ไม่อยากรักก็ต้องรัก ในเมื่อคำสั่งนี้ไม่สามารถเอ่ยปฏิเสธออกมาได้อย่างง่ายดายเลย
รัก,ดราม่า,หญิง-หญิง,วัยว้าวุ่น,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
รักตาม(คำ)สั่งไม่อยากรักก็ต้องรัก ในเมื่อคำสั่งนี้ไม่สามารถเอ่ยปฏิเสธออกมาได้อย่างง่ายดายเลย
"วาริน" หญิงสาวที่ใช้ชีวิตจมปลักอยู่กับเงาความรักในอดีตมาอย่างยาวนานกว่าสองปี กับ"ฮาน่า" ดาราสาวผู้โด่งดัง ที่ยังคงฝังใจไม่เสื่อมคลาย และไม่เคยมีคำบอกเลิกอย่างเป็นทางการ
ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ฟู่!! (เสียงฝนตก)
ตึก ตึก (เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นจนเกิดเสียง)
ทันทีที่ย่างกรายข้ามธรณีประตูเข้าสู่ชายคาของร้านอาหาร วารินก็จัดการบรรจงพับร่มสีขาวที่โชกชุ่มด้วยหยาดฝนลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะสะบัดละอองน้ำเพียงเบาบาง แล้ววางพิงไว้ ณ ชั้นวางเคียงข้างกรอบประตู
จากนั้น เรียวแขนก็ยกขึ้นปาดปอยผมที่ระลงมาบนหน้าผากออกอย่างแผ่วพลิ้วด้วยท่าทีอันเป็นธรรมชาติยิ่ง เส้นผมสีดำขลับที่ดูนุ่มสลวยถูกจัดระเบียบให้อยู่ทรงในชั่วพริบตา เผยให้เห็นดวงหน้าหมดจดวัยยี่สิบสี่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงานั้นอย่างแจ่มชัด ดวงตาที่คมโฉบเฉี่ยวและริมฝีปากที่ได้รูปรับกับโครงหน้าที่สวยหวานได้อย่างไร้ที่ติ
“โอ้โห!! คนอะไรน่ารักจังเลย”
ทุกสายตาภายในร้านพลันหยุดนิ่ง จับจ้องเป็นมันวาวด้วยประกายแห่งความหลงใหล เมื่อวารินค่อยๆ กรีดกรายย่างกรายผ่านไปด้วยท่าทีอันสง่าผ่าเผย กลิ่นน้ำหอมจากเรือนกายที่ลอยอวลมาจางๆ ยิ่งชวนให้ผู้คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ รู้สึกเคลิบเคลิ้มดั่งต้องมนต์สะกด ความงามอันหาที่ติมิได้ของเธอนั้น ช่างเจิดจรัสจับตา เกินกว่าถ้อยคำใดในโลกจะสรรหามาพรรณนาได้หมดสิ้น
“สายฝนคงทำอะไรคนสวยแบบเธอไม่ได้เลยสินะ”
แม้ทุกถ้อยคำชื่นชมจะเข้าโสต และรับรู้ได้ว่าตนเป็นจุดสนใจเดียวในร้าน ทว่าวารินกลับไร้ท่าทีเขินอาย หรือแม้แต่จะใส่ใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย
ท่าทีของเธอยังคงสงบนิ่งและเย็นชาเช่นเดิม ปราศจากความรู้สึกยินดียินร้าย หรือปฏิกิริยาตอบสนองใดต่อสายตานับสิบคู่ที่จับจ้องมาอย่างหลงใหล เธอยังคงเบือนหน้าไปอีกทางอย่างเมินเฉย ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวนั้นเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่อาจกระทบกระเทือนจิตใจของเธอได้เลย
"สวัสดีค่ะ วันนี้คุณลูกค้าอยากรับเป็นเมนูอะไรดีคะ"
น้ำเสียงจากพนักงานบริการสาวคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างสุภาพและนุ่มนวล พร้อมกับหยิบกระดาษและปากกาเตรียมพร้อมที่จะจดรายการอาหารไปด้วย ท่าทีของเธอแสดงถึงความพร้อมในการให้บริการอย่างเต็มที่
