เด็กหญิง ม.1 ขี้อายและเก็บตัว บังเอิญรู้จักกับรุ่นพี่ ม.6 ที่เป็นเด็กชายฮอตของโรงเรียน ทั้งสองค่อย ๆ สนิทกันผ่านเหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางความแตกต่างของวัยและเส้นทางชีวิต

ภาพถ่ายของลินน์ - ep2 กล้องฟิล์ม โดย fafala @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,วัยว้าวุ่น,รั้วโรงเรียน,เรื่องสั้น,รั้วโรงเรียน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภาพถ่ายของลินน์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,วัยว้าวุ่น,รั้วโรงเรียน,เรื่องสั้น

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รั้วโรงเรียน

รายละเอียด

ภาพถ่ายของลินน์ โดย fafala @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เด็กหญิง ม.1 ขี้อายและเก็บตัว บังเอิญรู้จักกับรุ่นพี่ ม.6 ที่เป็นเด็กชายฮอตของโรงเรียน ทั้งสองค่อย ๆ สนิทกันผ่านเหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางความแตกต่างของวัยและเส้นทางชีวิต

ผู้แต่ง

fafala

เรื่องย่อ

สารบัญ

ภาพถ่ายของลินน์-ep1 วันที่ฝนตก,ภาพถ่ายของลินน์-ep2 กล้องฟิล์ม,ภาพถ่ายของลินน์-ep3 แสงแรกของฤดูหนาว,ภาพถ่ายของลินน์-ep4 ลมร้อนและรอยยิ้มที่หายไป

เนื้อหา

ep2 กล้องฟิล์ม

🎞️ ตอนที่ 2— กล้องฟิล์มเก่า

หลังจากวันนั้น ลินน์กลับมาบ้านพร้อมกล่องเล็กๆ ที่พี่คิรินให้

เธอเปิดมันออกด้วยความระมัดระวัง —

ข้างในคือ กล้องฟิล์มรุ่นเก่าที่ตัวหนังสือเริ่มลอก แต่ยังดูดีอยู่ เหมือนของที่เจ้าของเคยใช้บ่อยและรักมาก

เธอจับมันขึ้นมาส่องกับแสงไฟในห้อง

เห็นรอยขีดข่วนเล็กๆ ที่ขอบเลนส์ เหมือนมีเรื่องราวในนั้นมากมาย

ข้างในกล่องยังมีกระดาษพับไว้หนึ่งใบ

ตัวอักษรลายมือของเขา —

> “ระวังฟิล์มหมดไว ถ้าอยากถ่ายให้สวย ให้คิดถึงสิ่งที่อยากจำก่อนเสมอ :)”



แค่ประโยคสั้นๆ แต่หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนน่ากลัว



---

วันต่อมา ลินน์เริ่มลองใช้กล้องตัวนั้นในทุกวัน

ตอนเช้าที่แสงลอดม่านห้องเรียน

ตอนที่เพื่อนหัวเราะ

ตอนฝนตกกระทบหลังคาโรงอาหาร

เธอถ่ายทุกอย่างที่ทำให้รู้สึก “อุ่น”

แต่ภาพที่เธออยากถ่ายมากที่สุดกลับไม่กล้า —

“พี่คิริน”



---

เย็นวันศุกร์ ลินน์กลับมาที่ชุมนุมตามปกติ

พี่คิรินยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองออกไปข้างสนาม

แสงอาทิตย์กำลังตกพอดี เงาของเขายาวทอดไปบนพื้น

> “วันนี้ไม่ถ่ายเหรอ?” เขาถามโดยไม่หันมา



> “กำลังจะถ่ายค่ะ...แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี”



เขาหัวเราะเบาๆ

> “ก็เริ่มจากสิ่งที่อยากจำที่สุดสิ”



ลินน์ยกกล้องขึ้นช้าๆ

มือสั่นนิดๆ — แต่เธอก็กลั้นหายใจ แล้วกดชัตเตอร์

“แชะ”

เธอไม่ได้ถ่ายท้องฟ้า ไม่ได้ถ่ายวิว

แต่ถ่าย “เขา” ที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงเย็นที่กำลังจะลับไป



---

หลังจากวันนั้น เธอพยายามส่งฟิล์มไปล้าง

แต่เจ้าของร้านบอกว่า “ต้องรอหน่อย เพราะเครื่องล้างเสีย”

ลินน์ก็แค่ยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะ หนูรอได้”

เธอไม่รู้เลยว่า การ “รอ” จะกลายเป็นสิ่งที่ยาวนานกว่าที่คิด



---

ในวันจันทร์ต่อมา บรรยากาศในโรงเรียนเปลี่ยนไป

เสียงซุบซิบในห้อง ม.6 ดังเบาๆ ตอนพักเที่ยง

> “พี่คิรินจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นจริงเหรอ?”

