อาวุธของเขาคือความศรัทธา—ทวนหนึ่งเล่มที่ทำให้สวรรค์ยังต้องหยุดมอง!
ทวนเทพสะท้านภพ ภาค 1 การตื่นแห่งทวนเทียนซิน - ตอนที่ 2 ชีพจรแตกสลาย หมู่บ้านดูถูกเขาเพราะไร้พลังชีพจรแตกสลาย โดย Goddemoneye999 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์
แอคชั่น,จีน,ชาย-หญิง,แฟนตาซี,มาร,เทพเจ้า,เทพเซียน,เทพ ,เซียน,จีนโบราณ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ทวนเทพสะท้านภพ ภาค 1 การตื่นแห่งทวนเทียนซิน
หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
แท็คที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียด
อาวุธของเขาคือความศรัทธา—ทวนหนึ่งเล่มที่ทำให้สวรรค์ยังต้องหยุดมอง!
ผู้แต่ง
Goddemoneye999
เรื่องย่อ
ในยุทธภพอันกว้างใหญ่ “สวรรค์” คือผู้กำหนดชะตาผู้ใดมีพรสวรรค์จากฟ้า ย่อมได้เหยียบขึ้นสูงแต่ผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์… ถูกเหยียบซ้ำจนมิอาจเงยหน้า
จวินอี้ เด็กหนุ่มจาก “หมู่บ้านเมฆาแดง” ที่เกิดมาพร้อม ชีพจรแตกสลาย — ถูกตัดสินตั้งแต่แรกเกิดว่า “ไร้วิญญาณยุทธ” ไม่อาจฝึกพลังได้ชั่วชีวิตแต่ในคืนที่สวรรค์ผ่าฟ้าด้วยสายฟ้าแห่งพิพากษา—เขากลับได้ยิน “เสียงเรียกจากทวนโบราณ” ที่ฝังอยู่ใต้พื้นดินของหมู่บ้าน
“เจ้าคือผู้ถูกเลือกโดยข้า...ทวนแห่งศรัทธา ผู้เขียนชะตาใหม่ของฟ้า” นับแต่นั้น เขาได้เข้าสู่เส้นทางแห่ง “มรรคาทวนเทพ” พลังของเขาไม่ได้เกิดจากลมปราณ ไม่ได้จากชะตาแต่จาก “ความศรัทธาในหัวใจ”
ศรัทธาที่ว่า มนุษย์ไม่จำเป็นต้องค้อมหัวให้สวรรค์! จวินอี้เดินทางจากหมู่บ้านเล็กสู่สำนักใหญ่ จากสำนักใหญ่สู่สมรภูมิสวรรค์ทุกการแทงของทวน คือความท้าทายต่อโชคชะตาทุกศัตรูที่ยืนขวางหน้า คือบทเรียนแห่งศรัทธาและทุกครั้งที่เลือดของเขาหลั่งไหล—ท้องฟ้าจะสั่นสะเทือนราวกับหวาดกลัว
“ข้าคือ จวินอี้ ผู้ใช้ทวนแห่งศรัทธา…หากสวรรค์ไม่ยอมให้ข้าเหยียบขึ้นไป—ข้าก็จะทลายสวรรค์ทิ้งซะ!”
สารบัญ
เนื้อหา
ตอนที่ 2 ชีพจรแตกสลาย หมู่บ้านดูถูกเขาเพราะไร้พลังชีพจรแตกสลาย
เช้าวันรุ่งขึ้นจวินอี้ เดินทางออกจากหมู่บ้าน เดินทางไปที่ดินแดนร้าง เพื่อไปหาโอสถเชื่อมชีพจรสวรรค์ แต่ก่อนจะออกจากหมู่บ้านจวินอี้ต้องเดินผ่านชาวบ้าน ทุกคนต่างมองจวินอี้ด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม บางคนก็พูดดูหมิ่น
"เจ้าหมอนี่มันคนที่ไร้พรสวรรค์ ที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลจวินนี่"
"ใช่ๆ หมอนี่แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า...คนไร้พรสวรรค์"
"เศษสวะ..."
