“ถ้าความฝันของผม... คือฉากฆาตกรรมที่จะเกิดขึ้นจริงในคืนนี้” ศพแล้วศพเล่าถูกทิ้งไว้พร้อม ‘ลายเซ็น’ การฆ่าอันพิสดาร ฆาตกรไม่ได้ต้องการซ่อนศพ แต่มันต้องการประกาศให้โลกรู้ถึง ‘บุคคลนี้คู่ควรต่อความตาย’
ระทึกขวัญ,สืบสวนสอบสวน,ดราม่า,รัก,ชาย-ชาย,ระทึกขวัญ,ระทึกขวัญ ,ดราม่า,สืบสวนสอบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ฆาตรัตติกาล“ถ้าความฝันของผม... คือฉากฆาตกรรมที่จะเกิดขึ้นจริงในคืนนี้” ศพแล้วศพเล่าถูกทิ้งไว้พร้อม ‘ลายเซ็น’ การฆ่าอันพิสดาร ฆาตกรไม่ได้ต้องการซ่อนศพ แต่มันต้องการประกาศให้โลกรู้ถึง ‘บุคคลนี้คู่ควรต่อความตาย’
กลางดึกในย่านการค้าเก่าแห่งหนึ่งในเมือง A ฝนตกฟ้าร้องคำรามราวกับผืนฟ้าด้านบนกำลังจัดงานรื่นเริงที่มนุษย์ อย่างเราๆไม่อาจคาดเดาได้ ทางในระยะใกล้เพียงไม่กี่เมตรไม่สามารถมองเห็นได้ชัดราวกลับมีหมอกหนาปกคลุมทั้วอณาบริเวณ แต่กลับมีหญิงสาวคนหนึ่ง อยู่ในชุดพนักงานที่มีเสื้อแขนยาวและกระโปรงทรงเอสีครีม กับสูทสีเดียวกัน พยายามวิ่งหนีบางสิ่งเข้าไปหลบในโกดังเก็บผลไม้ซึ่งมีช่องว่างแคบๆให้เธอทำได้เพียงแทรกตัวเข้าไปหลบ เธอใช้มือบางปิดปากและลมหายใจให้เบาที่สุด ก่อนที่จะมีเสียงฝีเท้าที่วิ่งตามในอีกสองสามนาที รองเท้าคัทชูสีดำที่ถูกขัดจนเงาวับเปอะเปื้อนน้ำและโคลนบนถนน กางเกงแสลกสีดำเปียกปอนจากการวิ่งไล่เหยื่อ เขาชะงักเท้า ก่อนจะเดินวนไปวนมา แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปในโกดังไปในที่สุด
ทางเดินเข้าโกดังนั้นไม่แปลกประหลาดสำหรับเขา มีเพียงรอยรองเท้าขนาดเล็กกว่าเค้าสักสองสามเบอร์ที่ทิ้งร่องรอยการมีอยู่ของเหยื่ออันโอชะที่เขาตามหามานานหลายปี มุมปากของเขากระตุกยิ้ม ความคิดสนุกได้เริ่มต้นขึ้น หลังจากคิดได้แบบนั้นเขาจึงวนที่ทางเข้า ทำทีท่าว่าไม่มีใคร หรือ สิ่งใดที่เขาต้องการอยู่ในบริเวณนั้น เพียงเพื่อจะให้เหยื่อตายใจ
ทางด้านหญิงสาวเมื่อเธอเห็นจึงลอบถอนหายใจก่อนจะรอเวลาสักพัก เพื่อให้แน่ใจว่า ชายคนนั้นจะไม่อยู่ในโกดังแล้ว จึงชะโงกตัวออกจากที่ซ่อน มองซ้าย มองซ้ายวา เมื่อเธอแน่ใจ เธอจึงคลานออกมาจากที่ซ่อน มือขวาทาบอกเป็นการปลอบใจตนเอง ก่อนจะหายใจให้ลึกเข้าปอดและ ค่อยๆเดินอย่างระแวดระวังออกจากโกดังผลไม้แห่งนั้น
