“ที่พูดนี่คิดรึยัง?!” พอเขาพูดมาแบบนั้นฉันเลยพยักหน้าออกไปช้าๆ แล้วตอบกลับไปอย่างมั่นใจ “คิดแล้ว...ฉันว่าแย่กว่าการเป็นผู้หญิงของนาย คือเคยรักนายแต่จำมันไม่ได้มากกว่า”
รัก,ชาย-หญิง,วัยว้าวุ่น,ไทย,รั้วโรงเรียน,NightZ,รักวัยรุ่น,มหาลัย,พระเอกเย็นชา,ความจำเสื่อม,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
NightZ [I] THE LOST MEMORIES“ที่พูดนี่คิดรึยัง?!” พอเขาพูดมาแบบนั้นฉันเลยพยักหน้าออกไปช้าๆ แล้วตอบกลับไปอย่างมั่นใจ “คิดแล้ว...ฉันว่าแย่กว่าการเป็นผู้หญิงของนาย คือเคยรักนายแต่จำมันไม่ได้มากกว่า”
หลายวันต่อมา..
“ตีขาสิยัยบ้า”
วาโยในชุดคลุมอาบน้ำสีเทาที่กำลังนอนไขว่ห้างอยู่บนเตียงข้างสระตะโกนบอกฉันอย่างหงุดหงิด
“รู้แล้วน่าก็ตีอยู่เนี่ย”
ฉันตอบออกไปอย่างเกร็งๆ ก็ตีอยู่จริงๆ อ่ะแต่มันไม่ยอมไปไหนเลย จะขยับแรงก็ไม่กล้า นี่ถ้าโฟมหลุดมือไปคือจมเลยนะ คือดิ่งลงไปแบบตายสถานเดียว โธ่..ชีวิต -.-!
“แค่เกาะโฟมตีขายังตัวเกร็งขนาดนี้ แล้วชาติไหนมันจะว่ายได้วะ”
เขาบ่นออกมาทั้งที่มือยังกดมือถือยุกยิก นี่เราสนิทกันเร็วมากเหมือนกันนะ ทั้งคำพูด ท่าทาง เหมือนมันเป็นไปเอง ทั้งที่ฉันยังจำอะไรเกี่ยวกับหมอนี่ไม่ได้พอๆ กับพายุนั่นแหละ
“เงียบสักทีเหอะน่า!”
ฉันบอกออกไปแล้วพยายามตีขาอยู่ในน้ำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่วาโยก็ไม่วายตะโกนลอยๆ ออกมาอีกอยู่ดี
“แล้วแต่ ถ้าจมอย่ามาเรียก”
เหอะ! น้ำเสียงกวนๆ ของหมอนั่นนี่มันน่าหมั่นไส้ซะจริง วาโยกับฉันถ้าบอกว่าเป็นคู่กัดกัน ยังเชื่อสนิทใจมากกว่าเป็นเพื่อนสนิทกันซะอีก เพราะท่าทางที่เขาแสดงออกมาเวลาอยู่กับฉัน มันต่างจากตอนที่เขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นๆ ใน ม. มากกกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว) ไม่นิ่งเหมือนพายุ แต่ก็ไม่ได้ Friendly เหมือนเลโอ หรือเหมือนนะออกแนวจะกวนๆ มากกว่าซะด้วยนะหมอนี่อ่ะ แถมยังไม่เคยปฏิบัติกับฉันแบบที่ผู้หญิงคนอื่นได้รับด้วย
นี่เรา..สนิทกันแบบไหนไม่ทราบ -_-!
“ย้ายไปเล่นสระเด็กได้ป้ะ?”
ฉันตะโกนถามออกไปอย่างคาดหวังเผื่อหมอนั่นจะเปลี่ยนใจ ก็ดูดิแทนที่จะสนใจฉันสักนิด เขากลับเปลี่ยนชุดมานอนเล่นมือถือเฉยๆ อยู่ข้างสระแบบนี้เนี่ยนะ ตายังไม่มองฉันเลยด้วยซ้ำมั้ง กะจะเทจริงๆ ถ้าฉันจมลงไปว่างั้น?!
“สระเด็กน้ำแค่หัวเข่าจะลงไปทำบ้าไร”
พูดจบวาโยก็หันไปหยิบแตงโมในจานที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงปาลงมาใส่ฉันด้วยสีหน้าโคตรกวน
จ๋อม!
