อาวุธของเขาคือความศรัทธา—ทวนหนึ่งเล่มที่ทำให้สวรรค์ยังต้องหยุดมอง!
ทวนเทพสะท้านภพ ภาค 1 การตื่นแห่งทวนเทียนซิน - ตอนที่ 3 โอสถเชื่อมชีพจรสวรค์กับผู้แกร่งกล้าปกครองถ้ำ โดย Goddemoneye999 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์
แอคชั่น,จีน,ชาย-หญิง,แฟนตาซี,มาร,เทพเจ้า,เทพเซียน,เทพ ,เซียน,จีนโบราณ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ทวนเทพสะท้านภพ ภาค 1 การตื่นแห่งทวนเทียนซิน
หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
แท็คที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียด
อาวุธของเขาคือความศรัทธา—ทวนหนึ่งเล่มที่ทำให้สวรรค์ยังต้องหยุดมอง!
ผู้แต่ง
Goddemoneye999
เรื่องย่อ
ในยุทธภพอันกว้างใหญ่ “สวรรค์” คือผู้กำหนดชะตาผู้ใดมีพรสวรรค์จากฟ้า ย่อมได้เหยียบขึ้นสูงแต่ผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์… ถูกเหยียบซ้ำจนมิอาจเงยหน้า
จวินอี้ เด็กหนุ่มจาก “หมู่บ้านเมฆาแดง” ที่เกิดมาพร้อม ชีพจรแตกสลาย — ถูกตัดสินตั้งแต่แรกเกิดว่า “ไร้วิญญาณยุทธ” ไม่อาจฝึกพลังได้ชั่วชีวิตแต่ในคืนที่สวรรค์ผ่าฟ้าด้วยสายฟ้าแห่งพิพากษา—เขากลับได้ยิน “เสียงเรียกจากทวนโบราณ” ที่ฝังอยู่ใต้พื้นดินของหมู่บ้าน
“เจ้าคือผู้ถูกเลือกโดยข้า...ทวนแห่งศรัทธา ผู้เขียนชะตาใหม่ของฟ้า” นับแต่นั้น เขาได้เข้าสู่เส้นทางแห่ง “มรรคาทวนเทพ” พลังของเขาไม่ได้เกิดจากลมปราณ ไม่ได้จากชะตาแต่จาก “ความศรัทธาในหัวใจ”
ศรัทธาที่ว่า มนุษย์ไม่จำเป็นต้องค้อมหัวให้สวรรค์! จวินอี้เดินทางจากหมู่บ้านเล็กสู่สำนักใหญ่ จากสำนักใหญ่สู่สมรภูมิสวรรค์ทุกการแทงของทวน คือความท้าทายต่อโชคชะตาทุกศัตรูที่ยืนขวางหน้า คือบทเรียนแห่งศรัทธาและทุกครั้งที่เลือดของเขาหลั่งไหล—ท้องฟ้าจะสั่นสะเทือนราวกับหวาดกลัว
“ข้าคือ จวินอี้ ผู้ใช้ทวนแห่งศรัทธา…หากสวรรค์ไม่ยอมให้ข้าเหยียบขึ้นไป—ข้าก็จะทลายสวรรค์ทิ้งซะ!”
สารบัญ
เนื้อหา
ตอนที่ 3 โอสถเชื่อมชีพจรสวรค์กับผู้แกร่งกล้าปกครองถ้ำ
หลังก้าวสู่ดินแดนร้าง ความรู้สึกเต็มไปด้วยความน่ากลัว กลิ่นแรงจากซากศพเหม็นคลุ้ง แรงกดดันรุนแรงมากเป็นสิบเท่า มากกว่าตอนที่ยืนอยู่หน้าถ้ำ
"นี่แค่เข้ามาในถ้ำนิดเดียวเอง แรงกดดันทำข้าแทบเป็นลม ถึงว่าทำไมคนที่เข้ามาถึงรอดออกไปได้ยาก"
หลังจวินอี้ฝืนเดินไปได้ถึงส่วนลึกของถ้ำ ในส่วนลึกจวินอี้ มองเห็นแท่นศิลา บนแท่นศิลามีบางสิ่งบางอย่างวางอยู่ โอสถเม็ดนั้นมีลักษณะกลม ขนาดราวลูกแก้ว ผิวเนียนใสราวหยกขาวอมฟ้า ภายในดูคล้ายมีหมอกปราณบางเบาไหลเวียนช้าๆ ราวกับมีลมหายใจของสวรรค์ซ่อนอยู่ เมื่อแสงตกกระทบ ผิวโอสถจะสะท้อนประกายรุ้งจางๆ คล้ายแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านเมฆหมอกบนยอดเขา
"นั่นน่ะหรือ โอสถเชื่อมชีพจรสวรรค์ ช่างเป็นโอสถที่งดงาม เพียงกลิ่นที่โชยมา ช่างเป็นกลิ่นหอมเย็นลึกซึ้ง แผ่วบางแต่ทรงพลัง สูดเข้าไปเพียงครึ่งลมหายใจก็รู้สึกได้ว่าปราณในร่างสั่นไหวราวถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล"
หลังจากรู้ว่าสิ่งที่อยู่บนแท่นคือ โอสถเชื่อมชีพจรสวรรค์ จวินอี้ก็แสดงสีหน้าดีใจ จนลืมตัววิ่งไปที่แท่นหินทันที ในขณะที่กำลังจะวิ่งถึงแท่นหิน ร่างกายของจวินอี้ก็หยุดชะงัก เหมือนถูกบางสิ่งบางอย่างจับไว้
"นี่ก็ร้อยกว่าปีแล้ว ที่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดเข้ามาที่นี่"
จวินอี้เมื่อได้ยินเสียงที่พูดขึ้นกระทันหัน ก็มีสติกลับมาพร้อมถามกลับเสียงที่ได้ยิน
"นั่นใครพูด เผยตัวออกมาซะ!!"
"ใจเย็นพ่อหนุ่ม ข้าคือผู้เฝ้าถ้ำแห่งนี้ เจ้าเข้ามาในถิ่นข้าและจะมาขโมยของในที่ของข้า เจ้าคิดว่าข้าจะนั่งดูเฉยๆหรอ"
ร่างของเขาสูงตระหง่านดุจผาหินที่ตั้งตระหง่านมานับพันปี ไหล่กว้างหนาราวกับแบกน้ำหนักแห่งขุนเขาทั้งลูกไว้ได้โดยไม่สั่นคลอน กล้ามเนื้อใต้ผิวหนังแน่นตึงประหนึ่งเหล็กกล้า หากเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ให้ความรู้สึกราวกับพื้นดินกำลังสั่นสะเทือน ผิวของเขาหยาบกร้านคล้ายศิลาดำ ผ่านกาลเวลาและการต่อสู้อันโชกโชน รอยแผลเป็นพาดผ่านลำตัวดุจรอยแตกของหน้าผา แต่ละรอยคือหลักฐานแห่งสงครามและหน้าที่ผู้พิทักษ์ถ้ำโบราณ ลวดลายอาคมสีทองหม่นสลักอยู่ตามแขนและแผ่นอก เปล่งแสงเรืองรองแผ่วเบาในความมืดของถ้ำ ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาลึกโพลนสีอำพันเจิดจ้า ราวกับมีเปลวเพลิงซ่อนอยู่ภายใน เพียงสบตาก็ทำให้ผู้คนรู้สึกราวถูกแรงกดดันมหาศาลบีบคั้น หว่างคิ้วขมวดเล็กน้อยเป็นนิสัย เสริมความน่าเกรงขามโดยไม่ต้องเอ่ยวาจา เส้นผมสีดำสนิทยาวสยายถึงกลางหลัง ปลายผมกระทบสายลมเย็นในถ้ำดุจหมอกดำเคลื่อนไหวช้า ๆ เคราสั้นบริเวณคางเพิ่มความดุดันหนักแน่นให้ใบหน้า ยามเขายืนสงบนิ่ง เงาร่างมหึมาของเขาทาบลงบนผนังถ้ำราวกับยักษ์โบราณผู้ถือกำเนิดจากศิลาเอง และในทุกย่างก้าว เสียงฝีเท้าดังสะท้อนก้องกังวาน เสมือนประกาศให้โลกรู้ว่า “ผู้ปกครองแห่งถ้ำนี้ยังคงยืนหยัดอยู่”
"นี่ มันจะเกินตัวข้าไปไหม" จวินอี้ที่เห็นร่างของเจ้าของเสียงถึงกับเหงื่อตก
"เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้าหากเจ้า ให้เหตุผลที่ฟังขึ้นกับข้า"
จวิ้นอี้ค่อยๆเรียกสติตัวเองและเอ่ยกล่าวตอบ
"กล่าวตามจริงผู้อาวุโส ข้าต้องการโอสถเชื่อมชีพจรสวรรค์ เพื่อที่จะใช้มันผสานเส้นลมปราณที่เสียหายและทะลวงระดับไปขั้นรวมชีวา แล้วไปปลุกทวนแห่งศรัทธา"
หลังได้ยินคำพูดของจวินอี้ ผู้ปกครองถ้ำถึงกลับแสดงสีหน้าที่ตกใจอย่างมาก
"ทวนแห่งศรัทธางั้นรึ ไม่ใช่ว่าทวนที่เจ้าพูดถึงคือ........"