เด็กหญิง ม.1 ขี้อายและเก็บตัว บังเอิญรู้จักกับรุ่นพี่ ม.6 ที่เป็นเด็กชายฮอตของโรงเรียน ทั้งสองค่อย ๆ สนิทกันผ่านเหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางความแตกต่างของวัยและเส้นทางชีวิต
ชาย-หญิง,รัก,วัยว้าวุ่น,รั้วโรงเรียน,เรื่องสั้น,รั้วโรงเรียน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ตอนที่1 — วันแรกของฤดูฝน
เสียงฝนแรกของปีโปรยลงมาพร้อมกลิ่นชื้นของดินในเช้าวันเปิดเทอม
หยดน้ำกระทบหลังคาสังกะสีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับกำลังเคาะเตือนให้ทุกคนรู้ว่า "ฤดูฝน" ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ลินน์ — เด็กหญิงตัวเล็กในชุดนักเรียนใหม่เอี่ยม กระโปรงยังดูยาวเกินเข่าเล็กน้อย เธอยืนอยู่ใต้ชายคาโรงอาหาร มือกำแน่นร่มคันสีฟ้าอ่อนที่ยังไม่กล้าเปิด เพราะฝนตกแรงจนร่มคงไม่ช่วยอะไรได้มากนัก
รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงเด็กนักเรียนรุ่นพี่รุ่นน้องพูดคุยกันอย่างคึกคัก แต่สำหรับลินน์แล้ว ทุกเสียงกลับฟังดูห่างไกลเหมือนอยู่คนละโลก
เธอเพิ่งย้ายมาเข้า ม.1 ที่โรงเรียนนี้ ไม่มีเพื่อนสักคน และสิ่งเดียวที่ทำได้คือมองหยดฝนที่ไหลลงจากหลังคาเป็นสายยาว
“หลบฝนอยู่หรอ?"เสียงทุ้มอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ลินน์สะดุ้ง หันกลับไปเห็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูง ผมเปียกน้ำฝนบางส่วนแต่ยังยิ้มอยู่
เขาอยู่ในชุดนักเรียน ม.6
ชื่อของเขา — คิริน
ชื่อที่เด็กหลายคนในโรงเรียนพูดถึงตั้งแต่เช้า เพราะเขาเป็นทั้งนักกีฬาบาสและหัวหน้าชุมนุมถ่ายภาพที่ใครๆ ก็อยากเข้าร่วม
“อะ...อื้อ”
ลินน์ตอบเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยินแม้แต่ตัวเอง
คิรินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นมาให้เธอ
> “ผมเธอเปียกหมดเลย”
ลินน์รีบยกมือแตะปลายผมตัวเองที่เปียกจริงๆ แล้วรับผ้าเช็ดหน้ามาด้วยความเก้อเขิน
ผืนผ้านุ่มและมีกลิ่นสะอาดจางๆ คล้ายสบู่
เธออยากเอ่ยคำขอบคุณ แต่ริมฝีปากกลับขยับไม่ออก
พี่คิรินยิ้มอ่อนๆ ก่อนพูดเหมือนรู้ว่าเธอเขิน
> “ไว้เอามาคืนตอนฝนหยุดก็ได้”
เขาพูดจบแล้วเดินออกไปท่ามกลางสายฝน เหมือนเป็นเรื่องปกติที่เคยช่วยใครสักคนมาก่อน แต่สำหรับลินน์...มันคือครั้งแรกที่หัวใจเต้นแรงจนแทบกลั้นหายใจ
เสียงฝนยังคงตกต่อเนื่อง แต่ในหัวเธอกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นตึกตัก
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า
ฝนที่ตกหนักเมื่อครู่เริ่มเบาลง เหมือนธรรมชาติเองก็อ่อนโยนขึ้นในวินาทีนั้น
---
หลังเลิกเรียน ลินน์นั่งอยู่ในห้องเรียนที่เงียบสงบ เด็กคนอื่นกลับบ้านไปหมดแล้ว
เธอเปิดกระเป๋า หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวสะอาดขึ้นมาดูอีกครั้ง
ริมมุมผ้ามีปักอักษรเล็กๆ ว่า “K.R.”
