"ระยะห่างบรรทัดตรงนี้... มันเบี้ยวนะครับ ช่วยไปทำมาใหม่ด้วย"
รัก,ตลก,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ยัยเลขาตัวแสบ ของ ท่านประธานสุดเนี๊ยบบรรยากาศภายในห้องทำงานของประธานบริหารบริษัทผู้ให้บริการด้านการลงทุนระดับประเทศ ไร้ซึ่งเสียงคลื่นความถี่ใดนอกจากเสียงเข็มนาฬิกาเรือนหรูบนผนังที่เคลื่อนตัวอย่างมีจังหวะ ความหรูหราสไตล์มินิมอลและโทนสีเทาดำ
ยิ่งขับเน้นให้ห้องกว้างแห่งนี้เย็นยะเยือกราวกับสุสาน ธันว์ CEO หนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบทุกกระเบียดนิ้วนั่งเอนหลังอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี
ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไร้ความรู้สึก ขณะที่แววตาคมกริบดั่งใบมีดกำลังกวาดอ่านรายงานงบการเงินในมือ เลขาสาวคนที่ห้าของปีนี้นั่งตัวเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ร่างกายของเธอสั่นเทาจนขากรรไกรกระทบกันเบา ๆ มือสองข้างประสานไว้บนตักและเกร็งแน่นจนข้อขึ้นสีขาว
ธันว์ปิดแฟ้มเอกสารลงเสียงดัง ตับ! ความเงียบสนิทพลันถูกทำลายลงพร้อมกับที่เขาช้อนสายตาเย็นชาขึ้นมองสตรีตรงหน้า
"คุณรู้ไหมว่าจุดทศนิยมตำแหน่งเดียวในเอกสารชุดนี้ มันทำให้บริษัทเราขาดทุนไปเท่าไหร่?" น้ำเสียงของเขานุ่มลึก แต่กดต่ำและเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง
เลขาสาวก้มหน้าลงจนอกชิดคาง หยาดน้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยความพรั่นพรึง
"ขะ...ขอโทษค่ะท่านประธาน ดิฉันผิดไปแล้วจริงๆ ค่ะ ดิฉันจะกลับไปแก้เดี๋ยวนี้..." ธันว์ไม่แม้แต่จะถอนหายใจ เขร่งขรึมและเฉียบขาด
สมกับฉายาปราการเหล็กแห่งวงการการเงิน มือเรียวยาวจรดปากกาลงบนกระดาษแผ่นหนึ่ง เซ็นชื่อด้วยลายเซ็นอันคมกริบ ก่อนจะเลื่อนเอกสารใบนั้นไปตรงหน้าเธออย่างเฉียบเย็น
"ไม่ต้องแก้ครับ ออกไปรับเช็คเงินชดเชยที่ HR แล้วไม่ต้องมาอีก... เชิญ" หญิงสาวงกๆ เงินๆ ปาดน้ำตา พลักตัวลุกขึ้นไหว้นอบน้อมแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที
ธันว์เพียงหมุนปากกาในมือช้าๆ สายตามองตามหลังเธอไปด้วยความขุ่นเคืองเบาๆ ในความไม่ได้เรื่องของคนทำงาน
ขณะเดียวกัน ที่หน้าตึกสูงเสียดฟ้าอันเป็นที่ตั้งของบริษัท บรรยากาศกลับเปรียบเสมือนสมรภูมิรบ พาย หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี ในชุดสมัครงานที่เริ่มยับยู่ยี่ กำลังวิ่งกระเซอะกระเซิงลงมาจากรถเมล์ด้วยความเร็วสุดชีวิต
ลมพัดผมยาวกระเซิงไม่เป็นทรง ใบหน้าหวานบัดนี้เต็มไปด้วยเหงื่อไคลและความลนลาน
"โอ้ย! อย่าเพิ่งมาทรยศกันตอนนี้นะ!" พายสบถออกมาเมื่อได้ยินเสียง กึ๊ก! จากส้นรองเท้าคัทชูข้างขวาที่หลุดออกจากกัน ส่งผลให้เธอต้องเดินกระเผลกๆ สลับวิ่งอย่างอนาถ
ร่างบางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วต้องตาโตเท่าไข่ห่าน เหลือเวลาอีกเพียงสามนาทีก่อนที่ประตูห้องสัมภาษณ์งานรอบสุดท้ายของวันจะปิดลง
