“ที่พูดนี่คิดรึยัง?!” พอเขาพูดมาแบบนั้นฉันเลยพยักหน้าออกไปช้าๆ แล้วตอบกลับไปอย่างมั่นใจ “คิดแล้ว...ฉันว่าแย่กว่าการเป็นผู้หญิงของนาย คือเคยรักนายแต่จำมันไม่ได้มากกว่า”
รัก,ชาย-หญิง,วัยว้าวุ่น,ไทย,รั้วโรงเรียน,NightZ,รักวัยรุ่น,มหาลัย,พระเอกเย็นชา,ความจำเสื่อม,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
NightZ [I] THE LOST MEMORIES“ที่พูดนี่คิดรึยัง?!” พอเขาพูดมาแบบนั้นฉันเลยพยักหน้าออกไปช้าๆ แล้วตอบกลับไปอย่างมั่นใจ “คิดแล้ว...ฉันว่าแย่กว่าการเป็นผู้หญิงของนาย คือเคยรักนายแต่จำมันไม่ได้มากกว่า”
เลิกเรียน..
ฉันลังเลอยู่พักหนึ่งแล้วล่ะว่าจะส่งข้อความไปหาวาโยดีมั้ย ถึงคืนนั้นหมอนั่นจะ Add Line ไว้ในเครื่องให้ก่อนจะคืนมือถือมา แล้วย้ำนักย้ำหนาว่าให้ฉันติดต่อไปได้ทุกเมื่อก็เถอะ แต่นั่นวาโย Nightshade เชียวนะ เขาจะมีเวลามานั่งตอบคำถามงี่เง่าของฉันจริงๆ รึเปล่าก็ไม่รู้
แต่สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจกดส่งไปแล้วเขาก็ตอบกลับมาทันที..
วาโย : NILLA
VAYO : ว่า
เย็นนี้ว่างมั้ย ขอคุยด้วยหน่อย : NILLA
VAYO : กี่โมง
ฉันเลิก 4 โมงครึ่ง : NILLA
VAYO : อืม งั้น 6 โมงเจอกันห้องซ้อมดนตรี
VAYO : ตึก B ชั้น 8
อืม : NILLA
“สรุปวันนี้มึงมีนัดกับรุ่นพี่วาโยใช่ป้ะ?” ไอ้ด้าหันมาถามฉันตอนกำลังเดินลงจากตึก ฉันเลยพยักหน้าออกไป
“อืม ก็ทำตามที่มึงบอกไง”
“ทำดีแล้วมึง งั้นกูกลับละ มีไรโทรมานะ ต้องรู้ความจริงให้ได้เว้ยท่องไว้ๆ”
ไอ้ด้าบอกฉันพร้อมกับทำท่าสู้ๆ กระตุ้นให้ฉันมีกำลังใจ ทำอย่างกับฉันจะไปออกรบงั้นแหละยัยนี่ -.-
- 16:40 PM -
ฉันก้มดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ นี่ยังไม่ 5 โมงเลย แต่ท้องฟ้าก็เริ่มจะหม่นๆ มืดๆ ดูเหมือนฝนใกล้จะตก ยิ่งสีท้องฟ้าไม่สดใสก็ยิ่งทำให้บรรยากาศใน ม. ดูอึมครึมมากบอกไม่ถูก แต่ฉันก็ค่อยๆ เดินจากตึก F ที่เพิ่งเรียนเสร็จเมื่อกี๊ไปยังตึก B อย่างช้าๆ ชมนกชมไม้ ดูนั่นดูนี่ใน ม. ไปเรื่อยเพราะตึกมันก็ไม่ได้ไกลกันมาก ถึงระหว่างทางจะเงียบสงบจนแอบเสียวสันหลังหน่อยๆ ก็เถอะนะ
“นิลลา!”
ระหว่างที่เดินอยู่ก็ได้ยินเสียงหนึ่งเรียกชื่อฉันจากไกลๆ แต่พอหยุดหันซ้ายหันขวาก็ไม่เจอใคร มันก็ทำให้ฉันก็เริ่มลนนิดๆ แล้วเร่งความเร็วฝีเท้าตัวเองขึ้นอีกเท่าตัว ให้ตายสิ! คงไม่ใช่ผีหรอกนะ -.-
หมับ!
เฮือกกกก O[]O
“นิลลา เธอ...นิลลาใช่ป้ะ?”