เธอมองมันนาน...จนฝนหยุดตกไปแล้ว
“ไว้เอามาคืนตอนฝนหยุดตกก็ได้...”
เสียงเขายังวนอยู่ในหัว
แต่ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว —
เธอกลับยังไม่กล้าเดินไปหาคนคนนั้นเลย
---
วันต่อมา
ลินน์ถือผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นติดตัวมาด้วย เธออยากจะคืนให้ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง
ทุกครั้งที่เดินผ่านสนามบาส เห็นรุ่นพี่คิรินอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อน เธอกลับก้มหน้าแล้วรีบเดินหนี
เพื่อนในห้องบางคนพูดถึงเขาอย่างตื่นเต้น
“พี่คิรินหล่อสุดใน ม.6 เลยนะ เขาเป็นหัวหน้าชุมนุมถ่ายภาพด้วยล่ะ!”
“ได้ยินว่ามีแฟนยังนะ?”
ลินน์ฟังอยู่เงียบๆ ไม่พูดอะไร
เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกหน่วงในอก ทั้งที่ยังไม่รู้จักเขาจริงๆ เลยด้วยซ้ำ
---
เย็นวันนั้น ฝนตกอีกครั้ง
เธอหลบอยู่ใต้ศาลาใกล้สนามบาส ขณะรอแม่มารับ
รุ่นพี่คิรินอยู่ตรงนั้น เขากำลังเก็บลูกบาสและเปียกฝนเต็มตัวอีกครั้ง
เธอตั้งใจแน่วแน่ “วันนี้จะคืนผ้าเช็ดหน้าให้แน่ๆ”
แต่เมื่อเขาหันมามองและยิ้มให้ —
เธอกลับพูดไม่ออกอีก
“ยังไม่คืนอีกเหรอ?”
เสียงเขาเอ่ยขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร
ลินน์หน้าแดง รีบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“ขะ...ขอโทษค่ะ ลืม”
เขาหัวเราะเบาๆ
> “ไม่เป็นไรหรอก เก็บไว้ก็ได้ เธอคงใช้มันแล้วใช่ไหม?”
ลินน์พยักหน้าเบาๆ
> “งั้นถือว่าเป็นของฝากแล้วกัน”
> “ขะ...ของฝาก?”
“อืม ของฝากจากพี่ปีหกคนนี้ไง”
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจดวงเล็กๆ ของลินน์เต้นแรงจนแทบระเบิด
เสียงฝนยังคงตกไม่หยุด แต่ครั้งนี้ เธอไม่ได้รู้สึกหนาวเลยแม้แต่นิดเดียว
---
คืนนั้น ก่อนนอน ลินน์วางผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ข้างหมอน
กลิ่นสบู่อ่อนๆ ยังคงอยู่ —
และมันทำให้เธอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
วันแรกของฤดูฝนปีนั้น...
กลายเป็นวันแรกที่เธอได้รู้จัก “ความรู้สึกที่เรียกว่ารัก”
หลังจากวันนั้น...
ผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวที่พี่คิรินให้ไว้ ก็กลายเป็นของที่ลินน์เก็บไว้ในกระเป๋านักเรียนทุกวัน — ทั้งที่เขาบอกว่า “ถือว่าเป็นของฝากก็ได้” แล้วแท้ๆ
เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากพกมันติดตัวไว้ตลอด
แค่รู้ว่าทุกครั้งที่เธอเผลอจับมันในกระเป๋า หัวใจจะเต้นแรงเหมือนตอนฝนตกวันแรกของเทอมเสมอ
---
เสียงออดพักเที่ยงดังขึ้น เด็กๆ ในห้องต่างรีบออกไปโรงอาหาร
แต่ลินน์กลับนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม
เธอเปิดสมุดโน้ต วาดรูปก้อนเมฆเล็กๆ แล้วเผลอวาดร่มคันหนึ่งข้างใต้
“คิดอะไรอยู่อ่ะลินน์?”