พายสูดลมหายใจเข้าลึก รีบใส่เกียร์หมาพุ่งตัวเข้าสู่ล็อบบี้ตึกอย่างไม่คิดชีวิต แต่ด้วยความรีบร้อนบวกกับส้นรองเท้าที่พังพินาศ
ทำให้เธอเสียหลักพุ่งชนประตูสไลด์อัตโนมัติเสียงดัง โครม! แฟ้มเอกสาร ผลงาน และเรซูเม่ในมือลอยกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นเซรามิกขัดเงา ผู้คนในล็อบบี้ต่างหันมามองเป็นตาเดียว
ทันใดนั้น สายตาของพายก็เหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่ HR ในชุดยูนิฟอร์มเดินออกมาจากห้องสัมภาษณ์และกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าลูกบิดประตูเพื่อปิดล็อค
"อย่าเพิ่งปิดนะคะ!" ด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด พายทิ้งท่อนบนลงกับพื้นแล้วใช้ท่าไม้ตายคลานสี่ขาอย่างรวดเร็ว พุ่งตัวเข้าไปคว้าขากางเกงของ HR คนนั้นไว้ได้ทันท่วงทีในวินาทีสุดท้าย
HR หนุ่มใหญ่ตกใจจนตัวโยน ก้มมองหญิงสาวที่นอนหมอบอยู่แทบเท้าด้วยความตื่นตะลึง พายค่อยๆ เงยหน้าที่เปรอะคราบเครื่องสำอางเล็กน้อยขึ้นมา ชูมือสองข้างขึ้นประสานกันเหนือหัว
แววตาของเธอส่องประกายเว้าวอนสุดชีวิต ราวกับลูกหมาโกลเด้นที่กำลังจะโดนทิ้ง
"ได้โปรดเถอะค่ะพี่! ช่วยเมตตาหนูด้วยนะคะ หนูวิ่งสู้ชีวิตมาจากปากซอย รถเมล์ก็สาย ส้นรองเท้าก็ขาด เอกสารก็ปลิว แต่หัวใจหนูยังอยู่นี่ค่ะ! ให้โอกาสหนูเข้าไปสัมภาษณ์เถอะนะคะ หนูพร้อมจะทำงานหนักตายถวายชีวิตให้บริษัทนี้เลยค่ะพี่!"
HR มองดูสภาพกระเซอะกระเซิงแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นคู่นั้นแล้ว ถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะหลุดยิ้มแห้งๆ
"โอ้โห... มาขนาดนี้แล้ว ถ้าพี่ไม่ให้เข้า คงต้องเป็นบาปติดตัวไปตลอดชีวิตแน่ๆ ลุกขึ้นมาเก็บเอกสารแล้วตามเข้ามาเลยครับ!" พายยิ้มแป้น ตาเป็นประกายทันที
"ขอบคุณค่ะพี่! พี่คือพระมาโปรดของหนูเลยค่ะ!" เธอรีบกวาดเอกสารบนพื้นเข้าเต้า แล้วก้าวขาเกร็งๆ เข้าห้องสัมภาษณ์ไปอย่างมีความหวัง
บรรยากาศภายในห้องสัมภาษณ์ขนาดใหญ่ชวนให้รู้สึกอึดอัดดั่งอยู่ในห้องสอบสวน
ธันว์นั่งกอดอกอยู่ปลายโต๊ะประชุมยาว สายตาเรียบเฉยเย็นชาเคลื่อนจากแผ่นกระดาษเรซูเม่ตรงหน้า ขึ้นมาจดจ้องหญิงสาวร่างเล็กที่นั่งเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม
พายพยายามยืดอกนั่งหลังตรง ส่งรอยยิ้มการค้าแห้งๆ สู้สายตาคมกริบ ทั้งที่ผมเผ้ายังยุ่งเหยิงจากลมพายุ และส้นรองเท้าข้างขวาที่แอบถอดทิ้งไว้ใต้โต๊ะ CEO หนุ่มพิเคราะห์สภาพราวกับเพิ่งผ่านศึกสงครามของเธอ
แล้วคลี่ยิ้มบางๆ ตรงมุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่เย่อหยิ่งแต่แฝงความเหนียบเย็นจนคนมองขนลุก
"ประวัติคุณไม่ได้มีอะไรโดดเด่น... เอกสารก็ยับเยิน แถมยังมาสายไปสี่นาที" น้ำเสียงเรียบราบเรียบแต่เฉียบขาดทำเอาพายกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ แต่ประกายตาของเธอยังคงไม่ยอมแพ้
"สี่นาทีนั้นหนูใช้กู้ชีพตัวเองมาจากรถเมล์สาย 8 และส้นรองเท้าที่พังพินาศค่ะท่านประธาน!”