“ได้ทุนถ่ายภาพด้วยนะ เก่งขนาดนั้นก็ไม่น่าแปลก”



คำพูดพวกนั้นหล่นลงกลางหัวใจของลินน์เหมือนก้อนหิน

เธอไม่รู้ว่าอยากร้องไห้หรือยินดีให้เขา

ตอนเย็น เธอไปหาที่ห้องชุมนุมตามปกติ

แต่วันนี้ พี่คิรินดูเงียบผิดปกติ

กล้องของเขาถูกเก็บเข้ากล่องแล้วครึ่งหนึ่ง

> “พี่จะไปจริงเหรอคะ...” เธอถามเสียงเบา



เขาหันมายิ้ม แต่แววตากลับซ่อนความเศร้าไว้ลึกๆ

> “อืม...อีกเดือนหนึ่ง”



เธอเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไรดี

เสียงฝนข้างนอกเริ่มตกลงมา — เบาและต่อเนื่อง เหมือนฝนวันแรกที่พวกเขาเจอกัน

> “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” เขาพูดขึ้นพลางหัวเราะเบาๆ

“พี่แค่ไปตามความฝันน่ะ”



> “แล้วหนูล่ะคะ...” เธอพูดแทบไม่ออก “หนูจะอยู่ในภาพไหนของพี่ไหม”



เขานิ่งไปนาน ก่อนจะตอบช้าๆ

> “อยู่สิ”

“อยู่ในภาพที่พี่อยากจำ...แม้มันจะไม่ได้อยู่ในกรอบฟิล์มก็ตาม”



คำตอบนั้นเหมือนมีฝนตกในอก

เธอยิ้มทั้งน้ำตา — ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ก่อนดี



---

วันถัดมา พี่คิรินไม่ได้มาชุมนุม

เพื่อนในกลุ่มบอกว่าเขาต้องเตรียมเอกสารเดินทาง

ลินน์กลับบ้านเงียบๆ พร้อมกล้องฟิล์มเก่าที่เริ่มถ่ายจนเกือบหมดม้วน

เหลือเพียง หนึ่งภาพสุดท้าย

เธอยืนอยู่ใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์หลังโรงเรียน แสงเย็นส่องลอดกิ่งไม้

เธอหลับตา คิดถึงคำของเขา

> “เริ่มจากสิ่งที่อยากจำที่สุดสิ”



แล้วเธอก็กดชัตเตอร์ —

ถ่าย “ท้องฟ้า” ที่ไม่มีเขาอยู่



---

ค่ำวันนั้น ร้านล้างฟิล์มโทรมาบอกว่า

> “น้องครับ ฟิล์มของหนูล้างได้แล้วนะ มารับได้เลย”



ลินน์รีบวิ่งออกจากบ้าน ฝนตกอีกครั้งแต่เธอไม่สน

ภาพที่ได้มีทั้งหมด 24 รูป

แต่มีอยู่หนึ่งรูป...ที่ทำให้เธอหยุดหายใจ

รูปพี่คิรินยืนอยู่ตรงหน้าต่าง วันนั้นที่เธอแอบถ่าย

ในรูป เขาหันมายิ้มพอดี

และในแสงเย็นสีน้ำผึ้งนั้น — ดวงตาของเขาดูเศร้าจนเกินจะอธิบาย



---

คืนนั้น เธอเอารูปทั้งหมดมาติดบนผนังห้อง

ภาพท้องฟ้า ต้นไม้ และรอยยิ้มของเขา

เธอมองมันแล้วพูดเบาๆ เหมือนเขายังยืนอยู่ตรงนั้น

> “ขอบคุณนะคะ ที่ให้หนูรู้ว่าการเจอกันโดยบังเอิญ...

บางทีมันอาจเป็นโชคดีที่สุดในชีวิต”





---

🌧️ ตอนที่ 2/2— ฤดูที่กำลังจะผ่านไป

เสียงฝนยามเช้ากระทบกระจกห้องเรียนเบาๆ

เป็นฝนปลายฤดูที่โปรยมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เหมือนคนที่ยังมีบางอย่างค้างอยู่ในใจ

ลินน์นั่งมองละอองฝนผ่านบานหน้าต่าง

ในมือเธอยังกำกล้องฟิล์มเก่าที่พี่คิรินให้ไว้ —

ตอนนี้มันกลายเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว

ทุกครั้งที่ฝนตก เธอมักจะคิดถึงวันที่เขายื่นกล้องให้

จำได้แม่นแม้แต่แววตาในตอนนั้น —

อุ่น ปนเศร้า และเหมือนรู้ล่วงหน้าว่า “เราจะไม่ได้อยู่ในภาพเดียวกันอีกนาน”