อยู่ๆ ก็มีใครไม่รู้วิ่งมาคว้าแขนฉันจนเผลอสะดุ้งเฮือก ฉันเลยรีบสะบัดมือนั้นออกอย่างตกใจแล้วหันกลับไปมองเจ้าของมือนั้นทันที
“เลโอ?! ตกใจหมด”
ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เห็นว่าเจ้าของเสียงที่เรียกฉันเป็นคนไม่ใช่ผี ก็แหงล่ะ.. คนขี้กลัวอย่างฉันมีไรก็ต้องระแวงเอาไว้ก่อน
“โทษที เจอเธอก็ดีรีบไปไหนมั้ย แฮ่กๆ” เลโอพูดพร้อมกับหายใจหอบๆ ออกมาคงเพราะเขาวิ่งตามฉันมาเมื่อกี๊ล่ะมั้ง
“ฉันนัดวาโยไว้อ่ะ”
ฉันตอบออกไป แล้วพอได้ฟังเลโอก็ยิ้มหน้าบานออกมาทันที
“Yes! พอดีเลยนัดที่ห้องซ้อมใช่ป้ะ”
“อืม แล้วนายมีไรกับฉันอ่ะ?” ฉันพยักหน้าให้นิดหน่อยก่อนจะเลิกคิ้วให้เขาอย่างสงสัย
“ฉันฝากนี่ให้ไอ้พายด้วยดิ ยังไงเธอก็ต้องเจอมัน พอดีฉันมีธุระด่วนต้องรีบไปอ่ะ”
“อ๋อ อืม” ฉันพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับรับของบางอย่างที่เลโอเอามายัดใส่มือไว้ให้แบบรีบๆ
“ห้ามลืมนะนิล thanks!”
แล้วเลโอส่งยิ้มที่แสนจะสดใสมาให้ฉัน ก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถและขับมันออกไปอย่างรวดเร็ว เหอะๆ แค่เสียงออกรถก็ดังลั่นอย่างกับอยู่ในสนามแข่ง ให้ตายสิ นี่มันมหาลัยไม่ใช่หรอ -.-?
สักพักฉันก็เดินมาหยุดอยู่หน้าตึก B ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยแม้แต่คนเดียว เอาจริงดิ?! จากที่ลองมองซ้ายมองขวาดูแล้ว ให้รอวาโยหน้าตึกถึง 6 โมงนี่ไม่น่าจะรอดอ่ะทั้งฝน ทั้งผี งั้นเดินขึ้นไปเลยแล้วกัน..
ฉันตัดสินใจเดินเข้าตึกและกดลิฟต์ตรงขึ้นไปชั้น 8 ทันที แล้วเดินต่อมาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่หน้าห้องสุดท้ายที่ติดป้ายไว้ว่าเป็นห้องซ้อมดนตรี แล้วตอนนี้บรรยากาศทั้งชั้นคือเงียบเชียบไม่ต่างจากข้างล่างเลยสักนิด ฮู่ววว เอาน่า.. ยังไงอีกแป๊บหนึ่งก็ต้องมีคนมาแหละนะ คิดแบบนั้นแล้วฉันก็ไม่ลังเลที่จะผลักประตูเข้าไป
แอ๊ดดดด~
กุ๊กๆ กู๋... เออนะ เงียบได้อีก เงียบๆ มืดๆ วังเวงใช้ได้ ซึ่งฉันเป็นคนไม่ชอบความมืดเท่าไหร่ถ้าต้องอยู่คนเดียว ทุกคนน่าจะเป็นเหมือนกันมันจะรู้สึกโดดเดี่ยวยังไงบอกไม่ถูก
แกร๊ก
ฉันตัดสินใจกดเปิดไฟในห้องซ้อมดนตรีจนสว่างจ้าเพราะไม่อยากหลอนไปเองคนเดียว พอห้องสว่างก็เห็นชัดได้เลยว่าที่นี่เป็นมากกว่าห้องซ้อมดนตรีเล็กๆ ทั่วไปที่ฉันเคยเห็น มีเครื่องดนตรีราคาแพงอยู่ครบครันสมกับเป็นมหาลัยชั้นนำ แต่นั่นก็ไม่น่าสนใจเท่ากับ... ถัดจากเครื่องดนตรีพวกนี้ออกไปนิดหน่อย มีร่างสูงของพายุกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนโซฟา มาแอบนอนเงียบๆ ในห้องมืดๆ เนี่ยนะ ไม่กลัวผีเลยน่ะหรอหมอนี่
ถึงจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่ แต่ด้วยมารยาทฉันก็เลือกที่จะวางของที่เลโอฝากมาลงบนโต๊ะเบาๆ และทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเงียบๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมานั่งเล่นระหว่างรอ ส่วนพายุก็ยังนิ่งอยู่แบบนั้น เอาเหอะน่า.. แปลกๆ หน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยยังดีกว่าลงไปรอข้างล่างที่ไม่มีใครเลยล่ะนะ
“ปิดไฟ”
เฮือกกก O[]O
ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งเล่นมือถือเพลินๆ อยู่ๆ พายุก็พูดขึ้นมาทั้งที่ยังนอนหลับตาอยู่บนโซฟา
“นะ...นาย”
เอาจริงฉันก็ตกใจนั่นแหละไม่คิดว่าเขาจะตื่นอยู่ เพราะดูเขาไม่ค่อยชอบหน้าฉันเท่าไหร่ ขืนตื่นมาได้เถียงกันยกใหญ่อีกแน่
“จะนอน”
พายุพูดกลับมาเสียงเรียบ ฉันเลยพยักหน้าออกไป แล้วลุกขึ้นไปปิดไฟอย่างว่าง่าย ก่อนจะกลับมานั่งและหยิบมือถือขึ้นมาเล่นอีกครั้ง
แกร๊ก ฟุ้บ!
“ปิดมือถือด้วย”
แล้วเขาก็พูดขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความมืดสลัวในห้อง
“แต่...”
“แสงเข้าตา”
ฉันยังพูดไม่ทันจบไอ้บ้าพายุจอมบงการก็ขัดขึ้นมาอีก แล้วจะทำไงได้ล่ะ ก็เขาเข้ามาก่อนนี่นา
“อืม” ฉันกดปิดมือถือลงอย่างหงุดหงิดนิดหน่อย แล้วคือต้องนั่งอยู่มืดๆ แบบนี้จนกว่าจะ 6 โมงงั้นหรอ -.-? แต่จะว่าไปนี่ก็เป็นจังหวะดีนะที่จะถามพายุไปตรงๆ เรื่องเพื่อนที่คาใจอ่ะ เอาไงดีนะ ถามดี ไม่ถามดี ถาม ไม่ถาม ถาม ไม่ถาม ถามแล้วกัน..
“นาย” พอตัดสินใจได้ ฉันก็เอ่ยปากเรียกพายุออกไปทันที
“.....” แต่เขาก็เงียบ
“นี่พายุ” ฉันลองเรียกเขาซ้ำอีกครั้ง
“.....” แต่ก็ยังเงียบอยู่ดี
“รู้นะยังไม่หลับไอ้พายเน่า!”
“จิ๊! มีไร” คราวนี้ฉันเรียกเขาด้วยเสียงที่ดังขึ้น พายุเลยทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอนิดหน่อย แล้วตอบกลับมาอย่างหงุดหงิด
“นายเคยรู้จักฉัน เอ่อ... หมายถึงเราเคยรู้จักกันจริงๆ น่ะหรอ?”
ฉันถามออกไปแบบเก้ๆ กังๆ ท่ามกลางห้องที่มืดสลัว แต่ก็พอมีแสงจากข้างนอกส่องเข้ามา ก็ทำให้เห็นหน้าพายุอยู่บ้างแบบเลือนราง
“อืม” เขาตอบกลับมาแค่สั้นๆ แต่ไม่รู้ทำไมพอได้ยินแบบนั้นฉันดันรู้สึกดีใจขึ้นมานิดๆ
“จริงดิ แล้วนายได้อยู่โรงเรียนประจำกับฉั....”
“เงียบได้ยัง ง่วง” พายุตัดบทก่อนที่ฉันจะพูดจบอีกแล้วอ่ะ หมอนี่ถนัดเบรกคนอื่นแบบนี้ตลอดเลยหรอเนี่ย
“เดี๋ยวนะ ขออีกคำถามเดียวแล้วจะไม่กวน”
“.....” พอฉันพูดจบห้องนี้ก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง แล้วเขาไม่ตอบอะไรกลับมา ตอนนี้ทั้งห้องเลยมีแค่เสียงลมหายใจของเราทั้งคู่เท่านั้น
“คือเรา เอ่อ... เราเป็นเพื่อนสนิทกันจริงๆ ใช่มั้ย?”
ฉันถามออกไปอย่างตื่นเต้นอีกครั้ง บอกไม่ถูกนะว่ารู้สึกยังไง มันเหมือนแอบลุ้นนิดๆ ถ้าจะมีเพื่อนเพิ่มหลังจากคบไอ้ด้าคนเดียวมาสามปี -.-
พรึ่บบบ~
“แล้วไอ้โยมันว่าไง” อยู่ๆ พายุก็ลุกขึ้นมานั่ง แล้วถามฉันกลับมาด้วยคำถามแทน
“ก็กะว่าจะมาถามวาโย แต่อยากรู้จากนายก่อน” ฉันบอกเขาไปตามตรง เขาเองก็ตอบกลับมาแบบรวดเร็วทันใจ
“บอกไปแล้วจะเชื่อ?”
ถึงห้องจะมืดไปบ้าง แต่ก็พอเห็นว่าพายุกำลังจ้องมาที่ฉันอย่างรอฟังคำตอบ ฉันเองก็คาดหวังในคำตอบของเขาอยู่เหมือนกันเลยพยักหน้าออกไปแล้วตั้งใจฟัง
“อืม บอกมาดิ”
พายุเงียบไปเสี้ยวนาที ก่อนจะมองมาที่ฉันแบบนั้นไม่ละสายตาไปไหน แล้วสุดท้ายเขาก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เธอไม่ใช่เพื่อนฉัน”
ประโยคนั้นของเขาทำให้ฉันหน้าชานิดๆ เพราะอะไรไม่รู้สิ..คงเป็นอารมณ์ของคนหน้าแตกเวลาเริ่มมั่นใจอะไรล่ะมั้ง
“เราไม่ใช่เพื่อนสนิทกัน”
พายุยังย้ำมันออกมาซ้ำๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ทำไมสำหรับฉันมันเป็นคำพูดที่ดูขยี้ความสัมพันธ์นั้นจัง สงสัยจะคาดหวังมากไปเลยเพ้อล่ะมั้ง ฮ่ะๆ
“อ๋อ อืม งั้นวาโยคง...”
“ฟังแค่ฉันก็พอ”
อยู่ๆ น้ำเสียงราบเรียบก็ดูหนักแน่นขึ้นมา ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่หรอกนะว่าทำไมวาโยต้องโกหกฉัน แต่เอาไว้ถามวันหลังแล้วกัน วันนี้ขอกลับไปตั้งหลักก่อน ขอกลับไปปรึกษาไอ้ด้าก่อน -.-
“อืม ถ้างั้นไม่รบกวนแล้ว เลโอฝากนี่มาให้นายด้วยอ่ะ”
ฉันเลื่อนถุงของฝากของเลโอไปไว้ตรงหน้าพายุแทน แล้วลุกขึ้นคว้ากระเป๋ากำลังจะเดินออกจากห้อง แต่กลับถูกเขาเรียกไว้ด้วยคำถาม
“ทำไมคิดว่าฉันเคยอยู่ที่นั่น?”
“โรงเรียนประจำน่ะหรอ?” ฉันหันไปถามเขากลับ แล้วพายุก็ตอบมาสั้นๆ แต่ก็จ้องมาที่ฉันอย่างไม่วางตาอยู่เหมือนเดิม
“อืม”
“เดาเอา แต่ช่างเหอะยังไงก็ไม่ใช่อยู่แล้วนี่” ฉันตัดบทไปก่อนจะเริ่มก้าวขาออกจากโซฟาจริงๆ
“ใช่...”
กึก!
ฉันชะงักฝีเท้าทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ใช่อะไรของเขานะ? ใช่คือเคยอยู่ หรือใช่เพราะไม่เคยอยู่กันแน่
“หมายความว่าไงที่ว่าใช่?”
ฉันถามกลับไปพร้อมกับหันไปหาพายุอย่างไม่เข้าใจ...
“ใช่ ฉันเคยอยู่ที่นั่น..กับเธอ”
พูดจบพายุก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรงเหมือนกำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่าง ส่วนฉันก็เผลอหลุดยิ้มออกมาตอนไหนไม่รู้เหมือนกัน :)