“แต่อย่าดูถูกหนูจากสภาพภายนอกนะคะ เรื่องงานหนูอึด ทน ถึก ยิ่งกว่าคูโบต้าแน่นอนค่ะ!" ธันว์ถอนหายใจยาว พลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ ใจหนึ่งตั้งใจจะปฏิเสธ
แต่ความแปลกประหลาดและใจสู้แบบไม่มีใครเหมือนของยัยเด็กตรงหน้ากลับกระตุ้นความสนใจบางอย่างในตัวเขา
"งั้นเอาเป็นว่าทดสอบเบื้องต้น... ไปชงกาแฟอเมริกาโน่ร้อนมาให้ผมแก้วหนึ่ง ถ้ารสชาติมนุษย์กินได้... เราค่อยคุยกันต่อ"
พายรีบรับคำคำนับก้มหัวจนแทบชิดโต๊ะ ก่อนจะกระเผลกออกจากห้องตรงไปยังห้องครัวสำหรับผู้บริหารด้วยความลนลาน มือไม้ของเธอสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นและกดดัน สายตาซุกซนสอดส่องหากาแฟและเครื่องปรุงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน
"เอาน่าพาย กาแฟแค่นี้สบายมาก ใส่กาแฟ... เติมน้ำร้อน... แล้วก็... อ๊ะ! ไซรัปตัดขมนิดหน่อยประธานจะได้ไม่หน้าบึ้ง!" ด้วยความลนจัดบวกกับตาที่ฝ้าฟางจากความเหนื่อยล้า
มือบางจึงคว้ากระปุกใสทรงสวยที่วางข้างกัน แล้วตักผงสีขาวละเอียดลงไปสองช้อนเต็มๆ โดยไม่ทันสังเกตป้ายกำกับเล็กๆ ว่า เกลือทะเลบริสุทธิ์
เธอตั้งใจบรรจงประคองแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมเดินกลับเข้ามาในห้องทำงาน ยกเสิร์ฟลงบนโต๊ะไม้หรูด้วยรอยยิ้มมั่นใจเต็มร้อย
"อเมริกาโน่ร้อนสูตรพิเศษพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะท่านประธาน!"
ธันว์ช้อนสายตามองหน้าเลขาคนใหม่เล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือเรียวยาวไปยกแก้วกาแฟขึ้นจิบด้วยท่าทางทรงเสน่ห์ ละเมียดละไมราวกับถ่ายโฆษณา
ทว่าทันทีที่น้ำกาแฟเข้มข้นผสมรสเค็มปี๋สัมผัสลงบนปลายลิ้น ดวงตาคู่คมพลันตื่นตะลึง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบตึงเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว ตัวเกร็งแน่นจนเส้นเลือดที่คอพองขึ้น ลำคอของเขาร้อนผ่าว รสชาติเค็มแสบไส้ทำให้น้ำตาเม็ดโตเริ่มคลอเบ้าอย่างห้ามไม่ได้
แต่ด้วยฟอร์มประธานสุดเนี้ยบและเกียรติยศที่ตบตาอยู่ เขาฝืนกลืนน้ำกาแฟมหาภัยนั้นลงคอไปอย่างรวดเร็วดัง อึก! ก่อนจะรีบหยิบกระดาษทิชชูขึ้นเช็ดปากเบาๆ พลางส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่ยัยตัวแสบ
ครืด... ปั้ง! ธันว์กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังสนิทจนน้ำกาแฟกระฉอก พายสะดุ้งตัวโยน รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที
เธอเริ่มสังเกตเห็นสีหน้าที่แดงก่ำและน้ำตาที่คลอเบ้าของท่านประธาน จึงได้แต่นิ่งเจื่อน บิดนิ้วมือตัวเองไปมาด้วยความเลิ่กลั่ก
ธันว์กุมขมับ จ้องมองสาวเอ๋อตรงหน้าที่ยังคงกล้าสู้หน้าเขาด้วยสายตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
"คุณใส่... อะไร... ลงไปในกาแฟผม?" น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อยจากการพยายามสะกดอารมณ์ พายยิ้มแห้ง หัวเราะแห้งๆ แก้เขิน
"เอ่อ... นิมิตใหม่แห่งวงการกาแฟค่ะท่านประธาน! ไซรัปนุ่มลึก... หรือว่า... หนูหยิบกระปุกเกลือทะเลมาใส่คะ?" ธันว์สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างระงับอารมณ์ ยัยเด็กนี่นอกจากทำกาแฟพิษให้เขากินแล้ว ยังมีหน้ามาทำตาแป๋วถามกลับอีก
"ยัยตัวแสบ... รู้ไหมว่าเลขาห้าคนก่อนหน้านี้ที่คุณเห็นเดินร้องไห้ออกไป พวกเขาอยู่ได้นานสุดแค่สองสัปดาห์" พายชี้เข้าหาตัวเอง ตาโตเท่าไข่ห่าน
"แคนดิดา... แล้วหนูละคะ?" ธันว์มองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ส่องประกายสู้ชีวิต ความเอ๋อที่มาพร้อมความกล้าบ้าบั่นทำให้เขาตัดสินใจทำเรื่องที่บ้าที่สุดในชีวิต
"ผ่านทดลองงาน 3 เดือน... ผมอยากรู้เหมือนกันว่าความเอ๋อสู้ชีวิตของคุณ มันจะทนนรกของผมได้สักกี่น้ำ" พายรีบยกมือไหว้ปลกๆ ยิ้มแก้มแทบแตก
"ขอบคุณค่ะท่านประธาน! หนูจะรับบทรบในนรกนี้เองค่ะ หนูถึกกว่าที่คิดแน่นอน!" ธันว์ได้แต่มองตามแผ่นหลังของเลขาใหม่ที่เดินกระเผลกออกไป
พร้อมกับถอนหายใจยาวและคิดในใจว่า…ชีวิตสงบสุขของเขาคงหมดลงตั้งแต่วันนี้แล้วจริง ๆ