---

พี่คิรินหายไปจากโรงเรียนหลายวัน

ข่าวว่าเขาไปกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมเอกสารทุน และคงกลับมาแค่รับเกียรติบัตรก่อนจบ

ห้องชมรมถ่ายภาพจึงเงียบผิดปกติ

แต่ลินน์ก็ยังมานั่งอยู่ตรงมุมเดิมทุกเย็น

เช็ดกล้องบ้าง

เรียงรูปที่ถ่ายบ้าง

หรือบางครั้งก็แค่...นั่งเฉยๆ

วันหนึ่ง ระหว่างที่เธอกำลังจัดกล่องฟิล์ม

มีคนเดินเข้ามาในห้องเงียบๆ

> “ยังชอบมานั่งคนเดียวอยู่เหรอ?”



เสียงนั้นทำให้เธอหันขวับ —

และทันทีที่เห็นเขา เธอก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

> “พี่คิริน...”



เขายืนอยู่ตรงประตู สวมชุดนักเรียนที่เปียกเล็กน้อยจากฝน

ในมือถือร่มสีเทาเรียบๆ ที่มีหยดน้ำไหลลงเป็นสาย

> “ฝนตกอีกแล้วนะ” เขาพูดเบาๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน

“พี่เลยคิดถึงห้องนี้ขึ้นมา”





---

พวกเขานั่งด้วยกันเหมือนวันเก่า

แต่ความเงียบกลับไม่เหมือนเดิม

มันมีบางอย่างที่พูดไม่ได้ และต่างคนต่างรู้

> “อีกไม่นานพี่ก็คงต้องไปจริงๆ แล้วสินะคะ”

“อืม...อีกสองอาทิตย์”



เสียงเขาเบามาก เหมือนกลัวว่าฝนจะกลบมันหายไป

> “ดีจังเลยนะคะ ได้ไปทำตามความฝัน” เธอพูดพร้อมยิ้ม แต่ในใจกลับแน่นจนแทบหายใจไม่ออก



> “พี่ก็กลัวนะ” เขาหัวเราะแผ่ว “กลัวว่าบางอย่างจะหายไประหว่างทาง”



> “อะไรเหรอคะ?”



เขามองหน้าเธอครู่หนึ่ง ก่อนตอบช้าๆ

> “แสงแบบนี้...”



เขาหันไปมองหน้าต่าง ฝนโปรยลงเบาๆ แสงยามเย็นลอดเข้ามาเป็นเส้นทองจางๆ

มันเป็นแสงที่อุ่นที่สุด ทั้งที่อากาศเย็นเฉียบ



---

> “พี่จำได้ไหมคะ วันที่หนูถ่ายรูปพี่ครั้งแรก?”



> “จำได้สิ ตอนนั้นพี่เกือบเผลอยิ้มใส่กล้องเลย” เขาหัวเราะเบาๆ



> “ตอนนั้นหนูคิดว่า...อยากจำช่วงเวลานั้นไว้ตลอด” เธอพูดพร้อมเงยหน้าขึ้น

“แต่พอมาคิดอีกที มันก็เจ็บดีนะคะ ที่รู้ว่าช่วงเวลาที่อยากจำ...มักเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีวันได้ซ้ำอีก”



เขาเงียบไปนาน ก่อนจะพูดเบาๆ

> “ก็เพราะมันเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว...มันถึงมีค่ามากไง”





---

เสียงฟ้าร้องเบาๆ ดังขึ้นไกลๆ

เขาล้วงมือเข้าในกระเป๋า หยิบกล่องเล็กๆ ออกมา

> “อันนี้...พี่ว่าจะให้ตั้งแต่วันก่อน”



เธอมองงงๆ ก่อนเปิดออก

ข้างในเป็น ฟิล์มใหม่หนึ่งม้วน ที่เขียนด้วยลายมือว่า

> “ใช้ถ่ายในวันที่ฟ้าเปิด”



> “หนูจะรู้ได้ยังไงคะ ว่าวันไหนฟ้าเปิด?”



