ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็จะไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิตอีกแน่นอน "เพราะเธอคือของฉัน และจะเป็นของฉันคนเดียว"

จีบสาวฉบับมาเฟีย - บทที่ 4 ไม่พ้นมือคนอย่างฉันหรอก โดย Jinghua จิ่งอวา @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,อื่นๆ,รัก,ดราม่า,ยุคปัจจุบัน,มาเฟียเลี้ยงเด็ก,มาเฟีย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

จีบสาวฉบับมาเฟีย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,อื่นๆ,รัก,ดราม่า,ยุคปัจจุบัน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

มาเฟียเลี้ยงเด็ก,มาเฟีย

รายละเอียด

จีบสาวฉบับมาเฟีย โดย Jinghua จิ่งอวา @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็จะไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิตอีกแน่นอน "เพราะเธอคือของฉัน และจะเป็นของฉันคนเดียว"

ผู้แต่ง

Jinghua จิ่งอวา

เรื่องย่อ

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชีวิตเรียบง่ายและรักอิสระได้มารู้จักกับเจ้าพ่อมาเฟียเจ้าชู้ ที่มีผู้หญิงเป็นคู่นอนแบบไม่ซ้ำหน้า 


ด้วยนิสัยของหญิงสาวจึงทำให้เจ้าพ่อมาเฟียที่ชื่อว่าจางเยี่ยนดันตกหลุมรักเธอและหยุดความเจ้าชู้ทั้งหมดเพื่อเขาคนเดียว

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เธอเข้ามาพัวพันกับแก๊งมาเฟีย และเรื่องราวเหล่านั้นก็ทำให้ชีวตของเธอเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง

เจ้าพ่อมาเฟียกับหญิงสาวที่รักอิสระจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันหรือไม่ และด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาทั้งสองคนจะดำเนินต่อไปเช่นไร สาเหตุทุกอย่างที่เกิดขึ้นใครกันแน่ที่เป็นตัวการ

สารบัญ

จีบสาวฉบับมาเฟีย-บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของเรา,จีบสาวฉบับมาเฟีย-บทที่ 2 ก็แค่ลองเชิง,จีบสาวฉบับมาเฟีย-บทที่ 3 เหตุเกิดเพราะเที่ยวผับ,จีบสาวฉบับมาเฟีย-บทที่ 4 ไม่พ้นมือคนอย่างฉันหรอก,จีบสาวฉบับมาเฟีย-บทที่ 5 พลาดท่า

