เมื่อหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวหลงเข้าไปในป่าหมอกลึกลับที่มีเพียงทุ่งดอกไม้งดงามนับพัน แต่ใครจะรู้ว่ามวลดอกไม้เหล่านั้นคือ "เซียนบุปผา" ที่คอยแปลงกายมาดูแลเธออย่างลับๆ ร่วมอบอุ่นหัวใจและเอาใจช่วยพวกเขากับควา

ร้อยบุปผาในป่าหมอก (Blooms in Mist) - บทที่ 3 กลีบซ่อนหนามและความลับใต้เงาหมอกม่านหมอก โดย Jeyvra @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,เทพเซียน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ร้อยบุปผาในป่าหมอก (Blooms in Mist)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เทพเซียน,แฟนตาซี

รายละเอียด

ร้อยบุปผาในป่าหมอก (Blooms in Mist) โดย Jeyvra  @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวหลงเข้าไปในป่าหมอกลึกลับที่มีเพียงทุ่งดอกไม้งดงามนับพัน แต่ใครจะรู้ว่ามวลดอกไม้เหล่านั้นคือ "เซียนบุปผา" ที่คอยแปลงกายมาดูแลเธออย่างลับๆ ร่วมอบอุ่นหัวใจและเอาใจช่วยพวกเขากับควา

ผู้แต่ง

Jeyvra

เรื่องย่อ

                                บทนำ

        เสียงกระซิบจากกลีบดอกไม้ในม่านหมอก

ในโลกมนุษย์ที่หนาวเหน็บแห่งนี้ มีเพียงความอบอุ่นเดียวที่ทำให้หัวใจของสาวน้อยธรรมดาคนหนึ่งเข้มแข็งขึ้นมาได้ ก็คือมีแม่ผู้เป็นที่รักอยู่ข้างกายมาจนเติบโต ยามนี้แม่ล้มป่วยด้วยโรคประหลาด ชึ่งไร้หนทางรักษาจากหมอยาคนใดก็ตามในหมู่บ้าน เธอจึงตัดสินใจยอมเสี่ยงเดินเท้าเข้าไปใน"ป่าหมอกอสูร" ป่าต้องห้ามตามที่มีคนเล่าขานกันว่ามีแต่อันตรายและความน่ากลัวมากมายในป่าแห่งนั้น

แต่วินาทีที่ก้าวผ่านม่านหมอกหนาทึบนั้นเข้าไป กลับไม่มีแม้กระทั่งความกลัวอย่างที่คิดไว้เธอมองไปโดยรอบๆ กลับปรากฏทุ่งดอกไม้นานาพรรณนับพันชนิดที่สวยงามราวกับภาพฝันเหมือนอยู่บนสวรรค์เลย ดอกไม้เหล่านั้นเบ่งบานรับหยาดน้ำค้าง มีที่พักพิง มีน้ำใสสะอาด อีกทั้งยังมีผลไม้อันโอชะเต็มไปหมด และไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้เลย

สาวน้อยน่ารักคนนี้ใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้อย่างมีความสุข โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า... ทุกๆ ครั้งที่เธอรดน้ำดอกไม้ หรือสัมผัสดอกไม้นานาชนิด ทุกๆ รอยยิ้มที่เธอมอบให้ และทุกๆ ค่ำคืนที่ร่างกายเธอเผลอซึมซับ "ไอเซียน" เข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว ความจริงแล้วมีสายตานับร้อยนับพันคู่ คอยมองเธออยู่ ดูแลเธอ และแอบแปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อมาช่วยเหลือเธอ และอยู่เป็นเพื่อนเธอในยามเผลอเสมอ

เธออยู่ในดินแดนแห่งนี้นานจนลืมเรื่องราวในอดีตและเรื่องราวข้างนอก รวมไปถึงแม่ของเธอที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมา

จนกระทั่งดินแดนแห่งนี้เกิดมหันตภัยจากพายุที่พัดโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างรุนแรงและทำให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา เหล่าเซียนดอกไม้ทั้งหลายที่ได้อยู่ในที่แห่งนี้ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จึงทำให้บังเกิดสายเลือดแห่งพฤกษาที่จากไปเมื่อ 1000 ปีก่อน ได้ตื่นขึ้นมา ทำให้ปรากฏกลิ่นอายแห่งอำนาจและความยิ่งใหญ่ขึ้น

เมื่อป่าหมอกแห่งนี้กำลังจะสลายด้วยอำนาจแห่งมหันตภัยพายุที่ทำลายล้างความมหัศจรรย์ ความรัก ความผูกพัน ความสวยงามของที่นี่ไปจนหมด มีเพียงสายเลือดและหยดเลือดแห่งพฤกษาที่จะทำให้ป่าแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง… การรอคอยโชคชะตาแห่งปาฏิหาริย์

เตรียมพบกับเรื่องราวแฟนตาซีสุดอบอุ่นหัวใจ ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักเหล่ามวลดอกไม้และรอยยิ้มแห่งความสุขใน "ร้อยบุปผาในป่าหมอก" ได้เลยค่ะ



                    คำเตือนสำหรับผู้อ่าน⚠️

นิยายเรื่อง "ร้อยบุปผาในป่าหมอก" เป็นวรรณกรรมแฟนตาซีแนวอบอุ่นหัวใจ (Healing Fantasy) ละมุนละไม เน้นความน่ารัก ความสัมพันธ์อันงดงามระหว่างตัวละคร และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

เรื่องนี้ไม่มีเนื้อหาความรุนแรง การนองเลือด ฆาตกรรม หรือฉากที่ไม่เหมาะสมทางเพศใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านทุกเพศทุกวัยสามารถเพลิดเพลินและดื่มด่ำไปกับความอบอุ่นนี้ได้อย่างสบายใจค่ะ

(ข้อแนะนำเล็กน้อย: อาจมีเรื่องราวความสูญเสียในชีวิตของตัวละครในช่วงต้นเพื่อเป็นปมของเรื่อง แต่อารมณ์โดยรวมของเรื่องจะดำเนินไปในทิศทางที่อบอุ่น ฟีลกู๊ด และมีความสุข)






สารบัญ

ร้อยบุปผาในป่าหมอก (Blooms in Mist)-บทที่ 1 ม่านหมอกปริศนาและกลิ่นหอมที่ปลายทาง,ร้อยบุปผาในป่าหมอก (Blooms in Mist)-บทที่ 2 เงาที่ซ่อนอยู่หลังกลีบดอก และเสียงกระซิบในยามวิกาล,ร้อยบุปผาในป่าหมอก (Blooms in Mist)-บทที่ 3 กลีบซ่อนหนามและความลับใต้เงาหมอกม่านหมอก,ร้อยบุปผาในป่าหมอก (Blooms in Mist)-บทที่ 4 กลีบดอกที่ร่วงโรยกับแผนการลับใต้แสงจันทร์

เนื้อหา

บทที่ 3 กลีบซ่อนหนามและความลับใต้เงาหมอกม่านหมอก

อากาศแจ่มใสแต่ลมเย็นไปหน่อย ฉันยืนตัวแข็งทื่อมอง พี่สาวคนสวยที่ออกมาจากพายุหมุนนั่น ประโยคแรกที่ เธอเอ่ยปากพูดกับฉัน "นายคนใหม่ของป่าหมอกแห่งนี้" ดังอยู่ในหัวของฉันและฉันคิดวนเวียนหลายตลบจน งงไปหมด

พี่สาวคนสวยค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับกลิ่นอายความหอมละมุนที่ชวนหลงใหลและเปล่งรัศมีความเย็นสบายทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มกับกลิ่นหอมและท่วงท่าของเธอพี่สาวคนสวยลึกลับคนนั่น

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ! ที่นี่ยังมีคนอื่นนอกจากฉันอีกหรอ"ฉันอุทานออกไปด้วยความสงสัย มือของฉันยังถือกิ่งไม้นั้นไว้แน่น แล้วถ้าพี่สาวคนนั้นมาร้ายล่ะ ฉันกังวลอยู่ในใจ"

เออ… พี่สาวคะ พี่เป็นใครคะ? พี่มาที่นี่ได้อย่างไรคะ? รู้จักฉันด้วยหรอคะ?" ฉันอัดแน่นด้วยคำถามรัวๆ

เธอยิ้มให้ฉันดูมีเสน่ห์น่ารักมาก ดวงตาของเธอกลมโตและดูสดใสมากเลย เธอเอียงคอเล็กน้อย แล้วหัวเราะออกมาคิกคักเบาๆ

"ถามข้าเหรอ?

