เด็กหญิง ม.1 ขี้อายและเก็บตัว บังเอิญรู้จักกับรุ่นพี่ ม.6 ที่เป็นเด็กชายฮอตของโรงเรียน ทั้งสองค่อย ๆ สนิทกันผ่านเหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางความแตกต่างของวัยและเส้นทางชีวิต

ภาพถ่ายของลินน์ - ep1 วันที่ฝนตก โดย fafala @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,วัยว้าวุ่น,รั้วโรงเรียน,เรื่องสั้น,รั้วโรงเรียน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภาพถ่ายของลินน์

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,วัยว้าวุ่น,รั้วโรงเรียน,เรื่องสั้น

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รั้วโรงเรียน

รายละเอียด

ภาพถ่ายของลินน์ โดย fafala @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เด็กหญิง ม.1 ขี้อายและเก็บตัว บังเอิญรู้จักกับรุ่นพี่ ม.6 ที่เป็นเด็กชายฮอตของโรงเรียน ทั้งสองค่อย ๆ สนิทกันผ่านเหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางความแตกต่างของวัยและเส้นทางชีวิต

ผู้แต่ง

fafala

เรื่องย่อ

สารบัญ

ภาพถ่ายของลินน์-ep1 วันที่ฝนตก,ภาพถ่ายของลินน์-ep2 กล้องฟิล์ม,ภาพถ่ายของลินน์-ep3 แสงแรกของฤดูหนาว,ภาพถ่ายของลินน์-ep4 ลมร้อนและรอยยิ้มที่หายไป

เนื้อหา

ep1 วันที่ฝนตก

 ตอนที่1วันแรกของฤดูฝน

เสียงฝนแรกของปีโปรยลงมาพร้อมกลิ่นชื้นของดินในเช้าวันเปิดเทอม

หยดน้ำกระทบหลังคาสังกะสีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับกำลังเคาะเตือนให้ทุกคนรู้ว่า "ฤดูฝน" ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ลินน์ — เด็กหญิงตัวเล็กในชุดนักเรียนใหม่เอี่ยม กระโปรงยังดูยาวเกินเข่าเล็กน้อย เธอยืนอยู่ใต้ชายคาโรงอาหาร มือกำแน่นร่มคันสีฟ้าอ่อนที่ยังไม่กล้าเปิด เพราะฝนตกแรงจนร่มคงไม่ช่วยอะไรได้มากนัก

รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงเด็กนักเรียนรุ่นพี่รุ่นน้องพูดคุยกันอย่างคึกคัก แต่สำหรับลินน์แล้ว ทุกเสียงกลับฟังดูห่างไกลเหมือนอยู่คนละโลก

เธอเพิ่งย้ายมาเข้า ม.1 ที่โรงเรียนนี้ ไม่มีเพื่อนสักคน และสิ่งเดียวที่ทำได้คือมองหยดฝนที่ไหลลงจากหลังคาเป็นสายยาว

หลบฝนอยู่หรอ?"เสียงทุ้มอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ลินน์สะดุ้ง หันกลับไปเห็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูง ผมเปียกน้ำฝนบางส่วนแต่ยังยิ้มอยู่

เขาอยู่ในชุดนักเรียน ม.6

ชื่อของเขา — คิริน

ชื่อที่เด็กหลายคนในโรงเรียนพูดถึงตั้งแต่เช้า เพราะเขาเป็นทั้งนักกีฬาบาสและหัวหน้าชุมนุมถ่ายภาพที่ใครๆ ก็อยากเข้าร่วม

 “อะ...อื้อ

ลินน์ตอบเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยินแม้แต่ตัวเอง



คิรินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นมาให้เธอ

“ผมเธอเปียกหมดเลย”



ลินน์รีบยกมือแตะปลายผมตัวเองที่เปียกจริงๆ แล้วรับผ้าเช็ดหน้ามาด้วยความเก้อเขิน

ผืนผ้านุ่มและมีกลิ่นสะอาดจางๆ คล้ายสบู่

เธออยากเอ่ยคำขอบคุณ แต่ริมฝีปากกลับขยับไม่ออก

พี่คิรินยิ้มอ่อนๆ ก่อนพูดเหมือนรู้ว่าเธอเขิน

> “ไว้เอามาคืนตอนฝนหยุดก็ได้”

