​"บนทางหลวงสายเปลี่ยวที่ไร้จุดสิ้นสุด มีเพียงแสงไฟจากร้าน 'จันทร์เสี้ยว' ที่ส่องสว่าง..." เราต้อนรับลูกค้ากะกลางคืน ​บางคนมาเพื่อลืม... บางคนมาเพื่อตามหา... และบางคน... เพียงแค่ต้องการสถานที่พักพิงชั่วคราวก่อนออกเกินทางต่อ..

ลูกค้ากะกลางคืน - ตอนที่ 1 ร้านจันทร์เสี้ยว โดย ณ เสียงฝน @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

พารานอมอล,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,แฟนตาซี,ผจญภัย,ลึกลับ,ผี,แฟนตาซี,นิยายลึกลับ,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ลูกค้ากะกลางคืน

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

พารานอมอล,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,แฟนตาซี,ผจญภัย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ลึกลับ,ผี,แฟนตาซี,นิยายลึกลับ,สยองขวัญ

รายละเอียด

ลูกค้ากะกลางคืน โดย ณ เสียงฝน @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

​"บนทางหลวงสายเปลี่ยวที่ไร้จุดสิ้นสุด มีเพียงแสงไฟจากร้าน 'จันทร์เสี้ยว' ที่ส่องสว่าง..." เราต้อนรับลูกค้ากะกลางคืน ​บางคนมาเพื่อลืม... บางคนมาเพื่อตามหา... และบางคน... เพียงแค่ต้องการสถานที่พักพิงชั่วคราวก่อนออกเกินทางต่อ..

ผู้แต่ง

ณ เสียงฝน

เรื่องย่อ

สารบัญ

ลูกค้ากะกลางคืน-ตอนที่ 1 ร้านจันทร์เสี้ยว

เนื้อหา

ตอนที่ 1 ร้านจันทร์เสี้ยว

"ลูกค้ากะกลางคืน"

ตอน: ร้านจันทร์เสี้ยว


ฉันทำงานที่ร้านอาหารจุดพักรถในเมืองเล็กๆ ที่คนที่ผ่านไปมาพยายามอยู่ให้ห่างเข้าไว้ ราวกับว่าพวกเขารีบไปที่อื่นและไม่อยากอยู่แถวนี้นานนัก


ร้านอาหารแห่งนี้ชื่อ "จันทร์เสี้ยว" ชื่ออาจจะฟังดูง่ายๆ ไม่มีลับลมคมนัย แต่ถ้าคุณมาถึงที่นี่ แสดงว่าคุณโชคไม่ดีเท่าไหร่


ตั้งแต่ทำงานมา ฉันแทบไม่เคยเห็นรถคันเดิมป้ายทะเบียนเดิมเป็นครั้งที่สองเลย ทุกครั้งที่ถามลูกค้าว่าพวกเขากำลังเดินทางไปที่ไหน คำตอบส่วนมากมักจะเป็น "ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่"


หลอดไฟที่ร้านนี้กระพริบบ่อย และบางครั้งตู้เพลงจะเล่นเพลงแปลกๆ ที่ไม่มีอยู่ในรายการเพลง แต่กาแฟที่นี่ร้อนกรุ่น และลูกค้าส่วนมากที่เคยสั่งข้าวต้มของร้านจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันอร่อยที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยกินมา


ชื่อที่ปักอยู่บนชุดพนักงานของฉันคือ "บัวแก้ว" แต่นั่นไม่ใช่ชื่อฉันหรอก มันเป็นชื่อแม่ฉัน ร้านเปิดทำการมานานมากแล้วและแม่เคยทำงานที่นี่ ฉันใส่ชุดชื่อแม่เพราะชอบฟังเวลาลูกค้าเรียกชื่อแม่ มันให้ความรู้สึกเหมือนแม่ยังอยู่ที่นี่ ราวกับว่าแม่อาจจะเดินเข้าร้านมาเมื่อไหร่ก็ได้ และไม่ได้ถูกฝังอยู่ในสุสานของเมือง


ร้านเราเปิดทำการตลอดวันและคืน เราให้บริการนักเดินทาง คนขับรถบรรทุก คนที่หนีออกจากบ้าน และกลุ่มคนทั่วไปที่ผ่านมาแล้วผ่านไปบนทางหลวงสายนี้ ด้วยความที่ทำงานที่นี่มาหลายปี ฉันอ่านคนออกเหมือนอ่านหนังสือ คนที่เดินทางบ่อยส่วนมากจะทิ้งบางส่วนของชีวิตพวกเขาไว้ข้างหลัง บ้างก็หลงทาง บ้างก็ขับไปเรื่อยแบบไม่มีจุดหมายปลายทางเพราะไม่มีอะไรอื่นเหลือให้ทำ 


ฉันเห็นอะไรมาเยอะ..


