อุบัติเหตุ​พรากความทรงจำของเธอไป... แต่"หัวใจ" กลับไม่เคยลืม เมื่อโชคชะตา​พาให้พบกันอีกครั้ง และเขายังคงมีคำถามที่เธอไม่เคยได้ยิน "เธอยังรักฉันอยู่ไหม แม้จะจำฉันไม่ได้เลย" กลิ่นกาแฟที่คุ้นเคยจะสามารถปลุกความรักที่เคยหลับใหลให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้งได้หรือไม่...

ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว 🌥️🌠 - EP 1. ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว กลิ่นรักในอากาศ และเธอที่ฉันมอง 💘 โดย วิน_ธรธร 📚🖋️ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,หญิง-หญิง,ไทย,ตลก,ยุคปัจจุบัน,พล็อตสร้างกระแส,รักข้างเดียว,รักโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว 🌥️🌠

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,หญิง-หญิง,ไทย,ตลก,ยุคปัจจุบัน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

พล็อตสร้างกระแส,รักข้างเดียว,รักโรแมนติก

รายละเอียด

ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว 🌥️🌠 โดย วิน_ธรธร 📚🖋️ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อุบัติเหตุ​พรากความทรงจำของเธอไป... แต่"หัวใจ" กลับไม่เคยลืม เมื่อโชคชะตา​พาให้พบกันอีกครั้ง และเขายังคงมีคำถามที่เธอไม่เคยได้ยิน "เธอยังรักฉันอยู่ไหม แม้จะจำฉันไม่ได้เลย" กลิ่นกาแฟที่คุ้นเคยจะสามารถปลุกความรักที่เคยหลับใหลให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้งได้หรือไม่...

ผู้แต่ง

วิน_ธรธร 📚🖋️

เรื่องย่อ

"พิมดาว" แอร์โฮสเตส​สาวผู้มีรอยยิ้มสดใส แต่เบื้องหลังนั้น​คือ​ช่อง​ว่าง​ใน​ความ​ทรง​จ​ำ​ที่เธอไม่อาจ​เติมเต็มจากอุบัติเหตุ​ในวัยรุ่นทำให้เธอสูญเสีย​ความ​ทรง​จ​ำ​ระยะสั้น​และลืมเลือนความรักครั้ง​สำคัญกับ "ฟ้าใส" หญิงสาวที่เคยเป็นทุกอย่างของเธอเมื่อครั้งเรียนอยู่ต่างประเทศ

"ฟ้าใส" เลือก​เดิน​จากไป​ในวันที่หัวใจ​แตกสลาย​ เพราะปัญหาครอบครัว​และธุรกิจ​กาแฟของทางบ้านบีบให้เธอต้องตัดสินใจจากลา แม้เธอจะจำเขา​ไม่ได้ แต่เขาไม่เคยลืมเธอ 

หลายปีผ่านไป.... โชค​ชะตานำพาให้ทั้งสอง​กลับมา​เจอกัน​อีกครั้งบนเที่ยวบินเดียวกัน 

"ฟ้าใส" ตัดสินใจ​ทำทุกวิถีทาง​เพื่อฟื้นคืนความรักที่เคยหายไป แม้เธอจะจำเขาไม่ได้เลยก็ตาม 

"ความรัก​ครั้ง​ใหม่" ​ที่​เริ่มต้น​จากความ​ทรง​จ​ำ​ที่​หายไป จะสามารถ​กลับมา​เบ่นบานได้อีกครั้งหรือไม่... เมื่อหัวใจ​ยังจำ แม้สมองจะลืมเลือน 🧠🩷

สารบัญ

ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว 🌥️🌠-EP 1. ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว กลิ่นรักในอากาศ และเธอที่ฉันมอง 💘,ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว 🌥️🌠-EP 2. ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว ฝนตก กาแฟขม และอารมณ์ที่เปลี่ยนความเหงา,ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว 🌥️🌠-EP 3. ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว โรงคั่วกาแฟแห่งโชคชะตา ☕🍃