ข้าก็เป็นคนเหมือนกับเจ้านั่นแหละ พัดหลงเข้ามาในป่าแห่งนี้เหมือนกัน" ข้าเดินหลงป่าเข้ามาในนี้หาทางออกไม่เจอตั้งหลายวัน หิวก็หิว และคิดถึงบ้านมาก …

จนกระทั่งได้กลิ่นของอาหารและได้ยินเสียงน้ำ ข้าก็เลยเดินตามกลิ่นนั้นมา จนมาโผล่ตรงนี้ และมาเจอเจ้านั่นแหละ

เหมยฮวา... แม่สาวน้อยคนขยันเอ๋ย" เธอพูด พร้อมกับอมยิ้มให้ฉัน

"หลงทางหรอคะ? ไม่น่าใช่นะคะ" ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยอย่างหนักกว่าเดิม

ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ที่จะมาเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้"

จากที่ชาวบ้านเล่าไม่น่าจะมีใครหลงเข้ามาได้นะคะ เพราะทางเข้าอันตรายมากมีทั้งสัตว์ดุร้ายและความมืดมิด คนธรรมดาไม่ค่อยจะมาที่นี่หรอกค่ะ! พี่สาวอย่าโกหกฉันสิคะ บอกฉันมาซะดีกว่าว่าคุณเป็นใครกัน ใช่โจรป่าไหม? หรือว่าเป็น...ปีศาจแปลงกายมาหลอกฉันกันแน่คะ?!" ฉันถามเธอด้วยความสงสัยและกังวลใจ

เธอไม่มีท่าทีที่จะตกใจอะไรเลย และยิ้มออกมาให้ฉันพร้อมกับหัวเราะคิกคัก

เธอเดินมาหยุดตรงหน้าฉันและกลิ่นกายของเธอมีกลิ่นของดอกไม้ชนิดหนึ่ง หอมแบบเย็นๆ นี่น่าจะเป็นกลิ่นของ "ดอกเหมยหิมะ" ดอกไม้หายากที่จะขึ้นเฉพาะตามเขตหนาวจัดเท่านั้น

"ปีศาจงั้นเหรอจ้ะ? เจ้าช่างจินตนาการเก่งเสียจริงนะ..."

เธอพูดไปพลางเอื้อมมือมาแตะแก้มนุ่มๆ ของฉันเบาๆ แล้วพูดว่า "ถ้าข้าเป็นปีศาจจริงเจ้าคงจะโดนจับกินเป็นอาหารมื้อเช้านี้แล้วแหละ

อีกอย่างนะ…. ตัวของเจ้าก็มีกลิ่นหอมมาก ถ้าข้าเป็นปีศาจกินคนจริง ข้าจะกินเจ้าเป็นคนแรกเลยแหละ

อ่ะ!.. อย่ามาจับตัวฉันนะ ฉันรีบถอยหลังออกมาด้วยความตกใจหัวใจเกือบหยุดเต้นไปชั่วขณะ พี่สาวคนนี้ "พูดจาแปลกๆ จนน่าขนลุกไปหมด! แล้วถ้าเธอไม่ใช่ปีศาจเธอเป็นใครกัน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่แถมยัง หน้าตาสะสวย แต่งตัวสะอาดสะอ้านราวกับเทพเซียนบนสรวงสวรรค์เลย