ครั้งหนึ่ง ฉันเห็นชายขับรถกระบะสีเทาที่ถ้ามองดีๆ จะเห็นคราบอะไรบางอย่างหนาๆ สีแดงเข้มแห้งติดกันชน เขามาจอดเลยหน้าร้านไปหน่อยตรงที่ไฟป้ายของร้านส่องไม่ถึง นั่งก้มหน้านิ่งอยู่ในรถ ถึงประตูหน้าต่างรถจะปิดหมด แต่เสียงร้องไห้โหยหวนดังเข้ามาข้างในร้าน


ชายอีกคนที่ฉันเคยเห็นในข่าวให้ทิปฉันเป็นแบงค์ร้อยเปื้อนเลือด สีหน้าของเขาเศร้าหมอง มือสั่นนิดๆ


ฉันเคยเห็นเด็กสาววัยรุ่นอายุไม่น่าเกินสิบหกสวมชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้สีชมพูเล็กๆ เดินก้าวกระโดดอยู่ที่ลานจอดรถ ผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอสะบัดขึ้นลงตามจังหวะ ทีแรกฉันนึกแปลกใจว่าเธอมาทำอะไรคนเดียวแถวนี้ แต่ถ้ามองดีๆ มันจะมีกลุ่มผมกระจุกหนึ่งที่ท้ายทอยที่ไม่ขยับ มันแห้งกรัง เกาะกันเป็นก้อนรอบรูสีเข้มขนาดเท่าลูกเทนนิส


ฉันเคยเห็นหมาป่าตัวโตผิดธรรมชาติเดินผ่านหลังรถลูกค้าที่จอดอยู่หน้าร้านแต่มีชายหนุ่มผมยาวสวมชุดหนังดำสนิมโผล่มาจากอีกด้านหนึ่ง ฉันมองอยู่นานแต่หาหมาป่าตัวนั้นไม่เจออีกเลย


ฉันเคยพบหญิงแก่ใจดีที่ให้ฉันดูภาพถ่ายสุสานที่ศพของเธอฝังอยู่ 


ลูกค้าบางคนต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะก้าวผ่านธรณีประตูร้านเข้ามาได้ 


ที่ร้านจันทร์เสี้ยว มีแค่ฉัน พ่อครัวเล็ก และพ่อครัวใหญ่ ตรงกันข้ามกับตำแหน่ง พ่อครัวเล็กชื่อ "หมี" ฉันชอบหมี หมีตัวใหญ่กำยำแต่เขาร้องไห้ประจำ เขาร้องไห้ตอนฉันเล่าเรื่องเด็กสาวที่กระโดดเล่นในลานจอดรถให้ฟัง เขาร้องไห้ตอนแมวของเขาตาย ครั้งหนึ่ง กระรอกโดนรถชนตายกลางถนนห่างจากร้านไปไม่ไกล ฉันหาหมีอยู่นานจนไปเจอเขานั่งซึมตาแดงอยู่หลังร้าน เขามีรอยสักตามแขนและต้นคอ แต่มีแววตาอ่อนโยนของเด็กน้อย ด้วยเหตุผลที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจ พระเจ้าได้ให้ร่างกายสูงใหญ่กับเขา แต่ได้ให้จิตใจที่ใหญ่โตยิ่งกว่า


คืนนี้คืนวันศุกร์ ร้านจันทร์เสี้ยวเปิดทำการเหมือนทุกวัน เสียงเพลงคลาสสิคจากตู้เพลงที่ฉันแน่ใจว่าไม่มีใครเดินไปหยอดเหรียญดังเพียงแผ่วเบาในพื้นหลัง ฉันเดินไปทางคุณนักสืบที่นั่งเหม่อมองออกไปในความมืดนอกหน้าต่างที่โต๊ะใกล้เคาน์เตอร์ "กาแฟเพิ่มไหมคะ"


คุณนักสืบหันมามองฉันด้วยดวงตาเศร้าหมอง รอยดำใต้ตาเข้มขึ้นทุกที เขาก้มมองถ้วยกาแฟในมือที่เหลือกาแฟเพียงครึ่งเดียวแล้วยิ้ม "ขอบคุณครับ" เขายื่นถ้วยกาแฟมาข้างหน้า 


