เมื่อหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวหลงเข้าไปในป่าหมอกลึกลับที่มีเพียงทุ่งดอกไม้งดงามนับพัน แต่ใครจะรู้ว่ามวลดอกไม้เหล่านั้นคือ "เซียนบุปผา" ที่คอยแปลงกายมาดูแลเธออย่างลับๆ ร่วมอบอุ่นหัวใจและเอาใจช่วยพวกเขากับควา
แฟนตาซี,เทพเซียน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ร้อยบุปผาในป่าหมอก (Blooms in Mist)เมื่อหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวหลงเข้าไปในป่าหมอกลึกลับที่มีเพียงทุ่งดอกไม้งดงามนับพัน แต่ใครจะรู้ว่ามวลดอกไม้เหล่านั้นคือ "เซียนบุปผา" ที่คอยแปลงกายมาดูแลเธออย่างลับๆ ร่วมอบอุ่นหัวใจและเอาใจช่วยพวกเขากับควา
บทนำ
เสียงกระซิบจากกลีบดอกไม้ในม่านหมอก
ในโลกมนุษย์ที่หนาวเหน็บแห่งนี้ มีเพียงความอบอุ่นเดียวที่ทำให้หัวใจของสาวน้อยธรรมดาคนหนึ่งเข้มแข็งขึ้นมาได้ ก็คือมีแม่ผู้เป็นที่รักอยู่ข้างกายมาจนเติบโต ยามนี้แม่ล้มป่วยด้วยโรคประหลาด ชึ่งไร้หนทางรักษาจากหมอยาคนใดก็ตามในหมู่บ้าน เธอจึงตัดสินใจยอมเสี่ยงเดินเท้าเข้าไปใน"ป่าหมอกอสูร" ป่าต้องห้ามตามที่มีคนเล่าขานกันว่ามีแต่อันตรายและความน่ากลัวมากมายในป่าแห่งนั้น
แต่วินาทีที่ก้าวผ่านม่านหมอกหนาทึบนั้นเข้าไป กลับไม่มีแม้กระทั่งความกลัวอย่างที่คิดไว้เธอมองไปโดยรอบๆ กลับปรากฏทุ่งดอกไม้นานาพรรณนับพันชนิดที่สวยงามราวกับภาพฝันเหมือนอยู่บนสวรรค์เลย ดอกไม้เหล่านั้นเบ่งบานรับหยาดน้ำค้าง มีที่พักพิง มีน้ำใสสะอาด อีกทั้งยังมีผลไม้อันโอชะเต็มไปหมด และไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้เลย
สาวน้อยน่ารักคนนี้ใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้อย่างมีความสุข โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า... ทุกๆ ครั้งที่เธอรดน้ำดอกไม้ หรือสัมผัสดอกไม้นานาชนิด ทุกๆ รอยยิ้มที่เธอมอบให้ และทุกๆ ค่ำคืนที่ร่างกายเธอเผลอซึมซับ "ไอเซียน" เข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว ความจริงแล้วมีสายตานับร้อยนับพันคู่ คอยมองเธออยู่ ดูแลเธอ และแอบแปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อมาช่วยเหลือเธอ และอยู่เป็นเพื่อนเธอในยามเผลอเสมอ
เธออยู่ในดินแดนแห่งนี้นานจนลืมเรื่องราวในอดีตและเรื่องราวข้างนอก รวมไปถึงแม่ของเธอที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมา
จนกระทั่งดินแดนแห่งนี้เกิดมหันตภัยจากพายุที่พัดโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างรุนแรงและทำให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา เหล่าเซียนดอกไม้ทั้งหลายที่ได้อยู่ในที่แห่งนี้ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จึงทำให้บังเกิดสายเลือดแห่งพฤกษาที่จากไปเมื่อ 1000 ปีก่อน ได้ตื่นขึ้นมา ทำให้ปรากฏกลิ่นอายแห่งอำนาจและความยิ่งใหญ่ขึ้น
เมื่อป่าหมอกแห่งนี้กำลังจะสลายด้วยอำนาจแห่งมหันตภัยพายุที่ทำลายล้างความมหัศจรรย์ ความรัก ความผูกพัน ความสวยงามของที่นี่ไปจนหมด มีเพียงสายเลือดและหยดเลือดแห่งพฤกษาที่จะทำให้ป่าแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง… การรอคอยโชคชะตาแห่งปาฏิหาริย์