เนื้อหา

EP 1. ฟ้าใส "หัวใจ" พิมดาว กลิ่นรักในอากาศ และเธอที่ฉันมอง 💘

ฉันชื่อ “พิมดาว” เป็นแอร์โฮสเตสระดับเฟิร์สคลาสของสายการบินระดับประเทศ ฉันไม่เคยคิดว่าการนั่งมองเครื่องบินผ่านหน้าต่างบ้านในวัยเด็ก จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันที่พาฉันไปไกลกว่าที่เคยจินตนาการ

ตอนเด็ก ฉันเคยเล่นเป็นแอร์โฮสเตสกับตุ๊กตา ใช้กล่องข้าวเป็นรถเข็นเสิร์ฟอาหาร และพูดภาษาอังกฤษ แบบงูๆ ปลาๆ ด้วยความมั่นใจเกินร้อย ทุกครั้งที่เครื่องบินบินผ่าน ฉันจะเงยหน้ามองฟ้าแล้วพูดกับตัวเองว่า “สักวันหนึ่ง ฉันจะอยู่บนนั้น”

โชคชะตาไม่ได้พาฉันไปทันที มันพาฉันผ่านบททดสอบมากมาย การสอบที่ล้มเหลว ความไม่มั่นใจในรูปร่าง ภาษา และบุคลิก แต่ทุกครั้งที่ท้อ ฉันจะนึกถึงเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนนั้นที่เคยฝันไว้ 

และวันนี้...ฉันได้ยืนอยู่ในยูนิฟอร์มแอร์โฮสเตส มองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน เห็นเด็กคนหนึ่งเงยหน้ามองฟ้า เหมือนที่ฉันเคยทำ ฉันยิ้มให้กับโชคชะตา และกระซิบกับตัวเองว่า “ขอบคุณนะ ที่ไม่ยอมแพ้”

ความสามารถที่พาฉันบินสูง…หนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้ฉันโดดเด่น คือความสามารถในการพูดภาษาต่างประเทศถึง ห้าภาษา  “ ไม่ได้พูดเว่อร์นะคะ แต่เป็นเรื่องจริง!”

ตอนเด็กๆ ฉันถูกส่งไปอยู่กับลุงที่อิตาลี ทำให้ได้เรียนรู้ภาษาแถบยุโรปถึงห้าภาษา อิตาลี เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ โปแลนด์ รัสเซีย

จากเด็กเงียบสู่ผู้หญิงหลายภาษา

ฉันเป็นเด็กหัวโต พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะสมองต้องประมวลผลหลายภาษาในเวลาเดียวกัน จนกลายเป็นเด็กเงียบไปช่วงหนึ่ง แต่เมื่อโตขึ้น ฉันเริ่มเข้าใจโครงสร้างของแต่ละภาษา และสามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่ง เด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมแบบนั้นหลายคนก็พูดได้หลายภาษาเหมือนฉัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลก และสำหรับฉัน มันคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่พาฉันมาถึงวันนี้

 

EP.1 กลิ่นรักในอากาศ และเธอที่ฉันมอง

 

เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารบนเกตดังแผ่วเบา ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของก่อนขึ้นเครื่อง แอร์ทั้งสามระดับยืนเตรียมพร้อมที่หน้าเกต ราวกับเป็นภาพสะท้อนของโลกบนฟ้าที่แบ่งด้วยชั้นบริการและความรับผิดชอบ

แบม แอร์อีโคโนมี ความสดใสที่ทำให้ใครก็เข้าถึงได้ แบมยืนจัดชายกระโปรงอย่างคล่องแคล่ว ผ้าพันคอสีน้ำเงินอ่อน คือสัญลักษณ์ของลูกเรือชั้น Economy เธอยิ้มกว้างแบบคนที่ยิ้มจนเป็นธรรมชาติ ลมหายใจยังหอมกลิ่นหมากฝรั่งมิ้นต์ที่เคี้ยวก่อนออกมาทำงาน

"สวัสดีค่ะ รบกวนเช็กเอกสารก่อนนะคะ"

