผอมบางของอีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้น
หญิงสาวที่ใส่แมสสีดำ กับแว่นสายตากรอบหนา ยืนอยู่ข้างเครื่องคั่วกาแฟในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ที่ปล่อยชายเสื้อให้พลิ้วไหวตามแรงลมจากพัดลมเพดาน เธอไม่ได้หันมามอง แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอควบคุมอุณหภูมิอย่างแน่วแน่ นิ้วเรียวยาวแตะปุ่มปรับความร้อน ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเต็มไปด้วยความชำนาญ เสียงโลหะเมื่อครู่ อาจเป็นเพียงถาดรองเมล็ดที่ถูกขยับ หรืออุปกรณ์เล็กๆ ที่หล่นลงพื้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือการปรากฏตัวของเธอ “ฟ้าใส”
ควันสีขาวหม่นจากเครื่องคั่วกาแฟลอยคลุ้งบดบังสายตา ฟ้าใสยกมือขึ้นปัดเบาๆ กลางอากาศ หวังเปิดทางให้มองเห็นได้ชัดขึ้น แต่ในจังหวะนั้นเอง ปลายนิ้วพาดไปโดนขาแว่นสายตาโดยไม่ตั้งใจ แว่นหลุดกระเด็นออกจากใบหน้า ร่วงลงพื้นด้วยเสียงเบาๆ ฟ้าใสสะดุ้งเล็กน้อย ความตกใจไม่ได้มาจากเสียง แต่จากความพร่ามัวที่เข้ามาแทนที่สายตาอันคมชัดของเธอ ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นภาพรางๆ ที่ยังไม่โฟกัส
ในภาพที่รางเรืองนั้น เธอเห็นเงาจางๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้ เงานั้นหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะโน้มตัวลง หยิบแว่นสายตาคู่นั้นขึ้นมาโดยไม่เอ่ยคำใด มือของคนคนนั้นค่อยๆ สวมแว่นกลับไปบนใบหน้าของฟ้าใสอย่างอ่อนโยน เลนส์สัมผัสกับดวงตา ภาพตรงหน้าก็พลันชัดเจนขึ้นทันที
ฟ้าใส อึ้งไปชั่วขณะ ใบหน้าที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอคือ พิมดาว หญิงสาวในความทรงจำ ทั้งคู่เหมือนตกอยู่ในภวังค์ สายตาของพิมดาวยังคงนิ่งและอ่อนโยน ราวกับไม่เคยเปลี่ยนไปจากวันนั้น ฟ้าใสถอดแมสที่ปิดบังใบหน้าลง ก่อนจะเอ่ยทัก
“สวัสดีค่ะคุณแอร์”
พิมดาวค่อยๆ คลี่รอยยิ้มออกมาจนกระทั่งเห็นลักยิ้มเล็กๆ บนแก้มบุ๋มข้างซ้ายปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ราวกับเป็นเครื่องหมายของความสดใสที่ซ่อนอยู่ภายใน เพียงแค่รอยยิ้มนั้น ก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความอ่อนหวานอย่างน่าประหลาด
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ...เราจะได้เจอกันที่นี่อีก”
พิมดาวเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้นปนดีใจ ดวงตาเปล่งประกายเมื่อสบตากับหญิงสาวตรงหน้า
“คุณ...ฟ้าใส…”
“ค่ะ...คุณพิม...” ฟ้าใสชะงักเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ “ดาว”
ฟ้าใสตอบกลับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน รอยยิ้มนั้นอบอุ่นเสียจนทำให้ความขมของกาแฟดูจืดจางลงในทันที พิมดาวชะงัก ดวงตาเธอฉายแววประหลาดใจที่ฟ้าใสรู้จักชื่อเธอ
“จำชื่อฉันได้แปลว่า มีใจ”
เสียงจากความคิดข้างในหัวของหญิงสาวดังขึ้น ขณะที่ฟ้าใสยังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาที่มีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ไม่มากก็น้อยเช่นกัน
“จำได้จากป้ายชื่อบนเครื่องค่ะ”
ฟ้าใสอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พิมดาวหัวเราะเบาๆ เก้อเขิน เธอยกมือขึ้นเกาศีรษะเบาๆ เพื่อกลบความเขินอาย
“ว่าแต่...โดดงานแอบหนีมาเที่ยวเหรอคะ?”