ฝนที่ตกซาลงเยอะจากตอนแรกที่เธอวิ่งหนีมา ทางเดินข้างหน้าเริ่มเห็นทางลางๆ พอจะหาทางกลับบ้านได้ ระหว่างเดินเธอคิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายคนนั้นคือใคร และวิ่งไล่เธอทำไม เธอสะบัดหัวเบาๆ แล้วรีบเดินจ้ำอีกรอบ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะสะดุดบางอย่างล้มลงกับพื้น เข่าสวยกระแทกพื้นอย่างจัง ทำเอาตัวเธอลงไปกองฟุบ พอคิดจะลุกขึ้น บริเวณท้ายทอยกลับรู้สึกถึงของแข็งบางอย่างฟาดลงที่หลังคอ เธอสลบและสติหลุดลอยออกไป ร่างบางของหญิงสาวจมกองบนผืนน้ำทันที
จน กระทั่ง
ความรู้สกเจ็บที่ท้ายทอยเริ่มเรียกหาเธออีกครั้ง เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีบางอย่างกดทับ เพื่อจะให้แต่ใจว่าที่แห่งนี้คือที่ใด เธอจำต้องฝีนเปลือกตาให้มันลืนขึ้นมาให้ได้ ภาพตรงหน้าปรากฎ แม้ไม่ชักและมีอาการหมุนเคว้งดเล็กน้อย แต่เธอจำได้ดีว่าที่นี่คือ
โกดังผลไม้นี่
เธอคิดในใจ หญิงสาวพยายามขัยบตัวจะลุกขึ้นแต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอนั้นถูกจองจำด้วยบางสิ่ง บางสิ่งที่ให้ความรู้สึกแข็ง เย็น และมีกลิ่นสนิมเล็กน้อย หัวใจเธอเต้นแรงทันทีเมื่อสติสัมปัชชัญญะนั้นตีความได้แล้วว่า เธอกำลังถูกล่ามหรือตรึงไว้กับเสาในโกดัง เธอกวาดสายตามองแต่กลับมีเพียงเสียงฝนที่กำลังตกอย่างสม่ำเสมอ ฟ้าร้องครืน ยิ่งปลุกให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นระส่ำ และมันยิ่งเต้นรัวขึ้นเมื่อเธอได้ยินเสียงของใครบางคนที่เธอไม่คุ้นเคย
“ตื่นแล้วหรอ คนสวยของฉัน” เสียงผู้ชายเย็นๆพูดขึ้นด้านหลังของเธอ “เก่งนี่นา” ชายคนนั้นกระซิบที่ด้านซ้ายของเธอ “เกือบรอดแล้วน้า” แล้วหันมากระซิบด้านขวาของเธอด้วยเสียงเยาะเย้ย
“แต่มันไม่สนุกแล้ว!” ชายคนนั้นแผดเสียงตะโกนดังก้องโกดังก่อนที่มันจะค่อยๆดึงเชือกที่พันอยู่รอบคอ เชือกมีลักษณะที่ยืดหยุ่นและคลายตัวเมื่อปล่อยมือ ฆาตกรค่อยๆออกแรงดึงเชือกรั้งไปทางด้านหลังขแงผู้หญิงตามตัวที่เขาได้ยืนอยู่จุดด้านหลังของเธอเช่นกัน ความเหนียวและแข็งแรงของเชือกค่อยๆรัดเมื่อมันออกแรงดึงมากขึ้น และและเหมือนมันจะสนุกกับความทรมานของเหยื่อที่เธอได้รับ มันออกแรงกระตุกอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้ายจนมีเสียงดัง
กึก!!!
รอยยิ้มของมันฉีกยิ้มอย่างพอใจ ดวงตาดื่มด่ำกับความสุข ก่อนจะแผดเสียงหัวเราะดังลั่นโกดังผลไม้แห่งนั้นเหมือนกำลังร่วมวงสังสรรค์กับฝนฟ้าที่คะนองในคืนนั้นซึ่งกลบเสียงความชอบใจของมันอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับการจากไปของฆาตกร และ ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวที่ยืนแน่นิ่งคอตกพับไปด้านหลัง ราวกลับไม่มีกระดูก!