“ไอ้บ้า แล้วจะเอาของกินมาปาเล่นเพื่อ?! ” ฉันถลึงตาใส่เขาแล้วบ่นออกไป หมอนั่นก็ยังลอยหน้าลอยตากลับมาอีกอยู่ดี
“ยังกะตัวเองไม่เคยทำ”
“จำ-ไม่-ได้!” ฉันตะโกนกลับไปแบบเน้นทีละคำแล้วหันหน้าหนีวาโยทันที ไอ้โฟมนี่ก็บังคับยากจริงเว้ยยย นี่ฉันเคยว่ายน้ำได้จริงหรอฟะ ฮึ่ยยย~ ว่ายยากว่ายเย็น
“ตีขาไปไกลๆ สักที รำคาญ!”
วาโยวางมือถือแล้วลุกจากสระมายืนตะโกนโหวกเหวกอยู่ตรงขอบสระ แต่ฉันแกล้งทำมึนๆ ไปเหมือนไม่ได้ยิน
“พอใจจะอยู่ตรงนี้ อากาศดีจังเลย~”
“หึ.. ได้ นิลลา ได้”
ตู้มมมม~
พอฉันตะโกนตอบไปแบบนั้น หมอนั่นก็พูดพร้อมกับถอดเสื้อคลุมออกแล้วกระโดดลงมาในสระอย่างแรงจนน้ำกระเซ็นทั่วไป แถมแรงดันน้ำยังดันให้ฉันที่เกาะโฟมอยู่ถอยห่างออกมาในฝั่งที่ลึกกว่าเดิมของสระอีก
“เฮ้ย! แล้วจะกลับยังไงเล่า นายนี่มั... ว๊ายยย~”
ระหว่างที่ฉันตะโกนบ่นไอ้บ้าวาโย อยู่ๆ หมอนี่ก็โผล่มาใต้น้ำแล้วคว้าเอวฉันอย่างไม่ทันให้ตั้งตัวจนมือฉันหลุดออกจากโฟม
“อื้อ วะ..วาโย”
บุ๋งๆๆๆ
จังหวะที่วาโยคว้าตัวฉันออกจากโฟม ด้วยความสูงของเราที่ต่างกันมากทำให้ฉันจมลงไปใต้น้ำตามแรงดิ้นและเผลอกินน้ำเข้าไปหลายอึก แถมยังหลับตาปี๋อย่างกลัวตายแต่เขาก็ช้อนตัวฉันขึ้นมาในทันที
พรวดดด ซ่าาาา
“แค่กๆๆ”
ตุ้บ!
“เอาอีกแล้วนะ แค่กๆ”
ฉันสำลักออกมาแล้วทุบอกวาโยไปอย่างแรง หมอนี่มันจะฆ่าฉันให้ได้เลยใช่ป้ะ?! ชอบทำอะไรแบบนี้อยู่เรื่อย ถ้าวันหนึ่งพลาดขึ้นมาฉันไม่ตายหรอกหรอฮะ -.-
“ไง อากาศยังดีอยู่มั้ย?” วาโยถามฉันพร้อมกับเอามืออีกข้างลูบหน้าตัวเองที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาจากน้ำเหมือนกัน
“ไอ้...”
“อ่ะด่าไป เต็มที่เลย” พอฉันทำท่าจะด่า เขาก็คลายอ้อมแขนจากเอวฉันออกจนตัวฉันเริ่มจมลงในน้ำอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“ว๊ายยย!”
พรึ่บบบบ!
“จะบ้ารึไงเล่า?!” ฉันเอื้อมแขนไปคล้องคอวาโยไว้อย่างกลัวจม เขาเองก็ขำออกมาทั้งที่มือยังคว้าเอวฉันไว้จากข้างหลัง เหมือนแค่แกล้งให้กลัวไปงั้นๆ แสบจริงๆ เลยนะหมอนี่!
“เธอนี่มันตลกชะมัด” วาโยกระตุกยิ้มมุมปากออกมาอย่างไม่สำนึก ฉันเลยตะคอกออกไปอย่างหัวเสีย
“นี่มันเรื่องความเป็นความตายเชียวนะเว้ย!” …แต่ถามว่าเขาสนใจมั้ย ก็ไม่! แถมยังยิ้มเยาะออกมาแล้วทำท่าล้อเลียนซ้ำอีก
“คนอย่างนิลลาไม่มีวันตายเพราะจมน้ำหรอกน่า~ ใครมันเคยบอกไว้วะ”
“บอกว่าจำมะ...”
“ก็จำให้ได้สักทีเป็นคนไม่ใช่ปลาทอง!”