เสียงสดใสจนผู้โดยสารเด็กๆ ต้องสะดุดหันมามองอย่างสนใจ เธออาจจะไม่ได้ดูหรูที่สุด แต่เธอคือแอร์ที่สร้างความรู้สึก อบอุ่นและเข้าถึงง่ายที่สุด ผู้โดยสารกึ่งยิ้มกึ่งเหนื่อย แต่เจอแบมแล้ว…มุมปากยกขึ้นนิดหนึ่งเสมอ 

มิลิน แอร์ชั้นบิซเนส คลาส สงบนิ่ง สุภาพ และดูมีระดับขึ้น ผ้าพันคอสีแดงทับทิม บอกถึงลูกเรือประจำชั้นธุรกิจ สีเข้มกว่าหน่อย แต่ดูแพงกว่ามาก เธอยืนหลังตรง ยิ้มแบบเส้นโค้งที่พอดี ไม่มากเกินจนดูเป็นเพื่อนสนิท และไม่น้อยเกินจนรู้สึกห่างเหิน นิ้วเรียวถือไอแพดเช็กรายชื่อผู้โดยสาร พร้อมข้อมูลพิเศษของแต่ละคน

“อย่าลืมนะ ผู้โดยสารที่ชื่อคุณเคนอิจิ ไคร แพ้กุ้ง เราต้องเปลี่ยนชุดอาหารเสริฟ์ให้ท่านนี้ด้วย”

เธอมีความละเมียดในสายตา เวลาเธอพูดแต่ละคำ เหมือนวางน้ำเสียงลงอย่างตั้งใจ ให้รู้ว่าบิซเนส คลาส คือชั้นที่ต้อง ทั้งสุภาพและเป๊ะ

เสียงสเต็ปส้นรองเท้าดังแผ่วเบาไปตามทางเดินของเลาจน์ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง ทุกสายตาที่เผลอหันมามองไม่ใช่เพราะเสียงนั้นดัง แต่เพราะ ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินผ่าน และเธอสวยจนบรรยากาศรอบตัวเหมือนเงียบลงไปเอง

พิมดาว แอร์โฮสเตสระดับเฟิร์สคลาสของสายการบิน สีผ้าเนื้อดีถูกตัดเย็บเข้ารูปอย่างพอดี ช่วงไหล่ถูกเสริมให้สง่างาม ผ้าพันคอเฉดไวน์เรด ที่มีสิทธิ์ใส่เฉพาะลูกเรือระดับท็อปพลิ้วไหวตามจังหวะเดิน ที่อกซ้ายติดอินซิกเนีย สีทองแวววาว ไม่ใช่แบบที่ลูกเรือทั่วไปใส่ แต่เป็นแบบ ปีกทองลายคู่ ที่สื่อถึงผู้ควบคุมเคบินระดับบน มันไม่ได้โดดเด่นเพราะสี แต่มัน“พูดได้”ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ผู้โดยสารเฟิร์สคลาสจะได้เจอก่อนใคร

ผู้โดยสารชายในเลาจน์ที่ยืนรอไฟลท์หันมองโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้มองแบบบุกรุก แต่เหมือนถูกความละเมียดและความเรียบร้อยของเธอดึงสายตาไปเฉยๆ 

พิมดาวยิ้มบางๆ แบบเอกลักษณ์ของลูกเรือที่ผ่านการฝึกฝนอย่างดี

“ขออนุญาตค่ะ ผู้โดยสารไฟลท์ที่สี่หนึ่งสอง… เราจะเริ่มเชิญขึ้นเครื่องในอีกสิบนาทีนะคะ”

น้ำเสียงของเธอเป็นแบบที่ผู้โดยสารระดับเฟิร์สคลาสจะรู้ทันทีว่า เธอคือคนที่ได้รับการฝึกให้ดูแลคนระดับเดียวกับพวกเขาไม่มีความเร่งรีบ วุ่นวาย มีแต่ความสงบและความมั่นใจที่ผ่านประสบการณ์นับพันชั่วโมง