เสียงเพื่อนโต๊ะข้างๆ ทักขึ้น เธอชื่อ “ฟ้า” เด็กสาวนิสัยร่าเริงที่เริ่มคุยกับลินน์บ่อยขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้
> “ปะ...เปล่าหรอก” ลินน์รีบปิดสมุด
“เหรอ~ หรือว่าวาดคนในใจอยู่?”
“บ้าเหรอ!”
ลินน์หน้าแดงทันที
เธอไม่กล้าสบตาเพื่อน ทั้งที่รู้ว่า “ฟ้า” แค่แซวเล่น
แต่หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
---
ตอนเย็น หลังเลิกเรียน
ฝนตกอีกครั้ง — คราวนี้ไม่หนัก แต่ตกเรื่อยๆ
เธอเดินออกจากห้องเรียนพร้อมร่มในมือ แต่จู่ๆ ลมก็พัดแรงจนร่มหงาย
ฝนสาดใส่ตัวจนเปียกไปหมด เธอรีบวิ่งหาที่หลบฝนใต้ระเบียงอาคาร
และก็เจอเขาอีกครั้ง...
พี่คิรินยืนอยู่ตรงนั้น
มือข้างหนึ่งถือกล้องถ่ายรูป อีกข้างถือแก้วกาแฟเย็น
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเม็ดฝนโปรยลงมาเป็นสาย แล้วกดชัตเตอร์ “แชะ”
ภาพตรงหน้านั้นอบอุ่นจนหัวใจของเธอสั่น
> “อ้าว น้องคนวันนั้นนี่”
เขาหันมาเห็นเธอแล้วส่งยิ้มบางๆ
“เปียกอีกแล้วเหรอ?”
> “อื้อ...ร่มมันหงาย” เธอพูดเสียงเบา
เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนถอดเสื้อกันฝนของตัวเองออกแล้วยื่นให้
> “เอาไปใส่ก่อน เดี๋ยวไม่สบาย”
> “แต่ว่า...พี่เองก็จะเปียกนะคะ”
> “ไม่เป็นไร พี่ชินแล้ว ฝนกับกล้องเป็นเพื่อนกัน”
คำพูดนั้นทำให้ลินน์เผลอยิ้มออกมา
เขาใส่เสื้อเชิ้ตนักเรียนเปียกนิดๆ ดูเป็นธรรมชาติ
แต่ในสายตาเธอ มันดูเหมือนภาพในหนังที่อบอุ่นและห่างไกลเกินเอื้อม
---
วันต่อมา
เธอเห็นประกาศรับสมัครสมาชิกใหม่ของ “ชุมนุมถ่ายภาพ” ติดอยู่ที่บอร์ดหน้าโรงอาหาร
ลินน์ยืนมองอยู่นาน...ก่อนจะตัดสินใจเขียนชื่อของตัวเองลงไป
“ชุมนุมถ่ายภาพ? ลินน์ถ่ายรูปเป็นเหรอ?” ฟ้าถามอย่างสงสัย
“มะ...ไม่เป็นหรอก แต่อยากลองดู”
เธอไม่ได้พูดออกไปว่า ที่จริงเธอแค่...อยากอยู่ใกล้รุ่นพี่คนนั้นอีกหน่อย
---
เย็นวันศุกร์ ลินน์เดินเข้าไปในห้องชุมนุมเป็นครั้งแรก
ในนั้นมีพี่คิรินกับรุ่นพี่อีกไม่กี่คนกำลังจัดของอยู่
กลิ่นน้ำยาในห้องมืดจางๆ ลอยคลุ้ง
> “สวัสดีครับ น้องใหม่เหรอ?”