พอฉันกำลังจะพูดออกไป วาโยก็พูดขัดขึ้นมาเหมือนรู้ทันว่าฉันจะพูดอะไร แต่ฉันก็ทำไม่รู้ไม่ชี้อ้างนั่นอ้างนี่ไปเรื่อย
“ตอนนั้นอาจเป็นปลาทองก็ได้เลยว่ายน้ำเก่ง”
“หึ..แถเก่ง!”
หืมมม แถเถออะไร?! นี่ฉันเป็นเพื่อนกับหมอนี่ได้ยังไง ผู้ชายอะไรปากจัดชะมัดเลย
“พูดมาก” ฉันบอกออกไปแล้วทำหน้ามุ่ยใส่เขา แต่เขากลับดูแฮปปี้มากเป็นพิเศษ แถมตั้งท่าจะแกล้งฉันท่าเดียว
“จับกดอีกซะดีมั้ง!” วาโยพูดแล้วใช้มือที่คว้าเอวฉันกดลงอีกเบาๆจนฉันลนลานโวยวายขึ้นมา
“นี่ อย่านะ!” ฉันกระชับอ้อมแขนที่คล้องคอวาโยเอาไว้อย่างลืมตัว ก่อนจะทำตาโตออกมาอย่างตกใจเพราะกลัวหมอนี่จะทำจริง
“จะขึ้นกันได้ยัง?!”
แล้วไม่ทันที่เราจะพูดอะไรกันต่อก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากขอบสระ พอหันไปตามเสียงก็เห็นพายุในชุดนักศึกษากำลังยืนล้วงกระเป๋ามองมาที่เราด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ฉันเลยรีบปล่อยมือจากคอวาโยทันที แต่เขาก็ยังประคองฉันเอาไว้แล้วยิ้มมุมปากออกมาก่อนจะลากฉันไปที่บันไดสระ
“มานานรึยัง?”
ฉันขึ้นจากสระแล้วตรงไปหาพายุที่กำลังโน้มตัวไปหยิบเสื้อคลุมกับผ้าเช็ดตัวบนเตียงข้างสระเงียบๆ
“ไปเปลี่ยนชุด”
เขายื่นมันมาให้ฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบเหมือนกำลังไม่พอใจขั้นสุด ฉันเลยรับมันมาอย่างไม่พูดอะไรและรีบเดินไปจัดการตัวเองทันที
::: VAYO :::
ผมมองท่าทางของไอ้พายก็รู้ละว่ามันกำลังคิดอะไร ไม่ว่าจะนานแค่ไหนมันก็ไม่เคยไว้ใจผมกับนิลเลยจริงๆ งั้นสินะ แต่จะไว้ใจก็คงแปลกเพราะพวกผมก็ดันมีอดีตที่เข้าใจยากกันมาตั้งแต่สมัยเรียน
“ไม่ใช่อย่างที่มึงคิด”
ผมบอกออกไปแล้วหยิบเสื้อคลุมบนเตียงขึ้นมาใส่ ก่อนจะเห็นมันมองมาด้วยสายตานิ่งเรียบ ดูเข้าใจยากแต่ชินละ
“ว่ายได้มั้ย” ไอ้พายถามกลับมาเสียงเรียบ คงหมายถึงนิลลาว่ายน้ำได้มั้ยนั่นแหละ ผมเลยส่ายหัวออกไปแทนคำตอบ แล้วมันก็ทำท่าจะเดินออกไป
“สร้อยนั่นกูเคยขอให้ใส่ไว้ก็จริง...”
