สะท้อนปัญหาสังคม,ครอบครัว,ดราม่า,เล่าประสบการณ์,เรื่องสั้น,ความรักผู้ใหญ่,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
เขาทั้งสี่พากันกลับมายังป่าใหญ่อีกครั้ง เพื่อทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง แต่ทว่าท่ามกลางพิธีรับขวัญเขาไม่รู้เลย...ว่าน้ำนั้นตามพวกเขากลับมาเงียบๆ
น้ำทำลายทุกอย่าง แล้วเริ่มเชือดเฉือนหัวใจดอกไม้เธอทีละนิด
"จำไม่ได้เหรอ? ว่าใครคือคนที่ช่วยเธอในวันนั้น ใครกันที่เป็นคนของเธอ"
เขาเริ่มระบายความอัดอั้นจนมันกลายเป็นน้ำวนขนาดใหญ่ ดอกไม้รีบผลักไฟออกไปเพราะตอนนี้คนที่เธอรักเขายังไม่เข้มแข็งพอ แล้วดอกไม้ต้องเริ่มโกหกเพื่อให้น้ำสงบลง
เขาทั้งสองกลับไปอยู่ด้วยกันที่ป่าปูนอีกครั้ง ทิ้งไฟไว้ข้างหลังอย่างโดดเดียว แต่ดอกไม้ไม่เคยเสียใจเพราะไฟบอกกับเธอเองว่า
"หากดอกไม้มีความสุข...ไฟก็จะมีความสุข หากวันไหนดอกไม้เป็นทุกข์ ไฟก็จะตามไปปกป้องดอกไม้เอง"
ท่ามกลางสายตาแมลงที่ บินหึ่งๆ เสียงปีกที่เสียดสีนั้นกลายเป็นภาษาใหม่ในการนินทา แต่ครั้งนี้ดอกไม้ไม่ได้กลัวอีกแล้วเพราะป่าใหญ่ปกป้องเด็กๆ ไว้แทนเธอ
ทุกครั้งที่เสียงนินทาลอยมากับลม เธอจะใช้ความเย็นชา ตวัดกระทบปีกแมลงจนร่วงหล่น ทีละตัวสองตัว และสุดท้ายพวกนั้นล่าถอยแล้วเลิกยุ่งกับดอกไม้ไป จนเรื่องดอกไม้ทิ้งน้ำไปมีคนใหม่ก็เริ่มซาลง
แต่เสียงที่เงียบไปนั้นมันไม่ได้ช่วยให้น้ำสบายใจได้เลย กลับกันยิ่งเงียบมันก็ยิ่งทำให้เขาเป็นกังวลมากกว่าเดิม เขารีบจับดอกไม้ลงใส่กระถางแล้วซ่อนไว้ในบ้านของตัวเอง ที่ๆ คิดว่าจะปลอดภัยที่สุดแต่เขากลับลืมไปเสียสนิท ว่าบ้านหลังนั้นมันยังมีน้ำแข็งอยู่
น้ำแข็งเริ่มก่อกวนด้วยการร้องขอความรักจากดอกไม้ป่าลับหลังน้องชาย แต่พอดอกไม้ไม่ให้การประชดประชันกันในบ้านหลังใหญ่ก็เกิดขึ้น มันรุนแรงจนกระทั่งน้ำด่าดอกไม้ว่า 'เกสร' บนหน้าเธอมันทำลายความสุขของเรา แต่กลับไม่โทษต้นเหตุแบบน้ำแข็งเลยสักคำ
"หากไม่มี 'ติ่ง' ล่อตัวผู้นี่ ป่านนี้บ้าน 'กู' มันคงจะอยู่สบายไปแล้ว"
ดอกไม้เสียใจมากจนแทบจะกลั้นใจตาย แต่เพราะบุญคุณที่น้ำเคยให้มันยิ่งใหญ่ เธอจึงยอมหักเกสรที่เคยภาคภูมิใจทิ้งไปแบบไม่ใยดี เธอเริ่มกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้จิตวิญญาณ
เธอจมอยู่กับความเศร้าโศกนั้นแต่น้ำแข็งก็ยังไม่เลิกตอแย ดอกไม้สวยงามพันธุ์อื่น ถูกเขาพากลับมาระบายความต้องการแต่ก็ไม่เคยมีสักพันธุ์ที่จะรั้งใจคนโฉดแบบนั้นเอาไว้ได้
คำว่ารักที่เขาพร่ำออกไป เป็นเพียงคำลวงที่เอาไว้ประชดประชันให้ดอกไม้ป่าหึงหวงแค่นั้นเอง แต่ผิดคลาดเธอไม่เคยโหยหามีแต่ขยะแขยงมากขึ้นกว่าเดิม
กระถางที่ดูสวยงามแห่งนี้เริ่มทำให้เธอค่อยๆ ขาดอากาศหายใจ
ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ใครจะคิดว่าไฟนั้นอยู่นอกประตู ครั้งนี้เขาไม่ใช่เทียนอีกแล้ว เขากลายเป็นเปลวเพลิงที่ร้อนแรงจนไม่เห็นไส้ใน เขาเริ่มหลอมละลายน้ำแข็งช้าๆ
จนประมุขกลางบ้าน (แม่ผัว) ต้องเขวี้ยงดอกไม้ป่าออกมา แล้วพูดตอกหน้าไฟสั้นๆว่าเอาของ มึง คืนไปซะมันก็แค่ "ดอกกาลกิณี"