!ขี้สงสัยจังเลยนะสาวน้อย ข้าบอกให้เจ้าก็ได้ว่าข้ามาจากไหน

เธอหันหลังกลับไปมองดอกไม้นานาชนิดบนทุ่งดอกไม้แล้วชี้ไปตรงที่ดอกไม้มีกลุ่มดอกสีขาวตรงนั้น "ข้าไม่ได้มาจากไหนไกลหรอก...ข้า ก็อยู่ตรงนี้มานานแล้วเจ้ามองไม่เห็นข้าเอง"

ฉันฟังจากที่เธอพูดแล้วถึงกับอ้าปากค้างสมองรวนไปหมด และหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะไม่อยากจะเชื่อ

"ฮ่าๆๆ ตลกจังเลยค่ะ! พี่สาวจะบอกว่าเป็นภูตดอกไม้หรือคะ? เลิกอำฉันเล่นได้แล้ว มันไม่ตลกเลยนะ!"

"ใครว่าข้าอำเล่นล่ะ?"มีอีกเสียงหนึ่งที่ดังออกมาจากข้างบ้าน จากนั้นก็มีกลีบดอกไม้สีชมพูลอย เกาะกลุ่มกันบนอากาศ ก่อนที่กลุ่มดอกไม้สีชมพูนั้นจะลอยรวมตัวกันแปลเปลี่ยนเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง สวมชุดกระโปรงยาวสีชมพูหวานแหววหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักพอๆ กันกับพี่สาว

เธอเดินออกมาจากกลุ่มดอกไม้นั่นแล้วมายืนอยู่ข้างพี่สาวคนสวย แล้วเธอก็พูดว่า"พี่รอง เลิกแกล้งน้องสาวคนสวยได้แล้ว เธอจะช็อกตายอยู่แล้วนะ!"

ฉันกำลังยืนช็อกกับเหตุการณ์ตรงหน้า

หึ! เมื่อกี้นี้... ดอกไม้แปลงร่างเป็นคนได้อย่างงั้นหรอ?! ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ฉันไม่อยากจะเชื่อกับตาว่าจะเป็นจริงได้ ฉันตกใจจนสุดขีด ขาสั่นไปหมดและกำลังจะเป็นลมหมดสติ

อยู่ๆ พี่สาวคนสวยชุดขาวนั่นก็พุ่งเข้ามาโอบอุ้มตัวฉันไว้ได้ทันเวลาพอดี

"ระวังหน่อยสิ เจ้ายังต้องใช้ร่างกายนี้ไปอีกนานนะ แม่สาวน้อย" เธอพูดกระซิบข้างหูฉันเบาๆ แต่ทำให้ฉันขนลุกสู้ไปทั้งตัว

"พวก... พวกเธอ... เป็นอะไรกันแน่เนี่ย? เป็นคน หรือเป็น... เซียน?"

ฉันถามออกไปพร้อมกับเสียงสั่นๆ และเหงื่อกำลังเริ่มซึมออกมา ด้วยความตกใจและหวาดกลัว

"พวกเราไม่ใช่ทั้งมนุษย์และภูตผีร้ายจ้า... พวกเราคือ 'เซียนบุปผา' ผู้พิทักษ์แผืนป่าหมอกแห่งนี้"

พี่สาวคนสวยชุดขาวพูดแล้วส่งยิ้มออกมาให้ฉัน

"และตัวข้า... มีนามว่า 'ไป๋หลาน' (ดอกกล้วยไม้สีขาว) ส่วนคนข้างๆ ของข้าคือ น้องสามเอง’ เหมยยกุ้ย’ (ดอกกุหลาบงาม) "

ห๊ะ! "เซียนบุปผาหรอ...?" ฉันอุทานออกมาเบาๆ และคิดทบทวนภาพตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาที่นี่ สิ่งต่างๆ ต้นไม้ดอกไม้ทั้งหลายที่ฉันคอยรดน้ำให้พวกมัน ทั้งเรื่องที่น้ำพุ่งขึ้นมาเองก่อนหน้านี้ รวมไปถึงเสียงกระซิบคุยกันแปลกๆ นั่นด้วย ฉันเคยคิดไปเอง ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ฉันไม่ได้หูแว่ว มันคือความจริงทั้งหมด