_______
03 : 55 นาที
มือเรียวบางควานคว้านาฬิกาปลุกบนหัวเตียงเก่า เมื่อคลำได้เขากดมันไปหนึ่งที ก่อนที่มันจะหยุดเสียงดังรบกวนการนอนของเจ้าตัว แต่ไม่ทันที่เขาจะได้กลับเข้าฝันอีกครา เสียงโทรศัพท์ก็ดังแผดเสียงขึ้นมาปลุก แถมยังเป็นเสียงของหัวหน้าตนเองที่เขาตั้งเสียงพิเศษเอาไว้อีก มือหนาจึงกดรับอย่างไม่เต็มใจนัก
“คร้าบบบพี่เชนท์” เขากล่าวเสียงงัวเงีย
“โอ๊ยยยย ไอ้แวนแกยังจะมาครับพี่เชนท์อะไรอี๊ก ต้นฉบับอ่ะ จะส่งตอนไหน ห๊ะ”
คเชนท์แผดเสียงสูงใส่มาจากปลายสาย ทำเอาแวน ดึงโทรศัพท์ออกจากหู สติที่เคยพร่ามัวกับการหลับไหลเริ่มทำงานได้เต็มที่
“ครับ พี่ ครับพี่ ศุกร์นี้เลยครับ”
“ดีงั้นวันนี้เข้าบริษัทมาด้วย คุณฐาณัฐ เรียกหาแก”
“ครับพี่”
คุณฐาณัฐ ที่คเชนท์ กล่าวคือเจ้าของสำนักพิมพ์ ที่ให้การส่งเสียเลี้ยงดู แวน หรือ นายนคินทร์ วิรุฬภักดิ์ มาตั้งแต่เด็ก จะเรียกได้ว่าเป็นทั้งพี่ชายบุญธรรมและเจ้านายในคราวเดียวกันก็ว่าได้
“ว่าแต่พี่ ณัฐ เขามีอะไรหรอพี่”
“โอ๊ยยยคุณแวน ฉันไปตัสรู้ไหมล่ะคะ ว่าเรื่องอะไรของคุณเขา แกก็แค่เข้ามาหาพี่ชายแกตามสั่งก็แค่นั้น แล้วเรื่องต้นฉบับอ่ะรีบๆนะ ไม่งั้นที่แกทำข้อตกลงไว้ ฉันว่าแกโดนยึดอิสระแน่”
“รู้แล้วน่าพี่ แหม ขู่ฟ่อๆ คิดว่าเป็นงูแล้ว”
“เดี๋ยวเถอะฉันจะมะเหงกแกแน่ถ้าอยู่ข้างๆ”
“ครับพี่ๆ งั้นผมขอไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะพี่แล้วเจอกันที่สำนักพิมพ์”
คเชนท์เป็นทั้งคนดูแลที่ ฐาณัฐ มอบหมายหน้าที่ให้ตามติดชีวิตน้องชายบุญธรรมของเขาตั้งแต่อายุยังน้อย และเป็นคนเร่งต้นฉบับทุกครั้งของแวนด้วย เป็นทั้งพี่ชาย เอ๊ะ หรือพี่สาวน่าจะถูกมากกว่า เขาเป็น LGBTO+ที่สนิทที่สุดที่แวนให้การพูดคุยด้วยตั้งแต่ ฐาณัฐ ได้รับแวนเข้าบ้าน วิรุฬภักดิ์
นั่งรถเมล์ไม่นานจากบ้านของ แวน มาถึงสำนักพิมพ์ได้ไม่กี่นาที ชายร่างสูงผิวสีน้ำผึ้งยืนเต๊ะท่าหล่อ รอน้องชายสุดแสนน่ารักของเขามาถึงที่
“แวน ถ้าพี่ไม่บอกคเชนท์ น้องคิดจะเข้าสำนักพิมพ์ มาหาพี่บ้างไหมเนี่ย” ประโยคของพี่ชายทำเอา แวน เอือม เหตุเพราะพี่ชายสุดหล่อสาวตรึมคนนี้ของเขามักจะติดเขาเป็นพิเศษ ห่วงอย่างกับเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ทั้งๆที่เขาก็คือผู้ชายคนหนึ่ง แม้หน้าจะหวานไปบ้าง ตัวบางไปหน่อย แต่ก็คือผู้ชาย