เสียงของเธอนุ่มและอบอุ่นจนผู้ชายคนนั้นต้องหลุบสายตาลง…ทั้งที่จริงแล้วเขาอยากฟังเธอพูดต่ออีกหน่อย แต่ที่สะดุดตาที่สุด คือ ผ้าคาดเอวลายพิเศษ ที่เฉพาะเฟิร์สคลาสเท่านั้นที่ได้รับ สีแดงเข้มกับลายทองบางๆ แบบที่ถ้ามองเผินๆ จะไม่เห็น แต่ถ้าเป็นสายตาคนในเครื่องบิน…จะรู้ทันทีว่า “นี่ไม่ใช่แอร์โฮสเตสธรรมดา”เธอเดินจากไปพร้อมกลิ่นน้ำหอมโทนสะอาด เขามองตามแผ่นหลังนั้นในเงาแสงอุ่นของเลาจน์แล้วเผลอยิ้มออกมา

 

เสียงประกาศจากห้องนักบินดังขึ้นอย่างนุ่มนวล พิมดาวยืนประจำตำแหน่ง เธอเชิดหน้าด้วยความมั่นใจ แต่ในใจกลับรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อยจากเที่ยวบินก่อนหน้า ขณะที่เธอกำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของห้องโดยสาร เธอเดินสวนกับที่นั่งผู้โดยสารหญิงท่านหนึ่ง...กลิ่นน้ำหอมอันบางเบาแต่ทรงพลังลอยมากระทบจมูกของพิมดาวในจังหวะที่เธอเดินผ่าน เธอหยุดเดินโดยไม่รู้ตัว แล้วหันกลับไปมองตามร่างในชุดสีขาว พิมดาวก้าวถอยหลังกลับมาอย่างเงียบๆ

เสียงเครื่องยนต์ของเครื่องบินยังคงดังก้อง แต่ในหัวของพิมดาวกลับเงียบสนิท มีเพียงคำถามเดียวที่ดังขึ้น

จังหวะเดียวกันกับที่ผู้โดยสารสาวเงยหน้าขึ้น สองสายตาประสานกัน ใบหน้าสะดุดตา ผิวขาวอมชมพูดั่งผิวคอนลาเจน ดวงตากลมมลอ่อนหวานดูอบอุ่น เธอม้วนเกล้าผมขึ้นอย่างละเมียดละไม ปล่อยปอยผมเส้นบางเบาทั้งสองข้างให้ไล้แก้มอย่างแผ่วเบา ราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านทุ่งดอกไม้ กลิ่นหอมของความอ่อนโยนแผ่ซ่านออกมาจากทุกอิริยาบถของเธอจนทำให้คนมองมิอาจละสายตาได้

ฟ้าใส ผู้โดยสารเฟิร์สคลาสที่สะกดทุกสายตา ความสง่างามของเธอไม่ใช่แค่จากรูปลักษณ์ภายนอก แต่จากท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและความนิ่งสงบที่น่าค้นหา เธอสวมชุดเดรสสีขาวเรียบหรู ผ้าลื่นไหลแนบผิวอย่างพอดี ยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างแผ่วเบา กลิ่นคาโมมายล์ลอยคลุ้งในอากาศ ขณะเดียวกัน เธอกำลังดูงานผ่านโน้ตบุ๊กหน้าจอบางเฉียบที่วางอยู่บนโต๊ะพับหน้าที่นั่ง แสงไฟในห้องโดยสารทอดตัวนุ่มนวลเหนือศีรษะ ก่อนจะสะท้อนประกายวาวไหวบนต่างหูไข่มุกที่ประดับอยู่ข้างแก้มเธอ ไข่มุกเม็ดเล็กสีขาวนวลเปล่งแสงละไมราวกับเก็บเศษเสี้ยวของดวงจันทร์มาไว้ใกล้ผิวกาย ความขาวบริสุทธิ์นั้นรับกับชุดเดรสเรียบหรูที่เธอสวมใส่ได้อย่างลงตัว และยิ่งขับเน้นผิวขาวอมชมพูให้ดูอ่อนหวานจับตา

พิมดาวยืนอยู่ตรงนั้น...นิ่งงัน 

กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวฟ้าใสยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศราวกับกลิ่นนั้นตั้งใจจะหยอกล้อหัวใจของเธอ พิมดาวตะลึงในความสวยของหญิงสาวจนเสียงรอบข้างกลายเป็นความเงียบ เธอไม่ทันได้ยินคำพูดของฟ้าใสที่เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ 

“ขอโทษค่ะ...ช่วยเติมชาให้หน่อยได้ไหมคะ?”