> “มันไม่เกี่ยวกับท้องฟ้าหรอก” เขายิ้ม “มันเกี่ยวกับใจมากกว่า”





---

วันนั้นพวกเขานั่งเงียบกันนาน

ฝนตกพรำๆ ไม่หยุด

กล้องวางอยู่ระหว่างกลาง —

เหมือนเป็นสิ่งเดียวที่ยังเชื่อมระหว่างคนสองคนไว้

ก่อนกลับ เขาลุกขึ้น หยิบกล้องของเธอไปถือไว้แป๊บหนึ่ง

> “อย่าหยุดถ่ายรูปนะลินน์”

“เพราะทุกภาพของเธอ...จะกลายเป็นสิ่งที่พี่อยากเห็นที่สุด”



คำพูดนั้นเหมือนเสียงฝนที่ซึมเข้าหัวใจ

ช้าๆ แต่แน่นจนอบอุ่นและปวดไปพร้อมกัน



---

หลังจากวันนั้น

ฝนตกแทบทุกวัน

แต่ไม่ว่าจะหนาวแค่ไหน ลินน์ก็ยังพกกล้องไว้ในกระเป๋าเสมอ

บางวันเธอยังเดินผ่านห้องชมรมที่ปิดไฟแล้ว

บางวันเธอยังแอบมองสนามที่ว่างเปล่า

ทุกอย่างเหมือนเดิม — แต่ขาดบางอย่างไปตลอดกาล



---

และในวันสุดท้ายก่อนพี่คิรินเดินทาง

เธอได้รับซองจดหมายเล็กๆ จากเพื่อนรุ่นพี่

เขียนไว้ว่า

> “ขอบคุณที่ทำให้พี่มองเห็นแสงในความทรงจำอีกครั้ง

อย่าลืมถ่ายรูปวันที่ไม่มีพี่ด้วยนะ — เพราะบางครั้ง ความคิดถึงก็คือแสงรูปหนึ่งเหมือนกัน”

— คิริน



น้ำตาเธอหยดลงบนกระดาษ

แต่เธอกลับยิ้มทั้งที่ร้องไห้

วันนั้น ฟ้าเปิดจริงๆ



---

เธอใส่ฟิล์มใหม่เข้าในกล้อง

ยกขึ้นถ่าย “ท้องฟ้าใสหลังฝน”

และพูดเบาๆ เหมือนเขายังยืนอยู่ตรงนั้น

> “พี่คิริน...ฟ้าเปิดแล้วนะคะ”



“แชะ”

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอีกครั้ง —

บันทึกทั้งรอยยิ้ม ทั้งฝน และความทรงจำของรักครั้งแรก

ที่อบอุ่น...แม้จะไม่มีวันหวนกลับมา



---💌 2/3จดหมายที่ไม่ได้ส่ง

หลังจากวันนั้น โรงเรียนกลับมาเงียบอีกครั้ง

ไม่มีเสียงหัวเราะของพี่คิรินตรงมุมหน้าต่าง

ไม่มีใครคอยตะโกนถามว่า “ใครเอาขาตั้งกล้องไปไว้ไหนอีกแล้ว”

ไม่มีเสียงกล้องฟิล์มคลิกเบาๆ ที่เธอเคยได้ยินจนชิน

แต่ทุกอย่างยังคงอยู่ —

ราวกับความทรงจำที่ฝังแน่นจนลบไม่ออก



---

เย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน ลินน์กลับไปที่ห้องชมรมอีกครั้ง

ฝุ่นจับบนโต๊ะเล็กน้อย แต่กลิ่นของกล้องเก่ายังคงเหมือนเดิม

เธอหยิบสมุดโน้ตขึ้นมา

เปิดหน้าว่าง แล้วเขียนบรรทัดแรกลงไปโดยไม่รู้ตัว

> “ถึงพี่คิริน…”



แค่เขียนชื่อ ก็เหมือนหัวใจสะดุด

น้ำเสียงในความทรงจำของเขาก้องอยู่ในหัว

> “อย่าหยุดถ่ายรูปนะลินน์”





---

วันแรก เธอเขียนเพียงไม่กี่บรรทัด

> “วันนี้โรงเรียนฝนตกอีกแล้วค่ะ พี่คงชอบแน่เลย

หนูลองถ่ายภาพหยดฝนบนหน้าต่าง แต่ภาพเบลอหมดเลย...คงเพราะมือสั่นนิดๆ”



วันต่อมา

> “พี่รู้ไหม ตอนนี้ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์เริ่มร่วงแล้ว

หนูเดินผ่านต้นนั้นทุกวัน ยังจำได้ว่าพี่เคยบอกว่าช่วงที่กลีบไม้ร่วงคือช่วงที่มันสวยที่สุด”