“แต่เมื่อวานพี่เพิ่งมาหาผมที่บ้านเองนะ” เขาสวนกลับไปด้วยเสียงเนือยๆ เซงๆ ฐาณัฐ ยิ้มกริ่มก่อนจะเดินเข้าหาแวน และใช้มือหน้าอุ้มแก้มของ แวน ไว้แล้วสั่นเบาๆ
“เนี่ยก็น้องพี่น่ารักขนาดนี้ พี่ก็ห่วง หวง เป็นธรรมดา” เสียงออดอ้อนของ ฐาณัฐ ทำเอาคเชนท์ที่ยืนมองอยู่นานแล้ว แบะปากมองบน และถอนหายใจเสียงดัง
“บางทีก็รักมากกกกเกินไปนะคะคุณ ฐาณัฐ จนบางคนจะส่งต้นฉบับทันไหมก็ไม่รู้นะคะ”
“เอ๊ะงั้นข้อตกลงที่จะมาอยู่บ้านใหญ่ก็ใกล้เป็นจริงแล้วสิ” ฐาณัฐ กล่าว พร้อมหัวเราะคิกคักชอบใจ มือหนาก็แอบหยิกแก้มขาวของ แวนไปด้วย ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าสำนักงานไปทำงานต่อที่ค้างไว้
“คงต้องเสียใจด้วยนะครับพี่ ณัฐ เรื่องนั้นน่ะคงยาก เพราะผม จะส่งต้นฉบับตอนแรกในวันศุกร์นี้แน่นอนครับ” เสียงแวนพูดตามหลังไป ฐาณัฐ ไม่สนใจ เดินอย่างสบายอารมณ์ เพราะ หลายปีมานี้ แวน แทบไม่มีโปรเจคใหม่มาเสนอเลย เขาจึงได้ใจ เพราะ น้องชายมักพูดขู่แบบนี้เสมอๆ และเขาเองก็มักใจอ่อนเสมอเช่นกัน ที่จะยอมให้น้องชายอยู่บ้านเดิม แต่ครั้งนี้มันอาจไม่เหมือนครั้งก่อนอีกต่อไป
“มากินข้าวเถอะ” ฐาณัฐ พูด พร้อมจับรีโมทเปิดช่องข่าวที่ชอบดู
รายงานข่าวด่วน พบศพหญิงสาวนิรนามไม่ทรายชื่อ ถูกล่ามด้วยโซ่ไว้กลางเสาในโกดังเก็บผลไม้ คอหักไปทางด้านหลัง ในปากถูกยัดด้วยผลไม้ชนิดหนึ่งในโกดัง สภาพศพน่าสยดสยองมากครับท่านผู้ชม
ทั้งสามคนมองรายงานข่าวพร้อมกัน
“โหดร้ายมากอีฆาตกร” คเชนท์กล่าว
“เหมืนในฝันเลย” แวน พูดพึมพำ
“สมัยนี้โหดร้ายมากๆ เนี่ยใกล้ที่บ้านเก่าน้องด้วย พี่ว่าน้องมาอยู่ที่บ้านใหญ่ดีกว่า” ฐาณัฐ ชิงพูดให้ แวน คิดเปลี่ยใจที่อยู่
“แหม ได้ทีเลยนะครับคุณ ฐาณัฐ” คเชนท์ กล่าวแซวเจ้านายคนสนิท
ฐาณัฐ ยิ้มพลางมองไปที่น้องชายเพื่อดูอาการของคนพิเศษที่เขาเอ็นดูมาแต่เล็กแต่น้อยว่าจะทำแววตาหมั่นไส้เขาขนาดไหน แต่กลับผิดคาด ในหน้าหวานของน้องชายกลับส่อแววตื่นตระหนกกับการรายงานข่าวในจอโทรทัศน์
“มีอะไรรึป่าว แวน” สายตาของเขามอง แวน สลับกับข่าวที่ถูกนำเสนอผ่านหน้าจอ
“อ๋อ ป่าวครับ มะ ไม่มีอะไร” แม้จะพูดกลับมาแบบนั้น แต่วูบหนึ่งในสายตาของ แวน กลับทำให้เขาจับอาการผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว มันก็แน่ล่ะ ก็เขาเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาตั้งแต่ยังเล็กยังน้อย
“แวน มีอะไรก็บอกพี่ได้นะ พี่เป็นพี่ชายของแวน นี่ ใช่ไหม”
ทุกครั้งที่ใช้ประโยคเชิงคำถามนี้ใส่เขา แวน มักจะบอกพี่ชายตนเองเสมอ แต่ครั้งนี้เขาแอบลังเลเล็กน้อย มันอาจไม่มีอะไรก็ได้ แต่ในฝัน กับเหตุการณ์จริงมันช่างคล้ายกันราวกับตัวเขาเองนั้นอยู่ในสถาณที่เกิดเหตุก็ว่าได้
ฐาณัฐ เห็น แวน เงียบไปพักใหญ่จึงกล่าวตามหลังไปว่า “ถ้ายังไม่สบายใจ วันหลังก็ได้นะ”
เมื่อได้ยิน แวน หันไปสบตาพี่ชายหนึ่งที สบตา คเชนท์ อีกหนึ่งที ก่อนจะถอนหายใจยาว
เห้ออออออออออ!!
“ก็ได้” เขากล่าว พร้อมกับเอ่ยเล่าเรื่องในฝันเมื่อคืน เมื่อฟังจบ คเชนท์มีสีหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะพูดออกมาแก้สถาณการณ์ว่า
“มันอาจจะบังเอิญก็ได้” เขายิ้มเจื่อนๆ “แกก็เป็นนักเขียนระทึกขวัญอยู่แล้วนี่” คเชนท์ ว่าพลางเลิกคิ้ว คำพูดของคเชนท์ใครฟังก็รู้ว่าเขาอยากให้น้องชายสบายใจ แต่ในใจของคเชนท์เองแอบเกิดคำถามเช่นกัน
“อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ มันอาจเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ บางที ฆาตกร มันอาจจะไปอ่านนิยาย หรือดูซีรี่แนวนี้แล้วเอามาเลียนแบบก็ได้นะ เราลองดูคดีนี้ไปก่อนละกัน” ก่อนจะจับไหล่ของแวนให้กระชับมือ
“ถ้าเรื่องที่น้องเล่า มันตรงกับการสืบสวนของคดี ยังไงพี่จะฝากเพื่อนตำรวจ ให้ลองเช็คดู ไอ้ยิม มันรันรันรันอยู่สอนอนี้พอดิบพอดี ยังไง พี่จะลองเรียบๆเคียงๆถามมันให้แล้วกันนะ” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นลูบศรีษะของแวน อย่างเอ็นดู
“ครับพี่ณัฐ” แวน ตอบกลับอย่างประหม่า ที่สำคัญมันไม่ใช่แค่เหมือน แต่ความรู้สึกสนุก ตื่นเต้น ในตอนฆ่าต่างหากที่ทำให้แวน กลัดกลุ้มในตอนนี้
“อืมมมัน เราเอาคดีนี้มาเขียนเป็นนิยายดีไหมครับคุณฐาณัฐ” คเชนท์ กล่าวถามเจ้านายคนสนิท