“ค่ะ...”
> “ชื่ออะไรเอ่ย?”
“ลินน์ค่ะ ม.1/2”
> “น่ารักจัง...ชื่อเหมือนเสียงลมเลย”
เขายิ้มให้ — ยิ้มแบบเดียวกับวันนั้น
หัวใจของเธอเหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วครู่
---
วันนั้นเป็นวันที่ลินน์รู้ว่า “ความบังเอิญ” อาจจะเป็นแค่ข้ออ้างของโชคชะตา
เพราะถ้ามันเกิดขึ้นซ้ำๆ จนเกินไป —
มันอาจไม่ใช่ความบังเอิญอีกต่อไปแล้ว
เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมจากกระเป๋าออกมาดูหลังจากกลับถึงบ้าน
มันยังคงสะอาด...
แต่หัวใจของเธอกลับเปื้อนกลิ่นฝนและความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ
---
— แสงแดดยามเช้า
เช้าวันเสาร์ที่มีแสงแดดอ่อนๆ หลังฝนตกเมื่อคืน
แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างกระทบโต๊ะไม้ในห้องชุมนุมถ่ายภาพ กล้องฟิล์มเก่าเรียงอยู่เต็มโต๊ะ กลิ่นฟิล์มและกระดาษอัดรูปจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ
ลินน์นั่งอยู่เงียบๆ ที่มุมห้อง ใส่ชุดนักเรียนเรียบร้อย มือถือกล้องตัวเล็กที่พี่คิรินเพิ่งยื่นให้เมื่อเช้า
> “ลองถือไว้ก่อน เดี๋ยวพี่สอนทีละอย่าง”
เสียงเขาทุ้ม นุ่ม และมั่นคงจนทำให้เธอรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวช้าลง
> “กล้องฟิล์มต้องใจเย็นนะ เวลาจะกดชัตเตอร์ให้คิดก่อนว่าอยากจำอะไรไว้”
> “อยากจำไว้...” ลินน์พึมพำซ้ำเบาๆ
“อืม— เพราะถ้ากดแล้ว มันย้อนกลับไม่ได้”
เธอเงยหน้ามองเขา
แสงแดดยามเช้าตกกระทบข้างแก้มของพี่คิรินจนผมเปียกบางส่วนเป็นประกาย
และตอนนั้นเอง เธอคิดว่าบางที...
สิ่งที่อยากจำไว้ อาจไม่ใช่แค่ภาพจากกล้อง แต่เป็นคนตรงหน้านี้เอง
---
เวลาผ่านไปเร็วเหมือนสายลม
ลินน์เริ่มคุ้นเคยกับการอยู่ในห้องชุมนุม เธอคอยช่วยรุ่นพี่จัดอุปกรณ์ ล้างฟิล์ม ยื่นแก้วน้ำให้บ้างตามประสาเด็กปีหนึ่งที่อยากช่วย
ทุกครั้งที่พี่คิรินเดินผ่าน เธอจะก้มหน้าทุกที แต่หูของเธอกลับร้อนจนรู้สึกได้
วันหนึ่งพี่คิรินกำลังจัดกล้องบนชั้น เธอยืนอยู่ข้างหลังและเผลอยื่นมือไปช่วย
ปลายนิ้วทั้งคู่แตะกันเพียงเสี้ยววินาที
แต่หัวใจของลินน์กลับเต้นแรงเหมือนเพิ่งวิ่งรอบสนามสิบรอบ
> “ขอโทษค่ะ!”