และจากวันนั้น — เธอก็เขียนทุกวัน

แต่ไม่เคยส่งไป



---

ในสมุดนั้น เต็มไปด้วยจดหมายที่ไม่เคยมีผู้รับ

แต่กลับเต็มไปด้วย “ความคิดถึง” ที่มากเกินกว่าจะพูดออกไป

บางวันเธอเขียนเรื่องเล็กๆ ที่เจอในชีวิต

บางวันเธอวาดภาพประกอบเล็กๆ — รูปกล้อง รูปท้องฟ้า รูปฝน

และในทุกหน้า เธอมักจะลงท้ายด้วยประโยคเดิม

> “คิดถึงนะคะ พี่คิริน”





---

เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน

จนถึงวันหนึ่ง — เพื่อนในห้องเอามือถือมาให้ดู

> “ดูสิ เห็นข่าวยัง? รุ่นพี่คิรินของเธอน่ะ ได้รางวัลภาพถ่ายระดับประเทศเลย!”



หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

ในหน้าข่าวออนไลน์ มีภาพหนึ่งที่เธอจำได้ทันที

ภาพถ่ายเป็น “ท้องฟ้าใสหลังฝน” ที่มีร่มสีเทาวางอยู่บนพื้นสนามเปียกน้ำ

แสงสะท้อนบนผิวน้ำทำให้ภาพดูอุ่นจางๆ เหมือนฝัน

ใต้ภาพมีคำอธิบายสั้นๆ ว่า

> “ถ่ายในวันสุดท้ายก่อนจากกัน”



เพียงแค่นั้น…น้ำตาก็รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว



---

เย็นวันนั้น ลินน์กลับไปที่ห้องชมรมอีกครั้ง

เธอหยิบกล้องเก่าที่พี่คิรินให้ขึ้นมาถือไว้แน่น

แสงอาทิตย์ยามเย็นลอดผ่านหน้าต่างเหมือนวันเก่า

เธอยกกล้องขึ้น ถ่ายภาพมุมเดิมที่พี่เคยยืน

แต่ในภาพครั้งนี้ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

> “แชะ”



เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นพร้อมหัวใจที่ไหววูบ



---

คืนนั้น เธอกลับบ้าน เปิดสมุดจดหมายเล่มเดิม

และเขียนอีกหน้าหนึ่ง

> “ถึงพี่คิริน…

หนูเห็นภาพของพี่ในข่าวแล้วค่ะ สวยมากเลย เหมือนพี่จริงๆ

พี่รู้ไหม ภาพนั้นทำให้หนูร้องไห้ ทั้งที่หนูควรจะยินดีแท้ๆ

หนูอยากบอกว่า หนูยังถ่ายรูปอยู่ทุกวันนะ

แม้มันจะไม่มีพี่อยู่ในกรอบอีกแล้วก็ตาม”



เธอวางปากกา หยุดหายใจเล็กน้อย แล้วเขียนประโยคสุดท้าย

> “ขอบคุณนะคะ ที่ครั้งหนึ่งพี่เคยอยู่ในภาพของหนู”





---

หลายเดือนผ่านไป

ฟิล์มม้วนสุดท้ายที่เขาให้เริ่มถูกใช้ทีละภาพ

บางภาพเบลอ บางภาพชัด

แต่ทุกภาพมี “เขา” อยู่ในความทรงจำของเธอเสมอ

และในวันหนึ่ง — เธอก็เขียนจดหมายฉบับสุดท้าย

> “ถึงพี่คิริน

หนูจะไม่เขียนจดหมายถึงพี่อีกแล้วค่ะ

ไม่ใช่เพราะหนูไม่คิดถึง

แต่เพราะหนูอยากจำพี่ไว้ในความเงียบ

เหมือนภาพถ่ายที่ไม่มีเสียง แต่พูดได้มากกว่าคำใดๆ”



เธอพับจดหมายใบนั้น

เก็บไว้ในกล่องใบเดิมกับกล้องฟิล์มเก่า

แล้ววางมันไว้ใต้เตียง —

ที่ซึ่งเธอรู้ว่า จะไม่มีใครมาเปิดมันอีก



---

คืนนั้น เธอฝัน

ฝันว่าเธอยืนอยู่ในสนามโรงเรียน

ฝนโปรยเบาๆ

พี่คิรินยืนอยู่ตรงข้าม — ยิ้มให้เธอเหมือนวันแรกที่เจอกัน

เธอยกกล้องขึ้นถ่าย

“แชะ”

ก่อนจะได้พูดอะไร เขาก็หันหลังเดินหายไปในสายฝน

แต่ครั้งนี้ เธอไม่ได้ร้องไห้

เพราะในใจของเธอรู้ดีว่า...

ความคิดถึงที่สวยที่สุด คือความคิดถึงที่ไม่ต้องได้เจอกันอีกเลย



---