เขาพูดจบแล้วเดินออกไปท่ามกลางสายฝน เหมือนเป็นเรื่องปกติที่เคยช่วยใครสักคนมาก่อน แต่สำหรับลินน์...มันคือครั้งแรกที่หัวใจเต้นแรงจนแทบกลั้นหายใจ

เสียงฝนยังคงตกต่อเนื่อง แต่ในหัวเธอกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นตึกตัก

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า

ฝนที่ตกหนักเมื่อครู่เริ่มเบาลง เหมือนธรรมชาติเองก็อ่อนโยนขึ้นในวินาทีนั้น



---

หลังเลิกเรียน ลินน์นั่งอยู่ในห้องเรียนที่เงียบสงบ เด็กคนอื่นกลับบ้านไปหมดแล้ว

เธอเปิดกระเป๋า หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวสะอาดขึ้นมาดูอีกครั้ง

ริมมุมผ้ามีปักอักษรเล็กๆ ว่า “K.R.”

เธอมองมันนาน...จนฝนหยุดตกไปแล้ว

 “ไว้เอามาคืนตอนฝนหยุดตกก็ได้...”

เสียงเขายังวนอยู่ในหัว



แต่ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว

เธอกลับยังไม่กล้าเดินไปหาคนคนนั้นเลย



---

วันต่อมา

ลินน์ถือผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นติดตัวมาด้วย เธออยากจะคืนให้ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

ทุกครั้งที่เดินผ่านสนามบาส เห็นรุ่นพี่คิรินอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อน เธอกลับก้มหน้าแล้วรีบเดินหนี

เพื่อนในห้องบางคนพูดถึงเขาอย่างตื่นเต้น

พี่คิรินหล่อสุดใน ม.6 เลยนะ เขาเป็นหัวหน้าชุมนุมถ่ายภาพด้วยล่ะ!”

“ได้ยินว่ามีแฟนยังนะ?”

ลินน์ฟังอยู่เงียบๆ ไม่พูดอะไร

เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกหน่วงในอก ทั้งที่ยังไม่รู้จักเขาจริงๆ เลยด้วยซ้ำ



---

เย็นวันนั้น ฝนตกอีกครั้ง

เธอหลบอยู่ใต้ศาลาใกล้สนามบาส ขณะรอแม่มารับ

รุ่นพี่คิรินอยู่ตรงนั้น เขากำลังเก็บลูกบาสและเปียกฝนเต็มตัวอีกครั้ง

เธอตั้งใจแน่วแน่ “วันนี้จะคืนผ้าเช็ดหน้าให้แน่ๆ”

แต่เมื่อเขาหันมามองและยิ้มให้ —

เธอกลับพูดไม่ออกอีก

 “ยังไม่คืนอีกเหรอ?”

เสียงเขาเอ่ยขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร



ลินน์หน้าแดง รีบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

 “ขะ...ขอโทษค่ะ ลืม”



เขาหัวเราะเบาๆ

> “ไม่เป็นไรหรอก เก็บไว้ก็ได้ เธอคงใช้มันแล้วใช่ไหม?”



ลินน์พยักหน้าเบาๆ

> “งั้นถือว่าเป็นของฝากแล้วกัน”



> “ขะ...ของฝาก?”

“อืม ของฝากจากพี่ปีหกคนนี้ไง”



คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจดวงเล็กๆ ของลินน์เต้นแรงจนแทบระเบิด

เสียงฝนยังคงตกไม่หยุด แต่ครั้งนี้ เธอไม่ได้รู้สึกหนาวเลยแม้แต่นิดเดียว



---

คืนนั้น ก่อนนอน ลินน์วางผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ข้างหมอน

กลิ่นสบู่อ่อนๆ ยังคงอยู่ —

และมันทำให้เธอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

วันแรกของฤดูฝนปีนั้น...