"ใช่แล้วล่ะ!" พี่สาวชุดสีชมพูพูด พร้อมกับยิ้มแฉ่ง และเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับจับเสื้อฉันเบาๆ "พวกเราเฝ้าป่าแห่งนี้มานานนับ หมื่นปีแล้ว จนกระทั่งเจ้าหลงเข้ามา พวกเราก็ได้สัมผัสถึงพลังนั่น….พลังบางอย่างในตัวเจ้า พวกเราคอยช่วยเหลือเจ้ามาตลอด เจ้าสัมผัสได้ไหม เจ้ามีความสุขไหมที่มีพวกเราอยู่ที่นี่

บรรยากาศโดยรอบดูคึกคักแต่ฉันกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้มันผิดปกติจากคำพูดของพี่สาว

สายตาของพี่สาวชุดขาวมองฉันไม่กระพริบ ในตาแฝงด้วยความลับบางอย่างถึงจะดูน่ารักแต่ฉันก็ยังอดสงสัยไม่ได้

"ถ้าพวกพี่คอยช่วยเหลือฉัน... แล้วทำไม ฉันถึงไม่รับรู้ได้ล่ะ? ทำไมถึงเพิ่งมาปรากฏตัวเอาตอนนี้?"

ฉันเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย?

พี่สาวคนสวยชุดขาวหุบยิ้ม แล้วหันไปมองทางป่าทึบด้านหลังเขานั่น ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่กำลังซ่อนเร้นอยู่ตรงนั้น

"เพราะว่า... ยังไม่ถึงเวลาน่ะสิ..."

เธอตอบฉันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาในลำคอ "พวกเราจำเป็นต้องปรากฏตัวก็เพราะว่า...พวกเราสัมผัสได้ว่า มีบางอย่างที่กำลังแฝงตัวเข้ามาในป่าแห่งนี้ สิ่งนั้นไม่มีกลิ่นอายของมนุษย์หรือเซียนเลย...

ทำให้ข้าเป็นกังวลนักและเป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคนในป่าแห่งนี้"

ฉันได้ยินก็ตื่นตระหนกและขนลุกสู้ขึ้นมาทันทีราวกับหนังระทึกขวัญเรื่องหนึ่งพุ่งออกมาจากจอภาพยนตร์เลย!

"ความตายงั้นเหรอ? หมายความว่ายังไง?" ฉันเอ่ยปากถามเพราะไม่เข้าใจ

เธอยังไม่ทันได้อ้าปากตอบฉัน ก็มีลมพายุแรงโหมกระหน่ำพัดเข้ามาแบบฉับพลันกลีบดอกไม้สีดำสนิทปลิวว่อนเข้ามาและตกบนเท้าของฉัน ฉันก้มลงไปเก็บและมองมันถึงกับช็อกหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ

ฉันหยิบกลีบดอกไม้ขึ้นมาดูบนกลีบมีเลือดหยดค่อยๆ ไหล่ลงมา และในวินาทีต่อมา ก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวน ของผู้หญิงร้องดังออกมาจากส่วนลึกของป่าทึบนั่น... เป็นเสียงเหมือนกำลังขอความช่วยเหลือและกำลังเจ็บปวดทรมานมาก ฉันสัมผัสได้ ก่อนจะเงียบหายไปในชั่วพริบตาเดียว!

พี่รอง สีหน้าเปลี่ยนทันทีและมองต้นเสียงนั้นแทบไม่กระพริบตา และพึมพำออกมาทำให้ฉันตื่นตระหนกไปด้วย

ให้ตายสิ "แย่แล้ว... 'ผู้มาเยือนยามราตรี' คนนั้น... มันเริ่มลงมือฆ่าพวกพ้องของเราแล้วจริงๆ ..."

ความลับอันน่ากลัวนี้ได้ถูกเปิดเผยออกมาจากปากพี่รองทันที

ฉันจะทำอย่างไรต่อไปดีมันน่ากลัวมาก และสายเลือดแห่งพฤกษานั่นจะตื่นขึ้นมาช่วยชีวิตพวกเราได้ไหม?

โปรดติดตามตอนต่อไป...