"วันนี้เหนื่อยสินะคะ" ฉันเทกาแฟดำใส่ถ้วย ตั้งใจให้ฝ่ามือแตะถูกนิ้วของเขาที่จับหูถ้วยกาแฟอยู่ พยายามดึงเอาความโศกเศร้าล้ำลึกออกจากเขาให้มากที่สุด


เขายิ้มอ่อนก่อนพยักหน้าช้าๆ "ครับ เหนื่อยเหมือนทุกวัน" 


ฉันคิดในใจ 'คนเราจะต้องเหนื่อยแค่ไหนนะ ที่จะต้องแบกเอาความรับผิดชอบของเคสคนหายไว้บนบ่าลำพัง?' ฉันยิ้มให้เขาก่อนเดินเลยไปอีกโต๊ะใกล้ประตูหน้า 


เด็กสาวสองคนท่าทางไม่สบอารมณ์แกมลุกลี้ลุกลนดูเหมือนกำลังเถียงกันเรื่องอะไรบางอย่าง เสื้อผ้าพวกเธอเปื้อนเศษดิน กระเป๋าสะพายที่วางข้างตัวเปิดอ้านิดๆ ฉันแอบเห็นพวงกระเทียมกับไม้กางเขน ที่ข้างเก้าอี้มีเสียมสกปรกอันหนึ่งวางอยู่


"แกแน่ใจนะว่าจะไม่มีใครไปเจอเข้าน่ะ" คนหนึ่งพูด

"เออน่า! ขุดลึกซะขนาดนั้น" อีกคนพูด

"โอ้ยกู! ไม่น่าเลย!" 


ฉันเดินผ่าน ไม่ว่าเด็กสาวสองคนนั่นจะคุยกันเรื่องอะไรอยู่ก็ตาม ฉันตัดสินใจว่าไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วย


เสียงกริ๊งดังมาจากครัวเป็นสัญญาณให้เดินไปรับอาหารที่เคาน์เตอร์ "รันด์" พ่อครัวใหญ่วางข้าวต้มหมูสับสองชามบนถาดเสิร์ฟรออยู่แล้ว กลิ่นขิงหอมอุ่นที่คุ้นเคยพร้อมควันฉุยพร้อมเสิร์ฟ เขาทำงานที่นี่มานานที่สุดในพวกเราสามคน ฉันไม่รู้ว่าเขาอายุเท่าไหร่แต่เคยสงสัยอยู่ลึกๆ ว่าเขาอาจจะเคยเดตแม่ฉัน เพราะนอกจากฉันแล้ว มีเขาเพียงคนเดียวที่หมั่นซื้อดอกไม้ไปเยี่ยมแม่ที่สุสานบ่อยๆ ข้าวต้มของเขาเป็นเอกลักษณ์มากเสียจนไม่มีใครสามารถทำแทนเขาได้ แม้แต่หมีก็ทำแทนเขาไม่ได้เช่นกัน


ฉันยกข้าวต้มไปเสิร์ฟโต๊ะหมายเลขสี่ซึ่งมีผู้หญิงเพียงคนเดียวนั่งอยู่ เธอเป็นหนึ่งในลูกค้าประจำของร้าน และทุกครั้งจะสั่งข้าวต้มหมูสับสองชามเสมอ ฉันไม่เคยถามว่าทำไม และเธอก็ไม่เคยบอกฉันว่าทำไม ฉันวางข้าวต้มชามหนึ่งตรงหน้าเธอ อีกชามตรงข้ามกับเธอพร้อมรอยยิ้ม ก่อนปล่อยให้เธอนั่งกินข้าวต้มเงียบๆ ตามลำพัง


ฉันสูดหายใจลึกรู้สึกหน้าอกหนักอึ้งเหมือนทุกครั้ง ร้านจันทร์เสี้ยวเป็นเหมือนหลอดไฟดวงเดียวที่ส่องสว่างบนถนนสายเปลี่ยวมืดมิด 


ฉันนึกสงสัยเป็นครั้งที่ล้านว่าลูกค้าผู้หลงทางเหล่านี้หรือเปล่านะ ที่ทำให้แม่ของฉันเลือกที่จะทำงานที่นี่จนวันสุดท้ายของชีวิต


(โปรดติดตามตอนต่อไป)