กลายเป็นวันแรกที่เธอได้รู้จัก “ความรู้สึกที่เรียกว่ารัก”





หลังจากวันนั้น...

ผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวที่พี่คิรินให้ไว้ ก็กลายเป็นของที่ลินน์เก็บไว้ในกระเป๋านักเรียนทุกวัน — ทั้งที่เขาบอกว่า “ถือว่าเป็นของฝากก็ได้” แล้วแท้ๆ

เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากพกมันติดตัวไว้ตลอด

แค่รู้ว่าทุกครั้งที่เธอเผลอจับมันในกระเป๋า หัวใจจะเต้นแรงเหมือนตอนฝนตกวันแรกของเทอมเสมอ



---

เสียงออดพักเที่ยงดังขึ้น เด็กๆ ในห้องต่างรีบออกไปโรงอาหาร

แต่ลินน์กลับนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม

เธอเปิดสมุดโน้ต วาดรูปก้อนเมฆเล็กๆ แล้วเผลอวาดร่มคันหนึ่งข้างใต้

“คิดอะไรอยู่อ่ะลินน์?”

เสียงเพื่อนโต๊ะข้างๆ ทักขึ้น เธอชื่อ “ฟ้า” เด็กสาวนิสัยร่าเริงที่เริ่มคุยกับลินน์บ่อยขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้

> “ปะ...เปล่าหรอก” ลินน์รีบปิดสมุด

“เหรอ~ หรือว่าวาดคนในใจอยู่?”

“บ้าเหรอ!”



ลินน์หน้าแดงทันที

เธอไม่กล้าสบตาเพื่อน ทั้งที่รู้ว่า “ฟ้า” แค่แซวเล่น

แต่หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้



---

ตอนเย็น หลังเลิกเรียน

ฝนตกอีกครั้ง — คราวนี้ไม่หนัก แต่ตกเรื่อยๆ

เธอเดินออกจากห้องเรียนพร้อมร่มในมือ แต่จู่ๆ ลมก็พัดแรงจนร่มหงาย

ฝนสาดใส่ตัวจนเปียกไปหมด เธอรีบวิ่งหาที่หลบฝนใต้ระเบียงอาคาร

และก็เจอเขาอีกครั้ง...

พี่คิรินยืนอยู่ตรงนั้น

มือข้างหนึ่งถือกล้องถ่ายรูป อีกข้างถือแก้วกาแฟเย็น

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเม็ดฝนโปรยลงมาเป็นสาย แล้วกดชัตเตอร์ “แชะ”

ภาพตรงหน้านั้นอบอุ่นจนหัวใจของเธอสั่น

> “อ้าว น้องคนวันนั้นนี่”

เขาหันมาเห็นเธอแล้วส่งยิ้มบางๆ

“เปียกอีกแล้วเหรอ?”



> “อื้อ...ร่มมันหงาย” เธอพูดเสียงเบา



เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนถอดเสื้อกันฝนของตัวเองออกแล้วยื่นให้

> “เอาไปใส่ก่อน เดี๋ยวไม่สบาย”



> “แต่ว่า...พี่เองก็จะเปียกนะคะ”



> “ไม่เป็นไร พี่ชินแล้ว ฝนกับกล้องเป็นเพื่อนกัน”



คำพูดนั้นทำให้ลินน์เผลอยิ้มออกมา

เขาใส่เสื้อเชิ้ตนักเรียนเปียกนิดๆ ดูเป็นธรรมชาติ

แต่ในสายตาเธอ มันดูเหมือนภาพในหนังที่อบอุ่นและห่างไกลเกินเอื้อม



---

วันต่อมา

เธอเห็นประกาศรับสมัครสมาชิกใหม่ของ “ชุมนุมถ่ายภาพ” ติดอยู่ที่บอร์ดหน้าโรงอาหาร

ลินน์ยืนมองอยู่นาน...ก่อนจะตัดสินใจเขียนชื่อของตัวเองลงไป

“ชุมนุมถ่ายภาพ? ลินน์ถ่ายรูปเป็นเหรอ?” ฟ้าถามอย่างสงสัย

“มะ...ไม่เป็นหรอก แต่อยากลองดู”