เตรียมพบกับเรื่องราวแฟนตาซีสุดอบอุ่นหัวใจ ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักเหล่ามวลดอกไม้และรอยยิ้มแห่งความสุขใน "ร้อยบุปผาในป่าหมอก" ได้เลยค่ะ
คำเตือนสำหรับผู้อ่าน⚠️
นิยายเรื่อง "ร้อยบุปผาในป่าหมอก" เป็นวรรณกรรมแฟนตาซีแนวอบอุ่นหัวใจ (Healing Fantasy) ละมุนละไม เน้นความน่ารัก ความสัมพันธ์อันงดงามระหว่างตัวละคร และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
เรื่องนี้ไม่มีเนื้อหาความรุนแรง การนองเลือด ฆาตกรรม หรือฉากที่ไม่เหมาะสมทางเพศใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านทุกเพศทุกวัยสามารถเพลิดเพลินและดื่มด่ำไปกับความอบอุ่นนี้ได้อย่างสบายใจค่ะ
(ข้อแนะนำเล็กน้อย: อาจมีเรื่องราวความสูญเสียในชีวิตของตัวละครในช่วงต้นเพื่อเป็นปมของเรื่อง แต่อารมณ์โดยรวมของเรื่องจะดำเนินไปในทิศทางที่อบอุ่น ฟีลกู๊ด และมีความสุข)
เสียงกรีดร้องโหยหวนยังดังก้องอยู่ในหัวของฉันตอนนี้ ความรู้สึกที่เคยปลอดภัยหรือสบายใจที่อยู่ที่นี่ได้หายไปภายในพริบตา มีเพียงสายลมที่หนาวเย็นพัดผ่านมา ฉันยืนตัวแข็งทื่อ! มองกลีบดอกไม้สีดำที่เปื้อนเลือดนั่น
แล้วเงยหน้ามองพี่สาวทั้งสอง ทั้งสองคนมีสีหน้าซีดเผือกไม่ต่างกัน
"เมื่อกี๊นี้เสียงอะไรคะ?
ทำไมกลีบดอกไม้สีดำนี่ถึงมีเลือด?"
ฉันพูดไปพรางถอยหลังไปชนเข้ากับพี่สาวชุดขาวเต็มๆ
พี่สาวเธอสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด เพื่อดึงสติของตัวเองกลับมา เธอเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้เบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เพราะอากาศกำลังหนาวมากเลย
"อย่ากลัวไปเลยน้องสาว...มันคือ 'เงาอสูรทมิฬ' ปีศาจแห่งความมืดที่คอยสูบกลืนพลังชีวิตของเหล่าเซียนบุปผาเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวมัน มันเคยหลับใหลไปเมื่อพันปีก่อน แต่ตอนนี้... มันตื่นขึ้นมาแล้ว"
น่ากลัวจังเลยค่ะพี่สาว ฉันฟังจากพี่สาวเล่าหัวใจของฉันเต้นแรงจนระแวงไปหมด พี่สามวิ่งมาจับชายเสื้อฉันเบาๆ บรรยากาศ ตึงเครียด
"น้องสาวอย่าเครียดไปเลย!
ถึงมันจะน่ากลัวพวกเราก็ไม่ปล่อยให้มันมาทำอะไรเจ้าได้หรอก
อีกอย่างนะ...พี่รองน่ะเก่งมาก สวยและเก่งทุกอย่าง แม้กระทั่งงานในครัวงานจัดสวนใครเห็นใครก็ต้องอิจฉา!"
พี่สามพูดไปทำหน้าตาน่ารักไป จนทำให้พี่รองอดขำไม่ได้
"ยัยเด็กคนนี้นี่... เวลาแบบนี้ยังจะมาพูดเล่นอีกนะ"
แล้วพี่รองก็เอามือไปแตะหน้าผากของพี่สามเบาๆ หมั่นเขี้ยวนัก ยัยแก้มป่อง พี่สาวทั้งสองหยอกล้อกันไปมาน่ารักสุดๆ ทำให้ฉันลืมความกลัวก่อนหน้านี้ไปเลย มันช่างอบอุ่นและมีความสุขจริงๆ
พวกเราทั้งสามจับกลุ่มประชุมวางแผนกันเพื่อรับมือกับเจ้ามารร้ายนั่น
"พวกเราจะรอให้มันบุกเข้ามาถึงที่นี่ไม่ได้นะ..."
พี่รองพูดออกมาเสียงแข็ง "เจ้าอสูรทมิฬมันกำลังตามหา 'สายเลือดแห่งพฤกษา' ที่หลับใหลมานาน ซึ่งก็คือตัวเจ้าสาวน้อย! กลิ่นอายของพฤกษาเริ่มเด่นชัดขึ้นมาแล้วตอนนี้เพราะเจ้าได้รับพลังเซียนจากพวกข้าในทุกๆ วันจากที่นี่
ห้ะ"ฉันเนี่ยนะ?"