“ไม่เป็นไร พี่ต่างหากที่ตกใจ” เขาหัวเราะเบาๆ
เสียงหัวเราะของเขาเหมือนแสงแดด — อบอุ่นและละมุนจนเธออยากฟังซ้ำ
---
บ่ายวันนั้น พี่คิรินชวนสมาชิกใหม่ออกไปฝึกถ่ายรูปที่สนามหลังโรงเรียน
ฝนเพิ่งหยุดไม่นาน พื้นยังเปียก เงาใบไม้สะท้อนอยู่บนพื้นน้ำเป็นภาพซ้อนของท้องฟ้า
> “ลองถ่ายดูสิ”
เขาวางมือบนไหล่ของลินน์เบาๆ ช่วยจับมุมกล้องให้
> “ตรงนี้เห็นไหม เงาต้นไม้กับก้อนเมฆมันอยู่ในเฟรมเดียวกัน ถ่ายช่วงนี้แหละ — แสงหลังฝนมันสวยที่สุด”
เธอกดชัตเตอร์ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
> “แบบนี้เหรอคะ?”
“อืม เก่งมาก” เขายิ้มให้
รอยยิ้มของเขาทำให้ลินน์แทบลืมไปว่ากำลังยืนอยู่ท่ามกลางรุ่นพี่อีกหลายคน
ในภาพถ่ายนั้น เธอเก็บแสงสะท้อนของใบไม้ไว้
แต่ในใจ...กลับเก็บรอยยิ้มของเขาแทน
---
หลังเลิกกิจกรรม ทุกคนกลับกันเกือบหมด เหลือเพียงลินน์ที่กำลังเก็บของ
เธอเห็นพี่คิรินนั่งคนเดียวตรงเก้าอี้ไม้เก่าในห้องมืด แสงลอดผ่านหน้าต่างตกกระทบครึ่งใบหน้าเขา
เขากำลังมองรูปถ่ายในมือ
รูปนั้นเป็นภาพหญิงสาวในชุดนักเรียนเก่าๆ ยืนยิ้มอยู่ใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์
> “คะ...คิรินพี่กำลังดูอะไรเหรอคะ?”
“อ๋อ...รูปเก่า” เขายิ้มจางๆ “ถ่ายเมื่อปีที่แล้ว ตอนยังมีคนถ่ายด้วยกัน”
> “แฟนเหรอคะ?” เธอเผลอถามออกไปเสียงเบา
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า
> “ไม่ใช่...แต่ก็เหมือนเป็นคนที่สอนให้พี่รู้ว่า บางภาพมันไม่ต้องสวย แค่ถ่ายไว้เพราะ ‘ไม่อยากลืม’ ก็พอ”
คำตอบนั้นเรียบง่าย
แต่ทำให้หัวใจของลินน์หน่วงลงอย่างประหลาด
---
คืนนั้น เธอกลับถึงบ้านพร้อมกล้องตัวเล็กที่พี่คิรินให้ยืม
เธอหมุนฟิล์มดูทีละเฟรม แล้วนั่งเขียนบันทึกลงในสมุด
> “วันนี้พี่คิรินบอกว่า แสงหลังฝนคือช่วงเวลาที่โลกอบอุ่นที่สุด”
“แต่สำหรับเรา...ตอนที่เขายิ้มต่างหากที่โลกอบอุ่นที่สุด”
ฝนตกอีกครั้งตอนเที่ยงคืน
ลินน์นอนฟังเสียงมันกระทบหลังคาเบาๆ และรู้ตัวดีว่า —
เธอกำลังตกหลุมรัก
---
วันต่อมา
เธอเอารูปที่ตัวเองถ่ายเมื่อวานมาล้างออกมา
ภาพนั้นไม่ได้ชัดนัก เพราะมือสั่นตอนกดชัตเตอร์
แต่แสงในภาพดูอ่อนโยน เหมือนแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านม่านฝน
เธอวางภาพนั้นไว้ในกล่องเล็กๆ พร้อมกับผ้าเช็ดหน้าผืนเดิม
เพราะตอนนี้...