เธอไม่ได้พูดออกไปว่า ที่จริงเธอแค่...อยากอยู่ใกล้รุ่นพี่คนนั้นอีกหน่อย



---

เย็นวันศุกร์ ลินน์เดินเข้าไปในห้องชุมนุมเป็นครั้งแรก

ในนั้นมีพี่คิรินกับรุ่นพี่อีกไม่กี่คนกำลังจัดของอยู่

กลิ่นน้ำยาในห้องมืดจางๆ ลอยคลุ้ง

> “สวัสดีครับ น้องใหม่เหรอ?”

“ค่ะ...”



> “ชื่ออะไรเอ่ย?”

“ลินน์ค่ะ ม.1/2”



> “น่ารักจัง...ชื่อเหมือนเสียงลมเลย”

เขายิ้มให้ — ยิ้มแบบเดียวกับวันนั้น



หัวใจของเธอเหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วครู่



---

วันนั้นเป็นวันที่ลินน์รู้ว่า “ความบังเอิญ” อาจจะเป็นแค่ข้ออ้างของโชคชะตา

เพราะถ้ามันเกิดขึ้นซ้ำๆ จนเกินไป —

มันอาจไม่ใช่ความบังเอิญอีกต่อไปแล้ว

เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมจากกระเป๋าออกมาดูหลังจากกลับถึงบ้าน

มันยังคงสะอาด...

แต่หัวใจของเธอกลับเปื้อนกลิ่นฝนและความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ



---

— แสงแดดยามเช้า

เช้าวันเสาร์ที่มีแสงแดดอ่อนๆ หลังฝนตกเมื่อคืน

แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างกระทบโต๊ะไม้ในห้องชุมนุมถ่ายภาพ กล้องฟิล์มเก่าเรียงอยู่เต็มโต๊ะ กลิ่นฟิล์มและกระดาษอัดรูปจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ

ลินน์นั่งอยู่เงียบๆ ที่มุมห้อง ใส่ชุดนักเรียนเรียบร้อย มือถือกล้องตัวเล็กที่พี่คิรินเพิ่งยื่นให้เมื่อเช้า

> “ลองถือไว้ก่อน เดี๋ยวพี่สอนทีละอย่าง”



เสียงเขาทุ้ม นุ่ม และมั่นคงจนทำให้เธอรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวช้าลง

> “กล้องฟิล์มต้องใจเย็นนะ เวลาจะกดชัตเตอร์ให้คิดก่อนว่าอยากจำอะไรไว้”



> “อยากจำไว้...” ลินน์พึมพำซ้ำเบาๆ

“อืม— เพราะถ้ากดแล้ว มันย้อนกลับไม่ได้”



เธอเงยหน้ามองเขา

แสงแดดยามเช้าตกกระทบข้างแก้มของพี่คิรินจนผมเปียกบางส่วนเป็นประกาย

และตอนนั้นเอง เธอคิดว่าบางที...

สิ่งที่อยากจำไว้ อาจไม่ใช่แค่ภาพจากกล้อง แต่เป็นคนตรงหน้านี้เอง



---

เวลาผ่านไปเร็วเหมือนสายลม

ลินน์เริ่มคุ้นเคยกับการอยู่ในห้องชุมนุม เธอคอยช่วยรุ่นพี่จัดอุปกรณ์ ล้างฟิล์ม ยื่นแก้วน้ำให้บ้างตามประสาเด็กปีหนึ่งที่อยากช่วย

ทุกครั้งที่พี่คิรินเดินผ่าน เธอจะก้มหน้าทุกที แต่หูของเธอกลับร้อนจนรู้สึกได้

วันหนึ่งพี่คิรินกำลังจัดกล้องบนชั้น เธอยืนอยู่ข้างหลังและเผลอยื่นมือไปช่วย

ปลายนิ้วทั้งคู่แตะกันเพียงเสี้ยววินาที

แต่หัวใจของลินน์กลับเต้นแรงเหมือนเพิ่งวิ่งรอบสนามสิบรอบ

> “ขอโทษค่ะ!”