พิมดาวยังคงอยู่ในห้วงภวังค์ราวถูกสะกดด้วยภาพตรงหน้า จนฟ้าใสยิ้มบางๆ แล้วเอียงหน้ามองเธออย่างนุ่มนวล

“คุณแอร์...ชาใกล้หมดแล้วค่ะ”

เสียงนั้นดึงพิมดาวกลับสู่ความเป็นจริง เธอสะดุ้งเล็กน้อย รีบยิ้มแก้เขินแล้วรับถ้วยชาไปอย่างรวดเร็ว

“ขอโทษค่ะ...เดี๋ยวเติมให้ทันทีเลยค่ะ”

หัวใจของพิมดาวยังเต้นแรงไม่หยุด ขณะที่เธอเดินไปเติมชา พิมดาวเผลอแอบมองเธออีกครั้ง ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีอย่างเขินอาย โดยไม่รู้เลยว่า...สายตาของฟ้าใสก็แอบมองเธออยู่เช่นกัน

ในห้องเตรียมของพนักงาน พิมดาวเดินเข้ามาเพื่อเปลี่ยนน้ำชา เธอพยายามตั้งสติ แต่ใบหน้ากลับยังร้อนผ่าวไม่หายจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เชอรี่เพื่อนสาวแอร์โฮสเตสที่สนิทกันหันมามองพิมดาวแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เฮ้ย...หน้าแดงมากอะ แกแพ้อะไรหรือเปล่า?”

พิมดาวสะดุ้ง รีบหันหน้าหนีเล็กน้อยก่อนตอบเสียงเบา

“ไม่ได้แพ้...เขิน”

เชอรี่เลิกคิ้วอย่างตกใจ

“ห๊ะ เขิน! นักธุรกิจพันล้านขอไอจี“

พิมดาวส่ายหน้าแรง

“ซุปเปอร์สตาร์อยู่บนเครื่องเหรอแก”

เพื่อนแอร์ถามอีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น พิมดาวพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความละมุน 

“ผู้หญิงอะไรไม่รู้...สวยแบบหยุดเวลาได้”

เธอพูดขึ้นลอยๆ สายตายังคงฝันหวานเหมือนดั่งพบรักแรกพบ 

เชอรี่ทำหน้างงๆ พลางหยิบถ้วยชาใหม่ส่งให้ พิมดาวเดินกลับไปยังแถวที่นั่งผู้โดยสารพร้อมถ้วยชาใหม่ในมือ หัวใจยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เธอพยายามสูดลมหายใจลึกๆ แต่ทันทีที่สบตากันอีกครั้งมันกลับทำให้เธอเขินจนแทบลืมหายใจ

ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นจากการทำงานผ่านโน้ตบุ๊กยิ้มสุภาพเมื่อเห็นพิมดาวเสิร์ฟชุดถ้วยชาใหม่

“ขอบคุณค่ะ”

เสียงของหญิงสาวนุ่มนวลแต่มีพลังบางอย่างที่ทำให้พิมดาวรู้สึกเหมือนถูกสะกด เธอวางถ้วยชาอย่างระมัดระวัง แล้วเผลอพูดออกไปเบาๆ

“คุณ...ชอบชาแบบไหนคะ?”

ฟ้าใสยิ้มอีกครั้ง คราวนี้มีแววขี้เล่นในแววตา

“แล้วคุณล่ะคะ...ชอบแบบไหน?”