ส่วนวาริน เมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ไม่มัวรอช้าที่จะตอบกลับด้วยท่าทีที่เด็ดขาดและชัดเจน เธอเริ่มสั่งอาหารเมนูโปรดของเธอในทันทีด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่หนักแน่น เป็นการสั่งอาหารที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่เฉพาะเจาะจงและนิสัยที่ไม่ชอบความยุ่งยากซับซ้อนของเธอ
"ข้าวผัดกุ้งค่ะ"
น้ำเสียงของวารินยังคงราบเรียบและเย็นชาดุจเดิม ปราศจากแววความตื่นเต้น หรือความใส่ใจในรายการอาหารที่สั่งไปแม้แต่น้อย เมื่อการสั่งเสร็จสิ้นลง เธอก็หันหน้าไปทอดสายตาจับจ้องยังทิวทัศน์ภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังร้านอย่างเหม่อลอย
ดวงตาของเธออาจจับจ้องอยู่ที่วิวเบื้องหน้า แต่ห้วงความคิดกลับล่องลอยไปไกลแสนไกล หวนนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ เมื่อครั้งที่เคยพบพานกับหญิงสาวคนหนึ่งเมื่อสามปีก่อน ภาพความทรงจำในอดีตเริ่มฉายชัดขึ้นมาในมโนภาพ ความรู้สึกที่ซับซ้อนและยังคงฝังลึกอยู่ในห้วงใจ เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งอย่างเงียบงันและเชื่องช้า
“แหวนวงนั้นยังอยู่กับน้องเชอไหมนะ”
3 ปีที่แล้ว
ในวันที่ฝนโปรยปรายอย่างต่อเนื่องในช่วงบ่ายของวันนั้น วารินได้นัดหมายกับเพื่อนสาวคนสนิทเพื่อมารับประทานอาหารที่ร้านอาหารบรรยากาศดีแห่งนี้ ซึ่งในวันนั้นเอง โชคชะตาก็ได้นำพาให้วารินได้มีโอกาสพบเจอกับเด็กนักเรียนมัธยมสาวคนหนึ่งที่เดินทางมาพร้อมกับรถบัสของโรงเรียนที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถด้านนอก ซึ่งคาดว่านักเรียนกลุ่มนั้นน่าจะเพิ่งเสร็จสิ้นจากการไปทัศนศึกษาหรือทำกิจกรรมนอกสถานที่มา
ฟรึบ!! ตุบ! ตึก! (เสียงกระเป๋านักเรียนกระทบกับโต๊ะจนเกิดเสียง)
“พี่คะ หนูเอาข้าวผัดทะเลจานหนึ่งค่ะ แล้วก็ขอน้ำซุบเยอะๆ ด้วยนะคะ”
“เอ่อ ของหนูเอาผัดกระเพรากุ้งแบบไม่ใส่ถั่วฝักยาวค่ะ”
“ของผมเอาราดหน้าครับ ราดหน้าทะเล ขอกุ้งตัวใหญ่ เยอะๆ เลยนะครับ”
เสียงเจื้อยแจ้วของกลุ่มนักเรียนมัธยมยังคงสั่งอาหารด้วยความคึกคักและเสียงดังฟังชัดอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ทั้งที่สภาพเนื้อตัวนั้นดูมอมแมมและเปียกปอนไปด้วยสายฝนจนชุ่มโชกไปทั้งกาย แต่ถึงกระนั้น พวกเธอก็ยังคงมีอารมณ์ดีและเปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความสดใสของวัยรุ่นอย่างเปี่ยมล้น
...
และเมื่อเวลาล่วงเลยมาได้สักพัก สายฝนที่โปรยปรายอยู่ก็ค่อยๆ สลายจางหายไปจนหมดสิ้น หลงเหลือไว้เพียงท้องฟ้าที่กลับคืนสู่ความสงบและสดใส ดุจดังคำที่เคยมีคนบอกไว้ว่า ‘ฟ้าหลังฝนนั้นสวยงามเสมอ’
...