ฉันพูดแล้วพลางชี้มาที่ตัวเองด้วยความตกใจ "ฉันเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา จะไปมีพลังอะไรไปสู้กับปีศาจได้ล่ะคะ?"
"เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา..."พี่รองพูดแล้วจ้องหน้าฉันจ้องไปที่ตาของฉัน "เลือดในกายของเจ้าคือสายเลือดเดียวของราชันย์พฤกษาผู้ปกป้องผืนป่าแห่งนี้เมื่อพันปีก่อน ตอนนี้พลังนั้นยังตื่นขึ้นมาได้ไม่เต็มที่ แต่พวกเราก็มีแผนจะรับมือแล้ว..."
พี่รองกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณทุ่งดอกไม้ แล้วพูดกับฉันว่าเจ้าดูนั่นสิ ดอกไม้พวกนั้นกำลังเบ่งบานพลังงานแสงอาทิตย์สวยงามเรืองรองทั้งสีทอง สีฟ้าสี ชมพู สี ขาว สีแดง เต็มไปหมด เจ้ารู้ไหมว่านั่นคือกลิ่นอายของพลังเซียนที่เจ้าสามารถดูดซับพวกมันได้
"พวกเราจะใช้ 'ค่ายกลร้อยบุปผา' ล่อมันมาที่นี่"
พี่รองจำลองสถานการณ์ให้พวกเราฟัง "เหล่าเซียนบุปผาที่เหลือจะไม่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้า แต่จะคงร่างเป็นดอกไม้แล้วแผ่ไอเซียนบริสุทธิ์ออกมาปกคลุมพื้นที่รอบๆ ป่าแห่งนี้
พี่ขอให้เจ้ายืนอยู่ตรงกลางค่ายกล แล้วใช้หยดเลือดจากปลายนิ้วของเจ้าแตะลงบน 'บุปผาบรรพกาล' ดอกใหญ่ที่อยู่หน้ากระท่อม เพื่อกระตุ้นพลังพฤกษาให้ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ แสงสว่างจากพลังของเจ้าจะทำลายความมืดของมันได้!"
"แล้วถ้า...ถ้าฉันทำพลาดล่ะ?" ฉันถามพี่สาวด้วย เสียงสั้นๆ กลัวจะทำผิดพลาด
พี่สาวเข้ามากุมมือฉันแน่น และยิ้มให้ฉันรอยยิ้มนั้นทำให้ฉันรู้สึกมีพลัง "ไม่พลาดหรอกเจ้าค่ะ! พวกเราพี่น้องทุกคน และดอกไม้ทุกดอกในป่าแห่งนี้จะคอยปกป้องเจ้าเอง ไม่มีทางยอมให้เจ้าอสูรนั่นมาทำร้ายเจ้าได้เด็ดขาด!"
และทันใดนั่นเอง ก็มีพายุหมุนรุนแรงสีดำทมิฬหมุนเป็นวงล้อมใหญ่ยักษ์กลางทุ่งดอกไม้และทำให้ท้องฟ้ามืดสนิท เผยให้เห็นเงาร่างมหึมาของอสูรทมิฬปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะน่ากลัวดั่งสนั่นและเสียงขู่คำรามกึกก้อง ทำให้ทั้งผืนป่าสนั่นหวั่นไหวไปหมด
พี่รองหันมาพยักหน้าให้ฉันแล้วพูดว่า
"ถึงเวลาเจ้าแล้ว...เหมยฮวา"
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอดและตั้งสติเพื่อรวบรวมกำลังใจที่มี ต่อต้านความกลัวในใจทั้งหมด นึกถึงมวลดอกไม้ที่อยู่ที่นี่ความสดใสของที่นี่และหน้าของพี่สาวทั้งสองที่เผยความน่ารักออกมา ฉันกำมือแน่นแล้วตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วก้าวออกไปเพื่อเผชิญกับสิ่งชั่วร้ายนั่น เดินเข้าไปอยู่ใจกลางค่ายกล ท่ามกลางพายุหมุนที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาแบบระยะประชิด
เงาดำพุ่งเข้ามาชนฉันเกือบกระเด็น ฉันลืมตาขึ้นมา พร้อมกับหยดเลือดสีแดงสดจากปลายนิ้วที่แตะลงบนกลีบของบุปผาบรรพกาล แสงสว่างสีเขียวมรกตเจิดจ้าพุ่งขึ้นเสียดฟ้า เป็นประกายสว่างไสวราวกับปาฏิหาริย์!
ส่องแสงประกายเรืองรองสวยงามท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้ไล่เงาดำและความมืดนั้นค่อยๆ จางหายไป ฉันจะสามารถช่วยเหลือทุกคนได้จริงไหม? ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจริงๆ ไหม? รอติดตามตอนต่อไปนะคะ