เธอเริ่มรู้แล้วว่า ความทรงจำบางอย่าง —
ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา ก็ยังคงอยู่ได้อย่างสงบ
---
เช้าวันจันทร์หลังฝนตกเมื่อคืน
ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนยังมีเมฆขาวลอยกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ
ลินน์เดินเข้าประตูโรงเรียนพร้อมเสียงรองเท้าที่กระทบน้ำฝนแฉะเบาๆ เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วเผลอยิ้ม — เพราะรู้ว่าวันนี้จะได้เจอเขาอีก
เธอยังไม่รู้เลยว่า แค่ความคิดนั้น...ก็เพียงพอให้หัวใจอบอุ่นทั้งวันแล้ว
---
เมื่อถึงชุมนุมถ่ายภาพ
พี่คิรินกำลังยืนอยู่หน้าห้อง พูดกับรุ่นพี่อีกคนเรื่องจัดนิทรรศการภาพถ่ายสิ้นปี
> “ปีนี้อยากให้เด็กใหม่ได้มีผลงานด้วยนะ”
“ให้ถ่ายตามธีม ‘แสงในความทรงจำ’ ดีไหม?” รุ่นพี่อีกคนถาม
> “อืม...ดีเลย” เขาพยักหน้า “แต่แสงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อยู่ที่ว่าอยากจำช่วงเวลาไหนไว้”
คำพูดนั้นทำให้ลินน์ชะงัก —
มันเหมือนสิ่งที่เขาเคยบอกเธอวันแรกเป๊ะ “คิดก่อนกดชัตเตอร์ ว่าอยากจำอะไรไว้”
พี่คิรินเดินมาหาเธอ ยื่นกล้องฟิล์มเก่าอีกตัว
> “ลองใช้กล้องตัวนี้ดูสิ รุ่นนี้สีจะออกนุ่มๆ กว่าตัวเก่าหน่อย”
> “ขอบคุณค่ะ...แต่พี่ไม่ใช้เหรอคะ?”
“พี่อยากให้เธอลองก่อน เธอถ่ายรูปละเอียดดี”
คำชมเรียบๆ ของเขาทำให้หน้าเธอร้อนผ่าว
> “เอ่อ...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”
> “ถึงสิ พี่เห็นนะ ตอนเธอเลือกมุมถ่ายต้นไม้วันก่อน — เธอมองสิ่งเล็กๆ ที่คนอื่นมองข้าม”
ลินน์ไม่รู้จะตอบยังไง
แต่ในใจเธอเหมือนมีแสงแดดส่องเข้ามาอย่างกะทันหัน
---
ช่วงบ่าย หลังเลิกเรียน
พี่คิรินชวนเธอกับเพื่อนชุมนุมไปถ่ายรูปแสงเย็นข้างสนามบาส
แดดยามเย็นสะท้อนกับแอ่งน้ำที่ฝนทิ้งไว้ กลายเป็นประกายทองทั่วพื้น
> “เห็นไหม แสงตอนเย็นมันอบอุ่นกว่าตอนเช้าอีกนะ” เขาว่า พร้อมยกกล้องขึ้นถ่าย
> “มันเหมือน...ตอนกำลังจะจากไป แต่ก็ยังสวยอยู่” เธอพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว
เขาหันมามองเธออย่างแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม — รอยยิ้มที่อ่อนโยนเหมือนฟ้าที่เพิ่งปลอดฝน
> “พูดได้ดีมากเลยลินน์”
หัวใจของเธอสั่นแปลบเบาๆ
รอยยิ้มนั้น...ทำให้เธออยากจำไว้ตลอดไป
---
คืนนั้น เธอกลับถึงบ้านพร้อมรูปฟิล์มที่ยังไม่ได้ล้าง
แต่กลับหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนก่อนตามนิสัย
> “วันนี้ฉันเห็นรอยยิ้มของรุ่นพี่ใกล้กว่าทุกวัน”
“รอยยิ้มแบบนั้น ทำให้ฉันอยากถ่ายรูปเขาแทนท้องฟ้าเสียอีก”
---
วันต่อมา ลินน์พกกล้องไปโรงเรียน
ตอนพักกลางวัน เธอเดินผ่านสวนหลังโรงอาหาร เห็นพี่คิรินนั่งอยู่คนเดียว เขากำลังถ่ายรูปผีเสื้อที่เกาะบนดอกเข็ม
เธอยกกล้องขึ้นโดยไม่คิด
“แชะ” — เสียงชัตเตอร์เบาๆ ดังขึ้นก่อนที่เธอจะทันรู้ตัว
> “แอบถ่ายพี่เหรอ?”