เสียงพูดดูหมิ่นนินทาเริ่มดังขึ้น ทุกคนรอบๆตัวของจวินอี้มองเขาด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม จวินอี้ที่ได้เห็นและได้ยินการดูถูก แทนที่เขาจะโมโห กลับสงบนิ่งและเดินจากไปอย่างเงียบๆ
"ออกมาพ้นจากหมู่บ้านสักที พวกแกทุกคนตอนนี้ดูถูกข้าไปเถอะ แล้วข้าจะตอบแทนด้วยการกระทำที่ไม่มีวันลืม" จวินอี้พูดขึ้นหลังเดินทางพ้นจากหมู่บ้าน
หลังพูดจบจวินอี้เดินทางสู่ดินแดนร้าง หลังจากเดินทางมาสักพัก จวินอี้ก็มาถึงทางเข้าของดินแดนร้าง ทางเข้าดินแดนร้างตั้งอยู่กลางหุบเขาอันกันดาร สองฟากเป็นผาหินสูงตระหง่าน สีคล้ำดุจเหล็กเก่าที่ผ่านการหลอมด้วยโลหิตมานับพันปี ผิวหินแตกร้าวเป็นเส้นยาว คล้ายรอยกระบี่ที่ถูกฟันฝากไว้จากศึกโบราณ พื้นทางเป็นหินผุพังปะปนกรวดทราย ทุกย่างก้าวสั่นสะเทือนเล็กน้อย ราวกับพื้นดินตอบสนองต่อลมปราณของผู้มาเยือน อากาศโดยรอบหนักอึ้ง พลังปราณฟ้าดินไหลเวียนปั่นป่วน ไม่เป็นระเบียบ จนผู้ฝึกยุทธที่พลังต่ำยากจะหายใจได้สะดวก
เพียงยืนอยู่หน้าประตู ก็รู้สึกราวถูกสายตานับหมื่นคู่จ้องมองและเมื่อก้าวข้ามเส้นนั้นไป ก็เท่ากับเหยียบเข้าสู่ดินแดนที่ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงมีสิทธิ์รอดกลับออกมา
"นี่หรือทางเข้าดินแดนร้าง ช่างน่ากลัวยิ่งนัก แรงกดดันที่มหาศาลจนหายใจแทบไม่ออก และเหมือนถูกจ้องมองจากสายตาของบางสิ่งที่แข็งแกร่งมากๆ แค่เดินย่างก้าวเพียงก้าวเดียวก็โดนกดดันอย่างรุนแรง" จวินอี้พึมพำในใจ
จวินอี้เริ่มก้าวเข้าสู่ดินแดนร้าง และพบว่าเมื่อก้าวลึกเข้าไป แสงตะวันถูกผาหินบดบังจนเหลือเพียงลำแสงริบหรี่ พลังสังหารที่หลงเหลือจากอดีตค่อย ๆ แผ่ซึมออกมาจากผืนดิน กดทับจิตใจราวภูเขาหนักพันชั่ง เสียงลมที่พัดผ่านช่องเขาดังหวิวหวิว คล้ายเสียงคร่ำครวญของยอดฝีมือที่ล้มตายไปนานแล้ว
ร่างกายของจวินอี้ถูกกดดันอย่างหนักเพียงก้าวเข้าเขตประตูทางเข้าดินแดนร้าง แรงกดดันก็ถาโถมลงมาในพริบตา หน้าอกแน่นอึดอัด กระดูกทั่วร่างส่งเสียงครวญคราง เหงื่อไหลพล่าราวถูกฝนโปรย ทั้งที่อากาศเย็นยะเยือก ต้องกัดฟันฝืนยืนหยัด มิฉะนั้นร่างกายคงคุกเข่าลงกับพื้นไปแล้ว
"แรงกดดันจะรุนแรงเกินไปแล้ว ข้าที่ร่างกายชีพจรแตกสลาย ไม่มีพลังปราณแค่ก้าวเดินหนึ่งก้าวยังลำบาก"
หลังกัดฟันฝืนทนเดินมาสักพัก จวินอี้ก็มาหยุดที่หน้าถ้ำในดินแดนร้าง ความรู้สึกของจวินอี้หลังมาถึงปากถ้ำ ปากถ้ำดินแดนร้างอ้ากว้างดุจปากอสูรโบราณ ผนังหินสีคล้ำหยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและคราบสนิมแห่งกาลเวลา เพียงยืนอยู่ด้านนอก ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาเป็นระลอก ทำให้ลมหายใจหนักอึ้งโดยไม่อาจอธิบาย
"นี่คงเป็นถ้ำที่ทวนแห่งศรัทธาบอก แค่ปากถ้ำแรงกดดันที่แผ่ออกมารุนแรงกว่าด้านนอกหลายเท่า แต่ก็ข้าไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรแล้ว มาถึงขนาดนี้แล้วเข้าไปเลยแล้วกัน"
จวินอี้หลังกล่าวจบ ก็ก้าวเดินเข้าสู่ถ้ำในดินแดนร้างทันที.....