“ผมว่า ถ้าทำเป็นนิยายสารคดีที่ตามติดเจ้าหน้าที่จะดีกว่า แบบนั้น แวนน่าจะสบายใจกว่านะครับ” ฐาณัฐ กล่าวออกความเห็น
แวนนั่งฟังเฉยๆ กับบทสนทนานี้ก่อนจะคิดตาม แล้วออกความคิดเห็นออกไปบ้าง
“พี่ส่งผมไปทำนิยายสารคดีเรื่องนี้นะ กับเพื่อนพี่อ่ะ ผมจะเขียนนิยายสารคดีเรื่องนี้เอง”
“ไม่ได้” ตอบแบบไม่กรอง ฐาณัฐ สั่งห้ามทันทีที่ แวน พูดขอ
“คเชนท์ นายอ่ะ ไปแทน”
คเชนท์ สะดุ้ง พร้อมทำท่าเหรอหรา
“ผมอีกแล้วหรอครับ” ยิ้มแหยๆ ใส่เจ้านายไปหนึ่งกรุบ
“นี่ไงครับพี่ ณัฐ พี่คเชนท์ไปออกหน้า ส่วนผมไปขอนั่งฟัง” ก่อนจะเดินเข้าไปด้านหลังที่พี่ชายนั่งเก้าอีอยู่ก่อนจะทำการนวดอย่างเบามือ เอาอกเอาใจ “น้าคร้าบบ พี่ณัฐ สุดหล่อ”
ฐาณัฐถอนหายใจยาวพร้อมเงยหน้าไปมองน้องชายอย่างสุดแสนระอาในความรู้ใจ ว่าต้องทำอย่างไร เขาถึงจะใจอ่อน แต่แน่นอนเขามีข้อแรกเปลี่ยน
“งั้นก็ได้สิ”
“เย้ พี่ณัฐ น่ารักที่สุดเลยครับ” พร้อมหอมแก้ม ฐาณัฐ เสียฟอดใหญ่
“แวน ต้องย้ายมาอยู่บ้านใหญ่ จนกว่าคดีนี้จะจบ” เขาพูดพลางมองหน้าหวานของน้องชายเพื่อดูทีท่า “ว่าไง หรือ ถ้าไม่ น้องก็ห้ามเข้ามายุ่งกับงานเขียนนี้เด็ดขาด”
“ได้ครับ ได้ ผมยอมก็ได้ครับ” แวนรีบตอบรับทันที เมื่อชั่งใจอย่างรวดเร็วว่าหากต้องการรู้ความคืบหน้าของคดีนี้กับ เรื่องราวในฝัน การทำร้ายเหยื่อในคดีจะตรงกับสิ่งที่เขาฝันไว้มากน้อยเพียงใด หากเป็นความบังเอิญ เขาจะได้เลิกกังวลใจ ส่วน ฐาณัฐ แม้จะดีใจที่น้องชายจะย้ายมาอยู่บ้านตัวเอง แต่ก็นึกแปลกใจลึกๆว่า ทำไมกับเรื่องนี้ถึงยอมขนาดนี้
“งั้นก็เอาตามนี้ เดี๋ยวพี่จะนัดเจ้ายิมเข้ามาที่สำนักพิมพ์ ตอนมันว่าง น้องกับ เจ้าเชนท์ ก็สอบถามมันดูแล้วกัน”
“แบบนั้นจะกวนใจเพื่อนพี่ไหมครับ”
“ทำไม อยากลงพื้นที่ว่างั้น พี่ไม่อนุญาต ไปแบบนั้นนั่นแหล่ะที่ ไปเกะกะการทำงานของมันอยู่หรอกนะ เอาแบบนี้ล่ะ ถ้าไม่ตกลง ก็ไม่ต้อง”
“ก็ได้ครับๆ” แวน ตอบรับออกไปอย่งรวดเร็ว อย่างน้อยๆ เขาจะได้รู้ในสิ่งที่สงสัย
_____________________________________________
ฆาตรัตติกาล BY ร่องรตรี
TO :: นักอ่านทุกท่านขอบคุณที่มาอุดหนุนการอ่านนะคะ