“ไม่เป็นไร พี่ต่างหากที่ตกใจ” เขาหัวเราะเบาๆ



เสียงหัวเราะของเขาเหมือนแสงแดด — อบอุ่นและละมุนจนเธออยากฟังซ้ำ



---

บ่ายวันนั้น พี่คิรินชวนสมาชิกใหม่ออกไปฝึกถ่ายรูปที่สนามหลังโรงเรียน

ฝนเพิ่งหยุดไม่นาน พื้นยังเปียก เงาใบไม้สะท้อนอยู่บนพื้นน้ำเป็นภาพซ้อนของท้องฟ้า

> “ลองถ่ายดูสิ”

เขาวางมือบนไหล่ของลินน์เบาๆ ช่วยจับมุมกล้องให้



> “ตรงนี้เห็นไหม เงาต้นไม้กับก้อนเมฆมันอยู่ในเฟรมเดียวกัน ถ่ายช่วงนี้แหละ — แสงหลังฝนมันสวยที่สุด”



เธอกดชัตเตอร์ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย

> “แบบนี้เหรอคะ?”

“อืม เก่งมาก” เขายิ้มให้



รอยยิ้มของเขาทำให้ลินน์แทบลืมไปว่ากำลังยืนอยู่ท่ามกลางรุ่นพี่อีกหลายคน

ในภาพถ่ายนั้น เธอเก็บแสงสะท้อนของใบไม้ไว้

แต่ในใจ...กลับเก็บรอยยิ้มของเขาแทน



---

หลังเลิกกิจกรรม ทุกคนกลับกันเกือบหมด เหลือเพียงลินน์ที่กำลังเก็บของ

เธอเห็นพี่คิรินนั่งคนเดียวตรงเก้าอี้ไม้เก่าในห้องมืด แสงลอดผ่านหน้าต่างตกกระทบครึ่งใบหน้าเขา

เขากำลังมองรูปถ่ายในมือ

รูปนั้นเป็นภาพหญิงสาวในชุดนักเรียนเก่าๆ ยืนยิ้มอยู่ใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์

> “คะ...คิรินพี่กำลังดูอะไรเหรอคะ?”

“อ๋อ...รูปเก่า” เขายิ้มจางๆ “ถ่ายเมื่อปีที่แล้ว ตอนยังมีคนถ่ายด้วยกัน”



> “แฟนเหรอคะ?” เธอเผลอถามออกไปเสียงเบา



เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า

> “ไม่ใช่...แต่ก็เหมือนเป็นคนที่สอนให้พี่รู้ว่า บางภาพมันไม่ต้องสวย แค่ถ่ายไว้เพราะ ‘ไม่อยากลืม’ ก็พอ”



คำตอบนั้นเรียบง่าย

แต่ทำให้หัวใจของลินน์หน่วงลงอย่างประหลาด



---

คืนนั้น เธอกลับถึงบ้านพร้อมกล้องตัวเล็กที่พี่คิรินให้ยืม

เธอหมุนฟิล์มดูทีละเฟรม แล้วนั่งเขียนบันทึกลงในสมุด

> “วันนี้พี่คิรินบอกว่า แสงหลังฝนคือช่วงเวลาที่โลกอบอุ่นที่สุด”

“แต่สำหรับเรา...ตอนที่เขายิ้มต่างหากที่โลกอบอุ่นที่สุด”



ฝนตกอีกครั้งตอนเที่ยงคืน

ลินน์นอนฟังเสียงมันกระทบหลังคาเบาๆ และรู้ตัวดีว่า —

เธอกำลังตกหลุมรัก



---

วันต่อมา

เธอเอารูปที่ตัวเองถ่ายเมื่อวานมาล้างออกมา

ภาพนั้นไม่ได้ชัดนัก เพราะมือสั่นตอนกดชัตเตอร์

แต่แสงในภาพดูอ่อนโยน เหมือนแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านม่านฝน

เธอวางภาพนั้นไว้ในกล่องเล็กๆ พร้อมกับผ้าเช็ดหน้าผืนเดิม

เพราะตอนนี้...

เธอเริ่มรู้แล้วว่า ความทรงจำบางอย่าง —

ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา ก็ยังคงอยู่ได้อย่างสงบ



---

เช้าวันจันทร์หลังฝนตกเมื่อคืน

ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนยังมีเมฆขาวลอยกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ

ลินน์เดินเข้าประตูโรงเรียนพร้อมเสียงรองเท้าที่กระทบน้ำฝนแฉะเบาๆ เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วเผลอยิ้ม — เพราะรู้ว่าวันนี้จะได้เจอเขาอีก

เธอยังไม่รู้เลยว่า แค่ความคิดนั้น...ก็เพียงพอให้หัวใจอบอุ่นทั้งวันแล้ว



---

เมื่อถึงชุมนุมถ่ายภาพ

พี่คิรินกำลังยืนอยู่หน้าห้อง พูดกับรุ่นพี่อีกคนเรื่องจัดนิทรรศการภาพถ่ายสิ้นปี

> “ปีนี้อยากให้เด็กใหม่ได้มีผลงานด้วยนะ”

“ให้ถ่ายตามธีม ‘แสงในความทรงจำ’ ดีไหม?” รุ่นพี่อีกคนถาม



> “อืม...ดีเลย” เขาพยักหน้า “แต่แสงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อยู่ที่ว่าอยากจำช่วงเวลาไหนไว้”



คำพูดนั้นทำให้ลินน์ชะงัก —

มันเหมือนสิ่งที่เขาเคยบอกเธอวันแรกเป๊ะ “คิดก่อนกดชัตเตอร์ ว่าอยากจำอะไรไว้”

พี่คิรินเดินมาหาเธอ ยื่นกล้องฟิล์มเก่าอีกตัว

> “ลองใช้กล้องตัวนี้ดูสิ รุ่นนี้สีจะออกนุ่มๆ กว่าตัวเก่าหน่อย”



> “ขอบคุณค่ะ...แต่พี่ไม่ใช้เหรอคะ?”

“พี่อยากให้เธอลองก่อน เธอถ่ายรูปละเอียดดี”



คำชมเรียบๆ ของเขาทำให้หน้าเธอร้อนผ่าว

> “เอ่อ...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”



> “ถึงสิ พี่เห็นนะ ตอนเธอเลือกมุมถ่ายต้นไม้วันก่อน — เธอมองสิ่งเล็กๆ ที่คนอื่นมองข้าม”



ลินน์ไม่รู้จะตอบยังไง

แต่ในใจเธอเหมือนมีแสงแดดส่องเข้ามาอย่างกะทันหัน



---

ช่วงบ่าย หลังเลิกเรียน

พี่คิรินชวนเธอกับเพื่อนชุมนุมไปถ่ายรูปแสงเย็นข้างสนามบาส

แดดยามเย็นสะท้อนกับแอ่งน้ำที่ฝนทิ้งไว้ กลายเป็นประกายทองทั่วพื้น

> “เห็นไหม แสงตอนเย็นมันอบอุ่นกว่าตอนเช้าอีกนะ” เขาว่า พร้อมยกกล้องขึ้นถ่าย



> “มันเหมือน...ตอนกำลังจะจากไป แต่ก็ยังสวยอยู่” เธอพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว



เขาหันมามองเธออย่างแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม — รอยยิ้มที่อ่อนโยนเหมือนฟ้าที่เพิ่งปลอดฝน

> “พูดได้ดีมากเลยลินน์”



หัวใจของเธอสั่นแปลบเบาๆ

รอยยิ้มนั้น...ทำให้เธออยากจำไว้ตลอดไป



---

คืนนั้น เธอกลับถึงบ้านพร้อมรูปฟิล์มที่ยังไม่ได้ล้าง

แต่กลับหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนก่อนตามนิสัย

> “วันนี้ฉันเห็นรอยยิ้มของรุ่นพี่ใกล้กว่าทุกวัน”

“รอยยิ้มแบบนั้น ทำให้ฉันอยากถ่ายรูปเขาแทนท้องฟ้าเสียอีก”





---

วันต่อมา ลินน์พกกล้องไปโรงเรียน

ตอนพักกลางวัน เธอเดินผ่านสวนหลังโรงอาหาร เห็นพี่คิรินนั่งอยู่คนเดียว เขากำลังถ่ายรูปผีเสื้อที่เกาะบนดอกเข็ม

เธอยกกล้องขึ้นโดยไม่คิด

“แชะ” — เสียงชัตเตอร์เบาๆ ดังขึ้นก่อนที่เธอจะทันรู้ตัว

> “แอบถ่ายพี่เหรอ?”



เธอสะดุ้งแทบปล่อยกล้องตก

> “มะ...ไม่ได้แอบนะคะ แค่แบบ...ฝึกถ่ายภาพคนเฉยๆ”



เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นมือมาขอดูกล้อง

> “ขอดูหน่อยสิ ว่าฝีมือเป็นไงแล้ว”



เขากดปุ่มดูภาพ

ในจอเล็กๆ มีรูปของเขา — แสงแดดยามเที่ยงตกกระทบแก้ม และรอยยิ้มบางๆ ขณะเขามองดอกไม้

> “เฮ้ย...สวยนะ” เขาว่า พร้อมหัวเราะ “ถ่ายเก่งกว่าที่คิดอีก”



> “สวยเพราะพี่เป็นแบบดีมั้งคะ” เธอพูดเบาๆ แต่ทันทีที่พูดจบก็อยากกลืนคำลงไปทั้งประโยค



เขาชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะอย่างเขินๆ เช่นกัน

> “งั้นไว้วันหลังพี่ขอให้เธอถ่ายให้บ้างนะ”



> “ค่ะ...” เธอตอบเสียงเบาแทบกระซิบ





---

หลังจากวันนั้น “รอยยิ้มของรุ่นพี่” กลายเป็นสิ่งที่เธออยากเห็นทุกวัน

บางครั้งแค่เดินผ่านเขาที่กำลังหัวเราะกับเพื่อน เธอก็รู้สึกเหมือนโลกสดใสขึ้นทันที

เธอเริ่มชอบแสงแดดยามเช้า

เริ่มชอบเสียงฝน

และเริ่มชอบ “วันจันทร์” ที่เคยคิดว่าเป็นวันแย่ที่สุดของสัปดาห์

เพราะทุกอย่างเหล่านั้น...

เชื่อมโยงกับคนคนเดียว



---

แต่ในความอบอุ่นนั้น ก็มีบางอย่างที่เธอเริ่มรู้สึก —

ในรอยยิ้มของพี่คิริน มีแววเศร้าลึกๆ ที่เธอจับได้ทุกครั้งเวลาเขาเงียบ

บางที...

พี่คิรินอาจจะมีใครบางคนอยู่ในภาพถ่ายเก่าที่เธอยังไม่เข้าใจ



---

วันศุกร์ท้ายสัปดาห์

พี่คิรินยื่นกล่องเล็กๆ ให้เธอก่อนกลับบ้าน

> “ในนี้มีกล้องฟิล์มตัวเก่าของพี่ ใช้ได้จริงนะ แต่อาจเก่าไปหน่อย”

“พี่ให้เหรอคะ?”

“อืม...เอาไว้ถ่ายช่วงเวลาที่อยากจำ”



> “แล้วพี่ล่ะคะ? พี่อยากจำช่วงเวลาไหนที่สุด?”



เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย แสงเย็นตกกระทบใบหน้า

> “ตอนนี้...อาจจะเป็นช่วงเวลานั้นแล้วก็ได้”



คำตอบนั้นทำให้เธอพูดไม่ออก

เธอได้แต่กอดกล่องกล้องแน่นในมือ —

เหมือนกำลังถือ “หัวใจ” ของใครบางคนไว้



---