เธอสะดุ้งแทบปล่อยกล้องตก
> “มะ...ไม่ได้แอบนะคะ แค่แบบ...ฝึกถ่ายภาพคนเฉยๆ”
เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นมือมาขอดูกล้อง
> “ขอดูหน่อยสิ ว่าฝีมือเป็นไงแล้ว”
เขากดปุ่มดูภาพ
ในจอเล็กๆ มีรูปของเขา — แสงแดดยามเที่ยงตกกระทบแก้ม และรอยยิ้มบางๆ ขณะเขามองดอกไม้
> “เฮ้ย...สวยนะ” เขาว่า พร้อมหัวเราะ “ถ่ายเก่งกว่าที่คิดอีก”
> “สวยเพราะพี่เป็นแบบดีมั้งคะ” เธอพูดเบาๆ แต่ทันทีที่พูดจบก็อยากกลืนคำลงไปทั้งประโยค
เขาชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะอย่างเขินๆ เช่นกัน
> “งั้นไว้วันหลังพี่ขอให้เธอถ่ายให้บ้างนะ”
> “ค่ะ...” เธอตอบเสียงเบาแทบกระซิบ
---
หลังจากวันนั้น “รอยยิ้มของรุ่นพี่” กลายเป็นสิ่งที่เธออยากเห็นทุกวัน
บางครั้งแค่เดินผ่านเขาที่กำลังหัวเราะกับเพื่อน เธอก็รู้สึกเหมือนโลกสดใสขึ้นทันที
เธอเริ่มชอบแสงแดดยามเช้า
เริ่มชอบเสียงฝน
และเริ่มชอบ “วันจันทร์” ที่เคยคิดว่าเป็นวันแย่ที่สุดของสัปดาห์
เพราะทุกอย่างเหล่านั้น...
เชื่อมโยงกับคนคนเดียว
---
แต่ในความอบอุ่นนั้น ก็มีบางอย่างที่เธอเริ่มรู้สึก —
ในรอยยิ้มของพี่คิริน มีแววเศร้าลึกๆ ที่เธอจับได้ทุกครั้งเวลาเขาเงียบ
บางที...
พี่คิรินอาจจะมีใครบางคนอยู่ในภาพถ่ายเก่าที่เธอยังไม่เข้าใจ
---
วันศุกร์ท้ายสัปดาห์
พี่คิรินยื่นกล่องเล็กๆ ให้เธอก่อนกลับบ้าน
> “ในนี้มีกล้องฟิล์มตัวเก่าของพี่ ใช้ได้จริงนะ แต่อาจเก่าไปหน่อย”
“พี่ให้เหรอคะ?”
“อืม...เอาไว้ถ่ายช่วงเวลาที่อยากจำ”
> “แล้วพี่ล่ะคะ? พี่อยากจำช่วงเวลาไหนที่สุด?”
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย แสงเย็นตกกระทบใบหน้า
> “ตอนนี้...อาจจะเป็นช่วงเวลานั้นแล้วก็ได้”
คำตอบนั้นทำให้เธอพูดไม่ออก
เธอได้แต่กอดกล่องกล้องแน่นในมือ —
เหมือนกำลังถือ “หัวใจ” ของใครบางคนไว้
---