ขณะที่วารินกำลังนั่งรับประทานอาหารพร้อมพูดคุยกับเพื่อนสาวคนสนิทอย่างออกรสอยู่นั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็น และได้ยินเสียงกลุ่มนักเรียนมัธยมกลุ่มนั้นก้าวเดินตรงเข้ามาใกล้ๆ ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและแววตาที่สดใส พร้อมกับยกมือขึ้นมาสวมกอดแขนของวารินอย่างหน้าตาเฉย
“พี่คนสวยคะ ตอนนี้พี่ว่างไหมคะ คือว่าพวกหนูอยากจะขอให้พี่ช่วยมาถ่ายรูปให้พวกหนูหน่อยได้ไหมคะ”
ส่วนวารินเมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วก็รีบขยับตัวถอยออกห่างอย่างรวดเร็วด้วยความประหลาดใจ เพราะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดเด็กนักเรียนสาวคนนี้ถึงได้ทำตัวเหมือนกับว่าสนิทสนมกับเธอมาอย่างยาวนาน ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากันเป็นครั้งแรก
“เอ่อ พี่..”
“นะคะๆ นะคะพี่คนสวย คือว่าพวกหนูอยากได้รูปที่ถ่ายด้วยกันทั้งสามคนจริงๆ”
แล้วก็อีกเช่นเคยที่เด็กนักเรียนสาวยังไม่ยอมปล่อยให้วารินได้มีโอกาสพูดปฏิเสธออกมาแม้แต่คำเดียว อีกทั้งยังเอาแต่ส่งสายตาออดอ้อนมาให้เธออย่างน่ารักไม่หยุดอีกด้วย
“วาริน เธอกินข้าวเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ ช่วยไปถ่ายรูปให้น้องๆ สัก2-3รูป คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”
เสียงของนับดาวเพื่อนสาวคนสนิทของวารินที่อดทนความออดอ้อนของเด็กนักเรียนสาวไม่ไหวจึงรีบเอ่ยขอร้องวารินไปด้วยอีกคน
“ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าพี่ถ่ายรูปให้ไม่สวย น้องๆ อย่าว่าพี่นะ”
กล่าวออกมาอย่างคนที่ไม่ค่อยจะเต็มใจ แต่เมื่อผู้ขอร้องได้ยินกลับยกยิ้มดีใจออกมาอย่างคนที่กักเก็บควารู้สึกเอาไว้ไม่อยู่
“ไม่สวยก็ไม่เป็นไรเลยค่ะ ขอแค่พี่คนสวยเป็นคนถ่ายรูปให้ก็พอแล้ว”
พูดจบก็ไม่รอช้ารีบคว้ามือของวารินมาจับเอาไว้อย่างหน้าตาเฉยก่อนที่จะรีบพาไปยังบริเวณที่ต้องการพร้อมกับชวนพูดคุยถึงเรื่องต่างๆ ไม่หยุดหย่อน
ล้านกว้างหลังร้านอาหาร
“พี่คนสวยคะ ว่าแต่พี่คนสวยชื่ออะไรนะคะหนูจะได้เรียกถูก”
“พี่ชื่อ วารินค่ะ”
“พี่วารินเหรอคะ ชื่อเพราะจังเลย หนูชื่อเชอรีนนะคะ หรือเรียกสั้นๆ ว่าน้องเชอก็ได้ ส่วนเพื่อนๆ ของหนูสองคนนี้ไม่มีชื่อหรอกค่ะ แต่ถ้าพี่วารินอยากจะเรียกก็ให้เรียกชื่อของหนูแทนได้เลย”
น้ำเสียงสดใสกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดีพร้อมกันนั้นยังยกมือขึ้นมากอดแขนของวารินไม่ห่าง อีกทั้งเมื่อมีจังหวะดีๆ เข้ามาก็เอาแต่เอ่ยถ้อยคำหวานเพื่อจีบวารินออกมาไม่หยุด
“พี่วารินคะ หนูดูสวยรึยังคะ”
“เอ่อ ค่ะ สวยแล้ว”
“อืม แต่ถ้าสวยแล้ว แล้วทำไมพี่วารินถึงไม่คิดที่จะจีบหนูบ้างเลยล่ะคะ”