พิมดาวชะงักไปเล็กน้อย กับคำตอบที่โดนถามกลับ เธอพูดออกไปอย่างไม่คิดเพื่อกลบเกลื่อนท่าทีเขินอาย 

“ฉันชอบแบบที่...ทำให้ใจเต้นแรงค่ะ จะได้มีเอ็นนาจี้ในการทำงาน” 

“อ่ออ...งั้นถ้วยนี้คงใช่เลยสินะ”

พิมดาวยิ้มเขินหน้าแดงขึ้นอีกระดับจนแทบกลืนไปกับสีแก้มของเธอเอง คำพูดของฟ้าใสเรียบง่ายแต่แฝงความหมายทำให้เธอรู้ทันทีว่า...ความรู้สึกที่พยายามซ่อนไว้ไม่พ้นสายตาของอีกฝ่าย

ในขณะที่บทสนทนาอันแสนละมุนกำลังดำเนินไป นักเขียนยูริมือทอง “ไคร เคนอิจิ” ที่นั่งอยู่แถวหลังสุดเผลอเหลือบเห็นฉากนั้นเข้าโดยบังเอิญ เขาสังเกตเห็นความรู้สึกบางอย่างภายใต้รอยยิ้มละมุนของเธอทั้งสอง และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทั้งสองต่างมีเคมีเคใจที่ทำให้เขาเกิดแรงบรรดาลใจสำหรับนิยายเรื่องใหม่ ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ บันทึกช่วงเวลาสั้นๆ ที่สายตาของทั้งสองสบกันอย่างอ่อนโยน แล้วโพสต์ลงโซเชียลพร้อมแคป ชั่นที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดนิ่งชั่วขณะ

เปิดตัวนิยายยูริเรื่องใหม่ 

“กลิ่นรักในอากาศ และเธอที่ฉันมอง”

#รักลอยฟ้า #เคมีไม่ต้องปรุง #ยูริบนฟ้า”

คลิปสั้นๆ ที่บันทึกช่วงเวลาระหว่างพิมดาวและฟ้าใสบนเครื่องบิน เพียงไม่กี่วินาทีของสายตาที่สบกัน และรอยยิ้มที่แฝงความรู้สึกกลับกลายเป็นปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์ในชั่วข้ามคืน

ยอดวิวพุ่งทะลุหลักแสนภายในไม่กี่ชั่วโมง คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด ทั้งจากแฟนคลับนิยายยูริ นักอ่านตัวยง และผู้คนที่หลงใหลในความละมุนของเคมีระหว่างสองหญิงสาว 

“แค่สบตาก็เขินแทนแล้วค่ะ”

“นี่มันฉากเปิดตัวรักแรกพบที่ดีที่สุดแห่งปี!”

“ขอให้รักลอยฟ้าไปถึงปลายทางนะคะ”

แฮชแท็ก #กลิ่นรักในอากาศ และเธอที่ฉันมอง ติดเทรนด์บนแพลตฟอร์มทันที นักเขียนยูริมือทองที่เป็นคนโพสต์คลิปถึงกับเขียนแคปชั่นเสริมว่า:

“บางครั้งแรงบันดาลใจไม่ได้มาจากจินตนาการ แต่มาจากความจริงที่สวยงามเกินบรรยาย”

ขณะที่พิมดาวกับฟ้าใสยังไม่รู้เลยว่า...ความสัมพันธ์ของพวกเธอได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเรื่องราวรักบทใหม่ ที่กำลังจะถูกถ่ายทอดผ่านปลายปากกาของนักเขียนผู้มองเห็น “กลิ่นรักในอากาศ” แม้ในความสูงสามหมื่นฟุต

 

จุดเปลี่ยนที่ไม่คาดคิด

ความอินไม่เข้าใครออกใคร...แต่ที่แน่ๆ ผู้บริหารสายการบินไม่อินกับเรื่องนี้เลยสักนิด

แม้คลิปไวรัลจะถูกพูดถึงในแง่โรแมนติก ละมุน และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน แต่ในสายตาของผู้บริหารระดับสูง มันคือภาพสะท้อนของความไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินที่ต้องรักษามาตรฐานสูงสุด พวกเขามองว่าพิมดาวมีพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับจรรยาบรรณของพนักงานต้อนรับระดับเฟิร์สคลาส ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ที่ชัดเจนเกินไป หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้โดยสารในลักษณะที่อาจถูกตีความผิด

ห้องประชุมเล็ก ชั้น 15 สำนักงานใหญ่สายการบิน บรรยากาศในห้องประชุมเงียบงัน มีเพียงเสียงแอร์ที่ดังเบาๆ พิมดาวนั่งตรงข้ามหัวหน้า แววตาเธอเต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่ วาริน หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้า วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ

พิมดาว...รู้ใช่ไหมว่าคลิปนั้นถูกแชร์ไปทั่วโซเชียล”

วารินคุมเสียงเข้มเชิงตำหนิ

“ค่ะ...หนูเห็นแล้ว ขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้” 

“เรื่องนี้มันกระทบภาพลักษณ์ของสายการบินโดยตรง พนักงานของเราต้องรักษามาตรฐานสูงสุด             

 โดยเฉพาะในชั้นเฟิร์สคลาส”

“หนูเข้าใจค่ะหัวหน้า แค่...ตอนนั้นมันเป็นสถานการณ์ที่หนู...แบบ เออ...” 

พิมดาวอึกอักไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ก็รู้ว่าตัวเองทำความประพฤติที่ไม่เหมาะสม

“เธอต้องรู้ซิว่า ในการบริการระดับเฟิร์สคลาส ทุกการกระทำคือภาพสะท้อนขององค์กร ไม่ใช่เรื่องของ                           ความตั้งใจ มันคือเรื่องของกิริยาและวุฒิภาวะ เธอควรจะรู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำบนเที่ยวบิน"

“หนูเสียใจจริงๆ ค่ะ หนูจะปรับปรุงตัว”

คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากพิมดาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ไหลทะลักออกมาเป็นหยดน้ำตา

“ความเสียใจมันดีนะ มันแปลว่าเธอยังมีจิตสำนึก แต่ความเสียใจอย่างเดียวไม่พอหรอก ถ้าเธอไม่เรียนรู้                         จากมัน” 

วารินพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ในความเป็นจริง เธอกับพิมดาวคือ หัวหน้ากับลูกน้องที่สนิทสนมกันประมาณหนึ่ง

“เธอเป็นคนมีศักยภาพในการทำงาน แต่สิ่งที่เธอขาดคือวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ตัวเองใน                                      สถานการณ์ที่ต้องใช้ความเป็นมืออาชีพมากกว่าความรู้สึก”

“หนูจะปรับปรุงตัวค่ะ หนูขอโทษนะคะหัวหน้า”

พิมดาวก้มหน้าลงต่ำ น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ เธอพยายามกลั้นไว้ แต่ความรู้สึกในอกมันหนักเกินจะเก็บซ่อนไว้ได้อีกต่อไป เธอไม่คิดเลยว่า...เรื่องเพียงเล็กน้อย แค่สายตาที่เธอเผลอมองใครบางคนด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่สั่นสะเทือนชีวิตการทำงานของเธอ

“หวังว่าเธอจะเข้าใจ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเธอคนเดียว มันคือภาพลักษณ์ขององค์กรที่เราทุกคนต้อง                       รักษาไว้”

วารินเธอหยิบเอกสารบางอย่างจากแฟ้ม แล้วเลื่อนมันมาตรงหน้าพิมดาว

“พักงาน 15 วัน มีผลตั้งแต่วันนี้ เธอจะได้รับการประเมินอีกครั้งก่อนกลับเข้าทำงาน”

 พิมดาวรับเอกสารด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เธอพยักหน้าเบาๆ 

“ขอบคุณค่ะสำหรับโอกาส หนูจะใช้เวลานี้ทบทวนความผิดครั้งนี้คะ”

วารินไม่ได้ตอบอะไร เธอแค่พยักหน้า แล้วเดินออกจากห้องประชุมอย่างเงียบๆ เสียงประตูห้องประชุมปิดลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบ คำพูดนั้นเหมือนเสียงปิดประตูดังสนั่นในใจของพิมดาว เธอไม่ได้เสียใจเพราะถูกตำหนิ แต่เสียใจเพราะรู้สึกว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างบริสุทธิ์ กลับถูกมองว่าเป็นความผิด 

เธอเดินออกจากห้องประชุมอย่างเงียบๆ พร้อมเอกสารสั่งพักงานในมือ และหัวใจที่ยังสับสน แต่ในความเงียบงันนั้นใจเธอเริ่มมีเสียงหนึ่งดังขึ้น...เสียงที่บอกว่า 

“บางครั้งการถูกตำหนิ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโต”