คนในความลับคือสถานะที่เขามอบให้ ต่อหน้าทำงานเป็นเลขา ลับหลังจบลงบนเตียง

สำรองรักท่านประธาน - ตอนที่ 1 สถานะลับ โดย พิมพ์วลิน @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,รัก,ชาย-หญิง,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สำรองรักท่านประธาน

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,รัก,ชาย-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า

รายละเอียด

 สำรองรักท่านประธาน โดย พิมพ์วลิน @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คนในความลับคือสถานะที่เขามอบให้ ต่อหน้าทำงานเป็นเลขา ลับหลังจบลงบนเตียง

ผู้แต่ง

พิมพ์วลิน

เรื่องย่อ

 

ตัวอย่าง บางส่วน 

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ไม่อยากให้ผมมางั้นเหรอ?” ปุริมถามเสียงต่ำ สายตาจับจ้องใบหน้าเนียนของเธออย่างไม่วางตา

“เปล่าค่ะ แพรแค่แปลกใจ... ตอนนี้คุณปริมควรจะอยู่ที่ร้านอาหารกับคุณพิมพ์ใจไม่ใช่เหรอคะ แพรเป็นคนจองโต๊ะให้เองกับมือ” เธอพูดคำนั้นออกไปตรง ๆ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้ตัดพ้อ ทั้งที่ข้างในใจมันเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหว

“ผมขอกลับก่อน” ปุริมบอกสั้น ๆ พร้อมกับโยนเสื้อสูทลงบนโซฟาอย่างไม่ใยดี “น่าเบื่อ... ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักอย่าง”

คำพูดง่าย ๆ ของเขาทำให้แพรไหมนิ่งอึ้ง ผู้หญิงที่เพียบพร้อมที่คุณหญิงแม่เลือกมาให้ เขาเดตได้ไม่ถึงสองชั่วโมงก็ทิ้งมาหาเธอเนี่ยนะ?

ปุริมขยับเข้ามาใกล้เธออีกก้าว มือหนาเอื้อมมาจับที่ต้นแขนของเธอเบา ๆ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงเหมือนปุริมคนเดิมที่เธอเคยรู้จักในห้องนอน

“คืนนี้... ผมขออยู่ทีนี่นะแพร”

ความอึดอัดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอจนแทบหายใจไม่ออก แพรไหมมองหน้าผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจตรงหน้า ความรักตลอด 7 ปี ทำให้เธออยากอยู่กับเขา

แต่อีกใจหนึ่งกลับกระซิบถามเธอว่า... เธอจะเป็นแค่ของแก้ขัด เวลาที่เขาเบื่อผู้หญิงคนอื่นไปจนถึงเมื่อไหร่กัน?

แพรไหมนิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรงขณะมองลึกลงไปในแววตาของเขา ความอบอุ่นชั่วคราวที่เขาหยิบยื่นให้ กำลังพยายามล่อลวงให้เธอกลับไปเป็นของตายเหมือนเดิม

แต่ในนาทีนี้ ความเจ็บปวดจากการถูกมองข้ามซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังชั้นดี

เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาออกห่างเบาๆ คราวนี้เธอไม่หลบตา แต่จ้องลึกเข้าไปในตาของเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

“คุณพิมพ์ใจไม่น่าสนใจ หรือคุณปริมมองว่าไม่มีใครยอมคุณได้เท่าแพรกันแน่คะ”


 

สารบัญ

สำรองรักท่านประธาน-ตอนที่ 1 สถานะลับ, สำรองรักท่านประธาน-ตอนที่ 2 หน้าที่เลขา, สำรองรักท่านประธาน-ตอนที่ 3 ชอกช้ำ

เนื้อหา

ตอนที่ 1 สถานะลับ

 

 เรื่องของความรัก ถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่มีวันเข้าใจ... ว่าทำไมคนเราถึงยอมเจ็บซ้ำๆ ได้ขนาดนี้

 

แสงสลัวจากโคมไฟทอดเงาลงบนเตียงกว้างที่ยับยู่ยี่ ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นมาคลุมถึงลาดไหล่เนียน ทว่าก็ไม่อาจซ่อนไออุ่นของกิจกรรมที่เพิ่งจบลงได้...

แพรไหมนอนตะแคงนิ่ง ลมหายใจของเธอยังคงติดขัดอยู่เล็กน้อย ความคุ้นชินที่ร่างกายตอบสนองต่อสัมผัสของเขา สามารถทำได้อย่างไร้ข้อกังขา เป็นสิ่งยืนยันว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บทบาทระหว่างเจ้านายและลูกน้องลงเอยด้วยภาษากายบนเตียง มันเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน... 

ตอนที่เธอเข้ามาทำงานเป็นเลขาฯ ให้กับเขา ในคืนงานเลี้ยงบริษัท แพรไหมดื่มหนักจนแทบประคองตัวไม่ไหว คุณปริมเลยอาสาขับรถมาส่งเธอที่ห้อง... แล้วคืนนั้นทุกอย่างก็เกินเลยไปไกล จนกลายเป็นความสัมพันธ์ลับๆ ที่ลากยาวมาถึงทุกวันนี้

 

พร้อมกับกฎเหล็ก 3 ข้อที่เขาขีดเส้นเอาไว้:

1.อยู่ข้างนอกต้องทำตัวเป็นแค่เจ้านายและลูกน้อง

2.ห้ามเรียกร้องสถานะมากกว่านี้

3.ห้ามมีคนอื่นนอกจากเขา

 

 “รีบตื่นทำไมครับ... รู้ไหมว่าเมื่อคืนคุณสูบพลังผมไปหมด จนแทบไม่ได้นอนเลยนะ” 

เสียงทุ้มงัวเงียปลุกเธอออกจากความคิดคุณปริมขยับกายเข้ามาชิดจนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงแผงอกอุ่นหนา ก่อนที่วงแขนแกร่งจะตวัดดึงร่างของเธอเข้าไปกอดซุก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ที่ซอกคอ ก่อนที่เขาจะกดจมูกลงบนไหล่บางเบา ๆ

แพรไหมครางแผ่วเบาในลำคอ เสียงใสติดจะแหบพร่าเล็กน้อยตามประสาคนเพิ่งตื่น 

เธอยกมือเรียวขึ้นดันแผงอกแกร่งของเขา ทว่าแทนที่จะผลักไสอย่างจริงจัง ปลายนิ้วของเธอกลับลากไล้ผ่านมัดกล้ามเนื้อแน่นอย่างเผลอตัว ก่อนจะช้อนสายตาปรือปรอยขึ้นสบตาบอสหนุ่มในระยะประชิด

“วันนี้คุณปริมมีประชุมแต่เช้านะคะ...”

เธอเอ่ยเตือนเสียงหวาน นัยน์ตาคู่งามฉายแววระยิบระยับยามที่เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกรั้นเฉียดผ่านแก้มสากของเขาเบา ๆ ราวกับจะแกล้งหยอก 

จากนั้นเธอจึงค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ยอมปล่อยให้ผ้าห่มผืนหนาร่วงหล่นลงไปกองที่เอวคอด เผยแผ่นหลังเนียนละเอียดและรอยรักสีกุหลาบจาง ๆ ปรากฏต่อสายตาเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

เธอบิดกายไล่ความเมื่อยขบเล็กน้อย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานแกมเอ็นดูให้คนบนเตียง 

“แพรว่าคุณรีบไปเตรียมตัวดีกว่า ถ้าไปไม่ทัน...แพรไม่รับผิดชอบนะ” 

แทนที่จะตอบรับคำเตือนเรื่องงาน ปุริมกลับทิ้งตัวนอนหนุนหมอนตามเดิม สายตาคมกริบค่อย ๆ จดจ้องไปตามร่างระหงที่เพิ่งก้าวลงจากเตียง 

“เลื่อนไปก่อนไม่ได้เหรอ ผมเพลียมากเลย” เขาพึมพำเสียงพร่าอยู่ชิดผิวเนื้อของเธอ 

นึกอยากจะกักขังผู้หญิงคนนี้ไว้บนเตียง ไม่ให้ใครหน้าไหนได้เห็นความงดงามนี้ นอกจากเขาคนเดียว