“เฮ้อ!! เรานี่นะ”
ถ่ายรูปไปพลางก็สายหน้าไปมาให้กับความน่ารักและสดใสของคนตรงหน้าเพราะเนื่องจากว่าเด็กคนนี้ช่างพูดจาอ้อร้อจนเธอนั้นตามแทบไม่ทัน
“เพื่อนๆ ของน้องเชอคะ ช่วยเดินไปยืนอยู่ตรงกลางวิวภูเขาลูกนั้นหน่อยได้ไหมค่ะ ตอนนี้กำลังมีหมอกลงมาพอดีเลย เอ่อ ส่วนน้องเชอคะ ช่วยขยับไปทางซ้ายอีกนิดนึงก่อนได้ไหม เดินไปยืนอยู่ใกล้ๆ กับเพื่อนได้เลยค่ะ”
เอ่ยบอกไปพร้อมกับจัดมุมถ่ายรูปให้กับเด็กนักเรียนทั้งสามคนอย่างตั้งใจ
ส่วนเชอรีนเมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วเธอกลับไม่ยอมขยับตัวไปไหนและยังเอาแต่จ้องมองใบหน้าสวยของวารินอย่างคลั่งใคล้อยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง
“แต่หนูขอยืนอยู่ตรงนี้ได้ไหมคะพี่วาริน เพราะว่าหนูอยากให้หัวใจของพี่วารินตรงกับหนูบ้าง”
เอ่ยตอบไปพลางพร้อมกับกระพริบตาถี่ๆ ให้วารินอย่างน่ารัก ส่วนเพื่อนๆ อีกสองคนเมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วก็อดใจที่จะห้ามปรามเพื่อนสาวของตัวเองไม่ได้เลย
“นี่แก ถ้าแกยืนอยู่ตรงนั้นแล้วพวกฉันสองคนละ ถ่ายรูปออกมาทีคงเห็นว่าพวกเราดูยืนห่างกันเป็นไมค์แน่ๆ เลย”
“ก็ฉันอยากให้หัวใจของพี่วารินตรงกับฉันสักทีน่ะสิ คนอะไรก็ไม่รู้น่ารักมากๆ เลย”
“ได้ไหมคะพี่วาริน”
ส่วนวารินเมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ส่ายหน้าไปมาอย่างนึกเอ็นดู เพราะเนื่องจากว่าเชอรีนกำลังทำให้วารินรู้สึกผ่อนคลายเอามากๆ ผ่อนคลายถึงขนาดที่เธอนั้นก็ไม่เคยได้รู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเลย
“ก็คงได้นะคะ แต่แค่เวลาถ่ายรูปออกมาแล้วมันก็อาจจะดูไม่ค่อยเห็นวิวสักเท่าไหร่ก็เท่านั้นเอง”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ เพราะหนูก็ไม่ได้อยากเห็นวิวเลย หนูอยากเห็นแค่ใบหน้าของพี่วารินคนเดียว”
“นี่ยัยเชอ แกจะเลิกแซวพี่วารินเล่นได้รึยังเนี่ย เดี๋ยวพี่วารินก็รู้สึกอึดอัดมากกว่านี้หรอก”
“พี่วารินคะ พวกหนูต้องขอโทษแทนยัยเชอด้วยนะคะ ที่มันชอบพูดจาไร้สาระไปเรื่อยแบบนี้”
ตอนนี้เพื่อนๆ ของเชอรีนต่างก็พากันเอ่ยขอโทษวารินกันยกใหญ่ เพราะกำลังรู้สึกเกรงใจวารินเอามากๆ ที่โดนเชอรีนบังคับมาถ่ายรูปให้อย่างน่าตาเฉยแบบนี้
“ไม่เป็นไรค่ะน้องๆ พี่ไม่ได้คิดมากเลย”
“แต่พี่วารินช่วยคิดมากหน่อยได้ไหมคะ เพราะว่าหนูต้องคิดถึงพี่วารินมากๆ แน่เลย แล้วเดี๋ยวก็ต้องกลับโรงเรียนแล้วด้วย”
เชอรีนพูดจบก็ไม่มัวรอช้าจึงรีบยกมือขึ้นมาจับฝ่ามือของวารินเอาไว้พร้อมกับรีบพาวารินเดินออกไปยังจุดถ่ายรูปอีกมุมอย่างรวดเร็ว
“นี่พวกแก ไม่ต้องตามฉันมานะ เพราะฉันจะให้พี่วารินถ่ายรูปเดี่ยวให้ฉันก่อน”