เนื้อหา

บทที่ 4 ไม่พ้นมือคนอย่างฉันหรอก

"จาง จางเยี่ยน"
    ชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตื่นขึ้นมาแล้วถึงกับตกใจจนทำตัวไม่ถูก ตอนนั้นเขารีบเอามือออกมาจากผ้าที่กำลังจับไว้ในทันที ผิงผิงเมื่อรู้สึกตัวก็ลุกขึ้นมาแต่ใบหน้าและอาการของเธอยังมึนงงอยู่ 
    จางเยี่ยนเมื่อเห็นแบบนั้นถึงกับเผลอยิ้มออกมาด้วยมุมปากเล็กน้อย หญิงสาวเมื่อเห็นสีหน้าของเขาถึงกับโวยวายเพราะคิดว่าอีกฝ่ายได้ล่วงเกินเธอเอาไว้รึเปล่า ชายหนุ่มเมื่อได้ยินแบบนั้นถึงกับขำออกมาอย่างมีเลศนัยแถมยังพูดจาปั่นป่วนให้ผิงผิงคิดไปไกลอีก
เธอหงุดหงิดและโมโหเลยเอ่ยปากด่าทอชายหนุ่มโดยไม่คิดอะไร จางเยี่ยนเมื่อได้ยินแบบนั้นถึงกับรู้สึกหงุดหงิดและเดินเข้าไปใกล้เธอในทันที มือทั้งสองข้างของเขากำลังจับเรือนร่างของหญิงสาวดันไปติดไว้กับกำแพงก่อนที่จะขยับใบหน้าเข้าไปแนบชิดกับเธออย่างจัง
"นาย จะทำอะไรฉัน"
"เธอกล้าด่าฉันเหรอ"
"ก็นายมันชอบฉวยโอกาส อีกทั้งคนเขาก็ลือกันเต็มไปหมด"
"งั้นลองดูเหมือนที่เขาลือกันมั้ยล่ะ"
    เมื่อหญิงสาวได้ยินแบบนั้นถึงกับนิ่งไปในทันที เพราะสีหน้าและท่าทางของจางเยี่ยนที่แสดงออกมาตอนนี้คือเอาจริงอย่างแน่นอน ผิงผิงพยายามดิ้นให้เขาปล่อยเธอแต่แล้วแรงน้อย ๆ นั้นต้องสยบให้กับชายหนุ่มจนได้
    จางเยี่ยนเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของหญิงสาวที่กำลังไม่พอใจอยู่นั้นเขาก็ยิ่งแกล้งเธอเข้าไปอีก เขาเริ่มขยับใบหน้าของตนเข้าไปใกล้กับหญิงสาวทีละนิด ๆ แต่ในตอนนั้นเองเขาถึงกับต้องชะงักลงเมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาอย่างจังโดยไม่ละสายตาไปเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเมื่อเห็นอย่างนั้นก็ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้กับหูของเธอและกระซิบเบา ๆ 
"อย่างเธอ หนีไม่พ้นมือฉันหรอก"
    ผิงผิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นถึงกับนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะดึงสติกลับมาได้เขาก็ใช้ศีรษะของตนกระแทกกับอีกฝั่งอย่างแรงจนชายหนุ่มร้องโอดอวยเสียงดังลั่น จนเวลาผ่านไปไม่นานผิงผิงก็ไล่เขาออกมาจากบ้านของตนและชายหนุ่มก็ขับรถออกไปในทันที
    ในขณะที่จางเยี่ยนนั่งรถกลับบ้านของตัวเองนั้นในใจก็เอาแต่นึกถึงหญิงสาวที่เพิ่งห่างกันได้ไม่นาน ตนรู้สึกสนใจในตัวของผิงผิงเนื่องด้วยนิสัยของเธอไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่หวังจะใกล้ชิดและรู้จักกับเขาเพียงเพราะเงินและเป็นได้แค่คู่นอนของตนเท่านั้น แต่เมื่อเขาได้เจอกับผิงผิงกลับรู้สึกต่างออกไปจากคนอื่น ๆ 
    ตอนนั้นมีข้อความจากผู้หญิงคนหนึ่งส่งมาหาจางเยี่ยน แต่เมื่อเขาเปิดอ่านกลับปัดหนีโดยไม่ตอบกลับไปเลยสักนิดเดียว ถ้าเป็นก่อนหน้านี้มีผู้หญิงส่งข้อความมาหาหรือนัดไปที่ห้องเขาก็ไม่เคยปฏิเสธเลยด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจหญิงสาวคนนั้นเลย ผ่านไปไม่นานชายหนุ่มก็เดินทางมาถึงบ้านแล้วก็รีบอาบน้ำเข้านอนในทันที
"ผิงผิง"
"ห๊ะ"
"วันนี้มาเช้าจัง"
    เช้าวันต่อมาผิงผิงก็เดินทางเข้ามาทำงานตั้งแต่เช้าตามด้วยหยวนหยวนที่กำลังเดินมาทักทายเธอที่โต๊ะทำงาน ทั้งสองชวนกันไปหาอะไรดื่มและทานรองท้องในยามเช้าด้วยกัน แต่แล้วตอนเดินไปด้วยกันผิงผิงก็เผลอไปเดินชนกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งอายุราว ๆ สี่สิบกว่าได้แล้ว เธอหันไปสบตาก่อนที่จะรีบเอ่ยปากขอโทษใครคนนั้นทันที
    ใบหน้าของใครคนนั้นดูนิ่งขรึมพร้อมกับแววตาที่แสดงออกมาอย่างน่าขนลุกและประหลาดใจ ตอนนั้นหยวนหยวนดึงเพื่อนสาวให้ออกมาห่างจากผู้ชายคนนั้นก่อนที่เธอจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมา
"ท่านรองมู่หยาง"
"......"
"อ๋อ ขอโทษด้วยนะคะที่เดินชนเมื่อกี้"
"อื่ม ทีหลังระวังหน่อยนะ"
    จากนั้นหยวนหยวนก็ลากผิงผิงออกไปจากตรงนั้นทันที ต่อมาเธอก็เล่าให้ผิงผิงฟังว่ามู่หยางเป็นคุณอาของท่านประธานแต่ทั้งสองไม่เคยลงรอยกันเนื่องจากมีการแก่งแย่งในเรื่องของตำแหน่งงานและผลประโยชน์ อีกทั้งมีข่าวลือว่าเขาเป็นเจ้าพ่อมาเฟียในด้านมืดอีกต่างหากเลยทำให้ผู้คนไม่กล้ายุ่งเกี่ยวด้วย
ผิงผิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาแต่ตนก็ปล่อยผ่านไปโดยไม่คิดอะไร ต่อมาในขณะที่ตนและเพื่อนเดินกลับไปยังห้องทำงานหลังจากซื้อของเสร็จแล้วผู้ชายคนนั้นก็หันมาจ้องมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ จนเธอรู้สึกระแวงและทำตัวไม่ถูก
    เมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงห้องก็เริ่มทำงานกันในทันใด ต่อมามีพนักงานเอาเอกสารทางด้านบัญชีมาให้ผิงผิงตรวจเธอถึงกับรู้สึกตงิดใจเพราะข้อมูลเหล่านี้มีบางอย่างที่ผิดปกติ เธอพึมพำพูดออกมาเหมยลี่ได้ยินเข้าจึงเอ่ยถามและทั้งสองก็ช่วยกันดูแต่ไม่ได้บอกใครเพราะคิดว่ามันต้องมีอะไรแน่ ๆ 
    เมื่อเป็นเช่นนั้นผิงผิงก็ใจร้อนและรีบวิ่งไปห้องของท่านประธานในทันที เธอไม่ได้นำเอกสารเหล่านั้นมาด้วยเพราะกลัวคนอื่นจะสงสัยและคิดว่าอาจจะมีคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ใกล้ตัวกันก็ได้
"ท่าน ท่านประธาน"
"อ้าว วันนี้ใจร้อนมาหากันถึงที่เลยเหรอ"
"จางเยี่ยน"
    หญิงสาวทำหน้าดุใส่จางเยี่ยนไปหนึ่งทีแทนที่จะหยุดกวนประสาทแต่แล้วเขาก็แอบยิ้มชั่วร้ายอย่างเงียบ ๆ จนน่าหมั่นไส้ ตอนนั้นผิงผิงเริ่มจริงจังและพูดกับเขาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทางด้านเอกสารบัญชีทุกอย่างในวันนี้ที่ตนได้รับมา ชายหนุ่มถึงกับเปลี่ยนสีหน้า รอยยิ้มของเขาที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็เริ่มหายไป อีกทั้งยังเอ่ยปากให้ผิงผิงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก่อนเพราะไม่รู้ว่าเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
    ต่อมาหญิงสาวก็รีบกลับมาทำงานของตัวเองต่อ จนเวลาผ่านไปพลบค่ำเธอกำลังเตรียมตัวจะกลับบ้านแต่แล้วก็ดันพบเข้ากับผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง คนที่ตนเดินชนไปเมื่อตอนเช้านี้ เมื่อเขาเห็นว่าผิงผิงกำลังเดินมาผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาเหมือนอยากจะพูดคุยกับเธอ แต่แล้วเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้กันจู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มอีกคนปรากฏเข้ามาทันที
"จาง ท่านประธาน"
    จางเยี่ยนเขาเดินเข้ามาพอดีในตอนที่มู่หยางกำลังจะเข้ามาหาเธอ สายตาของเขาทั้งสองที่จ้องมองกันเหมือนเคียดแค้นอะไรมาก่อนยังไงอย่างงั้น ส่วนผิงผิงเมื่อเห็นว่าจางเยี่ยนเดินเข้ามาเธอก็รู้สึกอุ่นใจมากกว่าเมื่อกี้ ชายหนุ่มคว้ามือของหญิงสาวเอาไว้และพาเดินออกไปขึ้นรถด้วยกันในทันที มู่หยางเผลอยิ้มรอยยิ้มของเขานั้นแฝงไปด้วยอะไรบางอย่างที่ดูพิลึกชอบกล
ในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่บนรถด้วยกันผิงผิงไม่พูดจาอะไรกับชายหนุ่มเลยสักคำ เมื่อเขาเห็นอย่างนั้นถึงกับหันไปจ้องมองเธออย่างเขม่งและสายตาดุดันอีกต่างหาก เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะบอกให้อี้เฉินเปลี่ยนเส้นทางขับรถไปยังผับของเขาในทันที 
"นี่นาย"
"อยู่เฉย ๆ"
"นายนี่มัน น่ารำคาญ"
"ฉัน ฉันเป็นท่านประธานเธอพูดแบบนี้กับฉันได้ไง"
"ก็เลิกงานแล้วแปลกตรงไหน"
    ผ่านไปไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็เดินทางมาถึงผับ ชายหนุ่มเดินลงมาจากรถและพาหญิงสาวเข้าไปในผับด้วยกัน ผู้หญิงที่นั่งอยู่ในร้านต่างก็หันมาจ้องมองกันเป็นตาเดียว แถมยังมีเสียงซุบซิบกันไปมาอีกต่างหาก
    ผิงผิงพยายามดึงมือของเธอออกจากตัวเขาแต่ต้านแรงชายหนุ่มไม่ได้ เมื่อเธอพยายามดิ้นออกจางเยี่ยนก็หันมามองและดึงร่างเธอเอาไว้มาแนบชิดอิงกาย 
หญิงสาวถึงกับทำสีหน้าตกใจและพยายามผลักชายหนุ่มคนนั้นออก แต่เขาก็ไม่ยอมและพยายามจับร่างหญิงสาวไว้แน่นกว่าเดิม อีกทั้งยังลากเธอไปนั่งลงบนโต๊ะอีกต่างหาก 
    เขาให้ผิงผิงเทไวน์ใส่แก้วของตนเพื่อที่จะดื่ม หญิงสาวแสดงถึงความไม่พอใจเมื่อเทไวน์เธอก็แกล้งทำหกให้เลอะเสื้อของชายหนุ่มเพื่อที่จะให้เขาไปล้างตัวที่ห้องน้ำแต่แล้วกลับไม่ได้ผล อีกทั้งชายหนุ่มยังยิ้มเยาะเย้ยใส่กันอีกต่างหาก