ผมตัดสินใจพูดออกไปเพราะรู้ว่าเหตุผลเดียวที่มันไม่อยากให้ผมใกล้นิลลาก็เพราะเรื่องนั้นแต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้พูดสักที แล้วไอ้พายมันก็หยุดฟังแต่ไม่ได้พูดอะไร แถมยังทำท่าจะเดินต่อ
“...แต่พวกกูเป็นแค่เพื่อนกัน” ผมย้ำออกไปชัดๆ เพราะคืนนั้นที่ Ztudio ผมก็เห็นนั่นแหละว่ามันยืนมองผมคุยกับนิลอยู่ด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ พอผมบอกไปแบบนั้นมันก็หันมาพยักหน้านิดหน่อยแล้วตอบกลับมา
“ก็อย่าให้มากไป”
หึ.. ได้ฟังแบบนั้นแม่งก็นึกฮาขึ้นมาเฉยๆว่ะ
“ถ้าไม่นับที่ต้องแกล้งมึง..ก็น่าจะทำได้”
ผมตอบออกไปอย่างขำๆ แล้วหลุดยิ้มออกมา ก่อนจะเห็นมันทำหน้านิ่งแล้วก็ค่อยๆ หมุนตัวเดินหายออกไปจนลับตา
เอาจริงๆ มันไม่ได้โกรธหรอก แค่มันเป็นของมันแบบนั้น.. ผม ไอ้พาย แล้วก็นิลลา เป็นเพื่อนสนิทกันในแบบที่..บุคลิกของเราทุกคนมันโคตรจะต่าง ความสนิทอยู่ในระดับที่มีมากแต่ไม่ได้แสดงออกชัดเจนจนหวือหวา แบบ...แค่มองตาก็พอจะเข้าใจว่าต่างคนต่างคิดอะไร มันเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ ม.ต้น ก่อนเราทุกคนจะแยกย้าย
และผม..เคยสารภาพรักกับนิลลา
นิลเองก็เคยรู้...ที่ใช้คำนี้เพราะเธอยังจำมันไม่ได้ก็เท่านั้น ส่วนไอ้พายุ...ผมมารู้ทีหลังว่ามันบังเอิญมาได้ยิน แต่วันนั้นนิลไม่ได้เลือกผมหรอก แน่นอนว่าคนที่เธอเลือกก็คือไอ้พายุนั่นแหละ
เอาจริงผมไม่ได้มองว่าตัวเองถูกปฏิเสธแบบหักดิบอะไรขนาดนั้น เพราะอย่างที่เคยบอกว่า ‘นิลลารู้จักผมดีกว่าที่ผมรู้จักตัวเองด้วยซ้ำ’
ยัยนั่นทำให้ผมเข้าใจว่าผมแค่หวั่นไหวไปกับการที่มีเธออยู่เป็นเพื่อนซ้อมว่ายน้ำทุกวัน ผมรู้จักกับเธอตั้งแต่ ป.1 ได้มั้ง เพราะเราเป็นตัวเก็งที่แข่งว่ายน้ำคู่กันมาตั้งแต่ตอนนั้น เลยต้องมาฝึกด้วยกันหลังเลิกเรียนเรื่อยๆ จนสนิทกันมากขึ้น
จริงๆ เราเจอกันก่อนจะมีไอ้พายเข้ามาซะอีก ผมกับนิลสนิทกันมากจนถึงเนื้อถึงตัวกันได้เป็นเรื่องปกติ ตอนนั้นเลยทำให้ผมสับสนว่าความสัมพันธ์ที่เรามีมันมากกว่าเพื่อนรึเปล่า?
สับสน..ว่าความรู้สึกที่มีให้เธอมันเป็นความรักรูปแบบอื่นรึเปล่า?
แต่คำตอบก็คือ ‘ไม่’ เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ทั้งผมและนิลต่างรู้กันดีว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ผมพลาดไปที่ดันไปบอกรักเธอเข้า แถมช่วงหลังก่อนจะเรียนจบยัยนั่นยังชอบเอาเรื่องนี้มาล้อจนไอ้พายุหน้าตึงใส่พวกเราอยู่บ่อยๆ ชอบเล่นไรไม่รู้เวล่ำเวลา =_=
ส่วนสร้อยนั่นผมให้นิลไว้เอง มันเป็นของขวัญวันเรียนจบสำหรับมิตรภาพดีๆ ที่เธอมีให้ผม และผมเคยขอให้เธอใส่เอาไว้เพื่อเตือนความจำเฉยๆ ว่าเราเคยเป็นเพื่อนกันตามความคิดแบบเด็กๆ และที่สำคัญมันเอาไว้ย้ำว่าผมทำพลาดที่ดันหวั่นไหวกับเพื่อนตัวเองไง งี่เง่าซะไม่มีเลยกู -*-
แต่ก็นั่นแหละ...เอาจริงมันมีไว้ขำๆ แต่ยัยนั่นน่าจะใส่จนชินเลยไม่ได้ถอดจนไอ้พายไปเจอเข้า ตอนมันเอามาคืนผมก็ไม่เข้าใจนะ ทั้งไอ้พาย ผม และนิลลา ต่างมีเครื่องประดับลักษณะนี้เหมือนกันต่างแค่จี้คนละสี ไม่คิดว่าจะมันจะหึงแบบหน้ามืดตามัวได้ขนาดนั้น
หึ.. แต่ไอ้พายก็คือไอ้พาย คนเดียวที่จะทำให้มันดิ้นตาย.. ก็มีแค่ 'นิลลา' คนนี้ คนเดียวเท่านั้นนั่นแหละนะ
::: END VAYO :::