 “ไม่ได้ค่ะ” แพรไหมปฏิเสธเสียงแข็ง 

หญิงสาวรีบขยับตัวลุกหนี ก้าวเท้ายาว ๆ ไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อดีมาสวมใส่เพื่อปกปิดร่างกายที่แสนดึงดูดสายตาคู่นั้น

เธอมัดปมเชือกที่เอวอย่างแน่นหนา ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงเข้าห้องน้ำไปทันที โดยไม่ยอมหันกลับไปมองคนที่นอนงัวเงียและส่งสายตาเสียดายอยู่บนเตียงอีกเลย 

 

ในรถยนต์คันหรูที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรในช่วงเช้า บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แพรไหมทำหน้าที่เป็นคนขับรถเหมือนทุกครั้ง ขณะที่คุณปริมตื่นเต็มตาแล้วและกำลังนั่งเช็กเอกสารอยู่ที่เบาะข้างๆ

 “คุณแพร... ขอรายละเอียดของบริษัทคู่ค้าที่จะเจอเช้านี้” น้ำเสียงปุริมราบเรียบและเป็นงานเป็นการ 

“ค่ะ... บริษัทที่จะเข้าพบเช้านี้คือทีแอนด์เคกรุ๊ป เขาอยากคุยเรื่องข้อตกลงการขนส่งใหม่” แพรไหมตอบกลับไปอย่างมืออาชีพ 

เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าตึกบริษัท แพรไหมรีบลงจากรถเพื่อเดินไปเปิดประตู ปุริมก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางสง่างามและน่าเชื่อถือในชุดสูทเนี้ยบกริบ 

สายตาหลายคู่ของพนักงานที่เดินผ่านไปมามองมาที่เขาด้วยความชื่นชม และมองมาที่เธอด้วยสายตาที่รู้กันดีว่า... เธอคือเลขาฯ คู่ใจที่อยู่ข้างกายเขาเสมอ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ข้างกายที่ว่านั้น มันไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานไปมากแค่ไหน

“คุณแพร เดินเร็วๆ หน่อย” ปุริมหันมาสั่งเสียงเข้มก่อนจะก้าวขาฉับๆ นำเข้าไปในลิฟต์ผู้บริหาร

“ค่ะ” แพรไหมรับคำสั้นๆ เธอสาวเท้าเดินตามหลังเขาไป

 

ภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด แพรไหมนั่งประจำที่อยู่ทางด้านซ้ายมือถัดจากคุณปริม มือของเธอคอยจดบันทึกการประชุมอย่างแม่นยำ สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอสไลด์และสลับมามองท่าทางของเจ้านายหนุ่มเป็นระยะ

เวลาที่คุณปริมทำงาน เขาจะกลายเป็นอีกคนทันที ดวงตาคมกริบเด็ดขาด น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังที่ใช้ต่อรองกับตัวแทนของทีแอนด์เคกรุ๊ป ทำให้เขาดูมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา 

 “ข้อเสนอเรื่องค่าขนส่งทางเราคงรับตามนี้ไม่ได้ครับ ถ้าทางคุณไม่ลดลงอีกห้าเปอร์เซ็นต์ เราคงต้องขอพิจารณาเจ้าอื่น”

ปุริมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่กดดันในที ทำเอาฝั่งคู่ค้านิ่งอึ้งไป แพรไหมรีบส่งเอกสารเปรียบเทียบราคาต้นทุนที่เธอเตรียมไว้ล่วงหน้าให้เขาแทบจะในวินาทีเดียวกัน ปุริมรับไปเปิดดูโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอ มีเพียงคำพูดสั้นๆ ที่ออกจากปาก

“ขอบคุณครับคุณแพร”

การเจรจาอันยาวนานกินเวลาไปจนถึงเที่ยงวัน ในที่สุดดีลนี้ก็จบลงด้วยความสำเร็จตามที่ปุริมตั้งเป้าไว้ 

ตอนนี้ในห้องประชุมเหลือเพียงเธอกับเขาแค่สองคน แพรไหมเริ่มเก็บเอกสารและไอแพดเข้ากระเป๋าก่อนจะออกไปเคลียร์งานต่อที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

“เหนื่อยหน่อยนะ วันนี้ทำได้ดีมาก” 

แพรไหมชะงักมือที่กำลังเก็บปากกา เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา เห็นปุริมกำลังคลายเนกไทออกหลวมๆ ใบหน้าคมคายนั้นดูเหนื่อยล้าจากการใช้สมองอย่างหนัก

“ขอบคุณค่ะ” 

ปุริมลุกขึ้นเดินตรงมาหาเธอ แต่ก่อนที่มือหนาจะแตะลงบนผิวเนื้อของเธอ เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณปริมที่วางอยู่บนโต๊ะประชุมก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาเสียก่อน

'คุณแม่'

ปุริมชะงักมือทันที สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและรีบผละตัวกลับไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ โดยไม่หันมามองเลขาฯ อย่างเธออีกเลย 

แพรไหมได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองดูแผ่นหลังของเขาที่เดินห่างออกไปคุยโทรศัพท์ที่มุมห้อง ความอึดอัดที่ว่าแน่ ยังไม่เท่าความจริงที่กำลังจะตามมาหลังจากสายโทรศัพท์นี้ชัวร์ๆ

 “ครับคุณแม่... ครับ ผมเพิ่งประชุมเสร็จพอดี”

น้ำเสียงของปุริมที่กรอกลงไปในสายนั้นนอบน้อมและเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด

 “เรื่องนัดดูตัวกับหนูพิมพ์ใจ... แม่จัดการล็อกวันให้แล้วนะสอง เสาร์นี้ห้ามอ้างว่าติดงานเด็ดขาด”

คำว่า ‘ดูตัว’ มันเหมือนค้อนที่ทุบลงมากลางอกของแพรไหมอย่างจัง ลมหายใจของเธอสะดุดกึกจนตัวชา 

แพรไหมยืนนิ่งอยู่กลางห้องประชุม มือที่กุมกระเป๋าเอกสารบีบเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว เธอไม่อยากแอบฟัง แต่ในห้องที่เงียบกริบแบบนี้ เสียงจากปลายสายก็เล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ

 “ครับคุณแม่ ผมทราบแล้วครับ วันเสาร์นี้ผมจะไปตามนัด” ปุริมตอบรับอย่างง่ายดาย ไม่มีท่าทีขัดขืนแม้แต่น้อย

ทันทีที่เขาวางสาย บรรยากาศในห้องประชุมก็กลับมาเงียบงันอีกครั้ง ปุริมหันกลับมามองเธอ สายตาของเขาเรียบเฉย 

“คุณแพร เสาร์นี้ผมมีนัดสำคัญ ช่วยเช็กตารางงานวันเสาร์ให้ทีว่าไม่มีอะไรแทรกใช่ไหม” เขาพูดสั่งการด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับว่าประโยคเมื่อครู่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจของเลขาฯ คนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

“ค่ะ... วันเสาร์นี้ตารางของคุณปริมว่างค่ะ แพรเคลียร์ไว้ให้หมดแล้ว” เธอฝืนบังคับเสียงไม่ให้สั่น 

“ดีมาก งั้นวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ ช่วงบ่ายถ้ามีเอกสารอะไรด่วนค่อยเอาเข้ามาให้ผมเซ็น” ปุริมพูดจบก็เดินนำออกไปจากห้องประชุม

แพรไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดก้อนความเสียใจลงไปในส่วนที่ลึกที่สุด เธอก้าวขาที่หนักอึ้งเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง กองเอกสารมากมายไม่ได้ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความทรมานนี้ได้เลย 

7 ปีที่ยอมปฏิบัติตามกฎเหล็กอย่างเคร่งครัด... สุดท้ายแล้วสิ่งที่ได้รับกลับมา มีเพียงความจริงที่ว่า เธอเป็นได้แค่...ที่พักใจชั่วคราว ในตอนกลางคืนเท่านั้นเอง