ฟ้าใสถามด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัยเล็กน้อย แต่แววตาเต็มไปด้วยความขี้เล่น พิมดาวยิ้ม พลางยื่นใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าของพิมดาว
“เรื่องนี้เล่ายาวเลยค่ะ”
เธอยอมรับว่ามีเบื้องหลังมากมาย ใบหน้าฟ้าใสซึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย ความสงสัยฉายชัดในดวงตา เธอยังขยับใบหน้าเข้าใกล้พิมดาวอีกนิดพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก
“งั้นเล่ามาเลยค่ะ...ฟ้ามีเวลาเต็มแก้วนี้เลย”
ฟ้าใสพูดพลางยกแก้วกาแฟดำขึ้นจากโต๊ะไม้วินเทจ กลิ่นหอมเข้มข้นลอยขึ้นแตะปลายจมูก เธอมองลงไปยังผิวกาแฟที่ยังเต็มอยู่ในถ้วย ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาพิมดาวอย่างตั้งใจ พิมดาวเผลออมยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ ลักยิ้มเล็กๆ บนแก้มข้างซ้ายเผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มนั้นดูเหมือนจะทำให้ฟ้าใสยิ้มตาม ขณะที่ไอน้ำจากแก้วกาแฟลอยขึ้น กลิ่นหอมหวานคล้ายจะกักเก็บความรู้สึกอบอุ่นเอาไว้ในอากาศหัวใจของพิมดาวเต้นแรงเกินกว่าจะเก็บซ่อน และในวินาทีนั้น...ทั้งสองก็รู้ว่าความทรงจำบทใหม่กำลังค่อยๆ ถูกบันทึกลงมาแทนความว่างเปล่าที่ลืมเลือน
แสงแดดยามบ่ายทอดตัวลงมาอย่างอ่อนโยน ลอดผ่านใบกาแฟสีเขียวเข้ม กลิ่นหอมของดอกกาแฟที่ร่วงหล่นแตะปลายจมูกอย่างแผ่วเบา พื้นดินใต้เท้าของพิมดาวและฟ้าใสถูกปกคลุมด้วยกลีบดอกสีขาวนวล ราวกับพรมธรรมชาติที่โรยไว้ต้อนรับการกลับมาอย่างไม่คาดคิด
พิมดาวเดินเคียงข้างฟ้าใสไปตามทางเดินเล็กๆ ที่แทรกตัวอยู่ระหว่างแถวต้นกาแฟ เสียงใบไม้ไหว คลอไปกับเสียงฝีเท้าและบทสนทนาที่ค่อยๆ เปิดใจ
“นักเขียนคนนั้น...เขาโพสต์ภาพเราโดยไม่ขออนุญาต แล้วเขียนโมเมนต์แบบที่คนอ่านตีความเข้าใจผิดค่ะ”
ฟ้าใสหยุดเดิน หันมามองพิมดาวด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“ฟ้าเห็นโพสต์นั้นนะ...ก็ดูน่ารักดี ไม่คิดว่าจะออกมาเป็นแบบนี้”
“สายการบินตำหนิเรื่องมารยาท แล้วก็สั่งพักงานทันที ดาวเลยหนีมาที่นี่ ”
เธอหันไปมองฟ้าใสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“แต่ก็ไม่คิดเลยนะคะ...ว่ารีสอร์ทกับไร่กาแฟจะเป็นของคุณฟ้า”
ฟ้าใสยิ้มบาง ๆ
“บางที...โชคชะตาก็มีวิธีพาเรากลับมาเจอกันในเวลาที่ใช่ก็ได้นะคะ”
น้ำเสียงฟ้าใสเรียบง่าย ในแววตาซ่อนความหวาน เธอยกกาแฟขึ้นจิบ มันคล้ายว่ามีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ในคำพูดครั้งนี้ พิมดาวรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่พุ่งขึ้นมาบนใบหน้า เธอก้มหยิบดอกกาแฟสีขาวที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างแผ่วเบา กลีบดอกบางเบาในมือเธอเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงลมหายใจที่ยังไม่มั่นคง
เธอมองมันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังทบทวนอะไรบางอย่างที่เคยเกิดขึ้น
“สวยจัง...ดาวไม่เคยเห็นดอกกาแฟร่วงเต็มพื้นแบบนี้มาก่อนเลย”
“มันจะร่วงแค่ช่วงสั้นๆ ของปีค่ะ”พิมดาวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ก็เหมือนบางความรู้สึกที่จะเกิดขึ้น เฉพาะช่วงเวลาหนึ่งแต่กลับ...ยาวนานค่ะ”
พิมดาวชะงักเล็กน้อย เธอแก้เขินก้มมองดอกกาแฟสีขาวนวลในมือที่เพิ่งเก็บขึ้นมา
“ขอได้ไหม...จะเอาไปทับไว้ในหนังสือ”
สายตาฟ้าใสมองกลีบดอกนั้นราวกับมันมีความหมายมากกว่าที่เห็น พิมดาวชะงักเล็กน้อยก่อนจะดึงดอกกาแฟออกจากผมของเธอ ดอกไม้ที่เธอแอบเด็ดจากแจกันในห้องพักก่อนจะเสียบไว้บนศีรษะอย่างล้อเล่นกับตัวเอง เธอยื่นมันให้ฟ้าใสพร้อมรอยยิ้ม ราวกับว่าดอกไม้นั้นมีความหมายมากกว่าความสวยงาม มันคือความรู้สึกที่เธอไม่กล้าพูดออกมา
เมื่อฟ้าใสรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพิมดาว เธอรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนทำให้พิมดาวถูกพักงาน ด้วยความรู้สึกผิดและห่วงใย เธอจึงอาสาเป็นไกด์ส่วนตัวพาพิมดาวไปทำกิจกรรมในไร่กาแฟที่พิมดาวสนใจ แม้จะดูเหมือนเป็นความรับผิดชอบ แต่ลึกลงไปในใจ ฟ้าใสรู้ดีว่าเธอแค่อยากอยู่ใกล้พิมดาวอีกครั้ง เพื่อบางสิ่งที่เธอเฝ้าหวังว่าจะกลับมา...
“แก...รู้ไหม วันนี้ฉันเจอใคร?”
เสียงของพิมดาวดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ที่เชอรี่วางไว้ข้างอ่างล้างหน้า ภายในห้องน้ำที่อบอวลด้วยไออุ่นจากสปา เชอรี่ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ แผ่นมาสก์หน้าสีเขียวเข้มจากชามัทฉะปิดคลุมเกือบทั้งใบหน้า ดวงตาเธอฉายแววซ่อนรอยยิ้ม
“ใครล่ะ...ฉันจะไปรู้เหรอ”
เสียงเชอรี่แกล้งตื่นเต้น ตัดกับสีหน้าที่ดูพอใจในความสำเร็จของแผนกามเทพที่เธอวางไว้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับใคร
“คุณฟ้าใส! ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของที่นี่”
น้ำเสียงของพิมดาวยังสั่นด้วยความตื่นเต้นเหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เชอรี่เบิกตากว้างเกินจริง แกล้งทำเสียงสูงปรี๊ด
“จริงเหรอ! โอ้ยยย บุพเพมากก แก๊กกกกก!”
พิมดาวหัวเราะเบาๆ ก่อนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่ยังซ่อนความตื่นเต้นไม่มิด
“วันนี้เราคุยกันถูกคอมาก เขาพาฉันไปดูไร่กาแฟด้วย...เดินดูดอกไม้ รับลมเย็นๆ แล้วก็...”
เสียงเงียบลงเพราะภาพความทรงจำไหลบ่าเข้ามา แววตาของฟ้าใสทอดมองอย่างนุ่มนวล ฟ้าใสยื่นมือขอดอกไม้ในมือเธอ พิมดาวลังเลเสี้ยววินาที ก่อนดึงดอกไม้ที่เหน็บอยู่บนผมออกมามอบให้ ปลายนิ้วแตะกันแผ่วๆ...แค่นั้น หัวใจก็เต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมานอกอก
“แล้วก็...”
เสียงพิมดาวแผ่วเหมือนคนละลายไปกับภาพฝัน
“แล้วก็อะไร เล่าให้มันจบซิย่ะ!”
เสียงเชอรี่โพล่งขึ้นจนพิมดาวสะดุ้ง
“ก็คำพูดบางคำของเขา...มันเหมือนจะจีบๆ ยังไงไม่รู้”
พิมดาวเอ่ยเสียงเบา หน้าแดงจัด ทั้งเขิน ทั้งสงสัย ปนไม่มั่นใจ แต่ในใจลึกๆ เหมือนจะใช่ เชอรี่เบ้ปากแล้วแกล้งตบอ่างล้างหน้า เพี๊ยะ!
“โอ๊ยตายยยย! จีบไม่จีบไม่รู้ แต่เพื่อนฉันโดนตกเข้าเต็มๆเลยจ้ะ”
“แกนี่ก็เวอร์...”
“เวอร์อะไร! แกฟังตัวเองพูดดิ เขาพาไปเดินเล่นไร่กาแฟ ลมเย็นๆเอย ดอกไม้เอย โอ๊ย ซีรี่เกิร์ลเลิฟ!”
เชอรี่ทำเสียงโอเวอร์เหมือนผู้กำกับแล้วเสริม
“เหมือนคนเปิดดูไอจีสตอรี่แล้วคิดว่าคนกดไลก์คือแอบมาส่องสนใจอะ!”
“แหม เพื่อนแกก็สวยป่ะ ผู้ชายมาจีบฉันปัดตกไปกี่รายแล้ว เพราะฉันไม่ชอบผู้ชาย แต่พี่ฟ้า...ไท้หมาแก่ที่ใช่เลยวะ!”
“แกรู้ได้ไง เรียกเขาพี่ หน้าตายังดูเด็กอยู่เลย”
“เขาเป็นคนดังในวงการกาแฟจ้า ฉันเลยเข้าไปส่องเขาในไอจี มีคนตามเป็นแสนเลยนะแก”
“รวมถึงแกด้วยใช่ม่ะ ทำได้ดี ทำได้ถึง มันต้องแบบนี้...แล้วไงจะเดินเครื่องเต็มที่เลยไหม กองหนุนพร้อม!”
พิมดาวหน้าแดงแจ๋ บิดตัวเขินกระโดดลงเตียง ม้วนตัวอยู่กับผ้าห่มจนเป็นเกลียว ก่อนหัวเราะอย่างเขินสุดขีด
“แกนี่นะ ยุเก่ง เชียร์เก่ง...”
“แล้วชอบป่ะล่ะ”
“ชอบ!”
เชอรี่หัวเราะก๊าก น้ำเสียงกระจายไปทั่วห้องน้ำ กลิ่นหอมละมุนของมัทฉะยังลอยคลอไปพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นแรงของใครบางคน...กับความลับ ที่เพิ่งเริ่มต้นจริงๆ